ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ตอนที่ 6 แท่นวังวน (2)

    ถังฮวนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยอมละสายตาจากแท่นวังวนนั่นไปก่อนด้านหน้าโต๊ะทั้งสองฝั่ง มีลูกค้าจำนวนมากเรียงรายเข้ามาไม่ขาดสายด้านหลังโต๊ะมีเหล่าลูกจ้างหญิงในชุดเครื่องแบบ กำลังวุ่นวายกับการเลือกอาวุธให้ผู้ฝึกยุทธ์ รวมทั้งตอบคำถามที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อนด้านหลังของหญิงเหล่านี้เป็นชั้นวางตั้งเรียงรายอยู่บนชั้นวางนั้นเต็มไปด้วยอาวุธมากมายหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นมีด ปืน ดาบ กระบี่ กระบอง คันธนู ขวาน หอก ค้อน เป็นต้น ถังฮวนไล่มองโดยไม่ได้ตั้งใจ หากแต่รู้สึกประทับใจไม่น้อยอาวุธแต่ละอันนั้นเปล่งแสงจางๆ บางอันก็มีเงาระยิบระยับ อาวุธเหล่านี้ไม่ได้แปลกตาสำหรับถังฮวน ต้องไม่ลืมว่าเด็กหนุ่มถังฮวนบนโลกนี้ที่เติบโตมาในโรงหลอมอาวุธ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถหลอมอาวุธระดับต่ำได้ แต่เขาก็เห็นมันมาไม่น้อยอย่างไรก็ตาม สำหรับถังฮวนแล้วเขายังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ดี แม้ว่าความทรงจำของเขาจะหลอมรวมกับเด็กหนุ่มแล้ว แต่มันก็วิเศษมากเมื่อได้มาเห็นกับตาของตัวเองแม้อาวุธก่อนหน้านี้จะสร้างมาจากวัตถุดิบหลากหลายสี ทว่านั่นไม่ใช่สีที่มาจากตัวของมันเอง อาวุธระดับต่ำในร้านแห่งนี้ก็มีสีสันเช่นกัน แต่สีที่แต่งเติมลงไปบนอาวุธนั้นดูแล้วแปลกประหลาดยิ่งถังฮวนรู้ดีว่า สีเหล่านั้นเกิดจากนำวัตถุดิบเลอค่า ไม่ว่าจะเป็นอัญมณีหรือวัตถุดิบอย่างอื่น ที่เพิ่มลงไปในกระบวนการระหว่างหลอมอาวุธเมื่อหลอมอาวุธลงรวมถึงอัญมณีต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยพลังพิเศษลงไป นั่นจะทำให้อาวุธสามารถแสดงศักยภาพที่เหลือเชื่อได้ สิ่งนี้สามารถทำโดยนักอาวุธหลอมที่แท้จริงเท่านั้น หากเป็นช่างตีเหล็กธรรมดาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลอมรวมอัญมณีเข้ากับอาวุธได้สำหรับถังฮวน ผู้ซึ่งอยู่กับการคัดสรรวัตถุดิบมามากมาย มันเหมือนกับว่าประตูแห่งโลกใบใหม่ได้เปิดต้อนรับเขาแล้ว เพียงชั่วอึดใจ ถังฮวนเดินไปที่โต๊ะต้อนรับด้านหน้าทางฝั่งขวา สายตาจับจ้องไปที่อาวุธแถวแรกอาวุธชิ้นแรกบนชั้นวางเป็นดาบตัวดาบยาวประมาณ 80 ซม. และกว้างประมาณ 5 ซม. ไม่เพียงแค่รูปลักษณ์งดงามแต่ยังมีความคมอีกด้วย ตัวดาบมีชั้นของแสงสีขาวส่องประกายระยิบระยับ ถังฮวนชื่นชมเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เพราะความงดงามของมันเท่านั้น แต่เพราะกลิ่นอายเย็นยะเยือกที่มาจากภายในเมื่อยืนตรงหน้าโต๊ะต้อนรับ ถังฮวนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเย็นยะเยือก เหมือนกับว่าสิ่งที่แขวนอยู่นั้นมิใช่อาวุธ แต่เป็นบึงน้ำแข็งพันปีครั้งใดที่ถังฮวนได้เห็นอาวุธทรงคุณค่าเขาจะมีความสุข พลันลูบไล้ตามมือของตน หวังว่าจะหยิบดาบออกมาแล้วมองมันอย่างทะนุถนอม“สวัสดีเจ้าค่ะ ท่านต้องการดาบเล่มนี้หรือไม่?”เสียงแจ่มชัดดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวถังฮวนหันกลับไปแล้วจ้องมองไปอย่างลืมตัว สายตาเขาเห็นเพียงหญิงผิวขาว ตัวเล็ก กิริยาท่าทางอ่อนช้อย ใบหน้าจิ้มลิ้ม ยืนอยู่ด้านหลังโต๊ะ มิเพียงรอยยิ้มเท่านั้นที่งดงาม ทว่าดวงตาของหญิงสาวผู้นั้นเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่นุ่มลึกชวนค้นหาหญิงสาวที่ร้านซิงไห่ล้วนแล้วแต่งดงามทั้งสิ้น โดยเฉพาะในแง่ของความใจดีที่แสดงออกได้จากดวงตาถังฮวนเหมือนโดนสะกดไปชั่วขณะ ก่อนที่จะรู้สึกตัวอีกครั้งว่า หญิงสาวผู้นั้นกำลังกล่าวทักทายตน เขารีบส่ายหัวอย่างทันทีก่อนจะพูดขึ้นว่า “ข้ามาซื้ออัคคีพิสุทธิ์ ควรจะไปที่ตรงจุดใด?”“ซื้อ ‘อัคคีพิสุทธิ์’ เชิญไปที่ด้านโน้นค่ะ!” หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็มองถังฮวนอย่างประหลาดใจ จากนั้นจึงชี้นิ้วไปอีกทาง“ขอบคุณแม่นาง”ถังฮวนพยักหน้า เหลือบมองอาวุธด้วยความอาวรณ์อีกครั้งแล้วเดินเข้าไปด้านใน"หากข้ามีเหรียญทองคำมากมายคงไม่เป็นไร หากจะซื้ออาวุธระดับต่ำเพื่อกลับไปศึกษา แต่ตอนนี้ต้องตัดใจไปก่อน"ตรงที่หญิงสาวพูดถึงคือจุดที่โต๊ะทั้งฝั่งซ้ายและขวามาบรรจบกันเทียบกับความวุ่นวายโดยรอบแล้ว บริเวณนี้ค่อนข้างไร้ผู้คน ด้านหลังโต๊ะนั้นมีหญิงสาวหน้าตางดงามอีกคนหนึ่ง นางสวมชุดกระโปรงสีขาว หากเทียบกับสาวน้อยน่ารักเมื่อครู่ หญิงสาวผู้นี้งดงามดูเป็นผู้ใหญ่ ช่างมีเสน่ห์เหลือล้นยิ่งด้านหลังของหญิงสาวผู้นี้เป็นกรอบไม้ แทนที่จะเต็มไปด้วยอาวุธหลากชนิด แต่กลับเป็นขวดบรรจุอัคคีสีแดงเรียงรายเต็มไปหมดขวดเหล่านั้นแม้มีขนาดใหญ่ แต่ปากขวดแคบยิ่ง เขาไม่รู้ว่าทำจากวัสดุใด หากแต่เป็นสีใสมองทะลุได้เหมือนขวดแก้ว เปลวไฟสีแดงลอยอยู่ด้านใน สะท้อนจนเห็นเป็นขวดสีแดง“ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ นายท่านต้องการซื้อ ‘อัคคีพิสุทธิ์’ หรือไม่?”เมื่อเห็นถังฮวน หญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวย่อตัวลงเล็กน้อย แล้วถามอย่างกระตือรือร้นอีกครั้ง ใบหน้าของเธอฉาบด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ หากไม่ใช่เพราะเสื้อผ้าที่แลดูสกปรกของถังฮวน จากประสบการณ์ในชาติก่อน แค่มองจึงรู้ว่ารอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยมารยาทในการบริการเท่านั้น ไม่ได้จริงใจเท่ากับสาวน้อยหน้าตาน่ารักคนก่อนหน้าถังฮวนมองไปที่ขวดเหล่านั้น ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย“ข้าต้องใช้กี่เหรียญเพื่อซื้ออัคคีพิสุทธิ์?”“หนึ่งพันเหรียญทองเจ้าค่ะ” หญิงสาวในชุดขาวยิ้มหวานตอบกลับ“หนึ่งพันเชียวเหรอ? เหตุใดจึงแพงเช่นนี้เล่า?”ถังฮวนตกตะลึงรู้สึกราวกำลังโดนทุบหัวด้วยค้อน
    เป็นเวลานานแล้วที่ “อัคคีพิสุทธิ์” มีราคาเกือบๆ ห้าร้อยเหรียญทอง แม้ว่าราคาจะผกผันไปมา แต่ก็ไม่มีทางเกินกว่านั้นยี่สิบหรือสามสิบเหรียญทอง ในมือมีเหรียญทองทั้งหมดห้าร้อยสี่สิบเหรียญ คิดว่าคงเพียงพอแล้ว แต่ใครจะไปรู้? “อัคคีพิสุทธิ์” จะราคาเพิ่มขึ้นอีกถึงเท่าตัว!