“จวิ้นอ๋อง นี่เป็รายชื่อบ่าวไพร่ทั้งหมดในจวนอู๋อ๋องและจวนจวิ้นอ๋อง มีทั้งหมดสามร้อยห้าสิบสามชื่อ คนเหล่านี้ข้าน้อยได้วางคนจับตาดูความเคลื่อนไหวแล้ว คาดว่าภายในเดือนนี้น่าจะทราบว่ามีฝ่ายใดแฝงตัวเข้ามาบ้างขอรับ”
เซินสี่เลื่อนกระดาษจำนวนปึกหนึ่งไปตรงหน้าอู๋ฮวน ยามนี้ชายหนุ่มอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว เขานั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องหนังสือ ตรงหน้ามีกองเอกสารมากมายที่ค่ายทหารนำมาส่ง เขาไม่อยู่เป็เวลาสองเดือนย่อมมีงานสะสมกองโต เซินสี่ได้แต่ลอบถอนหายใจเมื่อเห็นภาระทั้งหมดที่อู๋ฮวนแบกรับไว้บนบ่า
“นางเป็อย่างไรบ้าง”
แทนที่อู๋ฮวนจะให้ความสำคัญกับงานก่อน แต่ถามถึงจางหลินถงก่อน ห่างแค่ไม่นานแต่เขาคิดถึงนางมากจริงๆ กลัวแต่ว่านางจะน้อยใจ กลัวว่านางกับต้าเจิงจะสมคบคิดพากันหลบหนีไปก่อน หากนางหนีไปจริงเขาไม่มีทางจะตามหานางได้พบ และของสำคัญที่ขอจากฮ่องเต้ก็ไม่มีวันมอบให้นางได้ เขาและนางจะไม่ได้พบกันอีกตลอดกาล เขาได้แต่ยกกาน้ำชารินใส่ถ้วยและยกขึ้นจิบแก้กระวนกระวายใจ
“เอ่อ...”เซินสี่ถึงกับหน้าซีด เขาเอาเื่งานมาเบี่ยงเบนเพราะ้าหลบเลี่ยงเื่นี้อยู่เช่นกัน
เซินสี่เป็คนที่อู๋ฮวนไว้ใจมากที่สุด ดังนั้นแม้อู๋ฮวนไม่สั่ง เขาก็ต้องส่งคนไปคอยอารักขา และคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวมารายงานอู๋ฮวนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าความเคลื่อนไหวหนนี้ ทำให้เขารู้สึกเสียวหลังวูบ อยากเป็ใบ้พูดไม่ได้ขึ้นมาทันที
“มีอะไร”น้ำเสียงอู๋ฮวนเริ่มไม่ปกติ เขามองเซินสี่ด้วยสายตาคมกริบ “พูด!”
“พวกผู้คุ้มกัน และบ่าวไพร่ในจวนได้ยินว่าต้าเจิงพาน้องสาวมาด้วย พวกนั้นก็เลยแห่กันไปด้อมๆมองๆที่เรือนตานถิงเพื่อจะแอบดูนาง บางคนก็ใช้แผนเอาของเยี่ยมไปฝากหวังจะได้เห็นนางขอรับ”
ตึง! อู๋ฮวนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแรง ใบหน้านิ่งสนิททว่าในดวงตากลับมีเมาดำทมึนปกคลุม ทันทีที่เขาปล่อยมือจากถ้วยชาใบนั้น ถ้วยชาก็ปริแตกเป็สองซีก
เซินสี่รับรู้ได้ถึงกระแสสังหารที่อีกฝ่ายเผลอแสดงออกมา ดูหมือนว่าจะรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ เซินสี่เม้มริมฝีปากลอบสูดลมหายใจ อดด่าทอไอ้พวกบ่าวไพร่พวกนั้นว่ารนหาที่เสียแล้ว เซินสี่ถอยหลังสองคืบ พลางก้มหน้าเหมือนเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกอยู่ทุกขณะ
อู๋ฮวนมองเซินสี่ขยับตัว กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุกทันควัน แต่เขายังนิ่งไม่ขยับตัว เื่นี้เขาไม่โทษเซินสี่และพวกผู้คุ้มกันที่ติดตามเขาทั้งหมด เพราะคนเหล่านี้ทำถูกแล้วที่ไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขาและจางหลินถง เนื่องจากนางจะกลายเป็จุดอ่อนและตกเป็เป้าถูกโจมตีได้ แต่สำหรับพวกไม่รู้จักหน้าที่พวกนั้น เขาต้องหาทางสั่งสอนให้เข็ดหลาบ
พลันนึกถึงใบหน้าจางหลินถง ลูกเสือหายากน่ารักน่าเอ็นดูมากไปแล้ว ขนาดเลี้ยงไว้ในกรงธรรมดาๆยังจะมีคนมาหยอกเย้า รอจนถูกขุนจนตัวอ้วนกลมจะไม่ถูกคนชิงอุ้มหนีไปหรือ อู๋ฮวนหวงคนของตนยิ่งกว่าอะไร แม้พวกนั้นไม่รู้ว่านางเป็คนของใคร แต่มีหรือที่เขาจะยอม ครั้งนี้เขาต้องให้บทเรียนแก่พวกบ่าวไพร่ไม่มีตาให้รู้จักหลาบจำบ้าง
“นับจากนี้ไปใครไม่ตั้งใจทำงาน ไม่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ ละเลยหละหลวม กินมาก นอนมาก ทำงานไม่เสร็จ จับโบยสิบไม้ ตัดเบี้ยเลี้ยงครั้งละ50อีแปะ หากไม่หลาบจำให้จดรายชื่อส่งไปค่ายทหารดัดนิสัย และตัดเงินเดือนสามเดือน !”
“ขอรับ”เซินสี่ขานรับอย่างโล่งใจ
เย็นวันนั้นต้าเจิงกลับมาที่เรือนตานถิง ก็ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี เพราะเป็คำสั่งอู๋ฮวนทำให้เขาต้องกลับมาดูจางหลินถงเป็ระยะ โดยเฉพาะกับคนพวกนั้น หากเห็นมาด้อมๆมองๆอยู่อีกให้ไล่ไปได้เลย ถ้ายังไล่ไม่ไปก็ให้เขียนรายชื่อส่งไปได้ทันที และมีคนพร้อมจะยัดเยียดความผิดเพื่อลงโทษระบายโทสะอยู่แล้ว
ต้าเจิงได้แต่ยิ้มรับและปาดเหงื่อเย็นที่ผุดซึมตรงหน้าผาก อยู่ๆดีๆก็มีน้องสาวเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน อยู่ดีๆก็ต้องมาทำหน้าที่พี่ชายที่หวงน้องสาวมาก หากไม่ใช่เพราะต้องคุ้มกันนางกลับหน่วยพยัคฆ์ขาว ให้ตาย เขาก็ไม่มีทางยอมทำเื่น่าอายแบบนี้ให้คนขี้หึงพรรณนั้นแน่
ปกติจางหลินถงจะกินอาหารกับอู๋ฮวน แต่เมื่อมีความจำเป็ที่ต้องห่างกันชั่วคราว นางเริ่มเหงาจนกินไม่ลงพอเห็นต้าเจิงกลับมา นางเรียกเขามานั่งร่วมโต๊ะ ทั้และสั่งให้ชูหลิงนั่งกินเป็เพื่อนด้วยกัน โต๊ะอาหารวันนี้จึงไม่มีสถานะนายหญิง บ่าวไพร่ มีเพียงพี่ชาย น้องสาวและสหายที่รักใคร่อีกหนึ่งนาง
จางหลินถงกินอาหารได้มาก อาหารเหล่านี้ต้าเจิงบอกว่าอู๋ฮวนมอบเงินให้ไปจัดซื้อมาเป็พิเศษ ทั้งหมดเป็อาหารที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ก็มอบเงินไปซื้อยาบำรุงมาเพิ่มอีกหลายห่อ แม้ความจำเป็ทำให้ห่างเหินต่อกัน แต่การเอาใจใส่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“ชูหลิง วันนี้มีคนมาก่อกวนนางหรือไม่”
ตอนเที่ยงของวันต่อมา ต้าเจิงกลับมาที่เรือนตานถิงก็ถามคำถามเหมือนเช่นเมื่อวานอีกครั้ง ทั้งจางหลินถงและชูหลิงได้ยินเื่ที่อู๋ฮวนใช้วิธีกำจัดคนพวกนั้นถึงกับหลุดขำ
วิธีการที่เหมือนธรรมดาๆแต่ไม่ธรรมดา สำหรับความผิดแค่แอบลักลอบมาด้อมๆมองหลังคาเรือนตานถิง พวกเขาถึงกับถูกโบยฐานอู้งาน วันนี้จึงมีคนมาเบาบางมาก เนื่องจากถูกโบยกันไปหลายคน ทำให้คนที่เหลือพากันกริ่งเกรงกฎระเบียบไม่กล้าละเมิดกฎอีก แต่ก็ใช่จะหมดไปเสียทีเดียว ทั้งที่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับอะไร แต่ก็ยังมีบางคนมาเยือนถึงเรือนตานถิงจนได้
ชูหลิงยิ้มพลางพยักเพยิดไปที่หลังต้นไม้ มีบ่าวจากฝ่ายเลี้ยงม้ามาหนึ่งคน คนผู้นั้นหน้าตาดีและรูปร่างดีมากทีเดียว ในมือถือห่อผ้าห่อหนึ่ง คิดว่าน่าจะเป็ของเล็กๆน้อยๆที่เตรียมมามอบให้ชูหลิงและตีสนิทถามไถ่เื่จางหลินถง
ต้าเจิงเหลือบเห็นหินก้อนหนึ่ง เขาหยิบมันขึ้นมาแล้วดีดไปทางต้นไม้ ต่อมาไม่นานก็มีเสียงคนร้องโอดครวญ ต้าเจิงจึงเดินไปหาเห็นบ่าวชายที่มาจากโรงเลี้ยงม้าของอู๋ฮวนนอนแผ่หราอยู่ เขายกเท้าขึ้นวางทับบนอก ค้อมตัวลงไปมองใบหน้า ก่อนจะกระตุกยิ้มออกมา
“ข้า ข้ามารอคารวะพี่เจิง”คนผู้นี้ยิ้มแป้น ไม่สนใจแรงกดทับที่หน้าอก ดวงตาเปล่งประกาย ไม่มีความหวาดกลัวจนหัวหดเหมือนคนอื่นๆ
“เ้าชื่ออะไร”
“ข้าชื่อว่าไห่เถิง มาจากโรงเลี้ยงม้าของท่านอ๋อง ข้าได้ยินว่าท่านพาน้องสาวมาด้วย นางสุขภาพไม่ค่อยดีใช่หรือไม่ ข้าจึงนำยาบำรุงร่างกายมาฝากนางด้วย นี่นี่...”
นึกไม่ถึงว่าแม้ต้าเจิงจะวางมาดเหมือนจะกินคน แต่ไห่เถิงผู้นี้ยังไม่หวาดกลัว ทั้งยังยกห่อผ้าขึ้นมายื่นให้หน้าตาเฉย ต้าเจิงเห็นบุคคลิกคนผู้นี้แล้วนึกยอมใจ หากเขามีน้องสาวเห็นทีว่าตำแหน่งน้องเขยต้องหล่นทับคนผู้นี้เข้าจริงๆ แม้ภายนอกดูอ่อนปวกเปียกไร้วรยุทธ์ แต่หน่วยก้านไม่เลวเลย
ต้าเจิงยื่นมือดึงห่อผ้ามาเปิดและยกขึ้นสูดดมพักหนึ่ง ดวงตาเปล่งประกาย เขาเพิ่งไปซื้อยาบำรุงให้จางหลินถงย่อมรู้ว่าตัวยาที่นางกินอยู่นั้นมีอะไรบ้าง เมื่อได้สูดดมยาในห่อนี้เขาเกิดประหลาดใจขึ้นมา หลังจากผูกห่อยากลับเหมือนเดิม เขายกเท้าออกและยื่นมือคว้าคอเสื้อลากคนผู้นั้นขึ้นมาแทน
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าน้องสาวข้าใช้ยาขนานนี้”
“พี่เจิง พี่ลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็คนเลี้ยงม้า รถม้าที่ท่านส่งไปเก็บ ข้าต้องทำความสะอาดเช็ดถู นอกจากคราบเืก็มีกลิ่นยาที่ติดอยู่ พอข้าได้ยินว่าพี่เจิงพาน้องสาวมาพักด้วยทั้งยังไม่สบาย ข้าก็เลยนึกถึงกลิ่นยาบนรถ แต่ก่อนแม่ข้าก็ยินยาขนานนี้ ท่านหมอที่เมืองหลวงเป็ผู้จัดให้ ข้าเลยจำตัวยาได้จึงเอาเงินเก็บทั้งหมดไปซื้อมามอบให้นาง”
ไห่เถิงจงใจพูดถึงคราบเืและกลิ่นยาและหมอที่เมืองหลวง ต้าเจิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หรี่ตามองไห่เถิงอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเ็า“เ้า้าพบจวิ้นอ๋องหรือ”
สิ้นคำถามของต้าเจิง ทำให้ไห่เถิงผู้นั้นก็ยิ้มกว้าง ท่าทีปวกเปียกมลายหายไป และมีมาดคุณชายผู้รสนิยมล้ำเลิศเข้ามาแทนที่
“ข้าทำผิดพลาดที่ใดกัน เ้าถึงจับข้าได้”
“คราบเืกับกับกลิ่นยา หมอที่เมืองหลวง คนธรรมดาที่ไหนจะแยกออกได้”
“ที่แท้เป็จุดนี้นี่เอง”ไห่เถิงผู้นั้นกล่าวอย่างเกียจคร้าน เขาไม่ได้ทำพลาดแต่เขาจงใจพลาดต่างหาก
“เื่คนขับรถม้าพวกนั้นเ้าก็รู้ด้วยหรือ”ต้าเจิงนึกถึงคนขับรถม้ารับจ้างที่จ้างวานมาจากเมืองหลวง เมื่อเข้าจวนจวิ้นอ๋องพวกเขาก็แปรสภาพเป็ร่างไร้ลมหายใจทันที
พวกเขาเป็คนของซื่อจื่ออู๋เหวินเซียวส่งมาติดตาม เป้าหมายคงหนีไม่พ้นหลอกใช้อู๋ฮวนนำทางไปหาหน่วยพยัคฆ์ขาว เมื่อรู้ถึงหูอู๋ฮวน พวกเขาจึงถูกสังหารปิดปากโดยไม่ได้รับแม้แต่โอกาสพูดสั่งเสียเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้อู๋ฮวนต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน ลดฐานะจางหลินถงจากคนสำคัญมาเป็น้องสาวของต้าเจิง เพราะไม่้าให้ฝ่ายอื่นที่แฝงเข้ามาล่วงรู้ความลับไปมากกว่านี้
“แน่นอน คราบเืเปรอะไปทั่ว ไหนจะกลิ่นคาว ข้าไม่รู้ก็แปลกแล้ว”
“เ้ามาจากที่ใด”
“ข้ามาจากเจียเหลียง หนึ่งในสัตว์เลี้ยงของเดรัจฉานเหลียงฉวน”
“เ้า้าสิ่งใด”
“ข้า้าตอบแทนบุญคุณจวิ้นอ๋อง หากไม่เพราะเ้านายของพวกเ้า ข้าคงตกเป็ทาสวิปริตเ้าเดรัจฉานนั่นแล้ว”
“เช่นนั้นเ้ารู้เื่นี้ด้วยใช่หรือไม่”ต้าเจิงปรายตามองไปยังเรือนตานถิง ไห่เถิงผู้นั้นก็ยิ้มอวดฟันขาว
“แน่นอน อีกอย่างยาถอนพิษร้อยชนิดเพียงต้านไว้ได้ชั่วขณะ แต่หากใช้บ่อยจะทำให้พิษดื้อยา และพิษกระจายเร็วกว่าเดิม”
“ข้าจะไปรายงานจวิ้นอ๋อง ส่วนเ้าก็กลับไปในที่ของเ้าซะ”
“เฮ้อ น่าเสียดายที่แท้น้องสาวพี่เจิงก็ป่วยหนัก ซูบผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก เช่นนั้นข้าไม่รบกวนแล้ว”ไห่เถิงกล่าวเสียงดัง พลางสะบัดแขนเสื้อจากไป ต้าเจิงนึกหมั่นไส้อยากจดรายชื่อสั่งโบยนัก แต่เพราะไม่รู้สถานะแน่ชัดจึงไม่กล้าลงมือ ได้แต่นำเื่ขึ้นรายงานอู๋ฮวนเท่านั้น
****************************************