7
เพียงแค่คิดกานพลูก็หน้าร้อนผ่าวภาพคาร์เมนก้มปลุกเธอ พอดีกับที่เธอตื่นลุกขึ้น ตาต่อตาประสานกันราวกับโดนมนต์สะกดคาร์เมนก้มลงเรื่อยๆ จนปากเขาแนบลงมาบนปากเธอ
ไม่รู้เพราะบรรยากาศเป็ใจหรือหัวใจมันเรียกร้องเธอถึงได้ปล่อยให้คาร์เมนกดจุมพิตลงมา แรกเริ่มก็แ่เบาอย่างไม่มั่นใจก่อนจะทวีความหนักหน่วงขึ้นเมื่อเธอไม่ต่อต้าน
ริมฝีปากหนาจบเม้มกัดแล้วปล่อยย้ำอยู่เช่นนั้นหลายครั้ง ก่อนจะสอดเรียวลิ้นอุ่นชื้นล่วงล้ำเข้าไปกวัดกวาดไปทั่วโพรงปากนุ่มมือแกร่งประคองร่างอรชรให้ลุกขึ้นรับจุมพิตเขาอย่างถนัดถนี่
ฝ่ามือหนาลูบไล้ผิวเนื้อนวลเนียนนุ่มปลายนิ้วแยกสาปเสื้อออกจากกัน เผยอให้เห็นหน้าอกอวบเต่งตึง คาร์เมนขบเม้มจุมพิตลำคอระหงแนบซบตรงอกอวบก่อนจะคลอเคลียสองปทุมถันกลมกลึง ัักับปลายยอดถันที่หดเกร็ง ดูดกลืนทั้งที่มันยังอยู่ในเสื้อชั้นในจนเปียกชื้นขณะมืออีกข้างกอบกุมทรวงอกนุ่มหยุ่น บีบเคล้นอย่างหนักหน่วงแต่อ่อนโยน
ถ้าไม่ได้เสียงร้องของเมษาเธอยังคงปล่อยให้คาร์เมนทำอะไรกับร่างกายจนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว “ไม่มีอะไรจริงๆจ๊ะหนูเมย์ ว่าแต่หนูเมย์ทำไมถึงเปียกไปหมดทั้งตัวแบบนี้”
กานพลูเปลี่ยนเื่เป็ถามเมษาที่เปียกไปทั้งตัวใบหน้าดูอิดโรย ปากออกสีแดงแต่ออกจะแห้งๆ มีกระไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านมาให้ััได้เธอรีบยกมือทาบบนหน้าผากนวลเนียน รู้สึกว่าเพื่อนสาวตัวรุมๆก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยแผลบนข้อมือเมษา
“ตัวร้อนๆอยู่นะหนูเมย์ แล้วนี่ด้วย...” กานพลูจับแขนเมษามาดู “แขนไปโดนอะไรมา ทำไมมันถึงแดงไปหมดแบบนี้แล้วแผลที่ข้อมือนี่ได้มาจากไหน อีตาพี่บีทำแกเมื่อคืนใช่ไหมหนูเมย์”
กานพลูถามอย่าง้าคำตอบหรือว่าจะเป็ตอนนั้น ตอนที่เธอได้ยินเสียงร้องดังลั่นของเมษาดังมาจากหน้าบ้านเธอก่อนที่เบนนิโต้จะจับเพื่อนเธอโยนขึ้นรถ ซึ่งเธอมองไม่เห็นด้วยว่าไอ้คนใจร้ายทำอะไรเมษาบ้างเพราะร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนและเบาะรถบังไว้จนมิด
“บ้าจริง! คนอะไรก็ไม่รู้ ใจร้ายชะมัด ฉันอยากให้แกตัดใจจากพี่บีแล้วนะหนูเมย์ ใจร้ายใจดำแบบนี้ฉันทนรับไม่ไหวแล้วนะแก”
เมษายิ้มหยัน มาถึงตอนนี้เธอก็เริ่มหมดหวัง...หมดใจที่จะรักเบนนิโต้ต่อไปแล้วเหมือนแต่...เพียงแค่คิด เธอก็รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกเสียแล้ว
เมษาแกะมือกานพลูแขนออกแขน กัดฟันบอกคนเป็เพื่อนให้คลายกังวลใจ“ฉันไม่เป็อะไรหรอกกาน แค่ปวดหัวนิดหน่อยเองไม่ได้เป็อะไรมากสักหน่อยแกไม่ต้องกังวลน่า” ไม่ต้องห่วงจริงๆ กาน ฉันยังสู้ไหว
“ฉันอยากจะดูใจพี่บีด้วย ถ้าฉันป่วยเขาจะปล่อยให้ตายหรือจะรักษาให้หาย”
กานพลูผวากอดเมษาเสียงพูดที่ออกจากปากเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
“ถ้าคนเราตัดใจจากรักได้ง่ายๆ ก็คงจะดีนะกาน บางทีฉันอาจจะตัดใจจากพี่บีได้ง่ายกว่านี้”เมษาพูดพึมพำเสื้อผ้าที่เปียกเริ่มแห้งเหลือเพียงความหนาวเย็นที่ยังเกาะกินหัวใจ
“ลุงคง ป้าสาย คนงานใหม่ของลุงกับป้าผมพามาช่วยทำงานสักเดือนสองเดือน”
เมษาเงยหน้ามองตามเสียงเบนนิโต้พบชายหญิงวัยกลางคนในชุดเสื้อและกางเกงขายาวปกปิดมิดชิดด้านหลังมีกระบุงใบขนาดไม่ใหญ่นักแบกไว้หมวกสานใบใหญ่ปกปิดใบหน้าทั้งสองคนไปเกือบครึ่งหน้า แต่เธอก็ยังได้เห็นใบหน้าฝ่ายชายที่เต็มไปด้วยหนวดเครารุงรังส่วนฝ่ายหญิงก็เห็นเพียงหน้าดำคร้ามแดดเพราะการทำงาน
“ลุงกับป้าหาข้าวปลาอาหารและเสื้อผ้าให้สองคนนี้ด้วยนะ”เบนนิโต้ชี้ไปที่กานพลู “คนนี้ให้ลองช่วยทำงานในครัวไปก่อนส่วนคนนี้ฉัน้าให้ลุงกับป้าพาไปเก็บพริกสดในสวน วันนี้ต้องได้ทั้งหมดสามกระบุงนั้นนะลุงถ้าได้ไม่ครบ ตอนเย็นไม่ต้องให้กินข้าว อีกอย่างนะลุงคง ป้าสาย ห้ามให้ใครช่วยเหลือให้เขาทำให้เสร็จด้วยฝีมือตัวเอง”
“ครับนาย” คงมองหญิงสาวร่างเล็กบอบบางอย่างเห็นใจระคนสงสารไม่รู้ว่านังหนูคนนี้ไปทำอะไรให้นายโกรธ นายถึงได้ใช้ให้ทำงานหนักแบบนี้
เบนนิโต้มองหน้าเมษาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันและดูถูกดูแคลนเขาคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่น่าจะทำงานหนักเช่นป้าสายลุงคงทำได้
“ว่าไงเมษาเธอคิดว่าเธอจะทำได้หรือเปล่า”
เมษาหน้าขาวซีด เสก้มมองพื้นขบกัดฟันลงบนริมฝีปากจนได้กลิ่นเืปะแล่มๆจิกเล็บบนฝ่ามือจากที่เจ็บจนชาแทบจะไม่มีความรู้สึก ก่อนเธอจะเชิดใบหน้าเรียบเฉยขึ้นขึ้นช้าๆมองเบนนิโต้ด้วยสายตาตัดพ้อเ็ปไปทั้งหัวใจและร่างกาย
ตอนนี้เป็ทีของเขาที่จะทำอะไรกับเธอก็ได้แต่เมื่อไหร่เป็ทีของเธอเมื่อนั้นเบนนิโต้ก็ห้ามร้องขอความเห็นใจก็แล้วกัน
กานพลูมองหน้าเมษาที่เริ่มซีดเหงื่อไหลซึมตามหน้าผากขาวแผลที่ได้รับจากการเหวี่ยงของเบนนิโต้ยังทิ้งเหลือร่องรอยให้เห็น ปากอิ่มเต็มเม้มเข้าหากันสองมือกำแน่นสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้อย่างสุดความสามารถ
“หนูเมย์”
เมษาส่งยิ้มให้กานพลู ก่อนจะหันไปตอบเบนนิโต้เสียงราบเรียบ“เห็นทีว่าจะตอบไม่ได้หรอกคะ เดี๋ยวจะหาว่าโอ้อวดตัว พี่บีรอดูแล้วกันน้องเมย์ทำได้ไหม”
“ยังประชดประชันได้ ถ้าอย่างนั้นก็คงจะทำงานไหวอ๋อ...ต่อไปเธอห้ามเรียกฉันว่าพี่บีด้วยเธอต้องเรียกฉันว่าเ้านายเหมือนกับคนงานคนอื่นๆ เพราะเธอไม่มีสิทธิ์จะเอ่ยชื่อฉัน”
เมษาขบกัดฟันบนกลีบปาก เขาใจดำกว่าที่คิดตัดเธอออกจากชีวิตไปทุกทาง แล้วเธอล่ะ...ยังคิดตะบี้ตะบันรักเขาอยู่อีกหรือเมื่อไหร่ไอ้ใจบ้าจะรู้สึกตัวเสียที
“ค่ะเ้านาย น้องเมย์...ดิฉันจะทำตามคำสั่งคะ” เมษาเรียกความเข้มแข็งที่มีอยู่น้อยนิดตอบกลับเบนนิโต้ที่ยืนยิ้มจนเห็นไรฟันอย่างอารมณ์ดีเสียงแ่
“ลุงพาคนงานใหม่ไปได้แล้ว”
“ครับ”
ลุงคงได้แต่มองหญิงสาวร่างบอบบางด้วยความสงสารที่ถูกนายลงทัณฑ์ให้ต้องทำงานหนักขนาดว่าคนแข็งแรง กว่าจะเก็บพริกเต็มกระบุงยังใช้เวลาเกือบครึ่งวัน แล้วนังหนูนี่เพิ่งมาใหม่จะเก็บได้เชียวหรือ
เมษาและกานพลูเดินตามลุงคงและป้าสายทั้งคู่พาเธอไปยังกระท่อมหลังไม่ใหญ่นักป้าสายหยิบเสื้อและกางเกงขายาวสีน้ำเงินให้ทั้งคู่คนละชุด
“เอานังหนู นี่ชุดของพวกเอ็งแต่ตัวเสร็จเองก็ไปหาข้าที่ลานนั่นแล้วกัน ข้าจะหาอาหารให้กินจะได้รีบทำงานของนังหนูนี่ไม่เท่าไหร่ แต่เอ็งนะมันหนักหนาอยู่ จะสู้ไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้ทำไมนายถึงใจร้ายนัก” หญิงชราบ่นพึมพำด้วยความสงสารระคนเห็นใจ
“จ๊ะป้า”
เมษาและกานพลูรับคำไม่สนใจจะบอกเล่าให้ป้าสายฟังว่าทำไมเบนนิโต้ถึงใจร้ายกับเธอสองคนมากนัก
เมษายกมือปาดเหงื่อเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ความร้อนเริ่มแผ่กระจายจนเธอรู้สึกเหนียวเหนอะไปทั้งตัวกระบุงด้านหลังเริ่มหนักขึ้นเพราะมีพริกสดอยู่ข้างใน ปวดแสบปวดร้อนที่มือและแขนทั้งสองข้างที่เริ่มบวมและเป็สีแดงน่ากลัวยังจะมีเืไหลซิบๆ บริเวณข้อมือด้วย ศีรษะก็เริ่มปวดตุบๆ เหมือนมีค้อนตอกลงมาถี่ๆลำคอแห้งผากที่ดื่มน้ำไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ยังจะทำให้สากระคายจนกลืนไม่ลงด้วยซ้ำขอบตาก็ร้อนร้อนผ่าว น้ำมูกไหลออกเป็ทางอย่างสะกดกลั้นไว้ไม่ได้
“หยุดพักก่อนก็ได้นังหนูไม่ต้องรีบหรอก”
“ขอบใจจ๊ะป้าแต่ไม่เป็ไรจ้ะ น้องเมย์ทำได้” เมษาบอกเสียงแ่และสั่นเครือ รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังมีไฟลูกเล็กๆกองสุมอยู่ทุกส่วนของร่างกาย เหนื่อยจนตาลายหายใจติดๆ ขัดๆ หญิงสาวมองดูพริกก็เริ่มลายจนเก็บไม่ค่อยจะถูกแต่ก็ยังกัดฟันทน
“เอ็งเป็อะไรหรือเปล่าว่ะนังหนูป้าว่าอาการเอ็งไม่ค่อยดีเลยนะ”ป้าสายมองหน้าเมษาที่เริ่มซีดลงจนแทบจะไม่มีสีเือยู่แล้ว
“ว้ายตายแล้ว!”
ป้าสายจับมือเมษาพลิกดูด้วยความใจนต้องร้องเรียกสามีเสียงหลง“พี่คง พี่คงโว้ย อยู่ไหน มาช่วยนังหนูมันหน่อยเร็ว”ป้าสายมองหานายคงผู้เป็สามีด้วยความร้อนใจเมื่อเห็นสภาพหญิงที่ผู้เป็นายส่งให้มาทำงาน
นายคงวิ่งมาตามเสียงเรียกภรรยา“มีอะไรหรือนังสาย”
“เอ็งดูนี่ซิว่ะ”สายจับมือเมษาที่ยังคงเก็บพริกสดจากต้นไม่ลดละ
“น้องเมย์ไม่เป็อะไรหรอกจ้ะลุงกับป้าไม่ต้องเป็ห่วง อาการแบบนี้ไม่นานมันก็หาย”เมษาบอกทั้งที่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่มือราวกับโดนไฟลวกรีบดึงมือกลับมาเก็บพริกตามเดิมปากก็ขบเม้มสะกดกลั้นความเจ็บและปวดแสบปวดร้อนจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา
“ไม่เป็อะไรได้ยังไงกันนังหนูเองนี่มันปากแข็งจริงๆ ดูซิแขนบวมแดงแถมตัวร้อนเป็ไฟอีก ไป๊! ไปพักก่อน” ป้าสายดึงตัวเมษาไปยังที่ร่มไม้ไกล
“โอ๊ย!”
“เจ็บละซิพักให้หายเหนื่อยก่อน แล้วป้าจะพาไปหาหมอ แกไปบอกนายด้วยสิตาคง”ป้าสายหันไปบอกสามีที่กำลังปลดกระบุงออกจากหลังเมษา
เมษายิ้มดีใจที่ยังมีคนห่วงหาอาทรบ้าง“ไม่เป็ไรจ๊ะป้า ได้พักสักนิดและทานยาแก้ปวดสักเม็ดสองเม็ด น้องเมย์ก็กลับไปทำงานได้แล้วจ้ะถ้าไปบอกคุณเบนนิโต้ เดี๋ยวจะหาว่าน้องเมย์เหยาะแหยะ ให้ทำงานแค่นี้ก็ทำไม่ได้”
เมษาบอกโดยพยายามไม่สนใจอาการปวดหัวที่เริ่มโจมตีเป็ระลอกใบหน้านวลแดงระเรื่อจากแดด เมื่อคืนที่เธอนอนหนาวอยู่ในรถ ตอนเช้าก็โดนเบนนิโต้โยนลงทะเลตกสายหน่อยก็ให้มาเก็บพริกสดในสวน จนตอนนี้ร่างกายเธอเริ่มประท้วง ้าที่จะพักผ่อน
หญิงสาวค่อยเอนตัวลงช้าๆทั้งที่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มให้ป้าสายพร้อมกับน้ำตาที่ไหลซึมออกจากดวงตา เพราะเ็ปและน้อยใจในตัวเบนนิโต้และโชคชะตาของตัวเอง
“แย่แล้วพี่คง นังหนูเป็ลมไปแล้วแกไปตามนายนะ ข้าดูนังหนูนี่เอง” ป้าสายร้องเรียกคนงานที่อยู่ใกล้ๆขอยาดมมาจ่อที่ปลายจมูกโด่ง อีกมือก็หยิบหมวกสานใบโตพัดลมให้เมษา
“เออ”นายคงรับคำภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากรีบวิ่งไปหาเบนนิโต้อย่างรวดเร็ว
มีนาถึงกับเซ็งจัดเอนตัวแนบไปกับเก้าอี้สีดำตัวยาวด้วยความหงุดหงิด เมื่อชัชวาลบอกว่ายังคิดแผนที่จะทำร้ายเมษายังไม่ออก
“แกนี่มันโง่จริงชัชวาลฉันอุตส่าห์โทรบอกั้แ่เมื่อวาน จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เื่ ใช้ส้นตีนคิดหรือไงมึง”
หญิงสาวฝาดหัวฝาดหางใส่ชัชวาลและลูกน้องอีกสามคนที่ยืนมองเธอกันหน้าสลอนอยู่ห้องวีไอพีของของผับที่มีเสี่ยใหญ่ที่ชอบเรียกใช้บริการเรียกเด็กจากเธอเป็ประจำให้อภิสิทธิ์แก่เธอลูกน้องได้เข้ามาใช้บริการโดยเสียค่าใช้จ่ายแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น
ชัชวาลเขยิบกายเข้าไปนั่งจนชิดมีนาพาดมือไปโอบบ่าลูบไล้ปลายนิ้วร้อนๆ บนผิวเนื้อเนียนนุ่ม ขณะหลุบสายตาลงมองทรวงอกขาวนวลที่โผล่พ้นขอบเสื้ออวบอิ่มเต่งตึงจนอยากที่จะก้มหน้าไปดื่มกินให้สมใจ แต่ต้องหักห้ามใจเพราะยังไงซะมีนาก็เป็บ่อเงินบ่อทองของเขา
ชัชวาลพยามพูดให้เสียงนุ่มทุ่มที่สุดเท่าที่คนอย่างเขาจะพูดได้“คุณมีนาก็รู้ พวกเรามันหัวขี้เลื่อย คิดวางแผนการแยบยลไม่เป็กับเขาหรอก”
“เออ...ฉันรู้แล้ว”มีนายกเท้าไขว่ห้างไม่สนใจว่าลูกน้องจะมองดูด้วยสายตาแวววาวหื่นกระหายขนาดไหนยามที่เธอได้แต่งตัวสวยและยั่วยวนผู้ชายมันช่างมีความสุขเสียจริงเสียดายว่าทำแบบนี้กับเบนนิโต้ไม่ได้ จำต้องแสดงออกว่าเป็สาวน้อยไร้เดียงสา
จะไปไหนมาไหนทีก็ต้องโทรเช็คแล้วเช็คอีกว่าคนรักจะไม่อยู่ต้องแอบต้องซ่อนทำเหมือนกับว่ามีความผิดอยู่ตลอดเวลา มันน่าเบื่อ ดูขนาดวันนี้ซิเธอยังต้องโทรไปที่เช็คที่บ้านเบนนิโต้ถึงสามรอบจนแน่ใจว่าชายหนุ่มไปธุระตามที่บอกไว้ ถึงได้มาหาชัชวาลที่ผับนี่มีนาถอนหายใจทำไงได้ล่ะในเมื่อเธอดันรักเขาไปแล้วนี่
“เอาอย่างนี้ซิพี่ชัชคุณมีนา” หนึ่งในลูกน้องที่กลืนน้ำลายลงคอดวงตาจ้องที่ขาเรียวยาวร่างกายตื่นตัวและลุกโพลนความคิดหนึ่งวาวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เอาไง”มีนาถามพร้อมกับแกล้งยกขาลงและเปลี่ยนเป็ใช้อีกข้างไขว้แทนให้คนพูดได้เห็นสัดส่วนในร่างกายวัวแวมๆพอกระหาย
“พวกเราเชิญตัวสองคนนั่นมาแล้วมอบความสุขให้นิดหน่อยพร้อมกับอัดแผ่นส่งขายดีไหม”
“เออ....ความคิดแกใช้ได้วะไอ้รัด ว่าไงคุณมีนา” ชัชวาลหันไปถามมีนา มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบไล้ขาเรียวยาวกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่กับความขาวเนียนที่อยู่ตรงหน้า ที่เขาได้เพียงแค่จับต้องแค่เล็กๆน้อยเท่าที่เ้าของจะพอใจให้ แต่ไม่เคยจะได้กินให้สมอยาก
“อือ...คิดดี แล้วเวลาทำจะดีเหมือนคิดไหมล่ะ พวกแก แก และแกนะ”มีนาชี้ไปที่หน้าของลูกน้องแต่ละคนแล้วส่ายหน้า “พวกแกเคยทำงานที่ฉันให้ทำสำเร็จบ้างหรือเปล่า”
คำถามของมีนาลูกน้องทุกคนได้แต่ก้มหน้าเพราะกี่งานต่อกี่งานถ้ามีนาไม่ไปควบคุมหรือดูแลเอง ไม่เคยที่จะสำเร็จสักงาน
“เออ...ช่างเถอะ ยังไงฉันก็ต้องไปควบคุมดูแลเองอยู่แล้วจะได้เห็นหน้านังสองคนนั้นตอนที่พวกแกกำลังมอบความสุขให้มันด้วย”มีนายิ้มกริ่มจนอยากจะให้ถึงวันนั้นเร็ว
“คืนนี้ฉันกลับบ้านก่อนส่วนพวกแกก็ตามไปดูนังสองคนนั้นที่บ้านหลังนี้นะ”มีนาวาดแผนที่บ้านกับจดหมายเลขบ้านของกานพลูให้กับชัชวาลไป โดยไม่ลืมกำชับให้โทรรายงานเธอทุกครั้งที่มีอะไรไม่ชอบมาพากลไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนเธอก็จะเปิดสายรอ
“น้ำ ขอน้ำหน่อย”
เสียงแหบแห้งดังจากปากซีดเซียวของคนที่นอนอยู่บนเตียงใหญ่ทำให้หญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้รีบทำตามความ้าของเพื่อนรักอย่างเร็วรี่
“นี่จ้ะน้ำ”กานพลูหยิบแก้วน้ำส่งให้เมษาดื่ม “ค่อยๆ ดื่มนะหนูเมย์ เดี๋ยวจะสำลัก”กานพลูประคองแก้วน้ำแนบปากเมษาพร้อมกับพูดแนะนำเบาๆ
แม้หนังตาจะหนักหากเมษาก็ฝืนลืมตามองอย่างงงๆแต่หญิงสาวก็ไม่ทันจะได้ถามอะไรเพื่อนรักก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาในโสตประสาทเสียก่อน
“เป็ไงเมษาไหนว่าเก่งนัก แต่พอให้ทำงานเข้าจริงๆ ก็ล้มเหลวไม่เป็ท่าเห็นจะเก่งแค่ปากเท่านั้น” เบนนิโต้ถามแกมประชดประชันดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง เขามองหญิงสาวที่ปากเก่งบอกว่าทำได้ แต่เพียงแค่ไม่ถึงครึ่งวันก็ต้องมานอนป่วยให้เขาต้องมาคอยดูแลแล้ว
เพราะเหนื่อยล้าจนเกินจะรับมือเบนนิโต้ไหวในตอนนี้เมษาจึงเลือกที่จะปิดหูไม่ฟังวาจาเย้ยหยันที่เขากล่าวมา
“ฉันอยู่ที่ไหนนะกานฉันเป็อะไรไปทำไมรู้สึกปวดไปหมดทั้งตัวเลย” เมษาถามกานพลูเสียงแหบแห้งเจ็บในลำคอเหมือนมีกระดาษทรายขวางอยู่ แขนทั้งสองข้างก็เ็ปและเมื่อยไปหมด
“หนูเมย์เป็ไข้ที่แขนก็เป็แบบนี้เพราะแพ้พริกจนบวมแดงไปทั้งแขนเลย เธอทนได้ยังไงกันนะหนูเมย์”กานพลูเหลียวมองไปที่เบนนิโต้และคาร์เมนที่ยืนสงบนิ่งตรงมุมห้องดวงตาเป็ประกายสีแดงเพลิงทั้งกลัวและโกรธชายหนุ่มทั้งสองคนที่ทำร้ายเธออย่างไม่น่าให้อภัย
“คนที่ใช้ให้แกทำเื่อย่างนี้...ไม่ใช่ลูกผู้ชายเอาเสียเลย!”
“อย่าไปว่าเขาเลยกาน บางคนเขาไม่สนใจเนื้อในหรอกมองแค่เพียงเปลือกนอกที่ตาเห็นเท่านั้น” เมษาสูดเอ่ยเสียงเบา สูดลมหายใจที่แม้จะติดขัดบ้างเพราะอาการป่วยแต่ก็สามารถเรียกพละกำลังที่สูญเสียไปได้บ้าง เธอพยุงตัวลุกขึ้นแต่แค่เพียงมือเท้าบนเตียง
“โอ๊ย!” ความปวดร้าวจากข้อมือที่บวมเป่งและแดงช้ำที่เมื่อไปัักับอะไรเข้าก็พร้อมที่จะส่งความเ็ปประท้วงคนเป็เ้าของ
“นอนก่อนหนูเมย์เธอยังป่วยอยู่ จะลุกไปไหน ทำไมไม่บอกฉันล่ะ หรือว่าอยากเข้าห้องน้ำ”กานพลูกระซิบถามพร้อมกับประคองร่างเพื่อนรักให้นอนบนเตียงด้วยความเป็ห่วง
“ฉันไม่เป็ไรแล้วละกานดีขึ้นพอที่จะไปทำงานต่อได้ ถ้าไม่ทำงาน ตอนเย็นฉันก็จะไม่มีข้าวกินคนบางคนอาจจะไม่สมใจ เพราะฉันตายเร็วไปและเขายังทรมานฉันไม่พอ ฉันกลัวว่าเขาจะไม่พอใจตามราวีฉันไปถึงยมโลกอีกนะ”เมษาไม่วายประชดประชันเบนนิโต้ที่มองเธอราวกับว่าเธออ่อนแอทำงานเพียงแค่ครึ่งวันก็ป่วยเสียแล้ว
“ไม่จำเป็ที่จะแสดงให้ฉันเห็นว่าเธอเก่งยังทำงานไหวหรอกเมษาดูสภาพตัวเองเสียก่อนดีกว่าแล้วค่อยพูดดีกว่าอีกอย่างฉันยังไม่อยากเห็นเธอตายคาเกาะกลัวจะมีผีผู้หญิงร่านราคะมาหลอกมาหลอนคนงานของฉันจนทำงานไม่ได้”เบนนิโต้ยืนอิงกรอบหน้าต่างพูดจาประชดประชันตอบเมษากลับ
เมษาขบกัดฟันบนกลีบปากก่อนจะคลี่ยิ้มทั้งที่หัวใจกลัดหนอง “เปล่าหรอกค่ะเ้านาย น้องเมย์...ดิฉันรู้สภาพของตัวเองดีเป็เพียงเชลยที่ถูกจับมาทรมานเพื่อให้สาสมกับความร้ายกาจที่ได้ทำไว้กับแฟนนางฟ้าแต่เปลือกนอกหากหัวใจยิ่งกว่าอสรพิษ!” จากที่น้อยใจตอนนี้เธอท้อแท้และสิ้นหวัง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยดีเลยในสายตาของเบนนิโต้
“ไม่สมควรที่จะมานอนสบายๆแบบนี้”
เบนนิโต้ยิ้มหยัน ขณะมองเมษาด้วยความรำคาญและไม่เชื่อในคำพูดประชดประชันของเธอ“ฉันละผิดหวังจริงๆ เห็นคุยโม้ไว้ว่าให้คอยดูผลงาน แต่เอาเข้าจริงๆ คงจะมีดีเพียงแค่ปาก แค่งานง่ายๆเก็บพริกเพียงแค่สองสามกระบุง เธอยังทำเอาคนอื่นเขาเดือดร้อนกันไปทั่ว”
“ถ้าคุณไม่ทำให้น้องเมย์ป่วยอยู่ก่อนแล้วจะงานกรรมกรก่อสร้าง แบกหามขนปูน เราสองคนก็ไม่หวั่นหรอกคะคุณเบนนิโต้”กานพลูโต้กลับด้วยความหงุดหงิดเธออยากจะหาอะไรขว้างใส่หัวเบนนิโต้ให้เือาบเสียบ้าง ‘คนอะไรไม่รู้ใจร้ายใจดำจริงๆ ‘
เมษายิ้มพลางตบมือบนหลังมือกานพลูเบาๆ“ ด้วยซึ้งในน้ำใจของคนเป็เพื่อนที่ไม่ท้องทิ้งกันในยามตกทุกข์เธออยากจะโต้ตอบเบนนิโต้กลับไปบ้างเหมือนกัน แต่อาการป่วยที่มีทำให้สมองมันเบลอคิดอะไรไม่ออกเอาเสียเลย จึงได้แต่ทนฟังคำถากถางจากเขาด้วยหัวใจที่เ็ปช้ำชอก
“ถ้าเป็อย่างที่เธอพูดมา ฉันก็จะคอยดูหลังจากพักผ่อนจนหายป่วยแล้ว เพื่อนเธอจะทำงานที่ฉันมอบหมายให้ดีแค่ไหน...หวังว่าคราวนี้เธอจะไม่ใช้มารยาหลอกคนอื่นฉันป่วยทำงานไม่ได้อีกนะเมษา”
เมษาทำเพียงแค่ยิ้มพูดอะไรไปเบนนิโต้ก็ไม่เชื่ออยู่แล้ว สิ่งที่จะตอกหน้าเขาได้ก็คงจะเป็ผลงานที่เธอจะทำให้เขา...คาดไม่ถึงเพราะมองคนอย่างเธอผิดไป!
“แกจะทนให้อีตาพี่บีบ้าเยาะเย้ยอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้หรือหนูเมย์โต้ตอบกลับไปบ้างซิแก”
“อย่าเลยกาน พูดกับคนแบบนี้เรามีแต่เหนื่อยเปล่า สู้เก็บแรงไว้ทำงานพิสูจน์ให้เขาเห็นจะดีกว่าเราสองคนมีความสามารถแค่ไหน ใช้ผลงานที่มีตบหน้าคนที่มองคนอื่นแต่เปลือกนอกดีกว่า”
“หวังว่าคราวนี้คงจะไม่มีดีแค่ปากอีกนะเมษา”
กานพลูไม่ทันจะได้โต้ตอบแทนเพื่อนสองหนุ่มใจร้ายก็เดินออกไปจากห้องนอนเสียก่อน แล้วยังปิดประตูดังปังใหญ่ จนเธอสองคนสะดุ้งมือเรียวทั้งสองคู่จับและบีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจกันและกัน
“หายดีแล้วหรือไงเมษาถึงได้ออกมารับลมแถวนี้”เบนนิโต้ถามเมื่อเดินออกจากห้องทำงานแล้วเห็นเมษายืนเหม่อลอยอยู่ที่ระเบียงบ้าน
เมษาเหลียวมองกลับไปมองเบนนิโต้เล็กน้อยก่อนจะหันไปดูทะเลต่ออย่างไม่สนใจสามวันมานี้เธอเห็นเขาเฉพาะตอนทานอาหารเท่านั้น ถึงเจอกันแต่แค่นั้นเขาก็ยังมีคำพูดบาดหัวใจเธอจนเืโทรมได้ทุกครั้ง
“ฉันถามว่าเธอหายดีแล้วใช่ไหมเมษาทำไมไม่ตอบ”
แสงสว่างสองร่างเมษามาเบนนิโต้พยามเพ่งมองแต่มันกลับเหมือนมีภาพบางภาพซ้อนทับใบหน้าเมษาอยู่ปวดแปลบในศีรษะถึงกับตาพร่าไปนิดหนึ่ง
“ค่ะเ้านาย ดิฉันหายดีแล้ว”เมษาตอบพร้อมถอนหายใจดังเฮือกใหญ่ ถึงตอนนี้เธอหมดแรงและหมดกำลังใจที่จะดึงรั้งเบนนิโต้ให้หันมาชอบหรือว่ารักอีกแล้วคงจะต้องปล่อยให้เขารักและแต่งงานกับมีนาตามที่เขาหวังส่วนเธอก็ขอไปตามทางที่เลือก จะไม่ดื้อรั้นดันทุรังให้เ็ปทั้งร่างกายและจิตใจอีกแล้วแต่...เธอก็ถึงยัง้าเห็นหน้าและได้อยู่ใกล้เขาอยู่ดี
“งั้นก็ดีคืนนี้เธอก็เตรียมตัวทำงานชิ้นใหม่ของเธอได้เลย”
“ค่ะเ้านาย”เมษาตอบทั้งที่หันหลังให้เบนนิโต้ มองไปด้านล่างของบ้าน คาร์เมนกำลังคุมกานพลูขุดดินปลูกต้นไม้บางอย่างอยู่
เบนนิโต้อารมณ์เสียที่เมษาไม่โต้ตอบกลับเหมือนเคยราวกับเธอเห็นบริเวณรอบๆบ้านดีกว่าเขา ชายหนุ่มกระชากร่างบางเข้ามาอย่างแรง
แม้เจ็บหากเมษากลับไม่หลุดเสียงร้องออกมาคงมีเพียงใบหน้าหมองหม่นและสายตาที่อ่อนล้าอ่อนแรงมองเบนนิโต้
“มีอะไรกับดิฉันอีกหรือคะเ้านายไม่พอใจอะไรดิฉันอีก”
“ฉันถามเธอจริงๆ เถอะเมษา ทำไมเธอถึงทำแบบนั้นกับมีนา”เบนนิโต้ถามพร้อมกับเขย่าตัวหญิงสาวอย่างแรงเพราะ้าคำตอบ
เมษาคลี่ยิ้มขณะมองเบนนิโต้ด้วยความเหนื่อยหน่าย“เป็เพราะความโง่ของดิฉันเองคะ คิดอยากช่วยให้ผู้ชายบางคนให้เห็นเนื้อในของผู้หญิงที่เ้าเล่ห์กลิ้งกลออกและหลอกลวงแต่ไม่คิดว่านอกจากเขาคนนั้นจะไม่เชื่อ กลับเห็นสิ่งดิฉันทำมันเลวร้ายจนให้อภัยไม่ได้”
ทั้งสายตา...รอยยิ้มและคำพูดของเมษามันทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็คนโง่! มองผู้หญิงไม่ออก เหมือนเธอกำลังเยาะหยันเขาอยู่ หนังตาเบนนิโต้กระตุก
“เพราะเธอรักและ้าฉันมากจนทนเห็นฉันหมั้นกับมีนาไม่ได้มากกว่ามั้งเมษา”เบนนิโต้ตอกกลับ จับแขนเมษาแล้วบีบอย่างแรงจนเธอหน้านิ่วแต่ก็ไม่ยอมร้องแสดงความเ็ปออกมาให้เขาได้ยิน มีเพียงใบหน้าที่นิ่วเล็กให้ชายหนุ่มได้รู้ว่าหญิงสาวเจ็บการกระทำของเขา
“ค่ะใช่ เพราะดิฉันรักคุณเบนนิโต้มากจนทนเห็นคุณหมั้นกับมีนาไม่ได้ เหตุผลแค่นี้พอใจแล้วใช่ไหมคะหรือ้าเหตุผลอื่นอีก ก็ได้ค่ะเพราะดิฉันมันร่านผู้ชาย ไม่้าเห็นพี่สาวแสนสวยและแสนดีอย่างมีนามีความสุขดิฉันอิจฉา ไม่้าให้มีนาเป็ที่รักของคุณเบนนิโต้ไงคะ”
เมษาพูดตามที่ชายหนุ่ม้าทั้งที่หัวใจเจ็บราวปวดจนแทบจะแตกออกมากับสิ่งที่ตัวเองได้เอ่ยออกมาเหมือนกัน
“เธอนี่มันหน้าไม่อายจริงๆนะเมษาบอกรักผู้ชายก่อนหน้าตาเฉย ไม่เคยมีใครสั่งใครสอนเธอเลยหรือไง”ชายหนุ่มถามพร้อมกับกัดริมฝีปากทำไมตอนนี้เขาถึงได้รู้สึกสงสารหญิงสาวขึ้นมาก็ไม่รู้
เมษายิ้มใส่ให้เบนนิโต้ดวงตาหม่นหมองเสก้มมองพื้นระเบียง“มีค่ะดิฉันมีคนสั่งสอนให้เป็คนดีแน่นอนค่ะ” หญิงสาวตอบ
“แต่เผอิญว่าดิฉันเป็คนโง่สมองทึบ ปัญญาเท่าหางอึ่ง สิ่งที่คุณย่าสอนไม่เข้าในสมอง เลยกลายเป็คนหน้าด้าน กล้าบอกรักผู้ชายทั้งที่เขาเกลียดราวไส้เดือนกิ้งกือไม่อยากพบ ไม่อยากพูดจาเสวนาด้วย” เมษาเอ่ยถ้อยตกย้ำความโง่ของตัวเอง เธอเงยหน้าขึ้นมองเบนนิโต้ยิ้มหวานให้ทั้งที่หัวใจเ็ปกับคำพูดของเขาที่มีแต่ถากถางอยู่ตลอดเวลา
“ดิฉันโง่มากใช่ไหมคะเ้านาย” เมษาเค้นคำถามที่บาดใจตัวเอง“รู้ก็รู้ว่าเขาเกลียด แต่ก็ยังอยากที่จะเข้าใกล้ จะว่าหน้าด้านก็ได้ค่ะ แต่ดิฉันก็เป็คนแบบนี้แหละจะรักจะชอบก็บอกกันตรงๆผิดกับคนบางคนที่ตีสองหน้าหลอกให้เขารักแล้วก็ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี”
ปากอวบอิ่มพ้นคำพูดเล่นลิ้นและสำบัดสำนวน“รู้อะไรไม่คะ ถ้าวันหนึ่งดิฉันตัดใจจากผู้ชายคนนี้ ได้วันนั้นดิฉันคงจะมีความสุขมากกว่านี้”
เมษาเดินผ่านหน้าเบนนิโต้ไปทิ้งไว้เพียงคำพูดที่บาดทั้งหัวใจคนพูดและคนฟังพร้อมกับน้ำตาที่มันค่อยๆไหลออกมาอย่างช้าๆ
“นี่คาร์เมนเ้านายของคุณไปด่าอะไรเพื่อนกานอีกล่ะ” กานพลูเห็นเมษายืนพูดกับเบนนิโต้ด้วยสีหน้าไม่สบายใจแต่มือยังคงทำหน้าที่ขุดดินให้เป็หลุมให้มีความลึกและกว้างประมาณ 1 ฟุตเอื้อมมือหยิบต้นไม้ต้นเล็กมาแกะถูกวางลงไปก่อนที่จะกลบดินกลับเข้าไปใหม่รดน้ำให้มันนิดหนึ่งก่อนจะทำการขุดหลุมต่อไป
คาร์เมนไม่ตอบเขายังคงทำหน้าที่จดบันทึกรายละเอียดจำนวนต้นไม้ที่กานพลูทำการปลูกไปเรื่อยๆ
“ฉันถาม ทำไมไม่ตอบ ไม่มีปากหรือไง”
“มีแต่ไม่อยากพูดกับพวกไม่ดี”
“อ้อ...กานกับเพื่อนเป็คนไม่ดี”กานพลูลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับคาร์เมนที่ลดสมุดจดลงวางบนโต๊ะไม้หินอ่อนและหันมองเธอพร้อมกับเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
“ฮึ! ยายปีศาจจิ้งจอกนั่นคงจะเป็คนดีมากซินะพวกคุณสองคน ทั้งเ้านายและลูกน้องต่างพากันปกป้องคุ้มครองยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมขนาดนี้กานอยากจะรู้นักถ้าความจริงเปิดเผยขึ้นมา คุณจะยังยืนยันคำเดิมหรือเปล่า” เธออยากให้ความจริงเปิดเผยในวันที่เมษาหมดใจที่จะรักเบนนิโต้จริงๆให้ชายหนุ่มได้รับรู้ว่าสูญเสียเพชรนั้นมันเ็ปแค่ไหน
“ความจริงเื่อะไรของเธอกานพลู”คาร์เมนมองกานพลูอย่างสงสัยจนหัวคิ้วขมวดเข้าหากันทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมั่นใจนักว่ามีนาเป็คนไม่ดี
“ความจริงที่ว่า...ฮืม...ไม่บอกดีกว่า นายกับพี่บีฉลาดจะตาย คงจะหาคำตอบเองได้เองเมื่อถึงวันนั้นฉันหวังว่าจะได้ยินคำขอโทษจากปากนายสักครั้งนะคาร์เมนถ้าวันนั้นนายกับฉันยังมองหน้ากันได้ติด” กานพลูก้มลงทำหน้าที่เหมือนเดิม แต่ปากคอยหาคำพูดจิกกัดคาร์เมนไม่หยุด
“ทำไมคนอย่างผมจะมองหน้าคุณสองคนไม่ติดความจริงคนที่รู้สึกผิดกับทุกเื่ที่เกิดขึ้น น่าจะเป็คุณสองคนมากกว่านะกานพลู”คาร์เมนถามกลับปกติแล้วเขาไม่ใช่คนช่างพูดช่างถามนักแต่วันนี้เขารู้สึกอยากจะต่อล้อต่อเถียงกับหญิงสาวตรงหน้า
“อ้าว...ก็เผอิญว่าพวกคุณเข้าใจผิดทำร้ายคนดีๆ อย่างกานกับเพื่อนไง แต่จะว่าไปพวกคุณมันพวกหน้าหนานี่นะแค่นั้นคงไม่สะดุ้งะเืความหนาบนใบหนาสักเท่าไหร่หรอก ขนาดทำหนูเมย์ไข้ขึ้นตั้งสามสี่วันพวกคุณยังอยู่กับสุขสบายดีนี่”
แม้จะยากเย็นแค่ไหน แต่นับจากนี้ไปเธอจะ...กล่อมให้เมษาตัดใจจากเบนนิโต้ให้จงได้ เชื่อเถอะว่าถ้าคนเราเจ็บมากๆ เข้าวันหนึ่งจะต้องชาจนหมดใจจะสู้
กานพลูกำดินในมือแน่นอยากจะส่งให้มันไปอยู่บนใบหน้าเรียบๆ ราวกับโดนเตารีดของคาร์เมนเสียงบ้าง อยากจะรู้นักว่าใบหน้าของชายหนุ่มจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือเปล่า
“คุณกับเมษานี่นะ...เป็คนดีผมเห็นเกเรก็เท่านั้น เรียนก็เกือบถูกไล่ออกจากโรงเรียน จะจบแหล่มิจบแหล่” คาร์เมนโต้กลับ
“คุณมีนาจบจากสถาบันที่มีชื่อเสียงเก่งทั้งงานการบ้านการเรือน งานนอกบ้านก็เก่ง เพื่อนคุณทำอะไรไม่ได้เื่สักอย่างหัวสมองคงมีแต่เื่จะทำอย่างไรถึงจะจับเ้านายผมให้อยู่หมัด แต่เผอิญโชคร้ายหน่อยที่เ้านายผมฉลาดไม่หลงกลเพื่อนคุณไงกานพลู”
เมื่อไหร่ที่คาร์เมนเอ่ยปากพูดคนที่ได้ฟังจะต้องเจ็บใจอย่างที่กานพลูเป็อยู่ตอนนี้ เธอกำดินก้อนใหญ่เดินตรงไปหาชายหนุ่มปากก็พูดไป
“อุ้ยตายแล้ว...เชื่อได้หรือคะว่าจบการศึกษาจากมหาลัยมีชื่อแล้วจะเป็คนดีแล้วรู้ได้ยังไงว่าหนูเมย์เรียนไม่จบนะ...”นี่คงไม่รู้ซินะว่าเมษาแอบเรียนเองจนได้ปริญญาและยังจะเรียนดีจนได้เกียรตินิยมด้วยแต่เพราะ...
“บอกไปทำไมละกาน บอกไปแล้วได้อะไรมีใครเชื่อหรือเปล่าละว่าฉันเรียนจบโดยไม่พึ่งพาเงินของพ่อ...” เมษายิ้มหยันแค่เอ่ยปากขอซื้อหนังสือเรียนก็โดนด่าหาว่าจะเอาไปเที่ยวสำมะเลเทเมา
“ใช่กานกับหนูเมย์มันพวกโง่ ถึงเกือบจะไล่ออกจากโรงเรียน ในขณะที่คุณหนูมีนาเป็ถึงสาว...สวย...สวยแต่เปลือกนะซิ เนื้อในเน่าเฟะยิ่งกว่าซากหมาเน่าเสียอีก”
กานพลูนึกถึงเื่ที่เธอกับเมษาเกือบจะต้องถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพราะฝีมือของมีนาที่ถ่ายรูปเธอทั้งสองคนที่ประคองเพื่อนชายคนหนึ่งออกจากผับในสภาพเมามายเพราะโดนยายมีนาตัวดีนั่นแหละที่หักอกและยังเกือบจะต้องโดนจิกโก๋คุมผับแถวนั้นกระทืบเพราะเมาแล้วไปพูดจาลวนลามระรานลูกค้าที่ใช้บริการในผับ
เธอและเมษาฉุดกระชากร้องห้ามปราบจนเหนื่อยก็ยังไม่ยอมหยุดแล้วดีว่าเมษาหัวไว รีบให้เธอโทรเรียกต้นรักษ์ไปรับทันเสียก่อน ไม่เช่นนั้นป่านนี้เธอกับเมษาคงโดนพวกนั้นรุมกระทืบและขืนใจส่วนเพื่อนชายคนนั้นคงจะโดนแทงตายหน้าผับนั่นแหละ กานพลูยิ้มหวานให้คาร์เมน
“อีกอย่าง พวกการบ้านการเรือน คุณคิดว่าเมษาทำไม่เป็หรือไง คุณดูถูกฝีมือเพื่อนกานไปหน่อยแล้วคาร์เมนถ้าจับยายปีศาจจิ้งจอกนั่นกับหนูเมย์มานั่งทำอาหารด้วยกัน เชื่อเถอะหนูเมย์ชนะขาดลอยในฐานะที่คุณเป็คนฉลาดนะ ฉันก็อยากจะให้รางวัลแห่งความฉลาดของคุณหน่อย”
กานพลูตักดินเปียกๆใส่มือแล้วเดินตรงไปหาคาร์เมนที่จดจำนวนต้นไม้ที่เธอลงมือปลูก ป้ายเศษดินเศษหญ้าตรงปากคาร์เมนพอดิบพอดี
“เอา! กินดินกินหญ้าเข้าไปบ้าง เผื่อความโง่มันจะออกมามั่ง พ่อคนฉลาด!”
“นี่เธอ”คาร์เมนชี้หน้ากานพลู
“อะไรคะคุณคาร์เมน”กานพลูยืนหัวเราะขำหน้าตาของคาร์เมน ทั้งปากทั้งหน้าเต็มไปด้วยคราบดินฝีมือเธอมือเล็กยกขึ้นจับกล้ามท้องให้หยุดเคลื่อนไหวใบหน้าขาวแดงระเรื่อเพราะเสียงหัวเราะจนดวงตาแพรวพราวเป็ประกาย
“อุ้ยตายแล้ว วันนี้คุณหน้าเตารีดเปลี่ยนสีหน้าได้ด้วย ดูซิทั้งสีเขียวสีเหลือง สีดำแล้วก็ยังมีสีแดงอีกต่างหาก เป็ยังไงบ้างคะคุณคาร์เมนขา ทานดินทานหญ้าพวกนี้เข้าไปความฉลาดมันลดลงความโง่พอจะเข้ามาทำให้มองเห็นอะไรถูกอะไรผิดบ้างหรือเปล่าคะคุณ” กานพลูเลิกไหล่ขึ้นเล็กน้อยยืนสองเท้าฉีกกว้าง ตั้งท่าเตรียมพร้อม เพราะรู้ว่าคาร์เมนไม่ยอมให้เธอทำเขาอยู่เพียงฝ่ายเดียวแน่
“เธอนี่มัน...แสบจริงๆกานพลู” คาร์เมนดึงกายอรชรเข้ามาใกล้ เช็ดคราบดินบนใบหน้าป้ายใส่ใบหน้ากานพลูบ้างก่อนจะผลักจนหญิงสาวเซถลาล้มลงบนตนไม้ที่พึ่งจะลงต้นในดินและรอยน้ำที่รดลงไป จนสะโพกกานพลูเปียกเป็หย่อมๆ
“ว้าย!! ตาบ้านี่ ผลักมาได้เจ็บนะโว้ย!”
คาร์เมนแอบอมยิ้มเมื่อเห็นสภาพกานพลูผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้านวลผุดผาดแดงระเรื่อ มีเศษดินเปื้อนใบหน้าไปครึ่งหนึ่งสองมือเต็มไปด้วยคราบดินและน้ำ
“อู้ย!! เจ็บจังเลย”กานพลูมองสบตากับคาร์เมนที่กลั้นหัวเราะจนหน้าแดงก่ำ ดวงตาคมเปล่งประกายแวววาว
อีตาบ้าไม่ช่วยฉันแล้วยังจะมาหัวเราะอีกกานพลูขบกัดฟันด้วยความขุ่นเคืองใจเธอกำเศษดินเศษหญ้าบนพื้นไว้แน่น ตอนนี้อาการเจ็บที่มีหายไปแล้วเหลือเพียงอย่างเดียวคือ้าเอาคืนคาร์เมนที่ยังไม่ยอมหยุดหัวเราะ
“โอ๊ย...เจ็บจังเลย คุณคาร์เมนช่วยพยุงกานไปนั่งพักบนเก้าอี้นั่นหน่อยได้ไหมคะ”การพลูขอร้อง ใบหน้าบูดเบี้ยวเหยเก ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย ขณะยกมือข้างหนึ่งแตะสะโพกอีกข้างก็ยื่นไปให้คาร์เมน
“ช่วยหน่อยซิคาร์เมนกานลุกไม่ไหวจริงๆ ” สีหน้ากานพลูบ่งบอกว่ากำลังเ็ปอย่างแเีจนคาร์เมนไม่สงสัยเดินเข้าไปใกล้
กานพลูกะระยะพอประมาณดึงต้นไม้ที่พึ่งจะปลูกปาใส่หน้าคาร์เมนแล้ววิ่งหนีไปอย่างเร็ว
“กินทั้งดินทั้งต้นไม้ให้อร่อยนะนายหน้าเตารีด”กานพลูวิ่งพร้อมผิวปากเข้าห้องนอน ที่แม้เมษาจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เห็นสภาพเพื่อนแล้วก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้