ตอนที่ 19 กราบอาจารย์
เมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว
ภายในอาคารที่ถูกเรียกว่าอาคารเกิดใหม่มีแสงสว่างวูปวาบอยู่ตลอดเวลา ปรากฏบุรุษชุดดำคนหนึ่งเดินออกมาจากอาคารเขาเหลียวซ้ายแลขวาอย่างกังวลหลังจากนั้นเพียงพริบตาบุรุษผู้นั้นก็หายตัวไป
....
โรงเตี้ยมเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว
ภายในห้องพักพิเศษห้องหนึ่งในขณะนี้มีบรรยกาศอึมครึมผิดปกติบุรุษชุดดำที่ออกมาจากอาคารเกิดใหม่ได้เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับขมวดคิ้วเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
ภาพตรงหน้าประกอบด้วยบุรุษ3 คน และเด็กหนุ่มหัวเกรียนอีก 1 คน บุรุษ 2 คนกับเด็กหนุ่มหัวเกรียนนั่งล้อมวงคุยอะไรกันบางอย่างอยู่ที่โต๊ะกลมกลางห้องแต่ที่สะดุดตาเป็พิเศษคือบุรุษผู้สวมชุดบัณฑิตสีฟ้าอ่อน เขากำลังยืนถือพัดสายตามองออกไปด้านนอกหน้าต่างตลอดเวลา
“ทีชยังไม่กลับมาอีกเหรอ” ดาร์ค บุรุษชุดดำที่พึ่งเปิดประตูเข้ามาได้เอ่ยปากถาม
“ใช่ครับผมเป็ห่วงพี่ทีชจริงๆ พวกเราอยู่กันครบแล้วผมคิดว่าเราควรออกไปตามหาพี่ทีช”ิพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล
“ใช่พวกเรากำลังโหวตแต่ว่าคนที่เห็นด้วยมีแค่ 2 คนคือข้ากับินายคิดว่าพวกเราควรทำยังไง” อลาโน่เอ่ยปากถามดาร์ค
ในขณะที่ดาร์ครอเกิดคนที่รอดชีวิตจากการหลบหนีได้มาแอบอยู่ในโรงเตี้ยมห้องพิเศษแห่งนี้ซึ่งิและอลาโน่้าออกไปตามหาทีชแต่ว่ากุยแกและสมิทกลับ้ารออยู่ในเมือง ทำให้เกิดมีปากเสียงกันเล็กน้อยสุดท้ายกุยแกจึงตัดสินใจว่าให้รอดาร์คกลับมาก่อนแล้วค่อยลงคะแนนเสียงว่าจะออกไปตามหาหรือจะรอในเมือง....
“ข้าคิดว่าเราควรรออยู่ที่เมืองถ้าเป็ไปได้เราควรออกไปอยู่โลกภายนอกสักพัก”ดาร์คขบคิดสักพักก็กล่าวออกมาในที่สุด
“ข้าเห็นด้วยกับท่านดาร์คข้าคิดว่าพวกท่านควรออกไปโลกภายนอก อีกสัก 1 อาทิตย์ค่อยกลับเข้ามาระหว่างนี้ข้าจะสืบข่าวของพวกกิลหมีดุเอง” กุยแกเสนอตัว
“ก็ได้ครับผมได้แต่หวังว่าพี่ทีชจะไม่เป็อะไร” ิพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วง
“ไม่ต้องกังวลถ้าจนถึงตอนนี้ทีช ยังไม่กลับเข้ามาในเมือง ก็แสดงว่ารอดตายแน่นอนแล้วล่ะ” ดาร์คพูดปลอบ
“เอาละในเมื่อลงความเห็นกันเรียบร้อยงั้นก็แยกย้ายข้ามีธุระที่โลกภายนอกพอดี” สมิทพูดเสร็จก็ล็อกเอ้าท์ออกไปทันที
หลังจากที่ทุกคนล็อกเอ้าท์ออกไปกันหมดกุยแกก็ถอนหายใจพร้อมกับมองไปนอกหน้าต่าง เขาคิดอย่างกังวล ‘นายท่านไปอยู่ที่ไหนกันแน่นะ’
……
ยอดเขาอู้อวิ๋น
เมื่อ ทีชเดินตามบุรุษวัยกลางคนมาจนถึงยอดเขาหมอกตรงหน้าก็หายไป บนยอดเขามีบ้านพักอยู่ 1 หลังรอบๆ บ้านมีแปลงผักขนาดเล็กอยู่ 1 แห่งบ้านพักทำจากไม้เนื้อดี ตัวไม้มีเถาวัลย์ขึ้นพันอยู่เล็กน้อยบรรยกาศรอบๆดูเงียบสงบแต่ไม่วังเวง ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นมากกว่าแตกต่างจากในป่าอู้อวิ๋นที่มีแต่หมอกหนาจนรู้สึกอึดอัด
“เอาล่ะถึงแล้วเ้าสามารถพักอยู่ที่นี่ได้”
“! ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไม”ทีชถาม
“อ้อลืมบอกไปข้าพาเ้ามาที่นี่เพราะข้าถูกใจเ้า!” บุรุษวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับยิ้มให้กับทีช
“ท...ท่าน...เอ่อคือข้าเกรงว่าจะให้ในสิ่งที่ท่าน้าไม่ได้!”ทีชกล่าวอย่างลนลานทันทีที่ได้ยินว่าบุรุษตรงหน้าถูกใจเขา
“หือ...เห้ย...เ้ากำลังเข้าใจผิดแล้ว”
“ข้าชื่อต้วนเจิ้งฉุน และที่บอกว่าถูกใจเ้านั่นก็เพราะข้า้ารับเ้าเป็ศิษย์!”บุรุษวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ร...รับข้าเป็ศิษย์งั้นหรือ”ทีชอึ้ง
“ใช่ถ้าเ้าตกลงเ้าจะต้องอาศัยอยู่ที่นี่จนกว่าจะฝึกวิชาสำเร็จแต่ถ้าไม่ตกลงเชิญเ้าลงเขาไปได้เลย และห้ามกลับมาที่นี่อีก” ต้วนเจิ้งฉุน อธิบาย
ทีชได้ขอเวลาตัดสินใจ เขากำลังใคร่ครวญอย่างหนัก เพราะไม่รู้ว่าคนตรงหน้ามีฝีมืออยู่ในขั้นไหนและไม่รู้ว่าวิชาที่จะได้เรียนคือวิชาอะไร
‘ถ้าเกิดเป็วิชาใช้ขวานหรือว่าวิชาพิษเราคงไม่้าแต่โอกาสที่จะเจอ NPC ลับมารับเป็ศิษย์ไม่ได้มีง่ายๆซะด้วยสิ ลองแกล้งถามข้อมูลดูดีกว่า’ ทีชคิดได้ดังนั้นก็เอ่ยปากถามต้วนเจิ้งฉุน
“ท่านต้วนเจิ้งฉุนข้าขอถามได้หรือไม่ว่าวิชาที่ข้าจะได้ร่ำเรียนคือวิชาอะไร”
“ถ้าเ้าเป็ศิษย์ของข้าก็ย่อมแน่นอนว่าวิชาที่ข้าจะสอนย่อมต้องเป็กระบี่แต่ข้าไม่ได้คิดจะถ่ายทอดวิชากระบี่ให้กับเ้าหรอกนะข้าแค่จะฝึกเ้าถึงวิถีแห่งกระบี่เ้าจะต้องเรียนรู้วิถีแห่งกระบี่แล้วไปสร้างกระบวนท่าเอาเอง” ต้วนเจิ้งฉุนอธิบาย
“ผมตกลงได้โปรดรับผมเป็ศิษย์ด้วยครับ” ทีช รีบเอ่ยปากตกลงทันที
‘เยี่ยมจริงๆเรากำลังอยากจะสร้างวิชาแบบิอยู่พอดี ไม่คิดว่าจะได้เรียนวิถีกระบี่ฟังจากที่อาจารย์อธิบายนั่นหมายความว่าถ้าเราฝึกกับอาจารย์จนสำเร็จเราจะสามารถสร้างวิชาขึ้นเองได้!’ทีช คิดอย่างลิงโลด
ทีชได้คิดหาวิธีสร้างวิชามานานมากแล้ว เขาเคยเอ่ยปากถามิแต่ินั้นเรียนวิชามาจากโลกภายนอกจึงไม่สามารถแนะนำได้ละเอียดเท่าไหร่ แถมิเองถนัดใช้พลองมากกว่ากระบี่ทำให้ต้องคิดหาวิธีอื่น
ทีชพอเข้าใจว่าการสร้างวิชานั้นผู้เล่นต้องเข้าใจถึงแก่นแท้ของวิชาอย่างลึกซึ้งแล้วแสดงกระบวนท่าออกมาจนกว่าระบบจะยอมรับ ซึ่งที่ผ่านมาเขาได้ลองลอกเลียนแบบท่าจากหนังกำลังภายในของประเทศจีนหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จเขาลองแม้กระทั่งนำพลองออกมาใช้เพื่อเลียนแบบกระบวนท่าของิแต่กลับล้มเหลวเหมือนเดิม
จนในขณะนี้โอกาสที่จะสร้างวิชาได้มาอยู่ตรงหน้าแถมยังเป็อาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านกระบี่ ทีชจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องลังเลอีกต่อไปเพราะเป้าหมายของเขาคือเป็จอมยุทธที่ได้ชื่อว่า ‘เทพกระบี่’
“ท่านอาจารย์โปรดรับการคำนับจากข้าด้วย!” ทีช กล่าวอย่างตื่นเต้น
“ดี!ต่อจากนี่เ้าคือลูกศิษย์ของข้า ต้วนเจิ้งฉุน” ต้วนเจิ้งฉุนกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี
.....
ในขณะเดียวกันที่ลานกลางเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวซึ่งปกติจะเปิดให้ผู้เล่นวางแผงขายของ แต่ในตอนนี้กลับมีผู้เล่นมารวมตัวกันมากกว่า30 คนแล้ว ทุกคนติดสัญลักษณ์ของกิลหมีดุ
โคล่า หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาอารมณ์ของเขาก็เดือดดาลมากถึงกับระบายอารมณ์ใส่ขุนพลคู่ใจ ‘เบ้งตัด’ จนได้รับาเ็
เบ้งตัดเป็ขุนพลที่โคล่าได้มาจากบัตรสุ่มขุนพลทำให้ตัวตนของเบ้งตัดไม่สามารถทรยศได้ จากขุนนางของยุคสามก๊กที่ขึ้นชื่อว่ามีนิสัยกลอกกลิ้งชอบทรยศเ้านาย เบ้งตัดได้แปรพักตร์หลายต่อหลายครั้งแต่ในขณะนี้กลับต้องมาจงรักภักดีกับโคล่าแด่เพียงผู้เดียว ตัวเขาจึงรู้สึกไม่เหมือนแต่ก่อนที่อาศัยความสามารถในการเอาตัวรอดด้วยการอ่านสถานการณ์รอบตัวใช้ไหวพริบความเ้าเล่ห์ในการทำศึกหรือการเมือง แต่ตัวเขาในตอนนี้มีประโยชน์แค่การวางแผนบริหารเมืองเริ่มต้นที่เป็เมืองขนาดเล็กและฝีมือการต่อสู้เท่านั้น
แต่ทว่าเ้านายของเขา‘โคล่า’ เป็ได้แค่หัวหน้าของกิลหมีดุกิลขนาดเล็กที่มีหน้าที่ทำตามคำสั่งของคนใหญ่คนโตจากกิลัผงาดทำให้เบ้งตัดมีความรู้สึกท้อแท้ เขาพยายามผลักดันเ้านายทุกอย่างั้แ่เกมเปิดใหม่ๆจนทำให้โคล่านั้นไต่เต้าจากผู้เล่นระดับล่างจนขึ้นมาเป็หัวหน้ากิลขนาดเล็กที่มีโอกาสดูแลเมืองเริ่มต้น
แต่หลังจากที่โคล่ารับตำแหน่งนี้ตัวเขากลับหลงระเริงอยู่ในอำนาจของการเป็เ้าเมืองที่อยู่ห่างไกลแห่งนี้จนเบ้งตัดเองที่มีความหวังคิดอยากทำการใหญ่ต้องมาติดแหงกอยู่ที่นี่เกือบ 10 ปีเข้าไปแล้ว
“นายท่านโปรดเชื่อข้านายท่านต้องรายงานสถานการณ์ปัจจุบันให้กับทางกิลัผงาดทราบก่อนมีหลายคนที่ต้องสูญเสีย แล้วก็มีหลายคนที่หนีออกจากกิลกระผมไม่คิดว่าจะเป็การดีถ้าเรารวมพลออกไปต่อสู้อีกครั้งตอนนี้” เบ้งตัดพยายามเกลี้ยกล่อม
“หุบปากของเ้าจะให้ข้ายอมความพ่ายแพ้งั้นหรือ...บัดซบ!!”โคล่าหงุดหงิดที่ได้ยินขุนพลของตัวเองพูดจาเหมือนไม่เชื่อใจในตัวเขารวมกับความพ่ายแพ้ที่ได้รับจากิ ทำให้เขาควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เดินไปเตะใส่แผงขายของของผู้เล่นคนหนึ่งเข้า
โครม!!
“กรี๊ด...แกไอ้หมีควายแกเป็บ้าอะไรมาทำลายข้าวของของคนอื่น!”หญิงสาวที่เป็เ้าของแผงขายของะโใส่โคล่าด้วยความโกรธ
“แกว่าใครเป็หมีควายนังผู้หญิงตัวดีแกไม่รู้งั้นหรือว่าฉันเป็ใคร!” โคล่ากล่าวอย่างเหลืออด
ผู้เล่นและNPC ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงเริ่มกระจายตัวออกไปยืนดูอยู่ห่างๆเพราะกลัวจะโดนลูกหลงเข้า
“แกยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็ใครแล้วทำไมฉันต้องรู้จักแกด้วย ฉันพึ่งจะมาเมืองนี้ เพื่อขายของให้กับผู้เล่นใหม่ทำไมแกเป็เ้าของที่หรือไง!” หญิงสาวตะคอกกลับอย่างไม่กลัวเกรง
“เหอะถูกต้องฉันคือเ้าของเมืองนี้! เห้ยพวกแกสั่งสอนให้นังตัวดีรู้สำนึกซะ”โคล่าตอบพร้อมกับออกคำสั่งลูกน้อง
“เห้ย!ยัยป้าอยู่ดีไม่ว่าดีไปหาเื่ลูกพี่โคล่า อย่าโทษว่าพวกข้ารังแกละกันป้าทำตัวเองนะ” ลูกน้องผมสีส้มกล่าวพร้อมกับเดินเข้าหาหญิงสาว
“แกเรียกใครป้าข้าไม่คิดจะมีหลานย้อมผมสีส้มเหมือนเด็กกระโปกอย่างแกหรอก ออกมา ฟรอนเทียร์!”หญิงสาวเถียงกลับพร้อมกับะโชื่อแปลกๆ
“นักฝึกสัตว์!”
หัวส้มใเขาพลันเกร็งตัวขึ้นทันทีเตรียมรับมือกับสัตว์เลี้ยงของหญิงสาว แต่ทว่า...
หลังจากที่หญิงสาวคนนั้นกล่าวจบก็ปรากฏแมวตัวหนึ่งที่มีขนยาวสีขาวสลับเทา ขนาดตัวและลักษณะเหมือนกับแมวทั่วไป เพียงแต่หูพับ ตากลมดูน่ารักน่าชัง คนที่มองดูเหตุการณ์ รวมถึงคนของกกิลหมีดุต่างก็อึ้งโดยเฉพาะพวกกิลหมีดุพวกเขาคิดว่าต้องรับมือกับสัตว์เลี้ยงที่น่ากลัวแต่ผลกลับเป็แมวแถมยังเหมือนแมวทั่วไปอีกต่างหาก!
“…” จู่ๆพื้นที่โดยรอบก็เงียบผิดปกติ
“เมี้ยว?”แมวที่ชื่อ ‘ฟรอนเทียร์’ ส่งเสียงร้องออกมา
“เดี๋ยวก่อน...นังนั่นหายไปไหนแล้ว!”โคล่าะโถามลูกน้องทันที เพราะเมื่อกี้เขามัวแต่จ้องแมวตรงหน้าจนไม่ทันสังเกตว่าหญิงสาวหนีไปแล้ว
“เมี้ยว?”แมวชื่อฟรอนเทียร์ ร้องอีกครั้งพร้อมกับสลายกลายเป็แสงหายไปบ่งบอกว่าเ้านายของมันอัญเชิญกลับ
“! ...เป็ไปได้ยังไง สัตว์เลี้ยงที่อัญเชิญออกมาปกติต้องรอ 15 นาทีถึงอัญเชิญกลับได้นี่” ผู้เล่นในกิลหมีดุคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เขาย่อมเข้าใจถึงสกิลของนักฝึกสัตว์ดีเพราะตัวเขาเองก็เป็นักฝึกสัตว์
ในเกม LC ผู้เล่นทุกคนจะสามารถมีสัตว์เลี้ยงได้คนละ1 ตัวโดยที่สัตว์เลี้ยงจะสามารถเก็บเลเวลไปกับเ้าของได้ด้วยการหารค่าประสบการณ์ตามแต่ที่ผู้เล่นจะตั้งค่าว่า้าให้หารค่าประสบการณ์กี่เปอร์เซ็นต์ทำให้ผู้เล่นส่วนมากที่เลเวลยังไม่ถึง 200 จะไม่ค่อยหาสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงกันสักเท่าไหร่
อาชีพนักฝึกสัตว์นั้นนับเป็อาชีพรองไม่ใช่อาชีพหลัก ใครที่เลือกจะเป็นักฝึกสัตว์จะได้สกิลพิเศษมาคือ
1.จำนวนของสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น4 ตัว (จากเดิม 1 ตัว รวมสกิลกลายเป็ 5ตัว)
2.สามารถผนึกสัตว์เลี้ยงหลังจากเรียกออกมาได้คูลดาวน์ 15 นาที – เวลาของคูลดาวน์นับแยกแต่ละตัว(ผู้เล่นที่ไม่มีอาชีพรองเป็นักฝึกสัตว์จะมีคูลดาวน์ 30 นาที)
“แมวตัวนั้นถึงจะดูคล้ายแมวธรรมดาแต่ข้าคิดว่าน่าจะมีสกิลติดตัวอะไรบางอย่าง ที่ทำให้สามารถเรียกกลับได้ทันที”นักฝึกสัตว์ของกิลหมีดุอีกคนคาดเดาออกมา
“หุบปากพวกแกแยกกันไปตามหานังนั่นเดี๋ยวนี้!” โคล่าตะคอกใส่อย่างเหลืออด ที่ลูกน้องเขาเอาแต่ยืนคุยกันจนอีกฝ่ายน่าจะหนีไปไกลแล้ว
“พี่โคล่านังนั่นมันหนีไปโดยที่ยังไม่เก็บแผงขายของ!” หัวส้มที่เห็นว่าไอเทมที่วางขายยังอยู่จึงรีบเอ่ยปากบอกโคล่าเพื่อหวังให้ลูกพี่ของเขาใจเย็นลง
“หือ...ดี!เก็บมาให้ข้าให้หมด แล้วถ้าเจอตัวนังนั่นเมื่อไหร่พามันมาหาข้าทันทีข้าจะรออยู่ที่โรงเตี้ยมของกิลหมีดุ”โคล่าที่เห็นกองของไอเทมที่ดูมีมูลค่าก็รีบเอ่ยปากทันที
“เอ่อ...พี่โคล่าแล้วเื่ที่พวกเรามารว...” ผู้เล่นกิลหมีดุคนหนึ่งกำลังจะถามเื่กลุ่มของทีชกลับต้องชะงักเพราะมีคนเดินเข้ามาประชิดเขาพร้อมกับกระซิบ
‘เ้าห้ามพูดเด็ดขาดให้เ้านายหันความสนใจไปที่ผู้หญิงคนนั้นในตอนนี้ดีแล้วกิลของเราไม่ควรออกไปต่อสู้อย่างรุนแรงอีก ไม่เช่นนั้นผลกระทบจะยิ่งเลวร้าย’เบ้งตัดที่ได้ยินผู้เล่นคนนั้นกำลังจะถามก็รีบขยับเข้าไปใกล้ พร้อมกับกระซิบบอก
เบ้งตัดนั้นจริงๆแล้วเขาไม่ได้หลงกลแผนการของหญิงสาวที่อัญเชิญสัตว์เลี้ยงออกมาหลอกล่อแล้วอาศัยจังหวะหลบรอดสายตาของกิลหมีดุ ตัวเขาเห็นการกระทำของหญิงสาวอย่างชัดเจนว่าหญิงสาวหนีไปทางไหนแม้กระทั่งตอนนี้เขาก็ทราบว่าหญิงสาวแอบอยู่ใกล้ๆนี่เอง เขานั้นสามารถเดินไปลากตัวหญิงสาวคนนั้นออกมาได้ทุกเมื่อแต่ทว่าเบ้งตัดกลับเลือกที่จะนิ่งเฉย
เบ้งตัดคิดจะหาทางช่วยหญิงสาวด้วยซ้ำถ้าหากว่าถูกพบเจอ แต่ปรากฏว่าโคล่าเดินกลับไปยังหน้าโรงเตี้ยมของกิลหมีดุแล้วหญิงสาวกลับยังไม่ถูกพบตัว ยังคงหลบซ่อนได้อย่างมิดชิดผู้เล่นของกิลหมีดุที่กระจายตัวกันออกไปรอบๆ เมืองกลับไม่มีใครหานางพบ ทั้งๆที่หญิงสาวนั้นความจริงแล้วหลบอยู่ใกล้ๆ โรงเตี้ยมหมีดุนี่เอง
‘ดีแล้วข้าไม่อยากให้นายท่านต้องออกไปต่อสู้อีกจริงๆในเวลานี้กิลหมีดุ้าการฟื้นฟูกำลังพลอย่างเร่งด่วนความล้มเหลวในครั้งนี้ทำให้เสียสมาชิกไปกว่า 30 คนถ้าเกิดออกไปต่อสู้แล้วพ่ายแพ้อีกครั้งละก็ทุกสิ่งที่สร้างมาต้องพังทลายลงอย่างแน่นอน’
‘แต่ถ้าหากนายท่านเกิดออกไปต่อสู้อีกครั้งจริงๆเราคงต้องขอออกหน้าแทน แต่ว่าอีกฝ่ายมีกุยแก...’ เบ้งตัด ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด เขาถึงขั้นภาวนาให้โคล่าสนใจที่จะตามล่าตัวของหญิงสาวคนนั้นไปเรื่อยๆมากกว่ายกพวกไปตีกับกลุ่มของทีช
…..
แต่ทว่าเบ้งตัดกลับลืมคิดไปสิ่งหนึ่งหรือจะให้บอกว่าตัวเขาไม่คิดจะสนใจมากกว่า สิ่งนั้นก็คือ ตัวตนของหญิงสาวคนนั้น จะพูดให้ถูกก็คือเื้ัของหญิงสาวคนนั้นไม่ธรรมดาการที่เขาไม่ได้ห้ามปรามแต่ยังส่งเสริมให้มีการตามล่าตัวของหญิงสาวนั้นเป็ความคิดที่ผิดมหันต์แต่เขากลับยังไม่รู้ตัวไม่ใช่สิ ต้องบอกว่ากิลหมีดุยังไม่มีใครรู้ตัวว่าพวกเขาได้ไปแตะต้องสิ่งที่ไม่ควรแตะเข้าให้แล้วและอีกไม่นานกิลหมีดุจะต้องเผชิญหน้ากับบุคคลที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมไปอีกนานแสนนาน......
ตำนานที่กำลังจะเกิดขึ้นในเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว‘เ้าชายน้ำแข็ง’