“เช่นนั้นแล้วอย่างไร ตอนนี้องค์หญิงเฉาหยางทรงถ่ายทอดคำสั่งไปยังฮูหยินของจวนขุนนางทั้งหลายทั่วเมืองหลวงแล้วบอกว่านางให้ความสนใจงานประมูลครั้งนี้อย่างมากหวังว่าฮูหยินทุกบ้านจะรู้แก่ใจตนเองดี นี่นางกำลังข่มขู่คนเหล่านี้อย่างชัดเจนว่าไม่ให้พวกนางแทรกแซงมิใช่หรือ? เจ้าบอกมาสิว่างานประมูลนี้จะทำอย่างไรได้?”
แม้ว่านางจะพูดกับตู้หมิงเจวียนแต่ความไม่พอใจกลับพุ่งตรงไปหาชีเหนียง
ชีเหนียงเองก็ฟังออกถึงน้ำเสียงแปลกประหลาดของนางจึงช้อนตาขึ้นและเผยรอยยิ้มเป็นมิตรรอยยิ้มนี้ทำให้เฝิงช่านหรานเกร็งใบหน้าไม่อยู่
“เจ้ามีหน้ามายิ้ม ยังไม่รีบคิดหาวิธีอีก!”
ชีเหนียงลุกขึ้นและวางหนังสือกลยุทธ์ลงบนโต๊ะ นางมองออกไปข้างนอกก่อนเอ่ย “เช่นนั้นแล้วอย่างไร ในเมื่อเรื่องนี้ฮ่องเต้เข้ามายุ่งแม้องค์หญิงเฉาหยางจะมีอำนาจล้นฟ้า แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางเหนือไปกว่าฮ่องเต้ อีกอย่างแผ่นดินนี้ คนมีเงินมิได้มีเพียงแค่ตระกูลขุนนางเสียหน่อย!”
สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ชีเหนียงคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมีสติปัญญาปราดเปรื่องเดาว่าคงดูออกถึงผลประโยชน์เบื้องหลังจากงานประมูลครั้งนี้แล้วเขาจะปล่อยให้สตรีเพียงคนเดียวเข้ามายึดครองกำไรมหาศาลได้อย่างไร
ดั่งที่คาดวันงานประมูล สถานที่จัดงานประมูลได้เปลี่ยนจากตำหนักเฉิงเสียงเป็นสวนหลวงเสียแล้วสวนหลวงขนาดใหญ่ได้แบ่งเป็นสี่ทิศ ทิศตะวันออกเป็นพระที่นั่งของเหล่าเชื้อพระวงศ์ส่วนทางฝั่งซ้ายมือและขวามือเป็นของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และสตรีชนชั้นสูง ส่วนด้านทิศเหนือคือพ่อค้าจากทั่วสารทิศที่ได้รับเทียบเชิญหรือจ่ายเงินเพื่อให้ได้เข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้
เพียงแต่ว่าเป็นเพราะงานประมูลค่อนข้างกระชั้นชิดผู้ที่เข้าร่วมจึงมีเพียงพ่อค้าที่อยู่ละแวกใกล้เคียงเท่านนั้น
ตู้หมิงเจวียนเองก็เป็นผู้จัดงานหลักและรับผิดชอบดำเนินการประมูลครั้งนี้
“การประมูลครั้งนี้ ของทั้งหลายล้วนเป็นสูตรลับกับวัตถุดิบในการผลิต หากผู้ใดสนใจสามารถเสนอราคาได้ผู้ที่เสนอราคาสูงสุดจะเป็นผู้ได้ครอบครองแน่นอนว่าเพื่อพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของสูตรนี้สูตรลับทุกอย่างจะมีบอกวิธีใช้อย่างชัดเจนให้ทุกท่าน อีกทั้งจะมีตัวอย่างบุคคลที่ได้ผลลัพธ์มาแสดงให้ทุกท่านดูเพื่อรับประกันว่าไม่มีการหลอกลวงปิดบัง”
เมื่อตู้หมิงเจวียนกล่าวจบก็หันไปหาคนที่นั่งด้านบน “การประมูลครั้งนี้ รายได้ทั้งหมดจะมอบให้แก่ราชสำนัก”
เมื่อสิ้นเสียงผู้คนต่างก็ส่งเสียงฮือฮา ก่อนจะมีพ่อค้ายกมือขึ้น “บังอาจเรียนถาม นอกจากเงินตราแล้ว สามารถใช้ของล้ำค่ามาแลกเปลี่ยนได้หรือไม่?”
ตู้หมิงเจวียนได้ยินดังนั้นก็หันไปมองฮ่องเต้เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้ไม่ได้แสดงท่าทีอันใด นางจึงหันไปทางชีเหนียงเห็นแค่ชีเหนียงพยักหน้าเล็กน้อย
“ย่อมได้แน่นอน ขอเพียงของชิ้นนั้นมีคุณค่าเทียบเท่า ย่อมสามารถนำมาพิจารณาได้เพียงแต่จะแลกเปลี่ยนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับพวกข้าเป็นผู้ตัดสินใจไม่ทราบว่าเช่นนี้ ทุกท่านยอมรับได้หรือไม่?”
เนื่องจากคำถามนี้มาจากพ่อค้าแน่นอนว่าหลังจากพ่อค้าหารือกัน ก็ให้คำตอบที่ชัดเจน ตู้หมิงเจวียนจึงเอ่ยต่อไป
“งานประมูลครั้งนี้ ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องบอกกล่าวกับทุกท่านให้ชัดเจนสินค้าที่ประมูลมีราคาเริ่มต้นที่หนึ่งพันตำลึง ผู้เสนอราคาสูงสุดจะเป็นผู้ได้ไปเพียงแต่หากมีสินค้าที่ไม่มีผู้ใดร่วมเสนอราคา เช่นนั้นสูตรนั้นๆ ก็จะถูกทำลายทันทีไม่มีวันปรากฏขึ้นมาอีก”
คำพูดนี้ของตู้หมิงเจวียนทำให้ทุกคนโมโหแล้วส่งเสียงอึงอื้อออกมา “ทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน? ไหนบอกว่าสินค้ามีทั้งราคาต่ำและสูงไม่ใช่หรือ?”
“ขอทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ ขอถามทุกท่านว่า สูตรหนึ่งใบมีมูลค่าที่สามารถสร้างกำไรได้มากขึ้นหากสูตรใบนั้นไม่อาจดึงดูดความสนใจของทุกท่าน เช่นนั้นการมีตัวตนของมันก็ไร้ความหมายมิใช่หรือ?”
เมื่ออธิบายจบก็ได้รับความเข้าใจจากทุกคนหลังจากตู้หมิงเจวียนประกาศเริ่มงานประมูลก็หันไปสบตากับชีเหนียง
ความคิดนี้มาจากชีเหนียงเมื่อรู้ว่าองค์หญิงเฉาหยางต้องการครอบครองสูตรทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว จึงคิดหากลอุบายในการรับมือสิ่งที่องค์หญิงเฉาหยางต้องการคือการซื้อสูตรลับในราคาที่ต่ำที่สุด เช่นนั้นชีเหนียงยินยอมทำลายสูตรนี้ทิ้งเสียดีกว่าที่จะให้มันตกไปอยู่ในมือนาง
เหล่าสตรีที่เข้าร่วมงานย่อมหวาดกลัวองค์หญิงเฉาหยางเมื่อนางเอ่ยปาก ผู้อื่นก็ไม่กล้าเอ่ยขัดหรือคัดค้าน หากนางไม่ข่มขู่มีหรือที่สูตรบำรุงความงามเหล่านี้จะมีฮูหยินหรือพ่อค้าคนใดยอมปล่อยมืออย่างง่ายดายเช่นนี้ แม้จะเป็นองค์หญิงเฉาหยางก็ตาม
สองมือขององค์หญิงเฉาหยางนั่งกำผ้าเช็ดหน้าแน่นดวงตาจับจ้องตู้หมิงเจวียนแน่นิ่ง
“นางคนชั้นต่ำ! กล้าทำเช่นนี้เชียวหรือ!”
เห็นได้ชัดว่าเมื่อฟังจบนางก็เข้าใจแผนการของตู้หมิงเจวียนที่จะใช้รับมือตนแม้แต่ไทเฮาก็อดไม่ได้ที่จะมองตู้หมิงเจวียนใหม่กล้าตัดหนทางทั้งหมดของเฉาหยางต่อหน้าฝ่าบาท ถือว่าเป็นคนใจถึง
ตรงกันข้ามฮ่องเต้เสวียนหวู่เมื่อได้ยินคำอธิบายจากตู้หมิงเจวียน ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมเชยว่าดี
แผนการของนางเท่ากับส่งเสริมแผนของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบส่วนทางด้านเฉาหยาง ค่อยคิดหาทางชดเชยให้นางก็พอ
เหวินหย่วนโหย่วที่อยู่ใกล้เฉาหยางย่อมได้ยินนางกัดฟันกรอด เห็นทีตู้หมิงเจวียนจะทำให้นางเสียอาการแล้ว น่าเสียดายตอนนี้คนผู้นี้มีไทเฮากับฮ่องเต้หนุนหลัง แม้ว่าเฉาหยางจะโกรธแค้นอย่างไร ก็ได้แต่อดทน
“สูตรใบที่หนึ่ง คือสูตรของสีชาดทาปากชิ้นนี้ สีชาดนี้มีทั้งหมดสิบสองสีทุกสีเน้นขับกับผิวพรรณแตกต่างกันออกไปมีทั้งช่วยทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งและเพิ่มความงดงาม”
เมื่อสิ้นเสียงของตู้หมิงเจวียนก็มีหญิงงามที่แตกต่างกันสิบสองคนเดินออกมา ด้านหลังมีมีนางกำนัลอีกสิบสองคนถือถาดไว้ชีเหนียงยืนอยู่ด้านหน้าพวกนางและรอให้หญิงสาวเหล่านี้เติมเครื่องประทินโฉม
“ทุกท่านได้โปรดดูให้ดี สตรีเหล่านี้แต่งกายด้วยชุดและทรงผมเดียวกัน จากนี้ไปพวกข้าจะให้อาจารย์หญิงมาแต่งหน้าให้สตรีเหล่านี้”
ชีเหนียงเริ่มแต่งหน้าให้หญิงสาวแต่ละคนเริ่มแรก สีของชาดทาปากยังไม่ชัดเจนนัก แต่พอคนสุดท้ายแต่งหน้าเสร็จ สาวงามทั้งสิบสองคนก็เปล่งรัศมีที่แตกต่างกันออกมา
“หากทุกท่านเห็นไม่ชัดเจน สามารถดูผลลัพธ์ใกล้ๆ ได้เจ้าค่ะหลังจากยี่สิบอึดใจ [1] เราจะเริ่มทำการประมูล”
หญิงสาวทั้งสิบสองคนเดินเคลื่อนไหวไปตามแต่ละทิศทางที่วางไว้เพื่อให้แขกได้เห็นชัดเจนถึงความแตกต่าง
เหล่าบุรุษรู้สึกเพียงว่าพวกนางงดงามขึ้นมากแต่ไม่ได้รู้สึกแตกต่าง มีเพียงเหล่าสตรีที่รับรู้ได้อย่างชัดเจนแต่ละคนจับจ้องริมฝีปากพวกนางอย่างตื่นเต้น กระทั่งไทเฮากับเหล่าสนมที่ก็ถึงกับตั้งหน้าตั้งตารอ
ฮ่องเต้เสวียนหวู่ไม่รู้ว่าของสิ่งนี้มีดีตรงไหนแต่จากท่าทีของพวกนาง กระทั่งไทเฮาก็เริ่มไม่สนใจความสำรวมและอยากเข้าไปดู จึงรู้ว่าเป็นของที่มีผลกับสตรีเป็นอย่างมาก
พ่อค้าหลักแหลมที่พาคนในครอบครัวมาย่อมรู้ถึงความดีของสินค้าเหล่านี้จากปากของภรรยา
“อย่ามองเพียงว่านี่คือชาดทาปากธรรมดาเชียว สีทั้งสิบสองให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันแม้แต่นิดเดียวท่านพี่มิสู้ลองคิดดูว่า หากข้าสามารถมอบความรู้สึกที่แตกต่างให้ท่านได้ทุกวันท่านจะยังอยากเทียวออกไปเกี้ยวพาราสีดอกหญ้าข้างทางอีกหรือไม่เจ้าคะ?”
“ไม่มีทางแน่นอน บุรุษออกไปข้างนอกก็เพื่อหาความแปลกใหม่ เมื่อในบ้านมีสตรีแสนดีเช่นนี้ใครเล่าจะออกไปฟุ่มเฟือยข้างนอก”
หญิงสาวส่งเสียงออดอ้อน “เช่นนั้นก็ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ชาดทาปากนี่คือของดี! ท่านพี่ต้องประมูลมาให้ได้นะเจ้าคะ”
-----
[1] ยี่สิบอึดใจ 二十息 : 息 ซี แปลว่า ลมหายใจ 二十 เอ้อร์ สือแปลว่า ยี่สิบ เป็นการเปรียบเปรยเวลาในสมัยก่อน ซึ่งเป็นเวลาประมาณสองนาที