ตอนที่ 16 ฆ่าคนอย่างไร้ร่องรอย (2)
ทันใดนั้น น้ำตาของซย่าเสี่ยวหงก็ไหลลงมาทันที “ต้ายา ไปเถอะลูก กลับไปกับแม่ แม่จะดูแลเ้าเป็อย่างดี หลังจากนี้พวกเราจะได้กินอิ่ม มีเสื้อผ้าอุ่นๆ ให้ใส่!”
“ข้าไม่ไป ข้าจะไม่แยกจากท่านพ่อและท่านย่า! เ้าสินค้ามีตำหนิ ช่างอวดดีนัก อยากไปก็รีบไสหัวไป”
แม่เฒ่าชุยที่อยู่ข้างๆ กลอกตา แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เห็นไหม เด็กคนนี้เป็คนของตระกูลชุย รักครอบครัว หากว่านางยินยอมจะไปกับเ้า เ้าก็พาตัวไปได้เลย ถ้าหากนางไม่ยินยอม นั่นก็หมดหนทางแล้ว แต่ข้อตกลงที่จะบอกหนทางทำเงิน พวกเ้าต้องบอกให้ข้ารู้เดี๋ยวนี้”
ซย่าเสี่ยวฉานมองลึกเข้าไปในดวงตาของนางแล้วพูดว่า “ได้สิ ข้าสามารถบอกท่านได้ เพียงแต่ ท่านแน่ใจหรือว่าจะป่าวประกาศให้ธารกำนัลรับรู้โดยทั่วกัน ไม่กลัวว่ากำแพงมีหูประตูมีช่องหรือ”
แม่เฒ่าชุยกลอกตาทีหนึ่งแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ใช่ ใช่ เ้าพูดได้ถูกต้อง เช่นนั้นเข้าบ้านเถิด เมื่อเข้าไปในบ้านแล้วค่อยบอกข้า”
ซย่าเสี่ยวฉานยิ้มจางๆ แล้วเดินตามแม่เฒ่าชุยกับเ้าเด็กทึ่มเข้าไปในกระท่อมผุพัง
ทั้งสี่มุมบ้านมีรูรั่วให้อากาศลอดเข้ามา มองเห็นรูเล็กๆ อยู่หลายจุด บนพื้นบ้านมีของวางระเกะระกะ ได้กลิ่นเหม็นน่าสะอิดสะเอียนของมูลไก่โชยมา นอกจากมูลไก่แล้ว ยังมีกองเสมหะและกองน้ำมูกมิใช่น้อย เพราะว่าบนพื้นเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกทับถมกันมากมายเช่นนี้ จึงแทบไม่สามารถเดินบนพื้นบ้านได้เลย
เมื่อเข้าไปในบ้านได้ครู่หนึ่ง ซย่าเสี่ยวฉานก็ค้นพบว่าชุยกวงกุ้นและมารดาแคะน้ำมูกแล้วเอาเข้าปากตน ในขณะที่อีกคนหนึ่งเอาแขนเสื้อเช็ดน้ำมูก จากนั้นเอามือที่เปื้อนไปป้ายตามฝาบ้านและม้านั่ง
ไอ้หยา ช่างน่าขยะแขยงยิ่งนัก โชคดีที่ซย่าเสี่ยวฉานยังไม่ได้กินอะไรมา ไม่อย่างนั้นคงได้สำรอกเป็แน่
หลังจากที่เข้ามาในบ้าน แม่เฒ่าชุยก็พูดขึ้นว่า “เร็วเข้า รีบๆ พูดมา อย่าได้เล่นลูกไม้กับข้าเชียว มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”
นอกบ้าน ซย่าเสี่ยวหงกำลังดึงตัวลูกน้อยวัยสามขวบ ไม่รู้ว่ากำลังคุยอะไรกันอยู่ ทุกคนเข้าบ้านกันไปหมดแล้วเหลือแค่ซย่าเสี่ยวหงกับเด็กคนนั้นที่ไม่ได้เดินตามเข้ามาด้วย
ซย่าเสี่ยวฉานกล่าวว่า “เอาละ เพื่อที่จะไถ่ตัวพี่หญิงกลับไป ข้าก็จะบอกพวกท่าน ที่จริง อันที่จริงแล้ว…วันนี้ข้าจะมาซื้อของที่ตลาด จึงเดินทางเข้าตำบล เมื่อถึงตำบลแล้วข้าได้พบคนจำนวนมากกำลังวิ่งหน้าตั้งไปสถานที่หรูหราแห่งหนึ่ง หลังจากนั้น ก็มีคนจำนวนไม่น้อยออกมาจากที่นั่นอย่างไม่ขาดสาย ในมือถือเงินจำนวนมากวิ่งออกมา ข้า…ข้าก็เดินตามเข้าไป หลังจากนั้นก็มีคนพูดว่า หากอยากได้เงินก็ควักเอาเงินออกมา ข้าก็เลยเอาเงินห้าอีแปะวางไว้บนโต๊ะ ท้ายที่สุด สักครู่หนึ่งเขาก็นำเงินสิบตำลึงมาให้ข้า หลังจากนั้นข้าก็มาหาพี่หญิงที่นี่”
ซย่าเสี่ยวฉานพูดตะกุกตะกักเช่นนี้ แต่ดวงตาของแม่เฒ่าชุยและคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับยิ่งดูตื่นเต้น
ชุยกวงกุ้นรีบพูดแทรก “คนหนึ่งสามารถหยิบเงินได้เท่าใด สามารถไปเอาเงินทุกวันได้หรือไม่”
ซย่าเสี่ยวฉานพยักหน้าแล้วตอบว่า “ยิ่งเงินมาก ท่านก็หยิบได้มาก ก็เหมือนข้าที่มีเพียงห้าอีแปะ จึงได้มาเพียงแค่สิบตำลึงเงิน ข้าเห็นคนมากมายเอาถุงเงินใบใหญ่ออกมา ถอดเสื้อผ้าออกมาห่อยังไม่พอ”
หมู่บ้านหยางซู่แห่งนี้ทั้งแห้งแล้งและห่างไกลความเจริญ สองสามปีมานี้ชาวบ้านในหมู่บ้านแทบจะไม่มีโอกาสไปในตัวเมืองเลยสักครั้ง ดังนั้นจึงเป็ธรรมดาที่จะไม่ค่อยรู้เื่บ่อนพนันในเมืองนัก
และเนื่องจากสองแม่ลูกตระกูลชุยนั้นทั้งโลภมากและโหดร้าย ก็อย่าได้โทษที่ซย่าเสี่ยวฉานไม่เห็นใจนาง
เมื่อคนจำพวกนี้ติดการพนัน หากได้ลองดำดิ่งลงไปสักครั้ง ก็จะนำคนไปสู่ความพินาศ เงินสิบตำลึงที่ให้สองแม่ลูกตระกูลชุยไป แรกเริ่มบ่อนพนันก็จะให้สองคนนี้ชนะไปก่อน รอให้ทั้งสองคู่ทะเยอทะยานมากขึ้น จากนั้นสองคนนี้ ทั้งชีวิตก็จะไม่มีวันหลุดพ้นจากการพนันได้อีก
จะเป็หรือตายก็เป็เื่ของพวกเขาแล้ว