ซูลั่วหลับตาลงแล้วพูด “การฝึกทหารจะเริ่มเมื่อไหร่ก็ได้ ตอนนี้เธอรีบพักผ่อนไปก่อนดีกว่า”
จินแอนนี่เชิดมุมปากขึ้นอย่างภูมิใจ “ซูลั่ว เธอนี่ไม่รู้อะไรเลย พวกหน่วยรบเดี่ยวอย่างเราน่ะร่างกายแข็งแกร่ง ไม่ไก่อ่อนเหมือนพวกนักบินเมคคาอย่างเธอหรอก!”
ซูลั่วไม่ได้พูดอะไรต่อ
แม้สมองกลจะถูกตัดการเชื่อมต่อจากเครือข่ายภายนอก แต่ก็ยังรับข้อความที่ทางมหาวิทยาลัยส่งมาได้ พวกเขามาถึงดาวฝึกได้ห้าหกชั่วโมงแล้ว แต่เหล่าอาจารย์ก็ยังไม่มีคำสั่งอะไร ทุกคนจึงยังคงทำกิจกรรมกันอย่างอิสระ
จนกระทั่งห้าทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาที่ทุกคนเตรียมจะเข้านอน สมองกลของนักศึกษาทุกคนก็ดังขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับข้อความหนึ่งที่ถูกส่งเข้ามา
[ให้นักศึกษาทุกคนมารวมตัวกันที่สนามฝึกโดยทันที การฝึกทหารเริ่มขึ้นแล้ว!]
นักศึกษาทุกคนต่างพากันงุนงง
“อะไรนะ? เริ่มฝึกทหารดึกขนาดนี้เนี่ยนะ?”
“พระเจ้าช่วย! ฉันกำลังแช่น้ำอยู่เลย!”
“รองเท้าฉันอยู่ไหนวะเนี่ย?!”
นักศึกษาส่วนใหญ่ตกอยู่ในความโกลาหล พวกเขาคิดอยู่แล้วว่าการฝึกทหารจะต้องโหดมาก แต่ไม่คิดว่าวันแรกจะเล่นกันแบบนี้
ซูลั่วที่นอนเต็มอิ่มแล้ว เป็นคนแรกที่มาถึงสนามฝึก ชุดฝึกทหารของเธอเรียบร้อยไม่มีที่ติ กระดุมทุกเม็ดถูกติดอย่างเป็นระเบียบ เธอยืนตัวตรงแน่ว ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
เหลยหย่วน คณบดีคณะการทหาร พยักหน้าอย่างชื่นชม แล้วหันไปพูดกับเฮอร์เบิร์ตที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “เด็กคนนี้มาจากภาควิชาหน่วยรบเดี่ยวสินะ? ใช้ได้เลยนี่”
เฮอร์เบิร์ตหยิบสมองกลขึ้นมาตรวจสอบข้อมูล สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง “ไม่ใช่ครับท่าน เธอไม่ได้มาจากภาควิชาหน่วยรบเดี่ยว แต่เป็นภาควิชาเมคคา! ซูลั่วคนนี้แปลกมาก ทั้งที่มีพรสวรรค์สูง ระดับการกลายร่างก็สูง ทำไมถึงไม่เลือกเรียนภาควิชาหน่วยรบเดี่ยวล่ะครับ?”
กู้ซี อาจารย์ภาควิชาเมคคาผมสั้นในชุดฝึกสีดำ มองเฮอร์เบิร์ตด้วยสายตาเย็นชา “อะไรนะ เฮอร์เบิร์ต? คุณจะบอกว่านักบินเมคคาของเราควรจะเป็นพวกที่มีระดับการกลายร่างต่ำ ๆ อย่างนั้นเหรอ?”
เฮอร์เบิร์ตสะดุ้งโหยง “ไม่ ๆ ๆ ครับ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น ผมหมายถึงเด็กผู้หญิงที่มีระดับการกลายร่างสูง...”
เขาชะงักไปทันที เพราะอาจารย์กู้ซีที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก็เป็นบีสต์แมนระดับสูง และเป็นผู้หญิงด้วย
ขณะที่พวกเขาคุยกัน นักศึกษาก็มารวมตัวกันครบแล้ว เหลยหย่วนมองดูเวลาแล้วขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“พวกเธอเป็นกลุ่มที่มารวมตัวกันได้เร็วที่สุดในบรรดาห้าคณะ แต่กลับใช้เวลาไปถึงสิบแปดนาทีเต็ม! สำหรับคณะการทหารแล้ว ถือว่าเข้าขั้นห่วยแตก!”
เบลคที่ยืนอยู่ข้างเจียงเฉินตะโกนถาม “แล้วรุ่นพี่ปีก่อน ๆ ใช้เวลากันเท่าไรครับท่านคณบดี?”
สายตาของเหลยหย่วนกวาดมองไปทั่ว “นักศึกษาคณะการทหารในทุก ๆ รุ่น ไม่เคยมีใครใช้เวลารวมพลเกินสิบนาที!”
จินแอนนี่บ่นอุบอิบอย่างไม่พอใจ “แต่รุ่นพี่ในทุก ๆ รุ่นก็ไม่เคยต้องมารวมพลตอนเที่ยงคืนแบบนี้นี่คะ”
เธอกำลังนอนมาร์กหน้าสวย ๆ อยู่บนเตียงในชุดนอน พอได้ยินเสียงเรียก ก็รีบคว้าชุดฝึกมาสวมทับทันที ผลคือตอนนี้บนหน้าของเธอยังมีเอสเซนส์จากแผ่นมาร์กเหนียวเหนอะหนะติดอยู่เต็มไปหมด!
เหลยหย่วนรู้ดีว่าในบรรดานักศึกษากลุ่มนี้มีคุณหนูคุณชายอยู่มากมาย แต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะใจอ่อน
“ความเข้มข้นของการฝึกของคณะการทหารสูงกว่าคณะอื่นหลายเท่า ถ้าตอนนี้ใครอยากจะย้ายคณะ ก็มาลงชื่อที่อาจารย์กู้ซี แต่ถ้าใครไม่คิดจะย้าย ก็เข้าแถวเดี๋ยวนี้ แล้วไปวิ่งวิบากกลางแจ้งหนึ่งร้อยกิโลเมตร ทำให้เสร็จภายในสองชั่วโมง จากนั้นก็กลับไปนอนได้”
ต่อให้บีสต์แมนจะมีร่างกายแข็งแกร่งแค่ไหน แต่การต้องมาวิ่งหนึ่งร้อยกิโลเมตรตอนกลางดึก ที่สำคัญคือระหว่างทางจะต้องมีอุปสรรคสารพัดรออยู่ แถมยังต้องทำให้เสร็จภายในสองชั่วโมงอีก นี่มันเป็นภารกิจที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย!
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่มีใครคิดจะย้ายคณะ
การสอบเข้าคณะการทหารไม่ใช่เรื่องง่าย และที่สำคัญ เมื่อสำเร็จการศึกษาไปแล้ว ก็จะได้เป็นทหารกองหนุนของกองบัญชาการทหารแห่งดาวอัลฟ่าทันที!
แม้แต่จินแอนนี่ที่ดูบอบบางที่สุด ก็ยังไม่มีความคิดที่จะถอนตัว
เธอเดินไปหาซูลั่วที่กำลังวอร์มร่างกายอยู่ “นี่ เธอนอนเต็มอิ่มแล้วสินะ? เฮ้อ...เธอรู้ข่าววงในมารึไง ว่าเขาจะเรียกรวมพลตอนกลางคืน?”
ซูลั่วส่ายหน้า “ไม่ใช่ข่าววงในหรอก ฉันแค่เดาเอาน่ะ แต่ก็เดาไม่ถูกทั้งหมดเหมือนกัน ฉันนึกว่าพวกเขาจะมาปลุกเราตอนดึกกว่านี้ซะอีก นี่เพิ่งจะห้าทุ่มกว่า ๆ เอง”
จินแอนนี่ “...”
เธอรู้สึกว่าที่ซูลั่วพูดมันก็ถูก แต่ก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ อยู่ดี!
ในตอนนั้นเอง อาจารย์ก็ประกาศให้เริ่มได้ หูแมวบนศีรษะของจินแอนนี่กระดิกไปมา เธอมองซูลั่ว “ฉันไม่สนเธอแล้วนะ ฉันจะรีบวิ่งให้เร็วที่สุด พอวิ่งเสร็จจะได้กลับไปมาร์กหน้าต่อ!”
“ฉันว่าตอนแรกอย่าเพิ่งรีบร้อนจะดีกว่า”
“ทำไมล่ะ?”
ทันทีที่ทั้งสองพูดจบ ก็มีนักศึกษาชายคนหนึ่งอยู่ข้าง ๆ ซึ่งน่าจะเป็นบีสต์แมนสายความเร็ว พุ่งตัวออกไปราวกับเงา ก่อนจะหายวับไปอย่างรวดเร็ว!
ผลคือไม่กี่นาทีต่อมา ก็มีเสียงร้องโหยหวนดังลั่น!
“เชี่ยเอ๊ย! ทำไมตรงนี้ถึงมีกับดักด้วยวะ?! แล้วในกับดักแม่งยังมีมีดปลายแหลมอีก! เกือบเสียบตูดฉันแล้วไหมล่ะ!”
คนที่เหลือพอได้ยินก็เงียบกริบ...โชคดีที่ยังไม่ได้ออกตัว!
หลังจากเจอเรื่องแบบนี้มาสองครั้ง ตอนนี้จินแอนนี่มองซูลั่วแล้วรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรไม่ธรรมดา สัญชาตญาณของเธอบอกว่า ถ้าหลังจากนี้เกาะติดซูลั่วไว้ ก็จะผ่านไปได้อย่างราบรื่นแน่นอน!
ซูลั่วไม่ได้ห้ามที่จินแอนนี่จะตามมา แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเป็นพิเศษ ทว่าตอนที่พวกเธอวิ่งผ่านกลุ่มนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่ง หนึ่งในนั้นก็หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดขึ้น “จินแอนนี่ เธอไม่รู้หรือไงว่าซูลั่วไม่ใช่คุณหนูตระกูลซูอีกต่อไปแล้ว?”
คนที่พูดคือมาร์ธา เธอก็เป็นคุณหนูจากตระกูลขุนนางของดาวอัลฟ่าเช่นกัน และเรียนอยู่ภาควิชาการบัญชาการ เธอสนิทกับเจียงเสวี่ย น้องสาวของเจียงเฉินมาก และยังหมั้นหมายอยู่กับเจียงเฉิง ลูกพี่ลูกน้องของเจียงเสวี่ยอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ซูลั่วเคยหาเรื่องเจียงเฉิน มาร์ธาจึงคิดจะเอาคืนให้เจียงเฉิน และวิธีที่ดีที่สุดก็คือการทำให้ซูลั่วโดดเดี่ยว
ใครจะไปคิดว่าจินแอนนี่ที่เข้าสังคมเก่งและเคยเกลียดซูลั่วเข้าไส้ ตอนนี้กลับมาติดแจอยู่กับซูลั่วได้?
เมื่อจินแอนนี่ได้ยินคำพูดของมาร์ธา เธอก็เลิกคิ้วขึ้น “ซูลั่วไม่ใช่คุณหนูตระกูลซูแล้ว แต่ก็ยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของฉันนี่ อีกอย่าง คุณหนูตระกูลซูคนนั้นน่ะอาจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยจักรวรรดิไม่ติดด้วยซ้ำ ในฐานะที่เป็นขุนนาง แต่กลับสอบเข้ามหาวิทยาลัยจักรวรรดิไม่ได้ แบบนี้น่าอายกว่าเยอะเลยนะ”
“...”
เรื่องที่ซูเสี่ยวซีอาจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยจักรวรรดิไม่ติดนั้นเป็นความจริง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่คนในตระกูลเจียงไม่ค่อยพอใจอยู่เหมือนกัน
ดังนั้น พวกเขาจึงเริ่มคิดที่จะไม่ให้เด็กทั้งสองแต่งงานกันเร็วเกินไป แค่ให้หมั้นกันไว้ก่อน รอให้ซูเสี่ยวซีสอบเข้ามหาวิทยาลัยจักรวรรดิได้แล้วค่อยจัดงานแต่ง
จินแอนนี่เห็นสีหน้าย่ำแย่ของมาร์ธาก็รู้สึกสะใจ แต่พอหันกลับไปก็พบว่าซูลั่ววิ่งนำไปไกลแล้ว
“เฮ้ย! ทำไมเธอไม่รอฉันเลย? ซูลั่วรอฉันด้วย!”
เธอรีบวิ่งไล่ตามซูลั่วไปทันที แต่จินแอนนี่ก็ฉลาดพอที่จะวิ่งตามเส้นทางที่ซูลั่ววิ่งผ่านไปเป๊ะ ๆ
และก็เป็นอย่างที่คิด...ไม่มีกับดักเลยสักอัน!
เมื่อวิ่งมาทันซูลั่ว เธอก็เบะปากอย่างไม่พอใจ “ซูลั่ว ทำไมเธอถึงได้ใจเย็นขนาดนี้? มาร์ธาพูดแขวะเธอขนาดนั้น เธอยังไม่โกรธอีกเหรอ?”
“จะโกรธทำไม? เดิมทีฉันก็เป็นแค่ลูกบุญธรรมของตระกูลซูอยู่แล้ว พอซูเสี่ยวซีกลับมา ฉันก็ควรจะจากไป นี่คือความจริง”
“แต่เธออยู่กับพวกเขามานานนะ ไม่มีความผูกพันกันเลยเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก! ถ้าซูเสี่ยวซีไม่กลับมา เธอก็จะเป็นคุณหนูตระกูลซูตลอดไปไม่ใช่รึไง?”
ซูลั่วยิ้มบาง ๆ “นั่นอาจจะไม่ใช่เรื่องดีก็ได้ การที่ทุกคนกลับไปอยู่ในจุดที่ตัวเองควรอยู่ แบบนี้น่าจะดีกว่า”
จินแอนนี่มองซูลั่วอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้า “อืม...ก็จริงของเธอ ฉันก็รู้สึกว่าตอนนี้เธอดูน่าคบกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย”
“เราต้องเพิ่มความเร็วแล้วนะ”
“ไหนเธอบอกว่าวิ่งเร็วไม่ได้ไง จะมีกับดักไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันจับรูปแบบของกับดักได้แล้ว”
“...”
ขณะที่เหล่านักศึกษากำลังวิ่งวิบากตอนกลางคืนอย่างทุลักทุเลนั้น ทางด้านเหลยหย่วนผู้คุมการฝึก ก็เห็นผู้บัญชาการฐานฝึกทหารเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าที่ดูซับซ้อน
“อเล็กซานเดอร์ ท่านเป็นอะไรไป?”
นายพลอเล็กซานเดอร์ร่างท้วมไว้หนวดเคราดก เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งตกตะลึงและหวาดหวั่น