เสวี่ยเจี้ยนหลินไม่กล้าออกไปข้างนอกจริง ๆ แต่เขาก็อยู่เฉยไม่ได้ ประเดี๋ยวก็ใช้น้ำผสมดินปั้นเป็ก้อนกลม ๆ เหมือนเม็ดยา ประเดี๋ยวก็ไปขุดแมลงที่หลังบ้านเอาไว้ใช้ตกปลา
“เอ๊ะ น้องเล็ก เ้าเห็นหนังสติ๊กที่พี่วางไว้บนขอบหน้าต่างหรือไม่? ทำไมตอนนี้ถึงหายไปล่ะ?” เสวี่ยเจี้ยนหลินถาม
เอ่อ! หนังสติ๊กอันนั้นยังอยู่ในมิติวิเศษนี่นา! เสวี่ยฮุ่ยลืมนำมันออกมา “พี่รอง ท่านลองหาดูอีกทีเถิด บางทีอาจจะตกอยู่ที่ริมแม่น้ำหรือโคนเขา หรือไม่ก็... ข้าจะไปช่วยท่านหาดีหรือไม่?”
เสวี่ยเจี้ยนหลินไม่กล้าพาน้องสาวออกจากบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่ หากท่านย่าและท่านแม่รู้เข้า เขาคงถูกถลกหนังเป็แน่!
ในขณะที่สองพี่น้องกำลังยืนคุยกันอยู่ในลานบ้าน ประตูรั้วก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ชายคนหนึ่งอายุราวยี่สิบกว่าปี สวมชุดคลุมยาวสีเขียวเดินเข้ามา
เสวี่ยฮุ่ยชำเลืองมองพี่รอง คนผู้นี้คือใครกัน? นางไม่กล้าเอ่ยทักทายสุ่มสี่สุ่มห้า ส่วนเสวี่ยเจี้ยนหลินขมวดคิ้วจนแทบจะหนีบแมลงวันตายได้ ครอบครัวของท่านย่าใหญ่ยังไม่จบสิ้นอีกหรือ!
“ทำไมถึงมีแค่พวกเ้าสองคนอยู่บ้านล่ะ? อาเล็กหิวน้ำ เสี่ยวหลินช่วยยกน้ำมาให้ข้าดื่มหน่อย เอาแบบที่ใส่น้ำตาลด้วยจะดีมาก!” ผู้มาเยือนนั่งลงบนม้านั่งในลานบ้านอย่างไม่เกรงใจ และใช้งานหลานชายราวกับเป็เสี่ยวเอ้อ
อาเล็ก? ท่านพ่อไม่มีพี่น้องไม่ใช่หรือ? อาเล็กผู้นี้โผล่มาจากไหนกัน!
“ท่านอาสาม ท่านพ่อท่านแม่ของข้าออกไปทำงาน ท่านมีธุระอะไรกับพวกท่านหรือขอรับ?” น้ำเสียงของเสวี่ยเจี้ยนหลินเจือไปด้วยความรังเกียจและโกรธเคือง
“เมื่อวานท่านย่าใหญ่กับอาหญิงได้รับาเ็ที่นี่ใช่หรือไม่ ข้าจะพูดเื่นี้กับเด็กสองคนอย่างพวกเ้าไปทำไม ไปเรียกพ่อแม่ของพวกเ้ากลับมา!”
เสวี่ยฮุ่ยพิจารณาผู้มาเยือนครู่หนึ่ง ก็พอจะเดาฐานะของเขาได้ “ท่านอาสามมีอะไรจะพูดกับพวกข้าก็เหมือนกัน พวกข้าจะจดจำประเด็นสำคัญไว้ แล้วรอให้ท่านพ่อท่านแม่กลับมาค่อยบอกต่อ” ส่วนเนื้อหาตรงไหนเป็ประเด็นสำคัญนั้น นางจะเป็คนตัดสินเอง
“ได้ยินท่านย่าใหญ่กับอาหญิงบอกว่า าแของพวกนางเป็ฝีมือของเ้า?”
ในฐานะลูกชายคนเล็กของบ้านใหญ่ เสวี่ยจื้อเกาและเสวี่ยชิวเยี่ยน คนหนึ่งคือยอดดวงใจของจ้าวรั่วจือ อีกคนคือแก้วตาดวงใจ ทั้งคู่เติบโตมาอย่างถูกตามใจ
“ท่านคิดว่ามันเป็ไปได้หรือ? ข้าะโขึ้นไปให้ถึงปากอาหญิงได้ก็บุญแล้ว นางไม่ได้โง่ถึงขั้นจะยืนนิ่ง ๆ ให้ข้าตีหรอกนะ? แล้วท่านย่าใหญ่ ท่านล้มลงเองเพราะความไม่ระวัง แต่กลับโยนความผิดมาให้เด็กหกขวบอย่างข้า มีใครเห็นข้ายื่นมือไปผลักคนบ้างหรือ?
ผู้ใหญ่จะกลับดำเป็ขาวไม่ได้นะ! ต่อให้คิดจะหาคนมารับเคราะห์ รบกวนช่วยดูคนให้ดีก่อนจะกล่าวโทษ หรือหาเหตุผลที่น่าเชื่อถือกว่านี้หน่อยได้หรือไม่?”
เสวี่ยจื้อเกาลุกขึ้นเดินวนรอบตัวเสวี่ยฮุ่ยหนึ่งรอบ ยัยหนูนี่ปากกล้าขึ้นั้แ่เมื่อไหร่กัน พูดไม่กี่ประโยคก็ล้างมลทินให้ตัวเองจนสะอาดหมดจด เมื่อก่อนทำไมไม่เห็นว่านางร้ายกาจเช่นนี้!
เสวี่ยเจี้ยนหลินปกป้องน้องสาวไว้ข้างหลัง “ท่านอาสาม ท่านย่าใหญ่กับอาหญิงบอกว่าน้องสาวข้าเป็คนตี ท่านเชื่อคำพูดนั้นหรือขอรับ?”
“แต่พวกนางได้รับาเ็ในลานบ้านนี้ก็เป็เื่จริงไม่ใช่หรือ อาหญิงของเ้ากำลังจะหาบ้านสามีแล้ว หากฟันหน้าหลุดไปสองซี่ ใครจะยอมแต่งงานด้วย? ส่วนท่านย่าใหญ่ ั้แ่กลับบ้านเมื่อวานก็ปวดเอว วันนี้ถึงขั้นลุกจากเตียงไม่ได้ เห็นแก่ที่สองครอบครัวเราเป็ญาติกันจริง ๆ เราจะไม่แจ้งทางการ ให้พ่อแม่ของเ้าเอาเงินออกมาสิบตำลึง เื่นี้จะได้จบสิ้นกันไป!”
“พวกท่านแจ้งทางการเถิด หากทางการตัดสินว่าข้ามีความผิด ข้ายินดีไปนอนในคุก!”
เสวี่ยฮุ่ยไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย หากขุนนางตัดสินว่านางผิด นางจะปั่นป่วนที่ว่าการให้วุ่นวายจนไม่มีใครสงบสุข อย่างไรเสียก็มีมิติวิเศษอยู่ ใครก็อย่าหวังจะจับตัวนางได้
โลกนี้ช่างกว้างใหญ่และมีเื่แปลกประหลาดมากมาย มีเด็กที่ไม่กลัวติดคุกด้วย เสวี่ยจื้อเกาถกแขนเสื้อขึ้น เสวี่ยเจี้ยนหลินก้าวไปข้างหน้าผลักเขาออก
“ท่านเป็ผู้ใหญ่ แต่กลับคิดจะตีเด็ก ช่างหน้าไม่อายจริง ๆ !”
“เ้าเห็นข้าตีนางหรือ? ข้าแค่จะบอกให้นางรู้ว่าการติดคุกมันเป็อย่างไร พวกเ้าเคยเห็นของที่นักโทษกินหรือไม่ ไม่เพียงแต่จะเย็นชืด แต่มันยังเหม็นหึ่ง ในคุกมีหนูเต็มไปหมด แมลงสาบและแมลงอื่น ๆ ยิ่งเยอะกว่านั้นอีก แล้วยังมีผู้คุมหน้าตาเหี้ยมเกรียม...”
แม้เสวี่ยจื้อเกาจะไม่เคยไปเยี่ยมชมคุก แต่เขาเคยได้ยินพวกเ้าพนักงานที่ว่าการและแขกในโรงน้ำชาพูดถึงเื่เหล่านี้ ประกอบกับจินตนาการของตนเอง จึงวาดภาพคุกที่มืดมนและน่ากลัวออกมาเพื่อข่มขวัญหลานสาว
เสวี่ยฮุ่ยฟังเสวี่ยจื้อเกาพูดจนน้ำลายกระเด็นอยู่นาน แล้วหันกลับมากะพริบตาโต “พี่รอง บ้านเรามีญาติที่เคยติดคุกด้วยหรือ ทำไมไม่มีใครบอกข้าเลย!”
ในบ้านจะมีญาติที่เคยติดคุกได้อย่างไร? เสวี่ยจื้อเกาครุ่นคิดถึงคำพูดของหลานสาว แล้วะโตัวลอยะโว่า
“ข้าไม่เคยติดคุก!”
“ท่านอาสามไม่เคยติดคุกจริง ๆ หรือ แล้วเหตุใดท่านถึงรู้เื่ในคุกได้ละเอียดลออเพียงนี้?”
เสวี่ยฮุ่ยจ้องมองเสวี่ยจื้อเกา ด้วยนิสัยและระดับสติปัญญาเช่นนี้ยังอยากได้เงิน หากในกระเป๋าเขามีเงิน นางคงหลอกล่อออกมาได้หมดแน่
“ได้ยินมา ข้าได้ยินมา ได้หรือไม่!”
“คำบอกเล่าที่ฟังต่อ ๆ กันมาเชื่อถือไม่ได้!” เสวี่ยฮุ่ยกล่าวกับเสวี่ยจื้อเกา
ตนเองโตขนาดนี้แล้วกลับถูกยัยหนูน้อยดุด่า เสวี่ยจื้อเกาสั่งให้หลานชายไปตามพ่อแม่กลับมา หากวันนี้ไม่ได้เงิน เขาจะไม่ยอมไปจากที่นี่
“ข้าจะไปหาผู้ใหญ่บ้าน!” เสวี่ยฮุ่ยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านผู้ใหญ่บ้านเปิดประตูไปทางไหน นางพูดคำนี้เพื่อให้เสวี่ยจื้อเกาได้ยิน
“เ้ากลับมานี่!”
เสวี่ยจื้อเกาคว้าคอเสื้อหลานสาว เสวี่ยเจี้ยนหลินเห็นน้องสาวตกอยู่ในมือท่านอา จึงกอดแขนเขาไว้แล้วใช้ขาเตะถีบอยู่ด้านล่าง เมื่อเห็นว่าเสวี่ยจื้อเกายังไม่มีทีท่าจะปล่อยมือ จึงกัดเข้าที่แขนของเขาอย่างแรง
“เ้าเด็กบ้า เ้าเป็สุนัขหรืออย่างไร!” ถึงขั้นหัดกัดคนแล้ว เสวี่ยจื้อเกาเหยียดแขนตรง พยายามสะบัด ‘ของแถม’ นี้ให้หลุดออก
“จื้อเกา หยุดเดี๋ยวนี้!” มีคนรีบวิ่งเข้ามาจากนอกประตู ก้มลงใช้มือข้างหนึ่งประคองร่างเล็กของเสวี่ยฮุ่ย และใช้แขนอีกข้างหิ้วเสวี่ยเจี้ยนหลินขึ้นมา
“พี่ใหญ่? ท่านมาได้อย่างไร!” เสวี่ยจื้อเกากลัวพี่ใหญ่ตรงหน้าที่สุด
“เ้าทำอะไรลงไป กล้าลงมือกับหลานตัวเอง เ้าช่างมีความสามารถจริง ๆ นะ!”
ตอนที่เสวี่ยเจี้ยนหลินลงจากแขนท่านอา เขายังไม่ลืมที่จะเหยียบเท้าอีกฝ่ายหลายครั้ง “คนเลว ปล่อยน้องสาวข้านะ!”
เสวี่ยฮุ่ยแสร้งทำเป็หมดสติซบลงในอ้อมกอดของผู้มาเยือนทันทีที่เสวี่ยจื้อเกาปล่อยมือ ในเมื่อจ้าวรั่วจืออยากจะปัดความรับผิดชอบมาที่บ้านนาง ตอนนี้นางก็จะใช้วิธีเดียวกันตอบโต้กลับไป
“ฮุ่ยฮุ่ย!” เสวี่ยจื้อเจี๋ยอุ้มหลานสาวพลางเรียกชื่อนางซ้ำ ๆ หลายครั้ง
“พวกท่านเป็คนเลว เมื่อวันก่อนอาหญิงผลักน้องสาวข้าตกจากแท่นบ่อน้ำ เืออกเยอะมาก ตอนนี้แผลที่หัวยังไม่หายเลย!
เมื่อวานท่านย่าใหญ่กับอาหญิงอาศัยจังหวะที่บ้านเราไม่มีคนแอบมาอีก หากไม่ใช่เพราะฮุ่ยฮุ่ยซ่อนตัวอยู่ในสวนหลังบ้าน ไม่รู้ว่าจะเป็อย่างไรบ้าง!
พวกท่านยังกล้ามาทวงค่าเสียหายอีก ตอนนี้ข้าจะไปหาผู้ใหญ่บ้านและท่านพ่อท่านแม่ หากวันนี้ฮุ่ยฮุ่ยไม่ฟื้น พวกท่านอย่าหวังว่าจะได้ออกไปจากที่นี่!”
เสวี่ยเจี้ยนหลินนั่งยอง ๆ ข้างน้องสาว เรียก “ฮุ่ยฮุ่ย” สองสามครั้ง เมื่อเห็นนางไม่มีการตอบสนอง จึงลุกขึ้นเตรียมจะไปตามคน
เสวี่ยฮุ่ยแอบบีบมือเขาเบา ๆ บอกว่าอย่าเพิ่งไป รอดูท่าทีของสองคนนี้ก่อน
เมื่อครู่น้องสาวบีบมือเขา นางแกล้งทำหรือนี่?
เสวี่ยเจี้ยนหลินลุกขึ้นอย่างลังเลว่าจะออกไปตามคนดีหรือไม่ เสวี่ยจื้อเจี๋ยไม่อยากให้เื่นี้กลายเป็ที่รู้กันทั่ว แม้เขาจะเป็เพียงคนทำงานเบ็ดเตล็ดในที่ว่าการ แต่ก็ถือว่าเป็ข้าราชการกินเงินเดือนหลวง จึงไม่้าให้เื่อื้อฉาวในครอบครัวแพร่งพรายออกไป