ทั้งสองฝ่ายเคลียร์พื้นที่บนลานกว้าง โกสยืนสงบนิ่ง ใบหน้าซีดเผือดดูเรียบเฉย ส่วนมาวินกำลังอบอุ่นร่างกายด้วยการกระโดดขึ้นลงสลับเหยียดแขนขา โดยมีเหมยลี่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง
“ เอาล่ะนะ พร้อมรบแล้ว ยะฮู้ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวแกว่งแขนไปมา แต่ก่อนประจัญบาน เหมยลี่ได้ร้องเรียกเบาๆ
“ เดี๋ยวก่อน ”
“ เอ๊ะ มีอะไร ยัยโย่ง ” มาวินหันกลับมาถาม
“ ก่อนจะออกไปสู้ นายรู้มั้ยว่าเนโครมันเซอร์น่ากลัวยังไง ” เด็กสาวลองไถ่ถาม
“ ไม่รู้สิ ยังไงล่ะ ” มาวินเริ่มคลายความทะนง เพราะฉุกคิดได้ว่าเหมยลี่ไม่เคยมีทีท่าหวาดหวั่นแบบนี้มาก่อน นั่นก็แปลว่านายโกสน่าจะมีดีอยู่ไม่น้อย
“ เนโครมันเซอร์คือผู้ใช้มนตร์ดำ เป็นศาสตร์มืดที่ฝืนธรรมชาติ เวทแต่ละบทล้วนสยดสยองและน่าสะพรึงกลัว ” เหมยลี่อธิบายอย่างละเอียด ด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่เรียบเฉย ทำให้วาจาของเธอดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
“ เฮือก ” เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอหลายเฮือกใหญ่ ก่อนเอ่ยถามเสียงสั่น
“ แล้วเวทมนตร์พวกนั้นน่ากลัวยังไง ”
เหมยลี่มองหน้ามาวินนิ่งๆ ความเงียบปกคลุมสถานการณ์จนแทบได้ยินเสียงสายลม เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เด็กสาวก็แจงช้าๆ
“ หลักๆก็ใช้คำสาปพื้นฐาน เช่นสั่งให้ขยับไม่ได้ ฝันร้าย พูดไม่ออก แต่ถ้าเป็นคำสาปร้ายแรง ก็สามารถสั่งให้ตายในทันทีหรือตายอย่างทุกข์ทรมาน”
มาวินถึงกับหน้าเสีย กระนั้นเขาก็พยายามยิ้มสู้ ก่อนถามเด็กสาวอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าฟังไม่ผิด
“ ล้อเล่นรึเปล่า อำกันใช่มั้ย ที่ว่ามาทั้งหมด เข้าข่ายพวกเล่นของในโลกของชั้นเลย”
เด็กสาวร่างสูงมึนกับคำพูดของมาวิน แต่สุดท้าย ก็เลิกใส่ใจ เพราะเด็กหนุ่มจอมเพี้ยนมักจะพล่ามเลอะเทอะเป็นประจำอยู่แล้ว เธอจึงเข้าประเด็นที่ต้องการ
“ จริงๆแล้ว ความมหัศจรรย์ของผู้ใช้มนตร์ดำยังมีมากกว่านั้น ว่ากันว่าถ้าเป็นเนโครมันเซอร์ระดับสุดยอด จะมีพลังอำนาจถึงขั้นควบคุมความตาย ”
“ บ้าน่า อย่าบอกนะว่าเจ้าเน…อะไรซักอย่างเนี่ย เรียกผีขึ้นมาได้ พูดเป็นเล่นน่า ชั้นสู้แต่กับคนเท่านั้น แต่กับพวกผี ชั้นสู้ไม่ไหว บรื้อ..... ” มาวินเริ่มโวยวาย ถ้ามีเรื่องผีมาเกี่ยวข้อง เขามักจะขี้ขึ้นสมองทุกที
เหมยลี่หันไปมองโกส ดวงตาคมดูกระสับกระส่าย คล้ายเกิดความกังวล ครู่หนึ่ง เธอก็แนะนำมาวินต่อ
“ การต่อสู้กับผู้ใช้เวท จะยืนทื่อเป็นเป้านิ่งไม่ได้ ต้องเคลื่อนที่ตลอด ทันทีที่คู่ต่อสู้เริ่มร่ายเวทบทต่อไป จะใช้เวลาประมาณ 3 วินาที ช่วงนี้แหละที่ต้องกุมความได้เปรียบ เข้าไปอัดมันให้เร็วที่สุด เพราะพวกนักเวทไม่มีทางไวไปกว่านักสู้ระยะประชิดแบบเรา ”
มาวินพยักหน้าหงึกๆ ถึงจะรู้สึกกลัวผี แต่เด็กหนุ่มก็พยายามข่มใจ เพื่อก้าวมาเผชิญหน้ากับโกสที่ยืนอยู่กลางลานประลอง
“ สั่งเสียกันเสร็จแล้วใช่มั้ย เจ้าหนู ” โกสแสยะยิ้มที่ชวนขนลุก
มาวินตั้งท่าต่อสู้โดยไม่ยอมต่อปากต่อคำ ตั้งแต่รับรู้ว่าเนโครมันเซอร์ทำอะไรได้บ้าง เขาก็ดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้นมาทันควัน อาการแบบนี้ ยิ่งทำให้โกสได้ใจจนถึงขั้นคำรามดัง
“ พอรู้ถึงความน่ากลัวของข้า ก็เลิกอวดดีเลยนะ ไอ้เด็กปากเปราะ เอานี่ไปกิน ไบโอ ”
ทันทีที่พูดจบ ก็ปรากฏแสงสีเขียวอ่อนบนมือขวาของเนโครมันเซอร์หนุ่ม จอมเวทกางฝ่ามือมาที่มาวิน ทำให้แสงประหลาดพุ่งเข้าใส่เด็กหนุ่มโดยพลัน
“ เฮ้ย อะไรเนี่ย ” มาวินตกใจสุดขีด แต่ด้วยปฏิกิริยาที่รวดเร็ว ทำให้หลบลำแสงได้อย่างหวุดหวิด
“ ตูม ”
ลำแสงพุ่งปะทะพุ่มกุหลาบ เมื่อควันจาง ก็ปรากฏว่าหมู่ดอกไม้ได้เหี่ยวเฉาไปทั้งแปลง
“ อึ้ย นี่ถ้าเราโดนล่ะก็….” มาวินนึกสยองอยู่ในใจ ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะแหบแห้งของเนโครมันเซอร์
“ หึๆ รวดเร็วดีนี่ เจ้าหนู แต่จะหลบได้ซักกี่ครั้ง ” โกสแสยะยิ้ม มือขวาเริ่มเรืองแสงอีกครั้ง
ใบหน้าของมาวินซีดเผือด ความปอดแหกเข้าเกาะกุมหัวใจ เวลาต่อมา เขาก็ได้ยินเสียงของเหมยลี่
“ อย่าหยุดนิ่ง เคลื่อนที่ตลอด ”
เมื่อได้รับคำชี้แนะ มาวินก็คลายความกลัวลง เด็กหนุ่มเริ่มขยับกายไปซ้ายทีขวาที ความเร็วในการเคลื่อนที่ แทบทำให้ชาวบ้านและลูกสมุนของโกสมองไม่ทัน
“ โห…เจ้าหนูนั่นเร็วชะมัด ” เสียงโห่ร้องชื่นชมจากเหล่าชาวบ้านเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
แม้โกสจะเจอความไวขนาดนั้น แต่สีหน้าดูไม่เปลี่ยนเลยซักนิด คล้ายว่ายังมีไม้เด็ดซ่อนอยู่ เขาพยายามยิงคาถา “ไบโอ” ใส่มาวินที่วิ่งวนรอบตัว ทว่าทุกการโจมตี หาได้ต้องกายของเด็กหนุ่ม
“ ตูม ตูม ตูม....... ”
เสียงระเบิดจากคลื่นแสงสีเขียวดังเป็นระยะ จนเหล่าชาวบ้านและลูกสมุนต่างพากันถอยหนี เพราะกลัวจะโดนลูกหลง
ขณะที่มาวินวิ่งวนไปมา สมองก็พยายามหาวิธีแก้อยู่ตลอด ไม่นาน ก็คิดออก
“ เราเริ่มจับจังหวะการร่ายเวทของมันได้ แต่ละครั้งน่าจะใช้เวลาประมาณห้าวินาที ถึงปล่อยลำแสงชุดใหม่ออกมาได้ ดีล่ะ ”
เมื่อคิดได้ดังนั้น มาวินจึงเสี่ยงพุ่งเข้าหาเป็นมุมทแยงสลับซ้ายขวา พออยู่ในระยะสามก้าวก่อนถึงตัว โกสก็โต้ตอบด้วยการปล่อยแสงสีเขียวใส่
“ อึบ ” มาวินเอี้ยวตัวหลบ ลำแสงพุ่งเฉียดปลายผม และพอเข้าประชิดได้ เด็กหนุ่มก็กระหน่ำด้วยท่าถนัด
“ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ”
“ ปั้ก ปั้ก ปั้ก ” เสียงพายุกรงเล็บดังสนั่น ผ้าคลุมดำที่สวมใส่บุ๋มไปตามแรงกระแทก เมื่อจบกระบวนท่า เด็กหนุ่มก็ต้องประหลาดใจ เพราะทุกการโจมตีล้วนอัดเข้าไปที่ผ้าคลุมว่างเปล่า หาได้ต้องกายของเนโครมันเซอร์หนุ่ม
“ เฮ้ย มันหายไปไหน ” มาวินเหลียวซ้ายแลขวา เพื่อหาศัตรูที่สูญหาย ส่วนผ้าคลุมดำค่อยๆร่วงหล่นลงไปกองบนพื้นและปลิวหายไปกับสายลม วินาทีที่เด็กหนุ่มกำลังงุนงง โสตประสาทก็แว่วเสียงแหบแห้ง
“ หาข้าอยู่เหรอ ”
“ หา! อยู่ข้างหลังได้ไง ” เด็กหนุ่มหมุนกาย แต่ก็ช้าเกินไป เขาโดนลำแสงสีเทาอ่อนเข้าเต็มอก
“สต็อป ”
เด็กหนุ่มกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว มันเหมือนถูกหมัดเบาๆกระแทกที่อก แม้ไม่เจ็บเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้รู้สึกแปลกๆ และในเวลาต่อมา เขาก็พบว่าตนเองไม่สามารถขยับกาย
“นี่มันอะไรกัน ทำไมเราถึงขยับตัวไม่ได้ ”
“ หึๆ เป็นเพราะโดนคาถาสต็อปเข้าไปไง "โกสยิ้มเยาะ เขาอยู่ในชุดนักสู้แขนกุดสีม่วงเข้ม ส่วนท่อนล่างสวมกางเกงขายาวสีเดียวกัน
“ กะ….แกหลบหมัดของชั้นได้ไง ” เด็กหนุ่มยืนเกร็ง ปากก็เอ่ยถามอย่างยากลำบาก
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็แค่หลบธรรมดาๆ ไม่น่าถามเลย ” โกสหัวเราะลั่น
“ เป็นไปได้ไง นักเวทอย่างแกไม่น่าไวขนาดนั้น ” เด็กหนุ่มหัวเขียวยังคงสงสัย
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า……” คราวนี้เป็นทีของเหล่าลูกสมุนหัวเราะบ้าง แต่เมื่อโกสยกมือเป็นสัญญาณ ชาวแก๊งก็หยุดโดยพลัน เปิดโอกาสให้เนโครมันเซอร์หนุ่มคลายความสงสัยของคู่อริ
“ สาเหตุที่ว่องไวขนาดนั้น เพราะข้าเคยเป็นนักสู้มาก่อน ”
“ อะไรฟะ แบบนี้ขี้โกงนี่นา หลอกลวงประชาชน ” มาวินกัดฟันกรอดใหญ่ พร้อมพยายามขยับตัว แน่นอนว่ามันไร้ผล
“ จะบ้าเหรอ ไอ้หนู ก่อนสู้กัน ไม่มีใครป่าวประกาศว่าตัวเองเก่งด้านโน้นด้านนี้หรอก ” โกสหยอกล้อ พลางเหลือบมองเด็กหนุ่มที่ขณะนี้มีสภาพเหมือนหมูในอวย
“ เออ ก็จริง แต่แกน่าจะบอกซักนิดว่าเคยเป็นนักสู้ เพราะตอนแข่งมวยไทยในโลกของชั้น ยังมีการประกาศก่อนชกเลยว่านักมวยคนไหนถนัดอาวุธอะไร ” มาวินยังเถียงไม่เลิก
พอโกสเจอไม้นี้เข้าไป ก็ถึงกับหน้าเบี้ยวและเกาหัวแกรกๆ ในใจแอบขบคิด
“ ไอ้เด็กนี่บ้าหรือดีกันแน่ฟะ แล้วที่มันพูดออกมา หมายความว่าไง ”
โกสยืนงงอยู่พักนึง ดูเหมือนว่าคำพูดบ้าๆบอๆของเด็กหนุ่มจะมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับคาถา “สต็อป” แต่พอหายมึน เขาก็ตอบกลับเบาๆ
“ ถ้าอยากรู้นัก ก็ย่อมได้ ตอนข้าเป็นนักสู้ฝึกหัด ถนัดวิทยายุทธ์สายความเร็วแบบแก ”
“ ฮะๆ ดีใจที่ได้เจอนะ รุ่นพี่ ” มาวินตอบกลับเบาๆเช่นกัน ใบหน้าเล็กเรียวดูแหยเก
“ เหอๆ ยังตลกไม่เลิก งั้นจะบอกให้อีกอย่าง กระบวนท่าที่ข้าถนัดที่สุดก็คือ…..” โกสตั้งท่าต่อสู้ น่าแปลกที่มาวินรู้สึกคุ้นตา และในวินาทีต่อมา เขาก็จำได้
“ กระบวนท่าแมวป่า ใช่มั้ย ”
“ ถูกต้อง ” โกสพยักหน้ารับ ก่อนพุ่งเข้าโจมตีเด็กหนุ่ม
“ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ”
“ ปั้ก ปั้ก ปั้ก ” กรงเล็บนับสิบกระแทกทุกจุดบนร่างกายของมาวิน น้ำหนักหมัดและความไวแทบไม่เป็นรองเด็กหนุ่ม ว่ากันตามจริง ท่วงท่าที่ปล่อยออกมา ดูมีพลังและคล่องแคล่วกว่าด้วยซ้ำ
“ อุ้ก อั้ก อู้ว โอ้ว อึบ ” ใบหน้าของเด็กหนุ่มบิดเบี้ยวไปมา และในจังหวะสุดท้าย โกสก็เเถมให้อีกดอกด้วยการกระโดดหมุนตัวเตะ
“ ปัง ”
เสียงฝ่าเท้าปะทะก้านคอดังสนั่น ก่อนที่ร่างเล็กบางจะกระเด็น ปิดท้ายด้วยการไถลไปกับพื้น
ฝ่ายชาวบ้านถึงกับเงียบกริบ ส่วนกลุ่มอันธพาลพากันเฮลั่น
“ เฮ.......ท่านผู้วิเศษสุดยอดไปเลย ”
ขณะที่ชาวแก๊งแสดงความยินดี มาวินก็ค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืน เขาปาดเลือดที่มุมปาก ใบหน้าเรียวเล็กบิดเบี้ยว เพราะจุกเสียดจากการโดนอัดชุดใหญ่
“ อึดดีนี่ เจ้าหนู โดนขนาดนี้ ยังลุกไหว ” โกสกล่าวชม พลางแสยะยิ้มท้าทาย
มาวินหัวเสียกับการเพลี่ยงพล้ำอยู่แล้ว เมื่อมาเจอท่าทีเยาะเย้ยของคู่อริ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิดมากกว่าเดิม
“ หน็อย....แก ไอ้หน้าซีด” มาวินสบถลั่น ก่อนพุ่งเข้าจู่โจม หมัดซ้ายขวาประเคนใส่โกสถี่รัว แต่ทุกดอกล้วนสะเปะสะปะ ชายหน้าซีดจึงพริ้วหลบได้ตลอด
“ ฮ่าๆ บุกเข้ามาเป็นวัวบ้าเลยนะ ใช้สมองหน่อยสิ เอ้า รับนี่ไป ” โกสหลบไป หัวเราะไป สุดท้ายเขาก็สอนมวยด้วยการก้มลงไปเตะตัดขา ส่งผลให้มาวินเสียหลักจนล้มหงาย
“ ฮ่าๆ จับกบอีกแล้วเฟ้ย ได้มากี่ตัวฟะ ไอ้หนู ” เหล่าชาวแก๊งพากันล้อเลียน ส่วนโกสยืนเก๊กอยู่ที่เดิม เขาคิดว่าน่าจะปิดฉากยกแรกแบบไม่ยาก แต่มันไม่เป็นไปตามที่คิด เด็กหนุ่มหัวเขียวเริ่มยันกายลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“ ฮึ่ม.....ทำไมหลบเก่งอย่างนี้ ” มาวินกัดฟันกรอดใหญ่
“ ก็แล้วทำไม แกยังไม่ยอมแพ้อีกเล่า ” โกสถามเสียงเอื่อย คล้ายเบื่อหน่าย
“ ยอมบ้ายอมบออะไร ตราบใดที่ชั้นยังไม่น็อก ก็ไม่ยอมแพ้ ” มาวินตะโกนกลับ โดยไม่ดูสภาพของตัวเองว่าร่อแร่แค่ไหน
“ หึๆ ได้ เดี๋ยวจัดให้ ” โกสแสยะยิ้ม ก่อนพุ่งเข้าโจมตี พายุหมัด เท้า เข่า ศอกถูกระดมใส่ไม่ขาดสาย
“ เฮ้ยๆ ช้าๆ อย่าไวนัก อุ้ก อั้ก โอ้ย ” มาวินยกสองมือ สองเท้าขึ้นปัดป้องเป็นพัลวัน แต่การโจมตีบางส่วนก็หลุดเข้ามาอัดตามร่างกายจนก่อให้เกิดเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด
เด็กหนุ่มถูกอัดอย่างต่อเนื่อง แม้หมัดของโกสจะไม่หนักนัก แต่ก็สร้างความบอบช้ำได้พอสมควร ถึงกระนั้น เขาก็ไม่คิดปัดป้องอยู่ฝ่ายเดียว พอได้จังหวะ มาวินก็ปล่อยกระบวนท่าเด็ด
“ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ”
เหมือนโกสจะรู้ทัน จึงรีบถอยฉากออกมา พอพ้นระยะหมัด แสงสีช้ำเลือดช้ำหนองก็ปรากฏบนมือขวา วินาทีต่อมา เขาก็ปล่อยคาถาใส่เด็กหนุ่ม
“ ไนท์แมร์ ”
“ เฮ้ย ” มาวินร้องได้คำเดียว ก่อนจะโดนลำแสงนั้นเต็มๆ ดวงตาที่เคยสดใสแปรเปลี่ยนขุ่นมัว พร้อมหยุดชะงักอย่างฉับพลัน เปิดโอกาสให้โกสโดดถีบยอดอกจนร่างเล็กเพรียวกระเด็นไปกระแทกหน้าต่าง
“ เพล้ง ”
ความแรงของลูกถีบมีมากพอจะส่งให้มาวินพุ่งเข้าไปในบ้าน กระจกแตกละเอียดและร่วงกราว
“ เฮ.....ไชโย คราวนี้จบแน่ เพราะไอ้หนูนั่นโดนไนท์แมร์เข้าไปเต็มๆ ” สมุนแก๊งยมทูตโห่ร้องเกรียวกราว ทุกคนมั่นใจว่าลูกพี่ตนจะชนะ
ฝ่ายชาวบ้านต่างพากันเงียบกริบ เพราะการต่อสู้ยกแรก พวกเขาพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า หลายคนนึกห่วงเด็กหนุ่ม มีคุณยายคนหนึ่งเดินเข้าไปดูอาการ แต่พอประจักษ์ร่างบางที่นอนเหยียดยาว เธอก็กรีดร้องเสียงดัง
“ กรี๊ด…ตายแล้ว เจ้าหนูนั่นนอนตาเหลือก ”
เหล่าชาวบ้านรีบรุดเข้าไปดูอาการ ส่วนโกสได้แต่ยืนเก๊กท่าอยู่กับที่ ราวกับเป็นนายแบบบนแคทวอล์ค ปากบางๆเริ่มแสยะยิ้ม ก่อนเอื้อนเอ่ยช้าๆ
“ ฝันดีนะ เจ้าหนู ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
