กริ๊ง...กริ๊ง....
“ฮัลโหล”
“เจินเจิน แกอยู่ไหนเนี่ย วันนี้มี Present นะโว้ย”
“Present อะไร ในตารางฉันไม่มีงานวันนี้ ฉันสั่งเลขาไว้หมดแล้ว” ซูเจินพูดพร้อมกับนวดขมับตัวเองไปด้วย
“เลขาบ้าบออะไรของแก วันนี้เรามี Present รอบสุดท้ายของอาจารย์เฉิน นี่แกอย่าบอกนะว่าแกลืม!” มู่วั่งเจี๋ยพูดอย่างใสุดขีด
“อาจารย์เฉินไหนเหรอ?” ซูเจินยังอยู่ในอาการงง
“ปรมาจารย์เฉิน อัจฉริยะประจำคณะเราไง ไม่รู้โว้ย อีกหนึ่งชั่วโมงจะเริ่ม Present แล้ว แกรีบมาเร็วๆ เลย ฉันจะไปเตรียมเอกสารที่เหลือต่อ” มู่วั่งเจี๋ยพูดจบก็วางสายไป
“วั่งเจี๋ยเป็อะไรของมัน แต่เดี๋ยวนะ เราเรียนจบกันมาตั้งนานแล้ว มันยังพูดเื่ Present งานอะไรอยู่ได้ หรือเมื่อคืนจะกินเหล้ากันมากไป มันก็เลยยังไม่หายเมา” ซูเจินเตรียมลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปเข้าห้องน้ำ แต่ภาพที่ปรากฎตรงหน้าทำให้ตัวเองใแทบช็อกหมดสติ นี่คือหอพักที่เธอเคยพักอยู่ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่
ซูเจินรีบเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ เธอมองดูปฏิทินด้วยความตกตะลึง นี่มันปี 2008 ซูเจินเดินไปหยิบมือถือที่เธอรับสายเมื่อครู่ขึ้นดูอีกครั้ง มือถือลายดอกไม้ฝาพับ!
ซูเจินหยิบมือถือขึ้นมาแล้วไล่ดูรายชื่อในโทรศัพท์ เธอกดไปยังชื่อที่คุ้นเคย
“ว่ายังไงครับที่รัก วันนี้คุณมี Present ใช่ไหม ผมเสียดายจังเลยที่ไม่ได้ไปเป็กำลังใจให้คุณ เอาไว้พอผมทำงานเสร็จแล้วผมจะรีบไปหาคุณนะ ผมต้องวางสายก่อนนะครับ เอาไว้เจอกัน” กัวจิ้งหยวนพูดจบก็วางสายไป
‘นี่เราย้อนเวลากลับมาหรือเนี่ย มันเป็เื่จริงใช่ไหม’ ซูเจินยังไม่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เธอก็รีบจัดการตัวเองเสร็จภายในไม่กี่นาที หลังจากนั้นเธอก็หยิบโน๊ตบุ๊คและรีบสะพายกระเป๋าออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
เธอรีบเดินไปที่คณะของเธอด้วยความคุ้นเคย ทุกสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเป็เครื่องยืนยันว่าเธอได้ย้อนเวลากลับมาจริงๆ เธอย้อนเวลากลับในปี 2008 ปีที่เธอเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยปีที่สาม
“มัวยืนทำอะไรอยู่วะ เร็วๆ เข้า เพื่อนๆ รออยู่” มู่วั่งเจี๋ยะโเรียกเพื่อนอยู่บนชั้นสอง
“เออๆ ไปเดี๋ยวนี้แล้ว” ตั้งสติได้ ซูเจินก็รีบวิ่งขึ้นชั้นสองไป
การ Present ครั้งนี้เป็งานกลุ่ม และการ Present รอบสุดท้ายก่อนปิดภาคเรียน ซูเจินจำได้ว่าอาจารย์เฉิน หรือที่นักศึกษาในคณะเรียกว่าปรมาจารย์เฉินพอใจกับเนื้อหาใน Project ของกลุ่มเธอในครั้งนี้มาก แต่อาจารย์เฉินชอบให้ทุกคนมีส่วนร่วม จึงเสนอแนะว่าอยากให้พวกเธอร่วมกันนำเสนอผลงานมากกว่าที่จะโยนให้คนๆ เดียวทำ
“วั่งเจี๋ยนายมานี่ก่อนเลย” ซูเจินเรียกเพื่อนก่อนที่จะหันไปทางเพื่อนร่วมกลุ่มอีกสองคน “ฉันคิดว่าการนำเสนอครั้งนี้พวกเราทำด้วยกันดีกว่า พวกเธอไม่ต้องใ การนำเสนอครั้งนี้เราจะทำเป็ทอล์กโชว์ ฉันจะเป็ผู้ดำเนินรายการหลัก พวกเธอก็พูดในส่วนที่พวกเธอทำสรุปมา”
“แกอยากเปลี่ยนรูปแบบทำไม หรือว่าแกไม่ได้เตรียมตัวมาก็เลยจะโยนงานมาให้พวกฉัน” มู่วั่งเจี๋ยมองเพื่อนอย่างรู้ทัน
“ไม่ใช่ๆ พวกแกก็เห็นว่ากลุ่มที่ผ่านๆ มาพวกเขาให้คนๆ เดียวขึ้นนำเสนอ ฉันก็เลยอยากจะสร้างความแตกต่างแค่นั้นเอง” ซูเจินรีบอธิบาย
“ความคิดนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ยังไงพวกเราก็เป็คนทำสรุปในแต่ละประเด็นอยู่แล้ว จะให้ขึ้นพูดก็ไม่มีปัญหา ดีซะอีก อาจารย์จะได้เห็นความแตกต่างของกลุ่มเราที่ไม่เหมือนกับกลุ่มอื่น” เพื่อนนักศึกษาหญิงพูดสนับสนุน
“เห็นไหม แกเนี่ย ชอบมองฉันในแง่ร้ายอยู่เรื่อย ไปเลยไป แกไปท่องเนื้อหาของแกมาให้คล่องเลย” ซูเจินบอกมู่วั่งเจี๋ย
“ฉันเป็คนทำสรุปเื่นี้มาเองกับมือ มันอยู่ในนี้หมดแล้วโว้ย” มู่วั่งเจี๋ยพูดพร้อมกับชี้ไปที่หัวของตัวเอง
กลุ่มของซูเจินนำเสนอออกมาได้ดีและสนุกมาก ก็แน่ล่ะ เธอเป็ถึงผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทั์ใหญ่ ผ่านการนำเสนองานมาไม่รู้เท่าไหร่ เธอแค่งัดเทคนิคการชักจูงเล็กๆน้อยๆ เข้ามาช่วยในการนำเสนอผลงานในครั้งนี้ เท่านี้ก็ได้รับความสนใจจากเพื่อนร่วมชั้นและอาจารย์เฉินเป็อย่างมากแล้ว
“นี่คือสิ่งที่ครู้า ความคิดสร้างสรรค์ของพวกเธอจะทำให้การนำเสนอของนักศึกษารุ่นน้องเปลี่ยนไป และเนื้อหาของพวกเธอก็ชัดเจนมาก นักศึกษาทุกคน ปรบมือให้กับเพื่อนของเราด้วย” อาจารย์เฉินพูดจบก็เริ่มปรบมือขึ้นเป็คนแรก หลังจากนั้นเพื่อนนักศึกษาคนอื่นก็ปรบมือตามเสียงดัง เพื่อนในกลุ่มหันมามองซูเจินด้วยความดีใจ ก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันเก็บของและแยกย้ายกันกลับ
“เจินเจิน แกบอกความจริงฉันมา เป็เพราะแกนอนไม่พอก็เลยไม่ได้เตรียมตัวมาใช่ไหม แกถึงมาเปลี่ยนรูปแบบการ Present วันนี้” มู่วั่งเจี๋ยถามอย่างคาดคั้น
“วั่งเจี๋ย แกเห็นฉันเป็คนยังไง งานที่ได้รับมอบหมายทุกครั้งฉันเคยทำพลาดเหรอ ฉันแค่คิดว่ารูปแบบการนำเสนอแบบเก่ามันน่าเบื่อ อาจารย์เฉินฟังการนำเสนอแบบนั้นมากี่รอบแล้ว และกลุ่มเราก็เป็กลุ่มสุดท้าย เราต้องสร้างความแตกต่างให้อาจารย์เห็นสิ”
“ฉันก็นึกว่าแกไปสอนพิเศษจนไม่มีเวลาเตรียมตัว ก็เลยคิดจะโยนภาระมาให้พวกฉันซะอีก”
“เมื่อก่อนฉันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” ซูเจินทำท่าใ
“ก็ใช่น่ะสิ แกไม่ต้องมาทำเป็ใ ฉันรู้จักแกดี”
“เอาน่า...ต่อไปนี้รับรองว่าฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว ปิดเทอมนี้แกจะไปเที่ยวไหน” ซูเจินเปลี่ยนเื่
“ไม่ได้ไปไหน ก็ช่วยงานที่ร้านเหมือนเดิม” มู่วั่งเจี๋ยตอบเฉยๆ
“ฉันไปช่วยแกทำงานที่ร้านดีไหม”
“ไม่ดี ร้านฉันเป็ร้านเล็กๆ ไม่มีเงินจ้างแกหรอก แล้วแกไม่คิดที่จะไปเที่ยวกับแฟนหนุ่มนิสัยดีของแกบ้างหรือ” มู่วั่งเจี๋ยทำเสียงประชด
“ดูก่อนละกัน” ซูเจินตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“เฮ้ย! เป็ไปได้หรือวะเนี่ย ทุกทีฉันเห็นแกต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอเพื่อพ่อเทพบุตรของแก แต่คราวนี้แกบอกขอดูก่อน สงสัยพระอาทิตย์จะขึ้นทางตะวันตกจริงๆ”
“แกไม่ต้องมาพูดมาก ปิดเทอมนี้ถ้าแกอยู่ที่ร้าน ว่างๆ ฉันจะเข้าไปหาแก แต่ตอนนี้ฉันขอกลับไปเตรียมตัวสอบวิชาสุดท้ายก่อน” พูดจบซูเจินก็เดินตัวปลิวกลับหอพัก ปล่อยให้มู่วั่งเจี๋ยมองตามหลังอย่างงงๆ