“น้องเว่ยฉิงหายงอนพี่หรือยังครับ” เฉินเฮ่าจงคลอเคลียหญิงสาวอย่างเอาใจ “พี่ยอมรับผิดทั้งหมดเลยนะ ก่อนหน้านี้พี่แค่หลงผิดไป แต่น้องเว่ยฉิงต้องเชื่อพี่นะว่าพี่ไม่เคยคิดที่จะจริงจังกับคนอื่นเลย ผู้หญิงพวกนั้นก็แค่ของเล่นของพี่ทั้งนั้น”
“แล้วพี่ซูลี่ล่ะคะ พี่ยังคิดที่อยากจะได้หล่อนมาเป็นบ้านเล็กอยู่หรือเปล่า” หลินเว่ยฉิงหยั่งเชิงถาม
“บ้านเล็กอะไรกันครับ แค่จะเอามาเป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น พอพี่เบื่อพี่ก็จะจัดการกับหล่อนอย่างที่พี่ทำกับไป๋เยี่ยนอิงยังไงล่ะ น้องเว่ยฉิงไม่ต้องคิดมากไปหรอกนะครับ ยังไงน้องเว่ยฉิงก็จะเป็นที่หนึ่งของพี่เสมอ”
หลังจากที่เฉินเฮ่าจงรู้จักจ้าวหย่งมากขึ้น เขาถึงได้รู้ว่าที่แท้จ้าวหย่งก็คือคุณลุงของหลินเว่ยฉิง เขาเกือบจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่ไปแล้วที่ไปขู่เธอว่าจะถอนหมั้น
“แล้วถ้าฉันบอกกับพี่ว่าฉันจะหาผู้หญิงคนอื่นมาให้พี่ แต่ฉันขอให้พี่เลิกคิดเรื่องของหลินซูลี่ล่ะคะ พี่จะยอมทำให้ฉันได้ไหม”
“ทำไมน้องเว่ยฉิงถามพี่อย่างนั้นล่ะ”
เวลานี้ความรักที่หลินเว่ยฉิงมีให้เฉินเฮ่าจงได้เปลี่ยนไปแล้ว หลังจากที่เขาขู่ที่จะถอนหมั้นกับเธออยู่หลายครั้ง และเขายังปล่อยให้เธอต้องทนเหงาอยู่คนเดียวเพื่อรอเวลาที่เขาจะมาหา ส่วนตัวเขากลับไปเริงร่าอยู่กับผู้หญิงอีกมากมายหลายคน โดยเฉพาะไป๋เยี่ยนอิงที่เขาถึงขนาดกับพาผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้าน หากว่าตอนนั้นไป๋เยี่ยนอิงสามารถพาหลินซูลี่มาหาเฉินเฮ่าจงได้ คนที่จะถูกทิ้งคงจะหนีไม่พ้นตัวเธอแน่นอน นั่นจึงทำให้เธอรู้ตัวแล้วว่าไม่ว่าเฉินเฮ่าจงไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนเลยนอกจากหลินซูลี่
“ว่ายังไงล่ะครับ ทำไมน้องเว่ยฉิงถึงถามพี่อย่างนั้น” เฉินเฮ่าจงถามซ้ำเมื่อเห็นหญิงสาวยังนั่งนิ่ง “น้องเว่ยฉิงครับ หลังจากนี้พี่จะเลิกทั้งหมดเลย ผู้หญิงคนไหนพี่ก็จะไม่ไปยุ่งแล้วทั้งนั้น แต่กับหลินซูลี่ คนนี้พี่ขอนะครับ”
หลินเว่ยฉิงซ่อนความเจ็บช้ำอยู่ในใจ สุดท้ายแล้วเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยหลินซูลี่ไปอยู่ดี “เราถอนหมั้นกันเถอะค่ะ”
“ถอนหมั้น! น้องเว่ยฉิงกำลังล้อพี่เล่นอยู่ใช่ไหม” เฉินเฮ่าจงถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ฉันไม่ได้ล้อเล่นค่ะ ฉันเหนื่อยแล้วที่ต้องคอยตามเอาใจพี่อยู่ฝ่ายเดียว พี่อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วในใจของพี่มีแต่นังซูลี่ คำพูดที่พี่รับปากฉันมาก่อนหน้านี้ก็เป็นแค่คำโกหกเท่านั้น”
เฉินเฮ่าจงรีบกอดหญิงสาวเอาไว้ “ไม่นะพี่ไม่ได้โกหกน้องเว่ยฉิงเลยแม้แต่คำเดียว พี่ไม่ได้คิดจะจริงจังกับหลินซูลี่จริงๆ ครับ พี่แค่จะเล่นๆ กับหล่อนเท่านั้น พอพี่เบื่อพี่ก็จะเขี่ยหล่อนทิ้ง”
“ถึงขนาดฉันบอกว่าฉันจะถอนหมั้น แต่พี่ก็ยังไม่ยอมปล่อยหลินซูลี่อีกนะคะ” หลินเว่ยฉิงผลักชายหนุ่มออกอย่างหงุดหงิด “พี่จะคิดยังไงก็แล้วแต่พี่เถอะค่ะ เพราะฉันจะถอนหมั้น หลังจากนี้เราทั้งคู่จบกัน”
“ไม่นะน้องเว่ยฉิง พี่อยู่ไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่มีเธอ” เฉินเฮ่าจงวิ่งเข้าไปกอดหญิงสาวไว้อีกครั้ง “ถ้าเธอไม่พอใจ พี่จะเลิกกับผู้หญิงคนอื่นทั้งหมดเลยก็ได้ แม้แต่หลินซูลี่ พี่ก็จะไม่ไปยุ่งกับหล่อนแล้ว”
“มันสายไปแล้วล่ะค่ะ ฉันตัดสินใจแล้ว”
“น้องเว่ยฉิงจะให้พี่ทำยังไงเธอถึงจะเชื่อ พี่ไม่มีทางรักผู้หญิงคนอื่น ในใจของพี่มีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น” เฉินเฮ่าจงบีบน้ำตาออกมาอย่างน่าสงสาร
หลินเว่ยฉิงเริ่มลังเล ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้รักเฉินเฮ่าจงเท่าเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะหมดรักเขา อีกทั้งนี่ยังเป็นครั้งแรกที่เฉินเฮ่าจงร้องไห้ให้กับเธอ
เมื่อเห็นหญิงสาวเริ่มลังเล เฉินเฮ่าจงก็ร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม “ถ้าไม่มีเธอ พี่ขอตายดีกว่า”
สุดท้ายหลินเว่ยฉิงก็แพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง “พี่จะสัญญากับฉันได้ไหมคะว่าพี่จะรักฉันแค่คนเดียว”
“ได้สิ ถ้าพี่ผิดคำสัญญา ขอให้พี่ไม่ตายดี” เฉินเฮ่าจงรีบสัญญาทันที เพราะเขาไม่ได้เชื่อเรื่องเวรกรรมเลยสักนิด
กว่าจะกล่อมให้หลินเว่ยฉิงอารมณ์เย็นลงได้ เฉินเฮ่าจงก็แทบจะใช้มารยาและความอดทนไปจนหมด เขานั่งรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกหลากหลาย เมื่อก่อนหลินเว่ยฉิงถือเป็นลูกไก่ที่อยู่ในกำมือของเขา ไม่ว่าเขาจะบอกให้เธอเดินไปทางไหนเธอก็ไม่เคยขัด แต่มาวันนี้เธอกลับมาถอนหมั้นเขาอย่างไม่เหลือเยื่อใย และความคิดอย่างคนเห็นแก่ตัวก็ผุดขึ้นมาในสมองของเขา ‘มันเป็นอย่างนี้ไปได้ยังไง หรือเพราะเรามัวแต่คิดที่อยากจะได้ตัวหลินซูลี่ เราก็เลยไม่สนใจน้องเว่ยฉิง ใช่แล้ว! เพราะหลินซูลี่คนเดียวที่ทำให้ฉันต้องเป็นอย่างนี้ เป็นเพราะหล่อนที่เกือบจะทำให้น้องเว่ยฉิงมาถอนหมั้นฉัน ความผิดทั้งหมดเป็นของหล่อนคนเดียว’
“เธอมาหาฉันที่นี่ทำไม” จ้าวหย่งถามหลินเว่ยฉิงอย่างไม่พอใจ “สถานที่นี้ไม่เหมาะที่เด็กสาวอย่างเธอจะเข้ามา”
“คุณลุงไม่ต้องทำเสียงไม่พอใจอย่างนั้นหรอกค่ะ หรือว่าคุณลุงอยากให้คุณตากับคุณแม่ของหนูรู้เรื่องของเรา”
ก่อนหน้านี้หลินเว่ยฉิงถูกเฉินเฮ่าจงหมางเมิน อีกทั้งเธอยังไม่มีเพื่อนสนิทไว้คอยเป็นที่ปรึกษา เธอหันมาเที่ยวกลางคืนอย่างไม่สนใจใคร จากนั้นเธอก็คิดถึงเรื่องราวในอดีตและคนรอบตัวอย่างเจ็บปวด
หลินเว่ยฉิงทั้งน้อยใจและโกรธเฉินเฮ่าจงที่ไม่เคยรักเธอ โกรธหลินซูลี่ที่มีแต่คนรักคนเป็นห่วงไม่ว่าจะเป็นคู่หมั้นหรือเพื่อนสนิท รวมถึงโกรธที่แม่ทำตัวไร้ยางอาย มีอะไรกับผู้ชายที่ชื่อซูฉงเต๋อก่อนที่จะมาแต่งงานกับพ่อ และที่น่ารังเกียจที่สุดคือแม่ไปมีอะไรกับพี่ชายตัวเองถึงแม้เขาจะไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ
ที่เธอรู้เรื่องของแม่ก็เพราะวันนั้นเธอเห็นแม่กับลุงกำลังมีอะไรกัน และสิ่งที่ทำให้เธอตกใจยิ่งกว่าก็คือลุงจ้าวหย่งกลับไม่ใช่ลุงแท้ๆ ของเธอ และเขายังเป็นคนอันตรายที่คอยทำงานสกปรกให้แม่ของเธออยู่สารพัด
ไม่ใช่ว่าหลินเว่ยฉิงจะไม่รู้เลยว่าแม่ของเธอทำเรื่องไม่ดีไว้กับคนอื่น ตอนที่เธอยังเรียนอยู่ชั้นประถม ตอนนั้นเธอทะเลาะกับเพื่อนและถูกผลักจนล้ม หลังจากนั้นไม่กี่วันเพื่อนคนนั้นก็ต้องมาลาออกจากโรงเรียน และเธอยังได้ข่าวว่าที่บ้านของเพื่อนคนนั้นถูกไฟไหม้ไปหมดทั้งหลัง หรือครั้งที่เธอยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เธอก็มีเรื่องทะเลาะกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง รุ่งเช้าครอบครัวนั้นก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปทั้งหมดอีกเหมือนกัน
และเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือก่อนที่ลุงแท้ๆ ของเธอจะเสียชีวิต เธอจำได้ว่าตอนนั้นคุณลุงใหญ่ คุณพ่อ และคุณแม่ทะเลาะกันเสียงดัง เธอไม่ได้ยินว่าพวกเขาทะเลาะกันเรื่องอะไร แต่หลังจากนั้นแม่ก็เอาแต่ร้องไห้และพูดประโยคเดิมซ้ำๆ ว่าคุณลุงใหญ่กับคุณพ่อจะต้องตกหน้าผาตายในสักวัน และไม่นานทั้งสองคนก็ประสบอุบัติเหตุอย่างที่แม่ของเธอพูดไว้จริงๆ
“เรื่องวันนั้นมันเป็นความผิดพลาด ฉันแค่เมามากจนไม่ทันได้ระวังตัว” จ้าวหย่งพูดขึ้น ถึงแม้เขาจะเป็นคนเลวร้ายขนาดไหน แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะมีอะไรกับหลินเว่ยฉิง เพราะถึงอย่างไรหลินเว่ยฉิงก็เป็นลูกสาวของจ้าวหวั่นฮุ่ย และเขาก็รักจ้าวหวั่นฮุ่ยจากใจจริง เพียงแต่คืนนั้นมันสุดวิสัย เขากับหลินเว่ยฉิงจึงทำเรื่องไม่สมควรต่อกัน
“คุณก็ไม่ใช่ลุงแท้ๆ ของหนูสักหน่อย เพราะฉะนั้นคุณก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด หนูยังทำตัวเฉยๆ ได้เลย เพียงแต่ว่าถ้าคุณลุงไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องของเรา คุณลุงก็แค่รับปากว่าจะช่วยหนูก็พอ” หลินเว่ยฉิงไม่ได้แก้ไขความเข้าใจผิดนั้น ความจริงแล้วคืนนั้นเธอไม่ได้เมามากจนถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่ได้ เพียงแต่เธอจัดฉากให้จ้าวหย่งเข้าใจผิดคิดว่าเขามีอะไรกับเธอก็เท่านั้น ถึงแม้เธอจะดูเป็นเด็กสาวที่เอาแต่ใจและคิดอะไรไม่เป็น แต่การที่จะให้เธอไปมีอะไรกับผู้ชายของแม่นั้นเธอก็ไม่คิดที่จะทำ
“เธอจะให้ฉันช่วยอะไร”
“คุณให้คนไปพาตัวนังซูลี่มาให้หนูได้ไหมคะ หนูรู้สึกว่าเรื่องยุ่งๆ ในชีวิตหนูตอนนี้เป็นเพราะนังนั่นคนเดียว”
“ฉันจะยอมช่วยเธอแค่ครั้งนี้เท่านั้น” จ้าวหย่งจ้องหน้าหลินเว่ยฉิงนิ่ง “ฉันเป็นคนประเภทที่ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ และที่ฉันยอมช่วยเธอครั้งนี้ก็ไม่ใช่เพราะฉันกลัวเรื่องที่เธอกำลังยกมาขู่ฉัน เพียงแต่ฉันไม่อยากทำให้หวั่นฮุ่ยต้องมาเสียใจ”
หลินเว่ยฉิงจ้องหน้าจ้าวหย่งกลับ “หนูบอกไม่ได้หรอกค่ะว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่หนูจะมาขอความช่วยเหลือจากคุณหรือเปล่า”
“นี่เธอ! เธออย่าให้มันมากไป เธอก็รู้นี่ว่าฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอเลย ถึงเธอจะเอาอำนาจของคุณตาเธอขึ้นมาขู่ ฉันก็ไม่กลัว เพราะอีกไม่นานไอ้แก่นั่นก็จะไม่มาอยู่ขวางหูขวางตาฉันแล้ว”
“คุณจะทำกับคุณตาเหมือนที่ทำกับคุณลุงและคุณพ่อของหนูหรือ” หลินเว่ยฉิงถามขึ้นอย่างตกใจ เธอแค่ต้องการจัดการกับหลินซูลี่ และเธอแค่อยากอาศัยอำนาจของจ้าวหย่งเพื่อช่วยควบคุมเฉินเฮ่าจงเท่านั้น แต่เธอไม่เคยคิดที่จะให้เขาไปทำร้ายคุณตา
“เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” จ้าวหย่งถามอย่างคุกคาม “มีใครรู้เรื่องนี้อีก!”