“บัดซบไหนบอกว่าอาวุธมันไม่ควรเป็นของขวัญเด็กกัน”โคครุ่นคิดอยู่ในใจอย่าช่วยไม่ได้พลางเปิดใช้แหวนมิติทันที
เสียงสว่างที่ปรากฏออกมาล้วนแต่เรียกความสนใจจากผู้คนได้เป็นอย่างดีก่อนจะเผยให้เห็นตัวอะไรบางอย่างที่เต็มไปด้วยขนปุกปุยตัวนุ่มฟูมีหู 2 ข้างและทั้งตัวเต็มไปด้วยสีขาว
“ใช่ของขวัญที่บิดาให้ข้าคือเจ้าตุ๊กตากระตายสีขาวที่มีจนปุกปุยนี้”
เรียกได้ว่าของขวัญที่เขาได้มาจากทุกคนบิดาของเขาที่สมควรจะสนับสนุนเขาเรื่องการฝึกกลับให้ตัวอะไรไร้ประโยชน์มากที่สุดในกลุ่มคนนั้นก็ว่าได้
“อุ๊บ....”ทั้งทาเนียและซาโรน่าแทบจะกลั้นหัวเราะไม่ได้พลันทำให้ใบหน้าของเคแกนต้องบิดเบี้ยวอย่างถึงขีดสุดพลางจ้องมองโคมาด้วยสายตาที่อำมหิตเป็นอย่างมาก
ภายในครอบครัวเขาหากเคแกนแสดงอะไรที่ดูน่าอายกว่านี้เขาย่อมไม่ใส่ใจแต่มันไม่ใช่กับทิมบา ซาโรน่าและครอบครัวฟลอรัส
และดีที่โคที่โคยังไม่ได้เอ่ยออกไปว่าใครเป็นคนให้ไม่เช่นนั้นเขาก็รู้เหมือนกันว่าจะหน้าไปไว้ที่ไหน
“โอ้...นายน้อยมิคิดว่าท่านจะพกสิ่งนี้ติดตัว”ทิมบาเอ่ยออกมาอย่างตกใจนิดหน่อยใครจะคิดว่าเด็กเช่นโคจะพกอะไรอย่างนี้อยู่ในแหวนมิติ
“แน่นอนสิท่านลุง...แม้ตุ๊กตาตัวนี้จะดูไร้ประโยชน์สำหรับการฝึกแต่อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่สำคัญกับข้าเป็นอันดับแรกเพราะท่าน...”
ตู้ม....จิตคุกคามที่แพร่ออกมาจากร่างของเคแกนพลันปะทุออกมาอย่างฉับพลันแต่ยังดีที่เขาสามารถควบคุมมันได้เต็ม 10 ส่วนจึงไม่ส่งผลกระทบต่อโต๊ะอาหารมากนักมากที่สุดก็แค่เพียงการดึงความสนใจเพียงเท่านั้น
และอย่างมากก็แค่เพียงฝั่งรากความหวาดกลัวเข้าสู่จิตใจของคู่สามีฟลอรัสก็แค่เพียงเท่านั้น
“จริงสิ โคทวนเล่มใหม่ที่พ่อได้มาจากโรงประมูลมันช่างเหมาะกับลูกยิ่งนัก”
“โอ้...เป็นเช่นนั้นท่านพ่อ ข้าละรอแทบไม่ไหวแล้ว”โคเปลี่ยนจากมองค้อนกลายเป็นสีหน้ายิ้มแย้มอย่างถึงขีดสุด“ส่วนตุ๊กตาตัวนี้ย่อมต้องสำคัญกว่าทวนที่ท่านจะมอบให้อยู่แล้วก็เป็นถึงสิ่งที่ท่านแม่ให้ข้านี่...ใช่ไหมละท่านพ่อ”
“เป็นเช่นนั้นตุ๊กตาตัวนี้แม่ของเจ้าเลือกเองกับมือแม้จะไม่ทำขึ้นมาเองแต่ความใส่ใจในการสรรหาล้วนแต่ไม่ด้อยกว่าการทำเองเลยแม้แต่น้อย”เคแกนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังนี่ย่อมต้องสร้างความประทับใจให้แก่ผู้คนโดยรอบได้อย่างแท้จริง
แต่มันไม่ใช่กับทิมบาและซาโรน่าพวกเขาล้วนแต่คาดเดาได้อยู่แล้วจากการกระทำของเคแกนที่ผิดปกติแต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมาให้มันดูมากความเมื่อได้สิ่งที่เขาต้องการแล้ว...ไม่สิมันต้องเรียกว่าเมื่อได้ในสิ่งที่เขาควรจะได้แล้วโคก็เก็บเจ้าตุ๊กตาสีขาวลงไปในแหวนมิติเฉกเช่นเดิมการกินอาหารในงานเลี้ยงต่อไปอย่างไม่ใส่ใจอะไรนัก
จนกระทั้งเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปครอบครัวฟลอรัสและพวกทิมบาก็เดินทางออกจากตำหนักเพื่อเข้าที่พักของตน
“ท่านพ่อ...ช่างใจดียิ่งนักไหนละทวนของข้า”โคเอ่ยออกมาทันทีที่พวกเขาไปกันหมดและทิ้งไว้แต่เพียงครอบครัวหลักของตระกูลชาฮานเท่านั้น
ตุบ....
และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาโดนทำร้ายจากผู้เป็นบิดาความเจ็บปวดที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นมาคนหัวเขาอย่างช่วยไม่ได้จนใบหน้าของโคฉายฉับออกมาด้วยความเจ็บปวด
“ลูกช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก”เคแกนหัวเราะออกมาทันทีที่เขาได้ระบายอะไรบางอย่างออกมาจริงๆแล้วเขาก็ได้อับอายอะไรนักหรอกแค่เพียงต้องการเล่นกับโคก็เพียงเท่านั้น
“เอาละได้เวลานอนแล้ว...เอาไว้พรุ่งนี้ก็ค่อยมาฝึกละกัน”
และเช้าวันต่อมาก็มาถึงโคที่ตื่นอยู่ก่อนแล้วก็ได้เริ่มบ่มพลังเวทย์ของตนเองให้เพิ่มสูงขึ้นซึ่งหากเป็นชาติก่อนเขาคงไม่ต้องรีบทำเช่นนี้เพราะวิชาจักรพรรดิสยบสวรรค์ขอแค่เพียงฝึกร่างกายให้แข็งแกร่งระดับพลังเวทย์ก็จะเพิ่มสูงตามไปด้วยแต่มันไม่ใช่กับวิชานี้และโคก็อาจเปลี่ยนมันได้ด้วย
เพรา��คุณสมบัติที่มาธาตุโลหิตเข้ามาเกี่ยวข้องจำเป็นต้องอาศัยพลังเวทย์เป็นตัวขับเคลื่อนหากแต่วัดคุณสมบัติกันตามตรงแล้วข้อดีของมันก็ย่อมมากกว่าข้อเสียอยู่ดี
“เอาละเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”โคเอ่ยกับตัวเองอยู่ในใจดูเหมือนกว่าอีกไม่กี่เดือนเขาคงจะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับกำเนิดมนตราขั้นที่ 3 ได้แล้ว
คิดได้เช่นนั้นโคก็รีบลุกขึ้นจากเตียงที่เขานั่งทำการบ่มพลังเวทย์ก่อนจะเดินลงมาด้วยท่าทีที่ปลอดโปล่งเป็นอย่างยิ่งอากาศเย็นในช่วงเช้านี่นับเป็นสวรรค์ของโคยิ่งนักทุกๆวันเขาจะต้องออกไปวิ่งอยู่เป็นประจำเพื่อเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ
“ไปวิ่งหรอโค”เคแกนเอ่ยออกมาเมื่อเห็นโคเดินลงมาด้วยท่าทีที่ดูกระฉับกระเฉงเพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรงที่เขาเห็นโคออกมาวิ่ง
“เป็นเช่นนั้นท่านพ่อ”
“ไหนๆลูกก็มาฝึกกับพ่อได้แล้วมารดาของเจ้าก็ไม่อาจขัดขวางพ่อได้เช่นนั้นออกไปวิ่งพร้อมกันเป็นอย่างไร”เคแกนครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยก่อนกล่าวถามบุตรชาย
ซึ่งจริงโคก็คิดที่จะปฏิเสธไปเขานั้นต้องการที่จะวิ่งคนเดียวมากกว่าเพราะมันได้รับรู้ถึงความสงบในยามเช้าอันเป็นสิ่งที่เขาโปรดปานมากที่สุด
“ในป่าหมื่นอสูรนะ”
ราวกับสายฟ้าฟาดเข้าสู่กลางอกโคสถานที่ที่เขาไม่คิดว่าจะเข้าไปได้ในตอนนี้กลับถูกหยิบยื่นมาให้โดยบิดาเขาก็ว่าอยู่เหตุใดบิดาที่ออกวิ่งไปก่อนเขาแต่กลับไม่เคยเห็นไปโผล่ที่ไหนในตระกูลเพราะมันเป็นป่าหมื่นอสูรนี่เอง
“ไปท่านพ่อ...ข้าขอเตรียมก่อน”โคที่เดินลงมาอย่างช้าๆก็วิ่งมาด้วยความเร็วสูงก่อนที่จะสวมรองเท้าเข้าอย่างไวและไปรออยู่หน้าตำหนักเพื่อยืดเส้นยืดสายอย่างทันท่วงที
“ดี เช่นนั้นเราไปกันเลย”เคแกนวิ่งออกไปด้วยความเร็วที่ไม่มากไม่มายนักเพียงพอที่จะทำให้โควิ่งตามได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก
หลังของเคแกนที่โคจ้องมองในตอนนี้มันราวกับกำแพงขนาดยักที่เขาจำเป็นที่จะต้องก้าวผ่านเสมือนจุดหมายที่โคเรียกเอาไว้เป็นพื้นฐานอย่างน้อยๆเขาจำเป็นต้องมีระดับพลังเท่าเคแกนก่อนเป็นอย่างน้อยจึงจะสามารถเข้าต่อกรกับจักรพรรดิมารปีศาจ
และเพียงไม่นานนักพวกเขาทั้งคู่ก็วิ่งมาถึงหน้าปากทางเข้าสู่ป่าหมื่นอสูรซึ่งมีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังออกมาเป็นระยะราวพื้นที่ทั้ง 2 เป็นดังโลกคนละใบและแน่นอนว่ามนุษย์คนใดที่ก้าวเข้าไปก็จะสัมผัสได้ถึงอันตรายตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบย้ำในทางตรงกันข้ามหากมีสัตว์อสูรตนใดก็กล้าบุกรุกล้ำมันก็จะต้องเผชิญกับความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกัน
“จากนี้ไปจะเป็นของจริงแล้ว”เคแกนย้ำเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง