่เวลาแห่งความเป็ความตายอันน่าหวาดกลัวและอันตรายที่อยู่รายล้อม...
ยามคุณชายรูปงามแล่นเรือออกมาจากก้อนเืพร้อมดึงเซียวจิ่งหยวนให้บินหนีออกไปนั้นด้านหลังก็มีเสียงะเิดังสนั่น คลื่นพลังดุจทำลายล้างโลกซัดกวาดล้างไปทั่วทุกสารทิศผืนน้ำลึกเกินคาดเดาของสระบัวขนาดใหญ่หลายร้อยไร่ปะทุพุ่ง ก่อนก่อตัวเป็กระแสน้ำวนขนาดั์ประหนึ่งสึนามิและพายุไต้ฝุ่นที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ระดับน้ำในสระบัวลดลงกะทันหันสายฝนห่าใหญ่โปรยปรายลงมาจนมืดฟ้ามัวดิน ประหนึ่งห้วงนทีแห่ง์ร้าวแตก ทางช้างเผือกไหลหล่น
เซียวจิ่งหยวนกับคุณชายรูปงามหนีตายจากเหตุการณ์หายนะเหล่านี้ด้วยความเร็วดั่งแสงไม่นานหลังจากนั้นเมื่อเห็นถ้ำเทพสถิตอันโอ่อ่าที่ตั้งอยู่ริมสระบัวปรากฏอยู่ต่อหน้าพวกเขาทั้งสองคุณชายรูปงามก็คลี่ยิ้ม บังคับเรือให้แล่นโค้งเข้าไปในวังนั้น
ยามนี้เรือลำเล็กหยุดลงพวกเขาทั้งสองรอดปลอดภัยจากอันตรายแล้ว
เซียวจิ่งหยวนเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง “เ้าไม่เป็อะไรใช่ไหม”
“ข้าสบายดี” ดวงตาอันสดใสของคุณชายรูปงามจ้องไปด้านหน้าฟันซี่ขาวสวยดั่งไข่มุกเปล่งประกายอยู่ภายใต้รอยยิ้มเปี่ยมสุข “แค่ปลาโง่ๆตัวหนึ่งเท่านั้น ไม่มีทางทำอะไรข้าได้หรอก”
ปลากับจระเข้มันไม่ใช่อย่างเดียวกันสักหน่อย
เซียวจิ่งหยวนยิ้มเจื่อน พลางสังเกตดูคุณชายรูปงามอย่างละเอียดนอกจากใบหน้าอันงดงามที่ซีดเซียวลงเล็กน้อย คุณชายรูปงามก็ไม่มีอาการอย่างอื่นอีกเขาจึงวางใจลง
“อ้อ นี่คือบัวชาวจิตกระจ่างงั้นหรือ”
มือขาวผ่องยื่นออกมาดึงฝักบัวไปจากฝ่ามือของเซียวจิ่งหยวนอย่างไร้ความเกรงใจ
ฝักบัวขนาดใหญ่ประมาณใบหน้าด้านนอกสีเขียวสดดั่งหยก ส่งกลิ่นหอมแรงแต่ดูสูงศักดิ์ อบอวลคลุ้งไปทั่วอากาศทำให้จิติญญาของผู้ได้ดอมดมต้องไหวหวั่น รู้สึกสดชื่นไปทั้งกายใจเพียงได้กลิ่นหอมของดอกบัว อายุขัยก็จะเพิ่มขึ้น สมแล้วที่เป็สมบัติฟ้าดิน
คุณชายรูปงามชื่นชมอยู่ครู่หนึ่งก่อนหยิบกริชหยกเล่มเล็กสวยงามออกมาจากอก จากนั้นใช้คมกริชแทงลงไปในฝักบัวคว้านให้เกิดเป็วงกลมอย่างเบามือเพียงชั่วครู่เม็ดบัวขาวบริสุทธิ์ขนาดเท่าหัวแม่มือกลมสว่างแวววาวราวหยกก็เผยตัวให้คนทั้งสองเห็น
เม็ดบัวประหลาดเหล่านี้เหมือนถูกแกะสลักอย่างไร้ที่ติออกมาจากหยกขาวที่ดีที่สุด
เซียวจิ่งหยวนรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยทันทีที่ได้เห็นแอบชื่นชมบัวขาวจิตกระจ่างซึ่งงดงามสมดั่งชื่อเสียงตามคำบรรยายของตู้หนานซาน ที่ว่าเม็ดบัวมีสีขาวราวไข่มุกรูปร่างกลมดุจยาลูกกลอน
หรืออาจกล่าวได้ว่าเม็ดบัวของบัวขาวจิตกระจ่างนั้นเป็ยาวิเศษโดยธรรมชาติไม่จำเป็ต้องผ่านการเคี่ยวปรุงในหม้อปรุงยา เพียงกลืนลงไปโดยตรงก็สามารถขับพิษทำให้สดชื่นผ่อนคลาย ยกระดับประสิทธิภาพการบำเพ็ญ
ฝ่ามืออันเรียวขาวของคุณชายรูปงามเปล่งประกายแข่งขันกับความงามและแวววาวของเม็ดบัวขาวในมือ
คุณชายรูปงามหันหน้ากลับมาพูดพร้อมแววตาที่เปี่ยมด้วยความสุข“เป็อย่างไร แผนการของข้าสมบูรณ์แบบใช่ไหม ลงแรงเพียงนิดเดียวก็บรรลุเป้าหมายได้ดีกว่าการเข้าไปปะทะโดยตรงของเ้าเสียอีก”
“สมบูรณ์แบบหรือ” เซียวจิ่งหยวนยิ้มขมขื่นพลางพยักหน้าอย่างจำใจ “ใช่แล้ว สมบูรณ์แบบมาก...แต่เ้าอย่าเอาแผนการ ‘ส่งเนื้อเข้าปากเสือ’ นี้ไปใช้อีกเลยทำเช่นนี้อันตรายมากเลยนะ...”
คุณชายรูปงามหัวเราะพร้อมเอ่ยสั่ง “อ้าปากสิ!”
“อะไรนะ”
เซียวจิ่งหยวนเผยอปากออกเล็กน้อยด้วยความงุนงงเวลานั้นเองลำแสงหนึ่งพุ่งออกมา เขารู้สึกเย็นวูบที่ปลายลิ้น ของทรงกลมบางอย่างเข้ามาในปากของเขาอย่างไม่รู้ตัว
“สิ่งนี้คือ...”
เมื่อรู้สึกตัวและกำลังจะเอ่ยปากพูดเขาพลันรู้สึกว่าเม็ดกลมนั้นละลายกลายเป็ของเหลวหอมหวาน ไหลลงคอของเขาไปในเวลาอันรวดเร็วกลิ่นไอความบริสุทธิ์ลอยคละคลุ้งไปทั่วอวัยวะภายใน แผ่ซ่านและเคลื่อนที่ไปตามเส้นลมปราณจนเข้าสู่อวัยวะทุกส่วนของร่างกาย
ทว่าหลังจากนั้นไม่นานเซียวจิ่งหยวนกลับรู้สึกแน่นหน้าอก คันคอไอออกมาอย่างห้ามไม่ได้กระอักก้อนเืสีดำออกมาจากร่างกาย ในยามที่เืเสียถูกขับออกเขาก็รู้สึกผ่อนคลายไปทั้งร่างกายราวกับมีลมเย็นสบายพัดโชยผ่าน
อาการาเ็เมื่อหลายวันก่อนของเขามลายหายสิ้นไปภายในเวลาอันรวดเร็ว
“มหัศจรรย์ยิ่งนัก”
เซียวจิ่งหยวนรู้สึกว่าอาการเมื่อยล้าและอุดตันที่เป็มาหลายวันดีขึ้นทันตาเห็นปราณเซียนไหลเวียนไปทั่วอย่างราบรื่นและไร้อุปสรรค
สิ่งที่คุณชายรูปงามโยนให้เขากินก็คือเม็ดบัวขาวจิตกระจ่างนั่นเอง
ฤทธิ์ของบัวขาวจิตกระจ่างยังไม่หมดเพียงเท่านี้นอกจากสามารถขจัดอาการป่วยและาแเก่าออกไปได้หมดแล้ว หากนั่งบำเพ็ญจนร่างกายดูดซึมฤทธิ์หมดการบำเพ็ญก็จะเพิ่มพูนก้าวหน้าอย่างมาก
“รู้สึกดีใช่ไหม”
คุณชายรูปงามหัวเราะเสียงดังก่อนมือเรียวจะเฉือนคมกริชลงผ่าฝักบัวออกเป็สองส่วน
“ตามสัญญา ส่วนนี้เป็ของเ้า”
คุณชายรูปงามหยิบฝักบัวครึ่งหนึ่งใส่เข้าไปในแขนเสื้อตนมันหายวับเข้าไปในแขนเสื้อที่ลึกดั่งหุบเหวไร้ร่องรอย แล้วส่งฝักบัวอีกครึ่งหนึ่งที่เหลืออยู่ให้กับเซียวจิ่งหยวนพร้อมพูด “เอาไปสิ”
“เอ๋”
เซียวจิ่งหยวนมึนงงก่อนเข้าใจในเวลาไม่ช้าเขามีความสุขแต่ก็รู้สึกสงสัย “ข้าบอกแล้วว่าข้า้าบัวขาวจิตกระจ่างเพียงสามเม็ดเท่านั้น...”
“ข้าให้เ้า เ้าก็รับไปสิหากไม่อยากได้ก็โยนมันทิ้งไปเสีย”
คุณชายรูปงามเอ่ยอย่างหงุดหงิดก่อนหันกายเดินออกไปโดยไม่มีโอกาสให้เซียวจิ่งหยวนได้ปฏิเสธ
“ช้าก่อน” เซียวจิ่งหยวนรีบรุดตามไปถามในทันที“เ้าจะไปที่ไหนหรือ”
“ไปหาสมบัติน่ะสิ” คุณชายรูปงามสังเกตมองไปรอบทั้งซ้ายขวา“ยังมีเวลาอีกมากกว่าสระกระบี่จะปิด ที่แห่งนี้คือสถานที่ที่ท่านเซียนเนินพยัคฆ์ใช้พำนักและบำเพ็ญตนบางทีอาจยังมีสมบัติบางอย่างซ่อนอยู่ก็เป็ได้ เ้าไม่สนใจเลยเช่นนั้นหรือ”
เซียวจิ่งหยวนกระพริบตาปริบเขาแกะเม็ดบัวสีหยกขาวออกจากฝักใส่ลงกระเป๋าที่ห้อยอยู่ข้างเอวทีละเม็ดไปพลางกวาดสายตามองรอบถ้ำเทพสถิตไปพลางสังเกตลักษณะด้านในอย่างละเอียด
แม้ถ้ำเทพสถิตนี้จะตั้งตระหง่านผ่านมานานนับพันปีแต่กลับยังคงสวยงามดั่งเพิ่งสร้างใหม่ เสาหินต้นใหญ่สูงหลายร้อยจั้งตั้งค้ำยันถ้ำเทพสถิตอันใหญ่โตไว้อย่างมั่นคงห้องหับมากมายถูกประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงามภายในมีหน้าต่างที่แกะสลักไว้อย่างวิจิตรกระจายตัวอยู่ทั่วถ้ำเทพสถิต
นอกจากนี้ เพราะทางเดินอันคดเคี้ยวและเงากำแพงที่ล้อมรอบทำให้แผนผังของถ้ำเทพสถิตหลังนี้ดูค่อนข้างซับซ้อน
คนทั้งสองเดินลัดเลาะไปตามทางเดินยาวอันว่างเปล่าเป็เวลานานเกือบชั่วยามระหว่างทางพวกเขาเดินผ่านห้องมาหลายห้อง แต่ห้องเ่าั้กลับถูกรื้อค้นขโมยสิ่งของภายในไปจนว่างเปล่าไม่เหลือแม้แต่กระดาษสักแผ่น
เซียวจิ่งหยวนรู้สึกสิ้นหวังพลางเอ่ยชม“ถ้ำเทพสถิตช่างใหญ่เหลือเกิน...”
“ใหญ่หรือ” คุณชายรูปงามหันหน้ามาพูด“ขนาดปกตินะ ที่นี่ยังไม่กว้างเท่าบ้านข้าเลย”
“เอ่อ...”
เซียวจิ่งหยวนรู้สึกเจ็บใจเล็กๆกลอกตาไปมาแล้วถือโอกาสเอ่ยถาม “บ้านเ้าอยู่ที่ใดหรือ”
“อยู่ที่...”
คุณชายรูปงามยังไม่ทันได้ตอบพลันมีแสงสีขาวใสสาดส่องออกมาจากมุมห้อง แสงนั้นก็คือหนามกระดูกสีขาวที่บินอยู่กลางอากาศกลิ่นไอดุร้ายคละคลุ้ง ทว่าหนามกระดูกเหล่านี้กลับพุ่งตรงขึ้นฟ้าไม่ได้ปรี่เข้ามาทำร้ายพวกเขา
“ปัง!”
หนามกระดูกพุ่งตรงเข้าหาแสงสีเขียวด้วยความเร็วปานสายฟ้า
ตึงๆๆ ...
อาวุธวิเศษทั้งสองเข้าปะทะกันกลางอากาศแสงไฟอันงดงามส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้า ประหนึ่งดอกไม้ไฟแน่นอนว่าฉากอันงดงามมักแฝงไปด้วยความอันตรายมากล้น
เซียวจิ่งหยวนรีบก้าวขึ้นไปขวางอยู่ด้านหน้าคุณชายรูปงามด้วยสัญชาตญาณทันทีเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวตรงหน้าก่อนเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงทุ่มต่ำ “ระวังตัวด้วยดูเหมือนมีอะไรสักอย่างอยู่ที่นี่...”
“ข้าเห็นแล้ว”
คุณชายรูปงามเอ่ยขึ้นอย่างแ่เบา “เ้าต่างหากที่ควรระวังดูจากการโจมตีของหนามกระดูกนั่นแล้ว อาจเป็ของาาปีศาจแห่งเป่ยหมางซานผู้เป็ศิษย์ของเทพกระดูกขาวก็ได้”
“หนามกระดูกขาวกับทรายมรกตเรืองแสงเป็สัญลักษณ์ของสำนักกระดูกขาว ไม่ว่าจะเป็หนามหรือทรายล้วนเป็สิ่งของชั่วร้ายนักหนามกระดูกขาวสามารถทำให้ร่างกายและิญญาของผู้ที่โดนเข้าไปอ่อนแรงจนถึงแก่ความตายส่วนทรายมรกตเรืองแสงนั้นสามารถทำให้อาวุธกระบี่บินเสียหายทั้งสองเป็สิ่งที่ไม่อาจต่อกรได้โดยง่าย”
คุณชายรูปงามพูดเตือนอย่างเป็ห่วงจากใจจริง“หากเ้าพบเจออาวุธทั้งสองก็จงหลบหลีกไปเสีย ห้ามประมาทเด็ดขาดไม่เช่นนั้นหายนะจะมาเยือน”
“อื้อ!”
เซียวจิ่งหยวนเบิกตากว้างตั้งใจมอง
สิ่งของที่เข้าปะทะกับหนามกระดูกขาวยามนี้กลับเป็กระดิ่งทองแดงอันเล็กที่ทอแสงสีเขียวแวววาวน่าแปลกที่กระดิ่งอันเล็กกำลังสั่นอย่างรุนแรงแต่กลับไม่มีเสียงดังออกมาเลยสักนิด
ในยามที่กระดิ่งสั่นไหวคลื่นอากาศก็กระเพื่อมเข้ามาซ้อนทับกัน จนก่อตัวเป็เกราะอากาศอันหนาทึบคอยขัดขวางหนามกระดูกขาวให้หยุดชะงักอยู่กลางอากาศ ประหนึ่งติดอยู่ในโคลนตม
“ชิ!”
เสียงสบถหนึ่งดังแว่วมาจากด้านหลังก่อนมีแสงสีเขียวใสประหลาดราวกับผ้าบางผืนหนึ่งพุ่งเข้าใส่กระดิ่งอย่างรวดเร็วห่อหุ้มกระดิ่งทองแดงไว้ด้านใน ส่งผลให้แสงอันเจิดจ้าของกระดิ่งทองแดงหมองหม่นลง
เกราะอากาศหนาแตกออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปอย่างรวดเร็ว
“สารเลวเอ๊ย...”
เ้าของกระดิ่งก่นด่าพลางปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศเขาจ้องอย่างดุร้ายสะบัดมือดึงกระดิ่งกลับไปพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น แม้เขาจะยังไม่แพ้ทว่าด้วยพลังของอีกฝ่ายที่มีมากกว่าทำให้เขาต้องจำใจถอยกลับไปก่อน
ผู้บำเพ็ญคนนั้นจากไป หนามกระดูกขาวกับทรายมรกตเรืองแสงก็เช่นกันแต่ศิษย์สำนักกระดูกขาวผู้เป็เ้าของอาวุธกลับไม่ปรากฏตัวยังคงหลบซ่อนอยู่เพื่อเตรียมพร้อมจู่โจมทุกเมื่อ
แม้จะห่างจากที่นั่นหลายสิบหมี่แต่เซียวจิ่งหยวนสามารถััถึงพลังปีศาจอันลึกลับที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศและกลิ่นไอสังหารที่กำลังกดทับลงมาทีละน้อยได้อย่างชัดเจนพลังงานอันเยือกเย็นก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ราวกับจะปะทุได้ทุกเมื่อหากมีคนมาัั
เซียวจิ่งหยวนยืดตัวตรงควบแน่นกระแสไฟฟ้าที่โลดแล่นสว่างไสวอยู่บนปลายนิ้วให้รวมกันเป็มุกสายฟ้าอย่างลับๆ...
แต่มือเรียวงามของคุณชายรูปงามกลับดึงตัวเขาไว้ก่อนกระซิบพูดว่า “ยังมีผู้อื่นลอบมองอยู่...พวกเราควรหลบหนีก่อนไม่เช่นนั้นหากโดนผู้ที่ดักซุ่มอยู่จับตัวได้จะแย่เอา”
“หือ?”
เซียวจิ่งหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ กลับพบว่ามีกระแสลมบางเบาลอยวิวอยู่บริเวณใกล้เคียง ดูเหมือนสิ่งที่ควรต้องระมัดระวังมากที่สุดภายในถ้ำเทพสถิตหลังนี้ไม่ใช่อาคมผนึกของท่านเซียนเนินพยัคฆ์แต่เป็ผู้บำเพ็ญที่มีเจตนาแอบแฝงต่างหาก
“ไปกันเถิด...”
เมื่อพูดจบคุณชายรูปงามก็ตบหน้าอกอย่างแ่เบา มีดวงแสงอันเจิดจ้าเปล่งแสงห่อหุ้มเซียวจิ่งหยวนไว้ภายในประหนึ่งร่มก่อนคนทั้งสองจะหายตัวไปพร้อมแสงอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อใช้อาคมปิดบังร่องรอยไว้จนหมดคุณชายรูปงามจึงลากเซียวจิ่งหยวนเดินลัดเลาะไปรอบถ้ำเทพสถิตอย่างคุ้นเคย...