
บทที่ 10 ไก่ผัดถั่วลิสงพริกแห้ง (1)
เปลือกตาสีขาวกระพริบถี่ก่อนจะเปิดออกให้เห็นดวงตาปรือปรอยด้วยความง่วงงุน
เพดานห้องนอนอีกแล้วหรอ คุ้นๆ เหมือนย้อนไปเมื่อวานเลย
แขนขาวยืดเหยียดออกก่อนจะพลิกตัวกลิ้งไปมาบนเตียงนุ่ม แก้มป่องๆ บี้ลงกับหมอนใบหนา ถูไถไปมาอย่างไม่้าแยกจากกัน แต่ก็ถูกอาจิงที่นั่งคอยอยู่ข้างเตียงเดินปลุกให้ลุกขึ้นเพราะถ้านอนมากกว่านี้คืนนี้จะนอนไม่หลับเอาได้
ร่างเล็กเลยได้แต่ยกแขนบางให้อีกคนฉุดลุกขึ้นจากเตียง ไปเช็ดหน้าเช็ดตา เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดใหม่แล้วพาออกมานั่งจิบน้ำชากินขนมอยู่ที่หน้าเรือน แต่นั่งไปซักพักก็ตัวย้วยไปกับโต๊ะที่วางถาดขนมเหมือนเดิม จนบ่าวคนสนิทได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู
คุณชายน้อยของนางมักงอแงหลังตื่นนอนอยู่เสมอ อีกทั้งยังขี้อ้อนมากอีกด้วยจนทำเอาบ่าวไพร่แทบใจละลายไม่เว้นวัน
เมื่อเห็นว่านี่ก็ต้นยามเซิน (15.00-16.59) แล้ว จึงชักชวนให้คุณชายน้อยคนงามให้ไปที่เรือนใหญ่เพื่อสนทนาเป็เพื่อนกับนายหญิงและอดีตนายหญิงตระกูลหยาง
คนงามตัวน้อยได้ยินดังนั้นก็ดีดตัวที่ย้วยจนแทบเป็ของเหลวขึ้นทันที ไปอ้อนท่านแม่ท่านย่าดีกว่าเพื่อจะได้ของติดไม้ติดมือเข้ามารวมกับสินสอดไปสู่ขอเทียนเกอ ใบหน้าสวยยิ้มกระหยิ่มในใจก่อนจะเดินอย่างร่าเริงไปทางเรือนใหญ่
ระหว่างทางช่างเงียบเหงาเพราะเวลานี้หลานสาวก็กำลังเรียนเื่มารยาทกุลสตรีต่างๆ อยู่กับอาจารย์ที่เรียกมาสอนจากข้างนอก หลานชายก็คงกำลังคัดตำราอยู่เช่นกัน อี้เฟิงนึกดีใจที่ตนมาอยู่ในร่างนี้ตอนโตแล้ว ไม่อย่างนั้นคงได้หาวิธีปีนกำแพงจวนโดดเรียนเป็แน่ มือเล็กลูบขนแขนที่ลุกชันขึ้นภายใต้แขนเสื้อเมื่อนึกถึงความน่าเบื่อในการเรียนของยุคนี้ เขาอายุ 25 แล้วในโลกก่อน ถ้ายังต้องมานั่งท่องตำรามารยาท หรือคัดกดนั่นนี่ ขอกินกระดาษแทนดีกว่า
เมื่อขาเล็กก้าวเข้าถึงเรือนใหญ่ก็พบว่าพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ใหญ่ที่ออกไปตรวจตรากิจการข้างนอกก็กลับมาแล้ว พี่รอง ท่านแม่ ท่านย่าก็อยู่ด้วย จะขาดก็แต่ท่านพ่อกับท่านปู่ที่ยังไม่กลับมาจากข้างนอก
"ตื่นแล้วหรอเฟิงเอ๋อร์ของย่า มาให้ย่ากอดเร็วเ้าเด็กขี้เซา" อดีตนายหญิงของบ้านเรียกหลานรักให้เข้ามาใกล้ๆ อย่างเอ็นดู หลานของนางช่างน่ารักนัก ปากเล็กๆ นั่นหอมแก้มที่มีริ้วรอยของนางอยู่หลายครั้งก่อนซบใบหน้าเล็กลงกับตักของนางแล้วดึงมือเหี่ยวย่นไปกุมแนบแก้มนุ่มเอาไว้ เรียกรอยยิ้มความเอ็นดูจากทุกคนได้เป็อย่างดี
"ช่างออดอ้อนเสียจริง เ้าอยากได้ร้านค้าอีกกี่ร้านกัน เ้าตัวแสบ เ้ามาอ้อนย่าทีไร อย่าหมดตัวทุกทีเลย"เสียงนุ่มของหญิงชราเอ่ยเย้าหลานของตัวเองอย่างอารมณ์ดี
อี้เฟิงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะในลำคอขึ้นมาทันที พร้อมจุมพิตมือเหี่ยวย่นของท่านย่าอย่างออเซาะออดอ้อน
ท่านย่าช่างรู้ใจหลานจริงๆ เลยว่าอยากได้เงินไปสมทบค่าสินสอดสู่ขอผู้ชาย
หลังจากออดอ้อนท่านย่าแล้ว อี้เฟิงก็ต้องเดินสายมอบความรักให้กับทุกคนในห้องอย่างครบถ้วน ทั้งท่านแม่ พี่รอง พี่ใหญ่ที่จับฟัดอี้เฟิงนานมากกว่าใครคนสุดท้ายก็คือพี่สะใภ้ใหญ่ของเขาที่ตอนนี้ยึดอี้เฟิงไว้ในอ้อมกอดของตัวเองเรียบร้อยไม่สนใจสีหน้าหงอยเหงาของสามีที่อยู่ด้านข้าง
พี่สะใภ้ใหญ่คนนี้แต่งเข้ามาในจวนหยางเมื่อตอนอี้เฟิงอายุเพียงสิบขวบเท่านั้น เรียกได้ว่าช่วยเลี้ยงอี้เฟิงมาพร้อมกับทุกคนในบ้านเลยทีเดียว คอยดูแลมอบวามรักเอาใจใส่ให้กับอี้เฟิงราวกับอี้เฟิงเป็ลูกชายคนโตของตนด้วยซ้ำ
่แรกๆ ที่แต่งเข้ามาอี้เฟิงติดพี่สะใภ้หนึบมาก จนแทบจะขนหมอนไปนอนด้วยวันเว้นวัน จนคนอื่นในบ้านต่างพากันน้อยใจ จะหนักหน่อยก็ตรงพี่ใหญ่ที่น้อยใจทั้งภรรยาและน้องชายสุดที่รัก เื่ในตอนนั้นจบลงด้วยท่านพ่อท่านแม่และท่านปู่ท่านย่าสลับวันกันหาของหลอกล่อพาอี้เฟิงไปนอนกอดทุกคืนแทน
อี้เฟิงที่ตอนนี้นั่งนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของพี่สะใภ้กวักมือเรียกอาจิงเพื่อขอกระดาษและพู่กันรวมถึงแท่งฝนหมึก
อี้เฟิงจะโม้เื่ที่ทำในวันนี้ให้กับทุกคนได้รู้น่ะสิ แต่หมึกกับพู่กันนี่เขียนยากจริงๆ อีกทั้งยังต้องคอยฝนหมึกอีก อี้เฟิงอยากได้ดินสอมากๆ เลยตอนนี้ หรือจะเอาแท่งถ่านมาพันผ้าใช้แทนดินสอดีนะ ร่างเล็กทดเื่นี้ไว้ในใจ ก่อนจะตวัดพู่กันเป็อักษรที่หน้าตาดูดีมากขึ้นกว่าเดิมโข
'วันนี้ข้าช่วยเทียนเกอทำอาหารสูตรใหม่ด้วยขอรับ อร่อยมากๆ เลยขอรับ' มือน้อยยื่นแผ่นกระดาษไปตรงหน้าทุกคนอย่างกระตือรือร้นพร้อมยืดอกรอรับคำชม ปากเล็กๆ ยิ้มกว้างไม่หยุด
ทุกคนที่นั่งอยู่ในเรือนแย้มยิ้มอบอุ่นให้เกอตัวเล็กทันทีอย่างไม่ต้องให้รอคอย มือใหญ่อุ่นร้อนของพี่ใหญ่ที่อยู่ด้างข้างลูบเรือนผมนุ่มอย่างอ่อนโยน แล้วยังหอมแก้มป่องๆ นั่นคนละข้างกับภรรยาคนสวย ไม่วายลอบหันไปยักคิ้วเยาะเย้ยน้องชายคนรองที่นั่งอยู่อีกด้านของตน
หึ นอนนอกห้องเมื่อคืนทำอะไรข้าไม่ได้หรอกนะ
หยางอี้เวยขบฟันในลำคอด้วยความขัดใจ จะให้ไปยื้อแย่งน้องชายออกมาจากอ้อมแขนของพี่สะใภ้ใหญ่ก็ไม่เหมาะเลยได้แต่จดความแค้นนี้เอาไว้รอเวลาของตนมาถึง แล้วหันไปสนใจน้องชายผู้น่ารักของตนต่อ
อี้เฟิงเมื่อเห็นการตอบรับของทุกก็ยิ่งยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มที่บุ๋มลงไป กวักมือเรียกอาจิงล่ามส่วนตัว ให้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดของวันนี้แทน
ซึ่งอาจิงก็รู้หน้าที่เป็อย่างดีว่าส่วนไหนควรเล่าส่วนไหนควรข้ามอย่างตอนที่ใกล้ชิดกับเทียนเกอหรือให้อีกฝ่ายเช็ดรอยเปื้อนให้ที่แก้มเพราะไม่อยากให้คุณชายตัวน่อยๆ ของตนโดนดุนั่นเอง
ตอนที่อาจิงเล่าว่าคุณชายน้อยพยายามตั้งใจขนาดไหนในการวาดรูปวิธีเตรียมวัตถุดิบจากสมุนไพรต่างๆ เพื่อคิดค้นรายการอาหารจานใหม่ รวมถึงคอยช่วยพ่อครัวใหญ่หยิบจับนู่นนี่ ซึ่งตรงนี้แน่นอนว่าอาจิงย้ำไปด้วยว่าคุณชายน้อยไม่ได้แตะต้องสิ่งที่เป็อันตรายอย่างเตาไฟและของมีคมตามที่คุณชายรองเน้นย้ำอย่างแข็งขัน ในส่วนนั้นพ่อครัวใหญ่จะเป็คนลงมือเองทั้งหมด อีกหน้าที่สำคัญของคุณชายน้อยคือยังช่วยติชมรสชาติอาหารจนสามารถปรุงออกมาได้รสเลิศแม้ลองทำเพียงหม้อแรกก็ตาม
เรียกได้ว่าอาจิงเล่าโอ้อวดคุณชายน้อยของตนจนผู้เป็นายตอนนี้แทบจะลอยขึ้นไปบนฟ้าเลยด้วยซ้ำ
อี้เฟิงลอบยกนิ้วโป้งแสดงความยอดเยี่ยมให้กับอาจิงก่อนจะหันไปรับคำชมของคนในครอบครัวอย่างปลื้มปริ่ม ในอกเล็กๆ หัวใจกำลังพองโตคับแน่น ดวงตาใสแวววาวฉายชัดถึงความสุข แก้มน้อยๆ แดงระเรื่อเพราะเริ่มขัดเขินกับคำชื่นชมของทุกคนจนตอนนี้ต้องหันหน้าไปซบไหล่ของพี่สะใภ้ใหญ่แทนเผยให้เห็นแค่ใบหูเล็กที่แดงจัดออกมาเท่านั้น
เห็นท่าทางของเกอน้อยของบ้านมีความสุขแล้วคนในคอบครัวก็พากันมองหน้าด้วยความปลื้มปีติ พวกเขาล้วนยินดีและสนับสนุนทุกอย่างที่เกอน้อยทำแล้วมีความสุขอยู่เสมอ แม้เ้าตัวเล็กจะซุกซนไปบ้างแต่ก็สามารถสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคนในจวนได้ตลอดเวลา ขอเพียงเ้าจอมซนของบ้านมีรอยยิ้มทุกคนในจวนก็พร้อมที่จะมอบสิ่งที่เ้าตัว้ามากองไว้ตรงหน้าทันที
ครอบครัวตระกูลหยางหลังจากที่ได้ฟังบ่าวสาวเล่าถึงอาหารจานใหม่ที่อี้เฟิงมีส่วนช่วยคิดและปรับปรุงรสชาติจนออกมาได้อร่อย ก็อยากที่จะลองชิมอาหารจานนี้ทันที ท่านย่าถึงกลับออกปากเรียกพ่อบ้านใหญ่ให้ส่งคนไปแจ้งสามีและลูกชายว่าให้รีบกลับมาที่จวนเพราะจะเลื่อนเวลาของสำรับมื้อเย็นเข้ามาครึ่งชั่วยามเพื่อที่จะได้ชิมฝีมืออาหารของอี้เฟิงได้เร็วขึ้น
อี้เฟิงน้อยได้แต่เกาหัวยิ้มแหยอยู่ในใจ อยากจะพูดออกไปเหลือเกินว่าที่ตัวเองลงมือทำมีแค่โรยหน้าผักชีลงบนถ้วยเท่านั้น ที่เหลือคือเทียนเกอเป็คนทำทั้งหมดเลย อี้เฟิงทำได้แค่ยิ้มให้กำลังใจและแอบลวนลามใบหน้าหล่อเหลานั่นผ่านการซับเหงื่อให้เท่านั้นเอง
อืม แต่เื่นี้ไม่ต้องบอกให้รู้หรอกเนอะ เดี๋ยวไก่ เอ้ย เทียนเกอรู้ตัวจะหนีไปเสียก่อน อี้เฟิงจะไปหาว่าที่สามีที่ทั้งหล่อ หุ่นดี อ่อนโยนและทำอาหารเก่งแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก
จะว่าไปแล้วเทียนเกอนี่มาทรงแด๊ดดี้เลยนะเนี่ย อยากรู้จริงๆ ว่าแด๊ดดี้คนนี้จะดุไหม อี้เฟิงคิดอย่างก๋ากั่นตามประสาคนที่อ่านนิยายแนวนี้มาเยอะจนจินตนาการไปไกลสุดกู่ หน้าที่แดงอยู่ก่อนหน้านี้จึงยิ่งแดงจัดเข้าไปใหญ่เพราะความคิดลามกของตน
ก่อนมื้ออาหารเย็นเค่อนึงท่านพ่อกับท่านปู่ก็กลับมาถึงบ้าน พอเข้ามาถึงเรือนใหญ่ท่านพ่อก็ยกอี้เฟิงจนตัวลอยไปกอดลูบหัวลูบหางกับท่านปู่สองคนเพื่อทำเวลาทันที แถมยังเอ่ยชื่นชมความเก่งกาจของลูกรักที่พ่อบ้านได้แจ้งไปยังจดหมายว่าเก่งมากขนาดไหน อยากลองชิมอาหารฝีมือลูกชายหลานชายใจจะขาดแล้ว ท่านปู่ถึงกลับบอกว่าพออี้เฟิงอายุยี่สิบปีเมื่อไหร่จะยกเหลาอาหารอี๋นั่วให้อี๋เฟิงเป็เ้าของเลยทีเดียว
แน่นอนว่าอี้เฟิงชอบรางวัลอันนี้ของท่านปู่มาก คิดดูนะว่าสามีก็เป็พ่อครัวใหญ่ ส่วนอี้เฟิงที่เป็เ้าของเหลาอาหารก็นั่งนับเงินสวยๆไปวันๆ ตื่นมาก็มีอาหารอร่อยๆ กิน เช้า กลาง วันเย็น ชีวิตอะไรจะแฮปปี้ขนาดนี้ก่อน ระหว่างรอที่จะนั่งนับเงินสวยๆ ก็เทียวไปจีบพ่อครัวสุดหล่อให้ติดเสียก่อน แน่นอนว่ามีแผนมัดใจเทียนเกออีกเพียบเลยล่ะ
พอถึงเวลามื้อเย็นทุกคนก็ย้ายกันไปยังห้องทานอาหาร ซึ่งอาหารที่ดึงดูดเตะสายตาของทุกคนจะเป็อะไรได้อีกนอกจากถ้วยที่มีน้ำซุบสีขาวราวกับน้ำนมยิ่งมีคนนำไปอุ่นร้อนพึ่งวางบนโต๊ะแบบนี้กลิ่นหอมของข่าตะไคร้ใบมะกรูดคือจัดเต็มกันไปเลย แถมกลิ่นหอมๆ ของกะทิยิ่งชวนให้ท้องร้องเข้าไปอีก ทำเอาหลานชายหลานสาวถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เสียงดังเลยทีเดียว
โชคดีที่เทียนเกอให้ต้มข่าไก่มาหม้อค่อนข้างใหญ่เลยสามารถแบ่งออกเป็สี่ชามโตๆ ได้ พอบ่าวตักข้าวให้ทุกคนครบเท่านั้นแหล่ะ ก็พากันจ้องเขม็งไปที่ท่านปู่ที่าุโที่สุดของบ้านทันที ซึ่งท่านปู่ก็ไม่ให้ทุกคนได้รอ ตักไก่นุ่มในชามอาหารฝีมือหลานชายวางลงบนถ้วยข้าวของท่านย่า จากนั้นก็ตักไก่และน้ำแกงใส่ถ้วยข้าวของตัวเอง
เมื่อท่านปู่ลงมือทุกคนที่เหลือก็แทบจ้วงกันไปที่ต้มข่าไก่ทันที พอทุกคนได้ตักเข้าปากก็หลับตาพริ้มซึมซับรสชาติที่ไม่เคยได้ลิ้มรสมาก่อน ความเปรี้ยวของมะนาว รสเค็มที่ตามมาด้วยความหวานมันของกะทิ ไก่ชิ้นนุ่มกำลังดี ยิ่งตามด้วยเห็ดฟางที่ให้ัักรุบๆ เนื้อเด้ง มื้อนี้เรียกได้ว่าเป็มื้อที่ไม่มีเสียงพูดคุยกันระหว่างมื้ออาหารที่ปกติจะมีการหยอกล้อกันบ้างเพื่อสร้างเสียงหัวเราะในครอบครัว
จะเด็กหรือผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเติมข้าวกันหมด ไม่เว้นแม้แต่อี้เฟิงที่ฟาดมื้อกลางวันมาหลายชามแล้วก็ตาม พอต้มข่าไก่ในชามหมดลงตะเกียบถึงได้เบนไปยังอาหารจานอื่นบ้าง แต่ก็ไม่สามารถลืมรสชาติของน้ำแกงเลิศรสเมื่อสักครู่ได้อยู่ดี
ท่านปู่ถึงกับบอกว่าถ้านำอาหารจานนี้ขึ้นขายที่เหลาอาหารอี๋นั่วต้องเรียกความฮือฮาจากเหล่าลูกค้าทั้งหลายได้แน่ๆ เพราะเป็รสชาติที่ไม่เคยมีใครได้ลิ้มลองมาก่อน ทั้งอร่อยทั้งแปลกใหม่ เหลาอาหารที่ปกติก็ขายดีทุกวันอยู่แล้วคงยิ่งกว่าเป็เทน้ำเทท่า
ส่วนท่านพ่อตอนนี้ก็ดีดลูกคิดอยู่กับพี่ใหญ่ว่าจะทำสัญญาการค้ากับพ่อค้าต่างแดนที่เอาวัตถุดิบเหล่านี้มาให้แบบผูกขาดไม่ให้ใครมาแย่งชิงวัตถุดิบทำอาหารชั้นเลิศนี้ไปได้
พอฟังถึงตรงนี้สมองอี้เฟิงก็สว่างวาบขึ้นมาทันทีรีบเขียนบอกท่านพ่อว่าให้พ่อค้าคนนี้ขนวัตถุดิบไม่ว่าจะสำหรับทำอาหารหรือจะเป็สมุนไพรยามาของแคว้นใต้มาส่งให้ทั้งหมดเลยดีกว่า อี้เฟิงจะขอรับอาสากับเทียนเกอในการคิดอาหารจานใหม่ๆ ให้เหลาอาหารอี๋นั่วเอง
เหล่าพยัคฆ์ใหญ่พยัคฆ์เล็กล้วนพยังหน้าเห็นด้วยทันที แม้จะรู้สึกว่าหนังตามันกระตุกแปลกๆ แต่ก็ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมถึงได้กระตุกขึ้นมาได้ ก่อนจะปล่อยผ่านไปหันมาพูดคุยถึงหัวข้ออื่นๆ กันต่อ ซึ่งมาถึงตรงนี้อี้เฟิงกับหลานๆ ก็ขอแยกตัวกลับไปพักผ่อนที่เรือนของตัวเอง
เมื่อกลับมาถึงเรือนสิ่งที่อี้เฟิงทำคือรีบเข้าไปอาบน้ำทันที จากนั้นก็มานั่งที่โต๊ะเขียนอักษรปล่อยให้อาจิงใช้หวีคอยสางเส้นผมนุ่มให้อย่างเบามือ
มือบางของเกอรูปงามขยับตวัดแท่งถ่านในมือไม่หยุด แท่งถ่านนี้อี้เฟิงของให้อาจิงส่งคนไปหยิบมาให้หลายๆ แท่ง เลือกอันที่จับถนัดมือได้ก็ขอให้บ่าวคนสนิทช่วยเอาผ้ามาพันไว้อย่างสวยงามสำกรับจับและเว้นส่วนปลายสำหรับเขียนเอาไว้ โชคที่ถ่านในจวนหยางเป็ไม้เนื้อแข็ง เลยไม่ต้องกลัวว่าจะหักเปราะตอนเขียนจนเปรอะเปื้อนกระดาษไปทั้งแผ่น
เวลานี้ร่างเล็กที่ในหัวมีแต่ของกินที่เคยได้กินตอนอยู่โลกก่อนหน้าหมุนติ้วไปมาอยู่ในสมอง อี้เฟิงกำลังคิดแผนการใหญ่จะเปลี่ยนเหลาอาหารอี๋นั่วเป็เหลาอาหารจีนและอาหารไทยที่มีชื่อเสียงที่สุดในแคว้นถึงความจริงจะเป็เหลาอาหารอันดับหนึ่งมาได้หลายปีแล้วก็เถอะ แต่มันต้องยิ่งปังๆ ขึ้นอีกแบบปังปุริเย่ไปเลยยังไงล่ะ อาหารชูโรงอีกอย่างที่ต้องขึ้นชื่อไม่แพ้กันคืออาหารไทยจานเด็ดต่างๆ ในโลกก่อนที่อี้เฟิงอยากให้มีขายด้วยเหมือนกัน
แต่บางรายการมันก็ติดตรงวัตถุดิบนี่แหล่ะ บางอย่างก็มีเหมือนโลกก่อนแล้วอย่างพวกน้ำมันหอย น้ำมันงา ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำปลา น้ำส้มสายชู รวมถึงอีกหลายอย่าง แต่บางอย่างอี้เฟิงไม่เจอในครัวของเทียนเกอเลยทั้งที่น่าจะเป็ที่ๆ มีวัตถุดิบครบครันมากที่สุด แสดงว่าอาจจะมีอยู่ที่ต่างแคว้นแทน ซึ่งอี้เฟิงบอกเลยว่าต่อให้ต้องดั้นด้นไปต่างแคว้นก็จะหามาตอบสนองความอยากกินของตัวเองให้ได้!
สำหรับเื่กินอี้เฟิงจะขอไม่ยอมแพ้!
มาไล่อาหารจารเด็ดของโปรดที่อี้เฟิงชอบกินก่อนดีกว่าแล้วค่อยมาแยกอีกทีว่าตอนนี้เจอวัตถุดิบอะไรแล้วบ้าง ยังขาดเหลืออะไรที่ต้องตามหา บางทีพ่อค้าที่มาวันนี้อาจจะสามารถเป็คนกลางช่วยอี้เฟิงหาวัตถุดิบทำอาหารต่างๆมาจนครบโดยที่ไม่ต้องเดินทางให้ยุ่งยากเลยด้วยซ้ำ
คิ้วสวยขวดมุ่น ริมฝีปากจิ้มลิ้มขมุบขมิบขยับปากเป็ชื่ออาหารไทยที่อยากกินพร้อมกับเขียนลงบนกระดาษไปด้วย
หมึกย่าง! กุ้งเผา!
เมนูนี้ต้องมีให้ได้! แคว้นใต้ติดทะเล ทะเลต้องมีหมึก มีกุ้ง แล้วยังพวกหอยต่างๆ อีก หมึกย่างบนเตาถ่านร้อนๆ กับน้ำจิ้มซีฟู้ดเผ็ดๆ เนื้อหมึกหนุบหนับราดด้วยน้ำจิ้มรสเด็ดชุ่มๆแล้วก็เอาเข้าปาก
โอ๊ยย อยากกิน คิดถึงเลย ฮืออ
กุ้งเผาตัวโตๆ มันเยิ่มๆ ส่งเสียงซู่ซ่าหยดลงบนถ่านร้อน ตักน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดบนมันกุ้งหอมๆ จากนั่นก็โปะข้าวร้อนๆ ลงไปเอาช้อนตักเข้าปากภายในคำเดียว
โอโห้ อึก น้ำลายจะไหล
แล้วถ้าเราเอาช้อนตัดลงบนกางจากนั้นก็เอาส้อมจิ้มเนื้อกุ้งหวานๆ เด้งๆ กรุบๆ หอมเตาถ่านลอกออกจากเปลือกเป็เนื้อชิ้นโตๆ จ้วงน้ำจิ้มเผ็ดเปรี้ยวเค็มแล้วติดหวานนิดๆ
!!!
ให้กินเป็สิบตัวอี้เฟิงก็ยอม!
จำได้เลยว่าตอนนั้นนั่งรถไฟไปอยุธยา กุ้งตัวเท่าแขน มันกุ้งเยอะมาก หวานเด้งสู้ฟันสุดๆ น้ำจิ้มก็อร่อยจนอี้เฟิงต้องตักกินเล่นเลยทีเดียว
อืออ คิดถึงกุ้งเผาาา กุ้งจ๋าของอี้เฟิง
ต่อให้ต้องลงไปงมเองก็ยอม!
แต่กุ้งในแม่น้ำก็มีนี่นา พรุ่งนี้ต้องไปถามพี่รองว่ามีแม่น้ำอยู่รอบๆ เมืองหลวงบ้างไหม ถ้าได้ลงไปงมกุ้งในแม่น้ำขึ้นมาจุดเตาถ่านพกน้ำจิ้มติดตัวไปด้วยแล้วย่างกุ้งกินสดๆ ตรงนั้นไปเลย!
อึก
ร่างเล็กรีบเอาชายแขนเสื้อชุดนอนซับน้ำลายก่อนที่จะหยดลงไปกระดาษ ไม่รู้ว่ามือข้างที่ถือแท่งถ่านอยู่จะเชื่อมต่อกับสมองของอี้เฟิงหรืออย่างไรถึงได้วาดรูปกุ้งเผาที่ถูกย่างบนเตาถ่านออกมาจนยิ่งเห็นก็ยิ่งหิว!
มือเล็กหยิบกระดาษที่มีรูปวาดเหมือนของกุ้งเผาไปแอบไว้ไกลๆ สายตาเพราะกลัวจะเผลอหยิบมาเคี้ยวกินนี่แหล่ะ
แต่พูดถึงน้ำจิ้มซีฟู้ดดูเหมือนจะขาดวัตถุดิบอยู่แค่อย่างเดียวนะคือน้ำตาลมะพร้าว ถึงจะมีบางสูตรที่ใส่น้ำตาลทรายแต่อี้เฟิงชอบความหวานนัวของน้ำตาลมะพร้าวมากกว่าความหวานแหลมของน้ำตาลทราย ว่าแล้วหยิบแท่งถ่านเขียนคำว่าน้ำตาลปี๊บลงตรงช่องวัตถุดิบที่ขาด
นึกถึงหมึกนึกถึงกุ้งกันมาขนาดนี้จะขาดต้มยำทะเลน้ำข้นได้ยังไง!
ขาดไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด เมนูติดดาวระดับโลกขนาดนี้ถ้าลืมต้องปะาเท่านั้น!
ฮือ อยากกินแบบอยากกินใจจะขาด ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะเขือเทศ มีแล้ว เห็ดฟางก็มี มะนาว กะทิก็มีหมด เหลือหอมใหญ่หวานๆ กับที่ขาดไม่ได้เลยคือน้ำพริกเผา!
ยุคนี้จะไปหาน้ำพริกเผากระป๋องมาจากไหนได้บ้างนะ หรือจะให้เทียนเกอคิดค้นเองดี ขนาดน้ำมันพริกเสฉวนเทียนเกอคนเก่งยังทำขึ้นมาได้เลยนี่นา
อี้เฟิงพอจะจำส่วนผสมของน้ำพริกเผาได้ว่ามีอะไรบ้างเพราะเคยซื้อน้ำพริกเผาแบบโฮมเมดมาจิ้มหนมปังกินอยู่ พริกแห้ง หอมแดง กระเทียม น้ำมัน แล้วก็เกลือ
โอ๊ะ ที่ห้องเทียนเกอมีของอยู่ครบเลยนี่นา ต้องได้ต้องโดนแล้วไหมน้ำพริกเผาเนี่ย จดๆ
แล้วก็สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยของอาหารไทย กะปิ!!
อาหารไทยเมนูโปรดที่เฟิงชอบมีหลากหลายเมนูเลยที่ใช้กะปิเป็ส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็แกงรัญจวนเนื้อที่แค่กลิ่นหอมหวนอันเป็เอกลักษณ์อี้เฟิงก็สามารถกินข้าวได้ถึงสามสี่จานด้วยซ้ำ
แกงเขียวหวานไก่
แกงส้มกุ้งกับไข่เจียวชะอม
ข้าวคลุกกะปิ
น้ำพริกปลาทู
แกงเลียงกะทิสด
ผัดพริกแกงทะเล
ไหนจะยำมะม่วงกุ้งสดอีกล่ะ!!
ต้องหาให้เจอ!! ยังไงก็ต้องหาให้เจอ!!
อึก โอย หิว ใครสั่งใครสอนให้คิดถึงของกินอร่อยๆ ก่อนนอนเนี่ย ฮืออ
อี้เฟิงจะไม่ทน!!
แล้วคืนนั้นเกอน้อยจะกละก็สติแตกโยนกระดาษและแท่งถ่านทิ้งไว้กับโต๊ะแล้วคว้าหมอนของตัวเองวิ่งไปเคาะห้องนอนของท่านปู่ท่านย่าทันที มือเล็กหยิบหวีไม้ราคาแพงช่วยสางผมนุ่มยาวให้ท่านปู่กับท่านย่า จากนั้นก็ตบมือตบไม้แสดงฝีมือนวดบ่านวดหลังให้เ้าของห้องจนมือไม้อ่อน ออดอ้อนออเซาะไปมาอยู่ในอ้อมกอดของทั้งสองคนจนได้หีบเครื่องประดับล้ำค่ามาอีกหีบใหญ่ไว้ไปรวมกับกองทรัพย์สินที่ตั้งใจไว้ว่าจะขนไปสู่ขอเทียนเกอหลังเกี้ยวพาราสีอีกคนติดอย่างยิ่งใหญ่ไปเลย
ในห้องนอนของอดีตนายท่านและนายหญิงของตระกูลจางเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเ้าของห้องอยู่เกือบครึ่งคืนก่อนที่ไฟในห้องจะถูกดับลง
-----------------------------------------------------
ขอบคุณภาพประกอบค่ะ https://foreignfood2019.wordpress.com/%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%87-%E5%AE%AB%E4%BF%9D%E9%B8%A1%E4%B8%81/
ตอนนี้จะเป็การเริ่มต้นทำอาหารไทยอย่างเป็ทางการของเฟิงๆแล้วค่ะ อย่าพูดว่าทำดีกว่าเพราะคนทำคือเทียนเกอ 5555555 ส่วนเฟิงเฟิงน้องขอรอกินอย่างเดียวค้าบ
น้องไม่ใช่คนทำอาหารเป็นะคะ แต่ว่าเป็ชอบกินเลย ตระเวนกิน เห็นเมนูนี้อร่อย ก็ไปสั่งร้านอื่นๆดูว่าจะทำอร่อยไหม พอได้กินหลายรอบเข้าก็จะจำได้ว่าส่วนประกอบในอาหารมีอะไรบ้าง ทำไมรสชาติต่างกัน ก็เหมือนกับพวกเรานั่นแหล่ะ ค่ะ เช่น ส้มตำร้านนี้ใส่มะนาวอย่างเดียว อีกร้านใส่น้ำมะขามเปียกด้วยงี้แต่ก็อร่อยนะ
สูตรอาหารไม่มีตายตัวเลยค่ะ มีร้อยร้านก็ร้อยสูตรเลยก็ว่าได้ ในเื่เราจะปรับสูตรให้ทำได้ง่ายที่สุดไม่ยุ่งยากมากแทนนะคะ แต่อะไรที่ผ่านมือเทียนเกอก็ขอให้จำไว้ว่าอร่อยหมด ส่วนอะไรที่ผ่านมือเฟิงๆ คือกินไม่ได้ค่ะ แบบไม่อร่อยอ่ะ 55555555
อันนี้คือประสบการณ์ตรงเลย ขนาดให้แม่เป็คนตวงเครื่องปรุงให้ เรายังทำไม่อร่อยเลยค่ะ ขนาดแค่ข้าวผัด ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แบบรสชาติต่างกับที่แม่ทำไปคนละแบบเลย 555555
ใครมีเื่เล่าในครัวฮาๆก็มาแบ่งปันกันได้นะคะ เราอ่านทุกเมนต์เลย
*เื่ยศของจวิ้นอ๋องทำไมไม่เป็ซื่อจื่นเพราะฮ่องเต้นางอวยยศให้ต่างหากค่ะ ตอนที่แล้วที่เทียนเกอเขินน้องจนบอกว่าตอนไปรบยังไม่ใจเต้นแรงขนาดนั่นเลย เทียนเกอรบชนะก็เลยได้อวยยศเป็จวิ้นอ๋องมางับ