“คุณครับ! คุณ! เป็อะไรไหมครับ”เสียงของพนักงานดังขึ้นด้วยความกังวล
ตรงหน้าของเขาคือชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่นอนเหม่อลอยอยู่บนเครื่องทดสอบเสมือนจริงดูเหมือนว่าเขาจะได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจเป็อย่างมากกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา
“อา... เอ่ออ”บอดี้การ์ดร่างใหญ่ส่งเสียงตอบกลับมาแบบไม่ได้สติ
“อ้าว อะไรกันดูเหมือนจะเสียสติไปแล้วเหรอเนี่ย?!” หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงพร้อมลูกน้องเดินเข้ามายังร่างของบอดี้การ์ดก่นจะกล่าวเยาะเย้ยออกมา
“ฮ่าฮ่ากล้าหาเื่ลูกพี่มันก็ต้องมีจุดจบแบบนี้แหละ”ลูกกิลด์คนหนึ่งกล่าวออกมา
“กระจอกแล้วยังไม่รู้สึกตัวอีกนะสมน้ำหน้าแกแล้ว” ลูกกิลด์อีกคนก็ช่วยกล่าวเสริมตาม
ผู้คนโดยรอบต่างพากันหลบหน้าไปมองทางอื่นกันหมดพวกเขารู้สึกสงสารบอดี้การ์ดเป็อย่างมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าช่วยเหลือเขาเพราะกลัวพวกกิลด์ราชสีห์เพลิงกันหมด
“สภาพแบบนี้คงกลับบ้านเองไม่ได้แน่ ๆงั้นเดี๋ยวพวกฉันพานายกลับแล้วกัน บริการฟรีไม่คิดเงิน”หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
พวกลูกกิลด์ราชสีห์เพลิงก็พากันไปยกร่างของบอดี้การ์ดออกมาจากเครื่องประลองเสมือจริงในสภาพหิ้วปีกถึงแม้บอดี้การ์ดจะตัวโตแต่สำหรับผู้ปลุกพลังแล้วการจะแบกสิ่งที่มีน้ำหนักมากสักหน่อยไม่ใช่เื่ยากลำบากอะไรเลย
“พวกนั้นมันเลวจริง ๆ เลยนะ”ชายคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุนักกระซิบคุยกับเพื่อนของเขาพลางแอบหยิบโทรศัพท์ออกมาอัดคลิปเอาไว้ด้วย
“นายอย่าเสียงดังมากนักถ้าพวกมันได้ยินพวกเราจะซวยเอาได้”เพื่อนของเขากระซิบกลับมาเสียงเบา
“ทำไมตำรวจถึงไม่ทำอะไรพวกมันสักทีนะ...” ชายที่กล่าวขึ้นตอนแรกกล่าวออกมาด้วยความคับแค้นใจตัวเขาเกลียดพวกสารเลวแบบนี้เป็ที่สุด
“มันไม่ได้มีหลักฐานที่ชัดเจนอะไรแถมอีกฝั่งก็ยินยอมเซ็นสัญญาเื่การใช้เครื่องประลองเองด้วยเขาคงไม่รู้ว่าหัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงชอบเล่นหมูกินเสือหลอกเหยื่อเป็ที่สุด”
“มีหลายคนแล้วที่ถูกพวกมันพาไปแล้วก็หาไม่เจออีกเลยแต่เพราะไม่มีหลักฐานนี่แหละตำรวจถึงทำอะไรไม่ได้”เพื่อนของเขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
พวกกิลด์ราชสีห์เพลิงแม้จะดูใจร้อนโง่เขลาแต่ความจริงพวกมันก็ฉลาดมาก การจะลงมือทำอะไรมักจะวางแผนเอาไว้ก่อนเสมอ
“เฮ้ย! ดูนั่นสิมันเดินเข้าไปหาเื่ใครอีกแล้ว”ชายคนแรกรีบสะกิดเพื่อนของตนให้หันไปมองตามทันที
...
“แก! แกใช่ไหมที่ขโมยโทรศัพท์น้องชายฉันไป?”หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงเดินมาชิดตัวของคริสจนหน้าแทบจะชนกันแล้วกล่าวออกมาในเชิงข่มขู่
“น้องชายของเ้า ?... เป็ใครกันรึ ?” คริสกล่าวประโยคแรกก่อนจะเงียบไปเล็กน้อยเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวประโยคถัดมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้สารเลว! แกกล้าไปสู้กับฉันในเครื่องประลองเสมือนจริงไหม?” หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงตัวสั่งด้วยความโกรธเขาพยายามระงับอารมณ์แล้วกล่าวออกมาเสียงดัง
“ข้าจะได้อะไรจากการทำเช่นนั้น ?” คริสเอียงคอมองอีกฝ่ายแล้วกล่าวถามออกมา
“แกไม่อยากได้ตัวไอ้นี้กลับไปรึไง ?ถ้าแกชนะฉันจะให้ตัวมันคืน แล้วจะให้น้ำยาฟื้นสติกับแกด้วย”หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงกล่าวออกมาพลางหยิบขวดแก้วที่มีน้ำสีขาวใสใส่เอาไว้มันคือน้ำยาราคาแพงที่ใช้ฟื้นฟูสมอง เรียกสติให้กลับมาได้
“ไม่เลย ข้าไม่ได้รู้จักกับเขาเป็การส่วนตัวจะเอาตัวกลับมาทำไม ?”คำตอบของชายหนุ่มเล่นเอาฝั่งกิลด์ราชสีห์เพลิงถึงกับไปไม่เป็รวมถึงคนรอบข้างที่ได้ยินด้วย
ครึ่งหลัง
นี่พวกเขาสองคนมาด้วยกันไม่ใช่รึไง? ไม่รู้สึกโกรธแค้นหรืออยากจะช่วยคนที่มาด้วยหน่อยเลยเหรอ ?ทำไมชายคนนี้ถึงเ็าได้ขนาดนี้กัน
“งั้นแก้าอะไร ถ้าแกชนะฉันจะหาให้” หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงกล่าวออกมา เขาไม่ยอมให้มันหนีรอดไปได้แน่นอน !
“อืม..น้ำยานั่นแล้วก็เกราะที่เ้าใช้ก่อนหน้านี้”ชายหนุ่มหล่อเหลาสุดเ็าตอบกลับไป
“ถ้าเ้ายอมยกทั้งสองสิ่งให้เมื่อข้าชนะข้าจะประลองด้วย” คริสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเขามองว่าชุดเกราะอีกฝ่ายค่อนข้างจะแข็งแกร่งไม่น้อยการมีติดตัวไว้ย่อมมีประโยชน์มากกว่า
ส่วนน้ำยาที่อีกฝ่ายว่ามาก็คงจะมีประโยชน์ในสักวันหนึ่ง
“แกจะบ้ารึไง ! เกราะนี้ราคาเท่าไหร่แกรู้ไหม? แล้วถ้าฉันชนะฉันจะได้อะไร ?”หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังมากขึ้น
“ข้าไม่รู้หรอกว่าเกราะของเ้าราคาเท่าไหร่ถ้าเ้าชนะเ้าอยากได้อะไรจากข้าก็บอกได้เลย”คริสตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงปกติของเขาแต่สำหรับอีกฝ่ายมันกลับเป็เหมือนน้ำเสียงที่แสดงการเยาะเย้ยมากกว่า
“เกราะนี่ราคาตั้ง 50 ล้านเครดิตเลยนะ! ตัวแกมีอะไรมีค่าขนาดนั้นเลยรึไง ?”หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงใช้มือตบลงมือชุดเกราะก่อนจะกล่าวออกมา
“อ๋อ.. แล้วเ้าจะเอายังไงถ้าไม่ตกลงข้าขอตัวก่อน”คริสตอบรับก่อนจะกล่าวออกมาเพิ่มเติม เขาทำท่าจะเดินจากไปจริง ๆจนหัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงต้องเอามือไปขวางเอาไว้
“เดี๋ยวก่อน! ฉันรับข้อเสนอของแกก็ได้แต่ถ้าแพ้แกต้องทำทุกอย่างตามที่ฉันบอก ตกลงไหม ?”หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงกล่าวออกมา
“แล้วเราสองคนต้องทำสัญญากันด้วยเพื่อป้องกันอีกฝ่ายโกงสัญญา”หลังกล่าวจบเขาก็หยิบเอกสารบางอย่างออกมาจากมิติเก็บของให้อีกฝ่ายดู
“ข้าตกลง”คริสตอบรับก่อนจะเดินไปยังโต๊ะที่ตั้งเอาไว้ไม่ไกลนักพร้อมหัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงเมื่อทั้งคู่นั่งลงเรียบร้อยแล้วคริสก็อ่านเอกสารอยู่หนึ่งรอบก่อนจะเซ็นชื่อลงไปซึ่งอีกฝ่ายก็ทำตามเช่นกัน
“เรียบร้อย! แกเตรียมตัวเป็ทาสของฉันไปตลอดชีวิตได้เลย!”หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงเก็บสัญญากลับไปก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี
เพราะในสัญญาระบุไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าชายหนุ่มตรงหน้าของเขาพ่ายแพ้ในการประลองครั้งนี้ชายหนุ่มจะต้องทำตามทุกอย่างที่เขาสั่งไปตลอดชีวิตและห้ามฝ่าฝืนหรือหนีอย่างเด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะนับว่าผิดสัญญา
“เ้าพูดถึงเื่อะไรรึ ?” คริสกล่าวออกมาด้วยความไม่เข้าใจ
นี่ชายตรงหน้าของเขายังสติดีอยู่รึเปล่าอยู่ๆ ก็มาบอกให้เขาเตรียมตัวไปเป็ทาส
ไม่ใช่ว่าโลกใบนี้ไม่มีการค้าทาสหรอกรึ? หรือข้อมูลที่เซรีนบอกมาจะไม่ได้ละเอียดมากนัก
“เฮอะ! ทำเป็กวนประสาทก็ได้แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ” หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงไม่ตอบอะไรกลับไปเขารู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะพยายามยั่วโมโหเขาเพื่อให้เขาขาดสติแล้วลงมือกับมันแน่ ๆ
ถ้าเป็แบบนั้นเขาก็จะถูกพวกผู้ปลุกพลังและตำรวจจับไปคงใช้เวลานานน่าดูกว่าจะเคลียร์ปัญหาเสร็จเรียบร้อย
“เอาเครื่องประลองเสมือนจริงสองเครื่องความเจ็บเพิ่มขึ้นเป็สองเท่าไปเลย”หัวหน้ากิลด์ราชสีห์เพลิงกล่าวกับพนักงานที่กำลังยืนอย่างนอบน้อมอยู่ด้านหน้า
“ได้เลยครับ ถ้าอย่างนั้น...” ในตอนที่พนักงานกำลังจะกล่าวจบคำก็ได้มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ข้าขอความเ็ปเสมือนจริงห้าเท่าเลยจะได้หรือไม่ ?”