หลังจากที่ต้องทนจับเจ่าอยู่ที่บ้านอันน่าเบื่อกับท่านมารดาและบิดาถึงหนึ่งอาทิตย์เต็ม ในที่สุดก็ได้เข้าเรียนสมใจอยากเสียทีดอง
อย่างที่เคยเล่าให้ฟังเล็กน้อย ว่าแต่เดิมโรงเรียนแห่งนี้เปิดเพื่อฝึกสอนเหล่าคนรุ่นใหม่ในการบุกเบิกทวีปใหม่ โดยมีนักเรียนที่จบจากโรงเรียน หรือไม่ก็ได้รับโควต้าพิเศษภายในหนึ่งปี ในการเข้าร่วมโครงการบุกเบิกนี้
ได้สร้างชื่อเสียงและได้ขุดค้นหาขุมทรัพย์กลับมา
ซึ่งพวกฉันคือนักเรียนรุ่นที่ 10 ของสถานศึกษาอันทรงเกียรติแห่งนี้
แผนกการทหาร 1200 คน
แผนกทั่วไป 900 คน
แผนกวิทยาศาสตร์ 300 คน
แผนกวิทยาศาสตร์เวทมนตร์ 1100 คน
แผนกจิตวิทยา 600 คน
รวมทั้งสิ้น 4100 คนที่เข้ามาอัดแน่นอยู่ภายในรั้วที่มีชื่อว่า [ไพโอเนี่ย]
ฉันบินผ่านประตูรั้วหินสีดำใหม่เอี่ยมเข้าไปข้างในพื้นที่แผนกการทหาร
นักเรียนหลากหลายชาติพันธุ์อายุต่างปรากฏให้เห็นกระจายไปทั่วลานสนามหญ้าตรงหน้า
เสื้อคลุมสีเทาตัวยาวอันเป็เครื่องแบบแผนกการทหารต่างปลิวโบกสะบัดไปตามแรงลมของฤดูร้อน
ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนเพียงใด แต่เสื้อคลุมตัวนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกทรมาน
เพราะว่ามันเป็ผ้าเนื้อดีจากเส้นใยสังเคราะห์ที่เหนียวและแข็งแรงมาก
ด้วยคุณสมบัตินั้น จึงทำให้เสื้อคลุมนักเรียนมีความสามารถในการระบายอากาศอย่างยอดเยี่ยม แถมยังเบาและบางเฉียบประดุจสวมใส่อากาศ
"อีกสิบนาทีจะเข้าเรียน รบกวนปีหนึ่งไปรวมตัวที่อาคารเรียนรวมหลักเพื่อชี้แจงหลักสูตรและเริ่มสอนวิชาแรกด้วย"
เอาละ ได้เวลาเข้าเรียน---
"เค้กสไลม์มายาเหลืออีกเพียงชิ้นเดียวเท่านั้นค่ะ! "
"ดอง! "
ในฉับพลันนั้น ดวงตาของฉันก็ลุกวาวจนทะลุแว่นตาออกมา
เลนส์ของแว่นตาปลอมแตกกระจายออกเสียงดังลั่น
เสียงะโนั้นออกมาจากแฝงลอยโทรม ๆ ขนาดสามเมตรครึ่ง
คนขายเป็สตรีเผ่าั์ผมสีม่วงทรงบ๊อบน่ารัก
เธอคนนั้นกำลังะโเรียนลูกค้าเพื่อขายเค้กชิ้นสุดท้ายของร้านเธอเอง
[เค้กสไลม์มายา] ขนมหวานยอดนิยมที่ว่ากันว่าหากินได้ยากมาก
เพราะมันทำขึ้นและขายเพียงภายในรั้วโรงเรียนแห่งนี้เท่านั้น
เค้กสไลม์คืออะไร?
หากว่าสิ่งมีชีวิตสะสมพลังงานส่วนเกินในรูปไขมัน สไลม์ก็คือสิ่งมีชีวิตที่สะสมพลังงานส่วนเกินในรูปลักษณ์เดิมของสิ่งที่กินเข้าไป
ถ้าหากว่ามันกินโลหะ โลหะส่วนเกินก็จะถูกดันมาสะสมที่ิั
ถ้าหากว่ากินเพชรเป็จำนวนมาก ผิวของร่างกายก็จะมันวาวและกลายเป็เพชร
แล้วถ้าหากให้มันกินของจำพวกน้ำตาลหรือสารให้รสชาติละ?
ให้มันกินน้ำผึ้ง กินผลไม้ กินของอร่อยลงไปจนเกินขนาดที่พวกมัน้าตามธรรมชาติ
ขุนให้อ้วนพีในสภาพแวดล้อมอันเหมาะสมจนเติบใหญ่ แล้วฆ่ามันเพื่อนำมาทำเป็ส่วนผสมขนมเค้ก
ด้วยัันุ่มลิ้นเฉพาะของสไลม์ และมีรสชาติแฝงที่เกิดจากกระบวนการสังเคราะห์ธรรมชาติ จึงทำให้ได้รสชาติมายาที่หากใครได้ลิ้มรสแล้วเป็อันต้องติดใจ
แต่ถ้าฉันซื้อมันมากิน คงได้เข้าเรียนวันแรกสายแน่ดอง
คงต้องตัดใจ---
"พิเศษ ซื้อตอนนี้ลดราคา 50%. ด้วยค่ะ! "
"ขอก้อนหนึ่งดอง! "
พวกเรากำลังบุกเบิกอะไรกัน?
กำลังค้นหาอะไรกัน?
เื่นี้ต้องขอย้อนกลับไปที่ตำนานของการกำเนิดชีวิตและโลกใบนี้
มีความเชื่อเกี่ยวกับการสร้างโลกเป็จำนวนมาก แต่เื่ราวที่คนนิยมที่สุด คือเื่ราวของเทพทั้งสาม
พวกเรามีความเชื่อว่าโลกใบนี้ถูกสร้างโดยเทพเ้าสามองค์
เทพเ้าไร้หน้า เทพแห่งความเอาแต่ใจ เทพผู้สร้างสายลมและชีวิต
เทพไร้แขน เทพแห่งปัญญาที่โง่งมและต่ำตม เทพผู้ยุยงให้สิ่งมีชีวิตฆ่าฟันกันเอง
เทพไร้ขาแห่งความไม่รู้ เทพผู้ไร้ความคิดเป็ของตนเองและเดินตามผู้อื่นอย่างโง่งม
เทพเ้าทั้งสามผู้สร้างโลกได้สร้างชีวิตขึ้นมาห้าเผ่า
เผ่ามนุษย์ผู้อ่อนแอแต่ฉลาดแกมโกง
เผ่ายักษาหรือั์ เผ่าผู้มากด้วยพละกำลังและเป็มิตรกับทุกชีวิต
เผ่าอาร์โธร์โพดาหรือเผ่ามนุษย์มด เผ่ามีจุดเด่นเื่ความสามัคคีเหนือเผ่าอื่น
เผ่าปักษาหรือเผ่ามนุษย์นก เผ่าผู้เริงร่า ผู้ปกปักปกครองท้องฟ้า
เผ่าภูติ เผ่าผู้ซุกซน เ้าแห่งเวทมนตร์อาคม
เผ่าทั้งห้าถูกสร้างขึ้นเพื่อทำาและมอบความบันเทิงให้แก่เทพทั้งสามภายในโลกอันคับแคบ
แผ่นดินถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด ไร้ซึ่งความหวัง มีแต่ความตายทุกหย่อมหญ้า
จนกระทั้งทุกเผ่าเริ่มต่อต้านเทพเ้าและหลุดพ้นมาจากการควบคุม
ท้องฟ้าได้กลับมาสุกสว่าง ยามราตรีอันไร้ที่สิ้นสุดได้หายจากไป
โลกที่ถูกปิดล้อมด้วยความมืดได้ถูกคลี่เปิดออก
สุดขอบป่าเลยออกไปมีผืนทะเล
เลยผืนทะเลยังมีทวีปอีกเป็จำนวนมากรออยู่ที่นั่น
ซึ่งนั่นคือดินแดนที่พวกเราไม่รู้จัก และนั่นคือดินแดนที่พวกเรากำลังบุกเบิกค้นหาอยู่ ณ ปัจจุบันนี้
นั่นคือเื่ราวตำนานที่กำลังสอนบรรยายในห้องเรียนรวมขนาดหนึ่งพันคนก่อนที่ฉันจะมาถึง
ตำนานสร้างโลกนั้นจะเป็จริงหรือเท็จ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันนะดอง
แต่ความจริงที่ว่าเลยพื้นที่ทะเลออกไปจากทวีปนี้ คือดินแดนที่พวกเราไม่รู้จักนั้น มันเป็เื่จริง
เพราะพวกเราไม่มีข้อมูลอะไรสักอย่างนอกจากของทวีปแห่งนี้
ที่พวกเรารู้ ก็มีแค่ว่าสัตว์ อสูร และสิ่งแวดล้อมที่ปรากฏในทวีปอื่นนั้น มันต่างออกไปจากทวีปนี้ราวฟ้ากับเหว
อย่างเช่นัที่พบเห็นได้ทั่วไปในทวีปนี้ จะไม่สามารถพบได้ในทวีปอื่นเด็ดขาด
แม้แต่เผ่าทั้งห้าของพวกเราเองก็ไม่พบปรากฏอยู่ในทวีปอื่น
หรืออาจมี แต่อยู่ในส่วนลึกของทวีปจนพวกเรายังไม่ค้นพบ ก็ไม่อาจจะรู้ความจริงนั้นได้เช่นกัน
“ต่อไปคือการตอบคำถาม”
เสียงของศาสตราจารย์ที่กำลังบรรยายได้ดึงสติของฉันกลับสู่ปัจจุบัน
สถานภาพของฉัน ณ ตอนนี้คือเข้าเรียนสาย
ดังนั้นจึงถูกสั่งให้ยืนอยู่เวทีบรรยายทรงกลมเป็การทำโทษ
สายตาของนักเรียนต่างจับจ้องมาทางฉันจากที่สูงกว่า
ที่นั่งของนักเรียนในห้องบรรยายทรงกลมรูปโดมนี้ มีสภาพเหมือนกับสนามประลองยุทธ์
คือมีเวทีบรรยายอยู่ระดับล่างสุด แล้วมีที่นั่งล้อมเป็วงกลมรอบเวทีสูงไล่ขึ้นไป
สรุปคือฉันกำลังอยู่ในสภาพที่เด่นมากเลยละดอง
เสียงไม้จากการเสียดพื้นรองเท้ากับพื้นอาคารกำลังดังลั่นไปทั่วห้อง
พวกเขาต่างพยายามแหงนหน้าออกมามองสตรีผู้น่ารักที่กำลังถูกลงโทษอยู่นี้
เกิดเป็คนน่ารัก มันช่างลำบากเหลือเกินนะดอง~
“นั่นใช่คนที่เผ่าสนามสอบเมื่ออาทิตย์ก่อนใช่หรือเปล่า? ”
“น่าจะใช่นะ ดูนั่นสินมเล็กตามข่าวลือจริง ๆ ด้วย”
“...”
ใครหมาตัวไหนที่มันด่าฉันกันดอง!
"แล้วรู้ไหมว่าทำไมพวกเราถึงไม่สามารถบินหรือใช้วิธีสำรวจทางอากาศได้? "
ศาสตราจารย์เผ่าั์ที่ไว้ผมสีฟ้ายาวเรียบร้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงอันดังก้องเพื่อกลบเสียงพูดคุยของนักเรียน
"ไม่มีใครตอบได้เลยเรอะ? หรือว่าอับอายจนไม่กล้าตอบกันหรือ? "
"ผมตอบได้ครับศาสตราจารย์แอปเปิล"
ในตอนนั้นเองที่มีนักเรียนหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้นยืน
เขาเป็ชายเผ่ามนุษย์ผิวสีอมน้ำตาล มีรูปร่างสูงใหญ่สมส่วนได้รูป หากพิจารณาจากภายนอก ก็นับว่าเป็หนุ่มหล่อผมดำระดับแนวหน้าของรุ่นได้
แถมยังมีกิริยา มารยาท ทวงท่าที่สง่างามจนเห็นเป็ออร่าดอกกุหลาบบานขึ้นมารอบตัวของเขาได้เลยละดอง
"ไหน? จงตอบมาซิ [เอซ] "
ฉันรู้จักเขา
เพราะว่าแม่ของเขาเป็เพื่อนสนิทกับแม่ของฉัน
บุตรของ [เอรีส] สตรีเผ่ามนุษย์ที่ได้รับฉายาว่าเป็วีรสตรีของเผ่ามนุษย์คนนั้น
"เพราะว่าถ้าหากเอาเครื่องบิน ขึ้นบินเลยออกไปจากชายฝั่งเกินหนึ่งไมล์ทะเล มันจะถูกแสงลึกลับจากอีกทวีปโจมตีทำลายในทันทีครับ มีเพียงแค่เรื่อเท่านั้น ที่สามารถใช้เดินทางข้ามทวีปได้ ซึ่งจนถึงปัจจุบัน พวกเราก็ยังไม่รู้ว่าตัวตนที่โจมตีมานั้นคืออะไร นั่นจึงเป็เหตุผลที่เทคโนโลยีการบินกับอวกาศไม่ก้าวหน้า และยังเป็เป้าหมายสูงสุดของทีมสำรวจที่จะค้นหาคำตอบของที่มาลำแสงลึกลับนั้นครับ"
"ถูกต้อง"
"กรี๊ดดดด! "
เสียงกรีดร้องอย่างชื่นชมของพวกสาว ๆ ได้ดังขึ้นมาพร้อมกัน
ส่วนเ้านั่นเองก็หันหน้าไปทางกลุ่มสาว ๆ พร้อมกับส่งสายตาที่คมกริบไปให้พวกเธอ
ดวงตาของพวกสาว ๆ ทั้งจากเผ่ามนุษย์ เผ่ามนุษย์นก เผ่าั์ รวมไปถึงเผ่าภูติต่างกลายเป็รูปหัวใจ
ในห้องนี้คงมีเพียงแค่ฉันกับเผ่ามนุษย์มดที่มีกายภาพแตกต่างชัดเจน ที่ไม่ตกหลุมไปกับเสน่ห์ของมัน
เพราะว่ารู้จักกันมาั้แ่สมัยเด็ก ฉันเลยรู้นิสัยจริงของมันดี ว่าภายใต้นิสัยที่เยือกเย็นและใบหน้าอันหลอเ่าั้ มันมีเื่บางเื่ที่ทำให้มองข้ามไปไม่ได้อยู่
แถมดวงตานั้นเองก็ไม่ได้จับจ้องไปที่สาว ๆ เ่าั้ด้วย
ฉันรู้ว่าทิศทางของสายตาที่จับจ้องไปนั้นคือใคร
ซึ่งคนนั้นคงเป็คือน้องสา---
“ขอโทษที่มาสายค่ะ! ”
ในตอนนั้นเองที่มีนักเรียนหน้าใหม่บุกเข้ามาในห้องบรรยาย
ประตูไม้ขนาดห้าเมตรได้ถูกเลื่อนเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีร่างั์
เธอมีผมสีม่วงไว้ทรงบ๊อบน่ารัก
ร่างกายสมส่วนดูเพรียวบางผิดกับเผ่าั์ที่ควรมีกล้ามเนื้อใหญ่โต
ถึงเธอจะสูงใหญ่ราว 250 เิเ แต่เมื่อเทียบกับสัดส่วนของหน้าอกูเาไฟ กับรูปร่างของก้นที่ใหญ่โตแล้ว จึงทำให้เธอดูกลายเป็สาวทรงเสน่ห์ที่น่าทรมานจิตใจของชายหนุ่ม
ดวงตาของเธอมีสีเทาและมีผิวกายสีเขียวอ่อนดูนุ่มน่าัั
บนหัวของเธอมีเขาคู่สีแดงขนาดเล็กปรากฏอยู่
ฉันจำเธอได้
“นักเรียนที่โดนจับย้ายมาจากแผนกวิทยาศาสตร์เวทมนตร์สินะ มาสายแบบนี้ไม่ดีเท่าไหรเลย ไปยืนหน้าห้องคู่กับยัยภูติตรงนี้ซะ! ”
“ขอโทษด้วยค่ะ...”
สตรีเผ่าั์เดินเข้ามายืนอยู่ข้างฉัน
“เธอ… ใช่คนที่ขายเค้กสไลม์มายาเมื่อเช้าใช่ไหมดอง? ”
“ฮืม? อ๊ะ! เธอเมื่อตอนนั้นนี่น่า! ”
ใช่แล้ว สตรีเผ่าั์คนนี้คือคนที่เปิดร้านขายเค้กสไลม์มายาในตอนเช้านี้นั่นเอง
“ไม่คิดว่าเ้าของร้านเค้กมายาในตำนานจะเป็นักเรียนเหมือนกันนะเนี่ยดอง”
“ฉันต้องหาเงินส่งตัวเองนะ”
“ลำบากหน่อยนะดอง…”
เดียวสิ... เปิดร้านเพื่อหาเลี้ยงส่งตัวเอง?
ชื่อเสียงของร้านเค้กมายานั้นมีมาได้ราวหนึ่งปีแล้ว
แต่เธอกลับมาอยู่ชั้นเรียนเดียวกับฉัน
แถมยังมีเื่ที่ศาสตรจารย์แอปเปิ้ลพูดว่า [นักเรียนที่โดนจับย้ายมาจากแผนกวิทยาศาสตร์เวทมนตร์] อยู่ด้วย
หรือว่า…
“นี่เธอเรียนซ้ำชั้นหรือดอง? ”
“...”
เธอส่งยิ้มข่ม ๆ กลับมาแทนคำตอบ
แย่ละ ของแบบนี้ไม่ควรไปถามเขาสิดอง
“ขอโทษด้วยนะ… ฉันมันไม่ระวังปากเอง”
“ไม่เป็ไร ฉันพลาดเองละ เป็เผ่าั์แต่ดันอยากไปเรียนวิทยาศาสตร์เวทมนตร์แบบนั้น”
เธอทอดสายตามองไกลออกไปที่หน้าต่างของด้านหลังห้องบรรยาย
พวกเราต่างยืนนิ่งเงียบเช่นนี้มาได้ราวสิบนาที
น่าเบื่องะ…
วิชาประวัติศาสตร์ของศาสตราจารย์แอปเปิ้ลจะน่าเบื่อเกินไปแล้วดอง
แอบคุยเล่นกับสตรีเผ่าั์ข้าง ๆ ดีกว่าดอง
“นี่… ขอเสียมารยาทอะไรหน่อยนะ ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบดอง ทำไมเธอถึงเข้าแผนกวิทยศาสตร์เวทมนตร์กันละดอง? ”
เพราะว่าในโลกใบนี้มีเพียงแค่เผ่าภูติที่มีอวัยวะปีกภูติ ซึ่งนั่นทำให้พวกเราสามารถใช้เวทมนตร์ได้
เผ่าอื่นไม่มีอวัยวะชิ้นนี้ เลยทำให้ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้
และจากที่ดูด้วยสายตาแล้ว เธอคนนี้เองก็ไม่ใช่พวกลูกครึ่งด้วย
“ฉันอยากพิสูจน์ว่าตัวเองไม่เหมือนท่านพ่อกับท่านแม่ค่ะ”
เธอส่งสายตาที่แน่วแน่มาให้ฉัน
ในโลกนี้ ถึงจะไม่มีอวัยวะพิเศษของภูติ แต่ใช่ว่าจะใช้เวทมนตร์ไม่ได้
เวทมนตร์คือวิทยาศาสตร์ มันคือศาสตร์แห่งการเข้าใจธรรมชาติแล้วทำการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธรรมชาติเพื่อสร้างสรรสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา
สร้างน้ำจากอากาศด้วยการดึงดูดความชื้นจากในอากาศ
สร้างโลหะจากเืด้วยการแยกแร่ธาตุออกมา
ด้วยความรู้และความพยายามในการเลียนแบบอวัยวะเผ่าภูติของเผ่ามนุษย์ พวกเขาจึงประสบความสำเร็จในการสร้างคฑาเวทมนตร์ สิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถทำให้ทุกเผ่าสามารถใช้เวทมนตร์ได้
แต่ปกติแล้ว คนจากต่างเผ่าจะมีน้อยคนนักที่สามารถนำมันไปใช้งานได้จริง
เพราะมันไม่เหมือนพวกเราเผ่าภูติหรือลูกครึ่ง ที่เกิดมาก็เข้าใจหลักการและวิธีใช้ได้โดยธรรมชาติ
เสมือนหนึ่งเผ่ามนุษย์ที่ไม่มีปีก แล้วจู่ ๆ ได้รับการผ่าตัดต่อปีกเข้าไปอย่างผิดธรรมชาติเช่นนั้น แล้วพวกเขาจะบินขึ้นท้องฟ้าได้อย่างง่ายดายได้อย่างไรกัน?
ฉันรู้สึกว่าเธอคนนี้มีสิ่งที่คล้ายกับฉันดอง
พวกเราน่าจะเป็เพื่อนที่ดีต่อกันได้นะ
ในตอนนั้นเองที่ฉันคิดแผนชั่วร้ายขึ้นมาได้
“ถ้าเธอยังไม่ทิ้งความฝัน เดียวทุกเย็นให้ฉันสอนเวทมนตร์ให้เอาไหม? ”
“จะดีหรือค่ะ! ”
พรุนส่งสายตาที่เป็ประกายมาให้ฉัน
“ดีสิ และเพื่อเป็การแลกเปลี่ยน เธอช่วยเลี้ยงเค้กฉันเป็การตอบแทนด้วยนะดอง”
“ได้เลยค่ะ! ”
ติดเบ็ดแล้วดอง!
เค้กมายาฟรีตลอดชีพการศึกษา ไม่มีอะไรจะกำไรไปมากกว่านี้แล้วดอง
“ดอง ดอง ดอง~”
ฉันเริ่มหัวเราะอย่างชั่วร้ายออกมาเสียงดังลั่น
“โดนทำโทษมันสนุกนักใช่มั้ย! ไม่สำนึกกันเลยใช่มั้ย? งั้นหลังเลิกเรียนให้มาที่ห้องของข้า เดียวจะจับพวกเ้าลงโทษสถานหนักเอง! ”
ก่อนที่จะคอตกเพราะถูกศาสตราจารย์แอปเปิลดุใส่เช่นนั้น
ซวยั้แ่วันแรกเลยแฮะดอง