ได้เห็นร่างของศิษย์ลำดับ 115 ในสภาพนี้ แม้ไม่อาจเชื่อสายตาก็ต้องยอมรับ เขาพ่ายแพ้ให้ฮ่าวเทียนอย่างเด็ดขาดจริงๆ ฝั่งที่นั่งของเหล่าาุโและราชวงศ์เองยังพูดคุยกันฮือฮาด้วยความไม่เชื่อถือ ทั้งชื่นชมและเหยียดหยันกันไปต่างๆนาๆถึงเื่ราวของเด็กหนุ่ม ทว่าในมุมหนึ่งของฝั่งเวทีกลับมีบุคคลที่พึงพอใจกับเหตุการณ์ในวันนี้นัก
“ องค์หญิง ดูเหมือนการที่ท่านมอบสมบัติให้กับเขาในวันนั้นจะไม่ใช่เื่ผิดพลาด มองดูตัวเขายามนี้แล้ว พร์นี้แม้แต่เหล่าหกสำนักใหญ่ยังมิอาจเทียบทาน ” ทหารเฒ่าผู้หนึ่งเอ่ยปากออกมา ตามติดด้วยสำเนียงเสียงไพเราะน่าหลงใหลของหญิงสาวผู้หนึ่ง
“ เด็กน้อยเก็บฟืนคนนั้น ใช้เวลาเพียงปีกว่า มาถึงยังจุดที่เรียกว่ากลายเป็คนสำคัญของราชวงศ์ไปเสียแล้ว... ผู้สืบทอดเชื้อสายแห่งแสงสินะ... คงได้พบกันเร็วๆนี้ ” ท่ามกลางบทสนทนาทั้งหลาย ฮ่าวเทียนยามนี้ทุบทำลายคู่ต่อสู้คนที่สองอย่างง่ายดายอีกครา เพียงเกราะกังวาลแสงเจิดจ้าเท่านั้นที่ใช้ออก มิได้ออกแรงมากมายเลย ยิ่งตอกย้ำความพิศดารของมันต่อสายตาทุกคู่
ชิงเสวียนได้มองดูศิษย์น้องของนางอย่างใกล้ชิดข้างเวที
“ ฮ่าวน้อย ยามนี้แข็งแกร่งดังเทพ์ เฉิดฉายส่องประกาย รัศมีพลังเข้มแข็งใกล้เคียงอาจารย์ของเขาเข้าไปทุกที เพียงแค่.... ” ชิงเสวียนแม้ชื่นชมยินดีกับตัวฮ่าวเทียน แต่นางกลับััได้ถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่ม เช่นเดียวกันกับเพื่อนคนเดียวของฮ่าวเทียนอย่างเว่ยซิน ยิ่งเขาใช้พลังยุทธ์ออกมากเท่าใด สิ่งผิดปกติบนกายเขายิ่งค่อยๆปรากฏออกมาทำให้นางหวาดหวั่นใจนัก ยิ่งมองดูยิ่งรู้สึกเหมือนฮ่าวเทียนที่นางรู้จักกำลังค่อยๆเลือนหายไป ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงจากเด็กหนุ่ม
“ ศิษย์พี่ท่านต่อไป ! ” ยามนี้คนที่ก้าวขึ้นมารัศมีพลังแตกต่างกับสองคนก่อนหน้าสิ้นเชิง สองมือไขว้หลัง หล่อเหล่าสง่าผ่าเผย ทั้งยังอยู่ในลำดับที่ 97 ของสำนัก เริ่มการประลองไม่ทันได้เอ่ยคำใดรัศมีกระบี่ของเขาฟาดฟันใส่ฮ่าวเทียนหนึ่งครั้งเสียงะเิดังลั่น ฮ่าวเทียนััพบว่าเกราะของตนคล้ายกำลังปริแตก แทบไม่ทันได้หายใจ รัศมีกระบี่นั้นยิ่งพุ่งออกมามากขึ้น เกราะปราณของฮ่าวเทียนระส่ำระสายจนเ้าตัวต้องยกแขนขึ้นปัดป้อง พลันได้ยินเสียง
“ ศิษย์น้อง รัศมีกระบี่แท้จริงนี้เป็ทั้งจิติญญาและทุกอย่างของข้า หากทำลายมันลงได้ข้าจะไม่สู้กับเ้าต่อไป ยอมแพ้โดยดี ” ปากว่าง่ายปานนั้นแต่รัศมีกระบี่ไม่สิ้นสุดนี้เริ่มสร้างาแเล็กๆแก่ร่างของฮ่าวเทียนอย่างช้าๆ ทุกรัศมีกระบี่คล้ายสูบกลืนพลังปราณของเด็กหนุ่มทีละน้อย ผู้ชมเริ่มส่งเสียงเฮดังขึ้น ชิงเสวียนที่เห็นเืสายเล็กๆฉีดกระจายเป็แนวบางออกจากตัวฮ่าวเทียน เริ่มกำมือแน่น ทว่าฮ่าวเทียนยิ่งทนรับยิ่งไม่สนใจ พลันกล่าว
“ ขอบคุณศิษย์พี่ที่ชี้ทางสว่างแก่ข้า ” ทันใดนั้นเอง เสียงเฮฮาของผู้ชมต้องหยุดลงอีกครั้ง เมื่อฮ่าวเทียนชักนำปราณสีทองอร่ามเจิดจ้ามาหมุนวนรอบกาย ก่อนจะดูดซับทั้งมวลเข้าสู่ดวงตา ทั้งสองข้างเป็สีทองเปล่งประกาย พลันกล่าว
“ รัศมีกระบี่ของท่านยิ่งนานยิ่งเข้มแข็ง เช่นนั้นรับกลับคืนไปบ้าง ! ” ฮ่าวเทียนเริ่มปลดปล่อยปราณในร่างออก ปรากฏรัศมีกระบี่สีทองนับไม่ถ้วนรายล้อมหมุนวนยิ่งกว่าของศัตรู ก่อนตะคอกดัง
“ เคล็ดท่าร่างแสง์: หมื่นประกายแสงล่าสังหาร! ”
ได้ยินชื่อนี้เทียนอวิ๋นและเ้าตำหนักเทพยุทธ์ถึงกับลุกขึ้นยืน
“ นี่ เขาไปถึงความสำเร็จระดับนั้นแล้ว ? ” เทียนอวิ๋นกำมือแน่น เ้าตำหนักเทพยุทธ์เองก็กล่าวออกมา
“ ท่านพี่ จำเมื่อครั้งที่ข้าประลองกับเทียนอวิ๋นได้รึไม่ ดวงจิตข้าแทบแตกดับเมื่อครั้งพบเจอกระบวนท่านี้ นี่เป็เขาถ่ายทอดได้รวดเร็วหรือเด็กปีศาจนี่เรียนรู้ได้รวดเร็ว ข้าอยากรู้นัก... ”
บนเวทียามนี้ ฮ่าวเทียนเดินเข้าไปหาคู่ต่อสู้อย่างช้าๆ ปราณกระบี่สีทองหมุนวนไร้สิ้นสุดทำลายจิตกระบี่ของอีกฝ่ายจนราบเรียบ ก่อนคมกระบี่มากมายนี้จะหยุดลงและหันปลายเข้าสู่ร่างของลำดับที่ 97 พลันได้ยินเสียงฮ่าวเทียน
“ ศิษย์พี่ ข้าชนะแล้ว... ” ผู้ชมหันมองหน้ากันจากนั้นส่งเสียงเฮออกมาอีกครา ไม่มีใครคิดสนใจเื่ราวต่อไป รู้เพียงว่าฮ่าวเทียนนั้นแข็งแกร่งของจริง คนแล้วคนเล่าต้องพ่ายแพ้ ฮ่าวเทียนไม่หยุดใช้พลังปราณนี้ก่อนกล่าวออก
“ เชิญศิษย์พี่ท่านต่อไป... ”
เ้าสำนักศึกษายามนี้ทิ้งก้นลงบนบัลลังก์ก่อนจะกล่าวออก
“ เห้อ ข้าได้พ่ายแพ้ให้เด็กหนุ่มคนนี้เสียแล้ว ปีศาจน้อยตนนี้ใครเลยจะสั่งสอนมันได้อีก ? ” เหล่าผู้าุโกลืนน้ำลายกันยกใหญ่จากการดูิ่เด็กหนุ่มก่อนหน้านี้ จนเมื่อการประลองดำเนินต่อไป ไม่ว่าใครขึ้นมาก็พ่ายแพ้ตกตามกัน จากเสียงเหยียดหยันเริ่มกลายเป็เสียงเชียร์ ่เวลาเดินทางมาเนิ่นนาน ฮ่าวเทียนแม้เก่งกาจเพียงใดก็มีขีดจำกัด มันเร่งใช้พลังออกเพื่อจบศึกโดยเร็ว ทว่ายังเหลือคู่ประลองอีกถึงสองคน ทั้งยังเป็สองคนที่เก่งกาจที่สุดในหมู่ผู้แพ้อีกด้วย ฮ่าวเทียนยามนี้หอบหายใจรวยรินเนื่องจากพลังปราณที่เป็ดังรากฐานชีวิตใกล้มอดดับ มันยกตัวขึ้นราวกับแบกหินผาขึ้นมา กลับพบเจอหญิงสาวผู้หนึ่งบนเวที ก่อนได้ยินเสียงนางกล่าว
“ ช่างยิ่งใหญ่เสียจริง? ไม่แน่ว่าหกสำนักใหญ่เองก็คงชมชอบดึงตัวเ้าไปเป็ศิษย์ ? ” ฮ่าวเทียนเห็นหน้านางก็นึกสะดุดใจขึ้น กระทั่งรัศมีพลังนี้ยังให้ความคุ้นเคยแปลกประหลาด
“ เ้าจะยิ่งใหญ่เพียงใดก็เื่ของเ้า แต่ข้าไม่มีทางยอมรับเด็กน้อยเช่นเ้าเป็พี่เขยแน่! ” ฮ่าวเทียนตาโตก่อนจะขบคิดไม่จบสิ้นจึงถามออก
“ ัันี้ หรือว่าท่าน ? ” นางกล่าวตอบทันที
“ ข้ามู่เหลียนฮัว ลำดับที่ 177 ศิษย์น้อง รับมือ ” ฮ่าวเทียนไม่ทันปะติดปะต่อเื่ราว กระบี่สีขาวมุกคมกริบฟาดลงเหนือร่างมันอย่างรวดเร็ว ท่วงท่าราวกับเทพยดากำลังร่ายรำยามนี้ฟาดฟันมันจนรับมือไม่ทัน าุโผู้หนึ่งจากที่นั่งฝั่งราชวงศ์กล่าวออก
“ กระบี่มุกนพเก้าร่ายรำ วิชาประจำตระกูลมู่อันโด่งดัง จากการประลองที่แล้วเราได้เห็นความสามารถของนางไปแล้ว หากไม่เพราะคู่ประลองเก่งกาจเกินไปนางคงเอาชนะได้ไม่ยาก ยามนี้เป็ฮ่าวเทียน ผลลัพธ์ยากจะคาดเดา...” เทียนอวิ๋นมองดูเื่ราวจึงกล่าวออกมา
“ นี่มิใช่นางแกร่งกว่าคู่ประลองที่ผ่านมาเท่าใดนัก เป็ฮ่าวเทียนเองที่เชื่องช้าอ่อนแอลง... ” ฮ่าวเทียนคิดเก็บงำไม้ตายทั้งหมดไว้รอบประลองต่อไปแต่ด้วยพลังฝีมือของแม่นางคนนี้ทำให้มันต้องงัดออกมารับมือแล้ว ฮ่าวเทียนสวมใส่เกราะมือสีทองไว้ข้างหนึ่งก่อนจะวาดแขนทุบทำลายรัศมีกระบี่ทิ้งไป ทำเอาอีกฝั่งกระเด็นกลับ
“ ยังมีเรี่ยวแรงเหลือเพียงนี้เชียว? ”
ฮ่าวเทียนกำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่างนางกลับไม่สนใจคำ ยิ่งมายิ่งรวดเร็วรุนแรงขึ้น สะบัดฟัดกันไปมาจนฮ่าวเทียนตะคอกออก
“ ท่านเป็อะไรกับพี่หญิงชิงเสวียนแน่ เหตุใดไม่ฟังคำข้าบ้าง ฮ่าวเทียนไม่อยากทำร้ายท่าน! ” นางฟังคำของเด็กหนุ่มด้วยความเงียบงันไม่พูดสิ่งใด ยังคงฟาดฟันกระบี่ต่อเนื่อง ทั้งยังใช้กระบวนท่าเฉพาะงัดปลายกระบี่ขึ้นจากพื้น เสียดคางของเด็กหนุ่มไปไม่กี่นิ้ว ปรากฏรอยเืจากใต้ลำคอของเด็กหนุ่มเล็กน้อยก่อนนางจะกล่าว
“ ไม่ต้องกล่าวอันใดให้มากความ หากเ้าแกร่งพอก็จงเอาชนะข้าซะ ไม่เช่นนั้นก็พ่ายแพ้ไป ” แม้ท่วงท่ากระบวนยุทธ์ของนางจะงดงามเพียงไรก็ตาม ความแข็งกร้าวที่นางแสดงออกนั้นราวกับคั่งแค้นกันมานับปี ฮ่าวเทียนได้ยินดังนั้นจึงกางมือออก ปรากฏรัศมีทองคำเปล่งประกายทั่วร่าง ก่อนจะย่อเข่าสองข้างลง ตั้งหมัดตรงเสมอลำตัว เกิดเสียงดั่งสนั่นของแรงกด ที่กดขาเด็กหนุ่มจนแทบจมลงบนพื้นเวที
“ รับมือ ”
ด้านหลังฮ่าวเทียนรัศมีทองคำเจิดจ้ากลายรูปเป็เกราะมือที่เด็กหนุ่มกำลังใช้ เพียงขยับหมัดที่กำแน่นออกไปด้านหน้า รัศมีรูปนั้นก็พุ่งออกปะทะกับมู่เหลียนฮัวอย่างไม่ทันตั้งตัว แม้นางป้องกันไว้ก็ยังต้องปลิวร่อนชิดขอบเวทีจนจะร่วงลงไป ร่างฮ่าวเทียนที่ปลดปล่อยพลังของศาสตราในมือนี้โดยไร้สภาพเกราะแสงกังวาล ทานรับแรงกดดันของมันมิได้จนแทบจะปลิวไปด้านหลัง ทว่ายังดีที่หยั่งเท้าลงพื้นไว้ ได้เห็นหญิงสาวพลาดท่ากำลังจะร่วงเวที ฮ่าวเทียนรีบใช้ออกด้วยท่าร่างแสง์ พุ่งทะยานไปรับตัวนางอย่างรวดเร็ว สองแขนโอบอุ้มนางที่กำลังโอนเอนจะตกเวทีไว้ พลันกล่าว
“ ไม่ทราบท่านเป็ญาติฝ่ายใดของพี่หญิง ทว่าความร้อนรนดื้อรั้นนี้ แตกต่างกับนางนัก ” หญิงสาวมองดูใบหน้าของฮ่าวเทียนอย่างใกล้ชิดจนเกิดความเขินอาย
“ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ! ” นางตะคอกใส่เด็กหนุ่ม ฮ่าวเทียนถอนใจเบาก่อนผละมือปล่อยหญิงสาวในท่านอนเอน หล่นลงบนพื้นดิน ตุบ! จากนั้นเด็กหนุ่มได้ยินเสียงโวยวายตามหลังมาก่อนจะไม่สนใจพลันกล่าว
“ ศิษย์พี่เหลียนฮัวร่วงหล่นเวที ข้าชนะ เหลือคนสุดท้าย... ”
ชิงเสวียนที่มองดูเหตุการณ์เข้าไปรับตัวเหลียนฮัวมาพลันกล่าวขึ้นไปบนเวที
“ ขอบคุณฮ่าวน้อยเ้าออมมือให้นางหลายครานัก ” ฮ่าวเทียนยิ้มอ่อนๆตอบนาง จากนั้นรีบนั่งลงกับพื้นควบคุมลมหายใจ เมื่อครู่หากมันไม่ใช้ หัตถ์พิฆาตหกกงล้อ ศาตราเทพที่สืบทอดมาจากอาจารย์ คงได้พ่ายแพ้ไปหลายรอบแล้ว ยามนี้มันหายใจรวยริน กระทั่งกำลังที่จะต้านรับแรงกดดันจากเกราะมือนี้ก็แทบจะไม่มีแล้ว
“ อีกคนหนึ่ง ข้าจะทำเช่นไรดี แค่ยืนก็จะตายอยู่แล้ว... ” ยามนี้ไม่ว่าผู้ใดก็ลุ้นให้ ฮ่าวเทียนเอาชนะ พลิกหน้าประวัติศาสตร์สำนักศึกษา แต่เหล่ายอดฝีมือต่างรู้ดีว่าทะเลจิตใจของเด็กหนุ่มยามนี้ไม่หลงเหลือพลังปราณให้ใช้ต่อไปแล้ว ต่างกับคู่ต่อสู้คนสุดท้ายที่ได้พักมาหลายชั่วยามแล้ว ทันใดนั้นเองร่างนั้นก็ปรากฏขึ้น
“ ศิษย์น้องวางใจ ข้าจะไม่ให้เ้าต้องเ็ปมากนัก ... ” ผู้ชมได้เห็นบุคคลนี้ทำเอาเข็ดขยาด ผู้สืบทอดของตระกูลพิษ์ที่โด่งดัง ปีศาจร้ายของจริงยามนี้อยู่ตรงหน้าฮ่าวเทียนแล้ว ฮ่าวเทียนยังคงนั่งลงกับที่ ลมหายใจสับสนวุ่นวาย กำลังจะลุกขึ้นต่อกร พลันได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นในดวงจิตตน
“ คิๆๆ เด็กน้อย... เ้าอยากตายรึไง ดูเ้าจิ้งเหลนน้อยน่ารักน่าชังนี่สินอนหลับหมดแรงไปแล้ว บินไปบินมาน่ารำคาญนัก แต่ไม่เป็ไร ๆ เ้ายังมีข้า...” ฮ่าวเทียนขนลุกซู่จากการได้เห็นรอยยิ้มฉีกกว้างของร่างเงาสีแดงสดในดวงจิตมัน
จบตอน