อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 125 คนกตัญญู

    บทที่ 125 คนกตัญญู




    ซูหยวนไม่ใช่คนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีนัก เธอเป็นพวกเก็บตัว ชอบอยู่คนเดียวมากกว่าเข้าสังคม แต่...ถ้าใครอยู่ทีมเดียวกับเธอ ซูหยวนย่อมต้องปกป้อง


                


    ไม่ใช่เพราะใจดี แต่เธอก็แค่ไม่อยากให้ทีมของเธอถูกทำลายโดยคนนอก ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ทำประโยชน์ให้กันได้ เข้ากันได้ดีและมีความรับผิดชอบต่องาน เธอก็ยิ่งอยากจะรักษาไว้ นี่ก็เพื่อให้ไม่ต้องเสียเวลาไปหาเพื่อนร่วมทีมใหม่อีกนั่นเอง..




    “รุ่นน้องอัน เธอก็เห็นแล้วว่าฉันไม่สามารถช่วยเธอได้...” หวังเป่าเป้ยรู้ว่าอันซูหยวนฉลาดมาก แต่สถานการณ์แบบนี้ ทำไมเธอยังมองไม่ออก




    “ถ้าอย่างนั้น ก็ให้ฉันช่วยรุ่นพี่ก่อนดีไหมคะ”




    “เธอ....” หวังเป่าเป้ยรู้สึกว่าคำพูดอีกฝ่ายตลกมากจริงๆ เธอไม่เห็นหรอว่านักธนูมากมายมารวมกันที่นี่ก็เพื่อจัดการเธอ ถ้าซูหยวนอยากจะเข้ามายุ่งด้วย พวกเขาก็ไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่




    “รุ่นพี่ ฉันอยากบอกว่าฉันมีวิธีจัดการเรื่องนี้จริงๆนะคะ แต่ว่า...มันมีค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆค่ะ”




    “หมายความว่ายังไง” แม้แต่เวลานี้ รุ่นน้องอันก็ยังคิดจะปล้นชิงเธอหรือ?




    “รุ่นพี่ ขอแค่รุ่นพี่ให้เงินฉันมา 150,000 เครดิต ฉันจะช่วยเรื่องนี้เองค่ะ” ซูหยวนไม่ได้สนใจท่าทางที่รุ่นพี่หวังใช้มองเธอ สายตาของหญิงสาวราวกับกำลังบอกว่าเห็นเธอเป็นตัวโง่งมที่ไม่เข้าใจอะไรเลย แต่คำพูดนี้ของซูหยวน กลับทำให้หยางเจาเจี้ยนชะงักไป


                


    เรื่องเงิน 150,000 เครดิต ทำไมตัวเลขมันช่างคุ้นหูเหลือเกิน ไม่ใช่ว่ามันเป็นจำนวนเดียวกับที่เขาเสนอให้ไอ้พวกนักธนูรุ่นเยาว์ 15 คนนี้หรอกหรือ?




    “จริงหรอที่ว่าเธอช่วยฉันได้น่ะ”




    “จริงค่ะ แค่ 150,000 เครดิตเท่านั้น” ซูหยวนยืนยัน ทั้งยังแสยะยิ้มไปทางหยางเจาเจี้ยนที่กำลังรู้สึกร้อนๆหนาวๆอีกด้วย




    “ได้ ฉันจะให้เธอ ถ้าเธอจัดการเรื่องนี้ได้” แม้เงิน 150,000 เครดิตจะเป็นจำนวนเงินมาก แต่สำหรับนักธนูมากฝีมือเช่นเธอ ทำงานเพียงหนึ่งปีก็หาเครดิตได้แล้ว ดังนั้นเธอไม่กลัวที่จะจ่ายออกไป กลัวแค่ว่ารุ่นน้องอันจะพูดเหลวไหลเท่านั้น




    “ในเมื่อรุ่นพี่จ่ายเงิน ถ้าอย่างนั้น...” ซูหยวนยกมือขึ้น ก่อนจะปรบมือเป็นสัญญาณ “แปะ แปะ” เหมือนที่หยางเจาเจี้ยนทำก่อนหน้านี้


                


    โดยไม่มีใครรู้ตัวมาก่อน ด้านหลังของเขาปรากฏคนมากกว่า 30 คนล้อมกรอบเอาไว้หมดแล้ว ในมือของพวกเขาถือธนูเอาไว้ด้วย ขอเพียงอันซูหยวนให้สัญญาณ ลูกศรทั้งหมดก็พร้อมจะยิงใส่นักธนูรุ่นเยาว์ 15 คนที่ติดตามหยางเจาเจี้ยนมา




    “อะ อะไร!!” หยางเจาเจี้ยนตกใจมาก เขาจะคิดได้ยังไงว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับตนเอง




    “วางธนูลงเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่วาง...พวกเราจะยิงแน่” คนที่อยู่ด้านหลังตะโกนออกมา พวกเขาเสียงดังยิ่งกว่าคนที่หยางเจาเจี้ยนจ้างมาอีก นั่นเป็นเพราะบทสนทนาของหยางเจาเจี้ยนและหวังเป่าเป้ย พวกเขาได้ยินทั้งหมดแล้ว


                


    การที่พวกเขารับเงินค่าจ้างมาจำนวนมากถึง 150,000 เครดิต แถมยังได้ช่วยสาวน้อยให้ได้รับความยุติธรรม นี่ถือเป็นความภาคภูมิใจของพวกเขาด้วย


                


    ไม่เหมือนกับคนที่หยางเจาเจี้ยนจ้างมา คนพวกนั้นมีความลังเลเพราะรู้ว่าที่ตัวเองกำลังทำอยู่มันผิด กลับกัน...เสียงและหัวใจที่ผดุงความยุติธรรมของพวกเขากลับดังกว่า ดังนั้นออร่าความกดดันย่อมมากกว่าหลายเท่า


                


    แน่นอนว่าจำนวนเงินค่าจ้าง 150,000 เครดิต เป็นสิ่งที่ซูหยวนตั้งใจจะเย้ยหยันไอ้สารเลวคุณชายจางคนนี้มาก มันคิดว่าตัวเองมีเงินคนเดียวหรือไง? เธอแค่อยากจะบอกมันว่า...ที่มันมีมากกว่าคนอื่นไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นความชั่วช้าของมันต่างหาก!


               


     รุ่นพี่หวังของเธอเป็นใคร อีกฝ่ายเป็น “สิบโท” ของกองทัพ ทั้งยังเป็นศิษย์สายตรงของอาจารย์เติ้ง เป็นคนที่อาจารย์ภาคภูมิใจ เธอจะหาเงิน 150,000 เครดิตไม่ได้เลยหรือ?


                


    หากพูดง่ายๆ เธอล่าพวกกลายพันธุ์เอาแกนพลังงานจากเขต B มา 150 แกนก็เพียงพอแล้ว ยังไม่นับว่าที่จริงแล้ว รุ่นพี่สามารถติดตามอาจารย์ไปทำภารกิจต่างๆแล้วร้องขอส่วนแบ่งที่มากขึ้นได้ ไอ้คนแซ่หยางนั้นเอาอะไรมาคิดกันว่าจะทำร้ายรุ่นพี่ของเธอด้วยเงินเพียงเท่านี้!




    “รุ่นน้องอัน นี่คือ....”




    “ที่จริงแล้วฉันเป็นคนกตัญญูมากนะคะ ในเมื่อคุณชายตระกูลหยางใช้เงินเพื่อรุ่นพี่ 150,000 เครดิต ฉันจึงสนับสนุนให้รุ่นพี่ใช้เงิน 150,000 เครดิตคืนมันกลับไปค่ะ จะได้ไม่ติดค้างบุญคุณกันในอนาคต รุ่นพี่คิดเห็นยังไงคะ”


                


    ในที่สุด หวังเป่าเป้ยก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดเสียที ปรากฏว่ารุ่นน้องอันคนนี้เตรียมการเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าเธอเอาอะไรมามั่นใจว่าตัวเองจะยอมจ่าย 150,000 เครดิตก็เถอะ แต่ครั้งนี้...นับว่าเธอติดหนี้บุญคุณรุ่นน้องอันแล้วจริงๆ


               


     ไอ้คนสารเลวแซ่หยางใช้เงินเพื่อซื้อตัวนักธนูเหล่านี้ให้มาโจมตีเธอ ในขณะเดียวกัน...รุ่นน้องอันก็เตรียมคนเอาไว้ให้เธอแล้ว 


                


    ไม่ใช่แค่คนมากกว่าเท่านั้น แต่ยังมากกว่า 2 เท่า! ด้วยจำนวนเงินที่จ่ายออกไปเท่ากันนี้ ไม่ใช่ว่ารุ่นน้องอันกำลังตบหน้าสารเลวหยางอยู่หรือ?




    “รุ่นน้องอัน เรื่องนี้ฉันจะจำเอาไว้ ในอนาคตจะตอบแทนเธอแน่!” หวังเป่าเป้ยพูดโดยไม่มองหน้าซูหยวน เธอก้าวออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ธนูในมือยกขึ้นสูง และครั้งนี้ก็ไม่มีใครกล้าขวางเธออีกแล้ว




    “อะ ไอ้ ไอ้พวกโง่ ทำไมไม่มาช่วยฉันวะ ฉันจ่ายเงินไป 150,000 เครดิตแล้วนะ พวกแกไม่อยากได้เงินรึไง!!” หยางเจาเจี้ยนตะโกนขึ้นมาด้วยความตกใจ


                


    แผนของเขาพังไม่เป็นท่า แถมยังโดนย้อนกลับแบบนี้ จะให้เขาหัวเราะอยู่ได้หรือ?


                


    ตอนที่มั่นใจว่าตัวเองวางแผนมาอย่างดีแล้ว เขาไม่เคยเผื่อใจหรือหาทางหนีรอดเป็นอย่างอื่นเลย เมื่อจู่ๆเกิดเหตุเช่นนี้ ย่อมต้องไปไม่เป็น


                


    หวังเป่าเป้ยไม่ได้ใจดี แต่ก็ไม่โหดเหี้ยมเหมือนซูหยวน ถ้าเป็นซูหยวนที่ถูกวางแผนแบบนี้ ไอ้คนแซ่หยางจะสามารถมีชีวิตรอดกลับไปได้ สิ่งที่หวังเป่าเป้ยทำมีแค่ยิงไปที่ขาของอีกฝ่ายจนวิ่งไปไหนไม่ได้ จากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ในพื้นที่แข่งขัน ปล่อยให้เขาทรมานจนครบ 3 ชั่วโมง และพ่ายแพ้การแข่งขันไป


                


    ผู้คนที่ถูกจ้างมา หลังจากทำภารกิจสำเร็จแล้ว พวกเขาก็รีบแยกย้ายกันไป แม้จะทำงานให้อันซูหยวน แต่เจตนาแรกของพวกเขาก็คือการเข้าแข่งขัน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาส พวกเขาจะต้องรีบไปล่าหุ่นซ้อมอินทรีย์จำนวน 5 ตัวให้เสร็จทันเวลา




    “รุ่นน้อง นี่คือชิ้นส่วนของหุ่นซ้อมอินทรีย์ 5 ตัว ฉันมอบให้เธอ” หวังเป่าเป้ยแสดงน้ำใจของตนเอง แน่นอนว่าซูหยวนไม่ได้ปฏิเสธ เธออุตส่าห์เสียเวลาไปติดต่อคนมากมายขนาดนี้ อย่างนั้นก็ให้เธอได้พักขา เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันรอบต่อไปก็แล้วกัน


                


    รุ่นพี่หวังพอใจที่ซูหยวนไม่มากเรื่อง หลังจากที่จัดการปัญหาเรื่องคนแซ่หยางแล้ว หวังเป่าเป้ยก็สบายใจขึ้นมาก เธอรู้ว่าขอแค่ผ่านการแข่งขันนี้ การเดิมพันที่ผ่านมาก็จบแล้ว เรื่องการแต่งงานอะไรนั่นย่อมต้องเป็นอันโมฆะไป เธอไม่เชื่อหรอกว่าครอบครัวใหญ่ตระกูลหวังจะยังบังคับเธออีก พวกเขาต้องรู้ข่าวเกี่ยวกับการเดิมพันของเธอและหยางเจาเจี้ยนแล้วแน่นอน ถ้าพวกเขายังกล้าบังคับเธอ อย่างนั้นก็ต้องดูว่าจะตอบสังคมว่ายังไง


                


    ซูหยวนเห็นทุกคนจากไปแล้ว เธอก็กระโดดขึ้นไปนั่งบนต้นไม้สูง ยังเหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าๆจึงจะครบกำหนด 3 ชั่วโมงครึ่ง ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าคนสารเลวหยางผู้นี้จะไม่ได้รับความช่วยเหลืออื่นอีก ซูหยวนต้องเฝ้าดูมันไว้


                


    เธอรับรู้ตำแหน่งของคนอื่นผ่านแผนที่ล่า ดังนั้นจึงคอยดูอยู่ว่าจะมีคนเข้ามารอบๆตัวของหยางเจาเจี้ยนไหม โชคดีที่ไม่มีเรื่องเกิดขึ้น กระทั่งครบเวลา 3 ชั่วโมง หยางเจาเจี้ยนที่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวสลบไปก่อนแล้ว ส่วนเธอก็หาทางกลับออกไปจากเขตพื้นที่การแข่งขันโดยไม่สนใจจะพาคนเจ็บออกไปด้วยด้วยซ้ำ


                


    รุ่นพี่หวังกลับมาพร้อมกับชิ้นส่วนหุ่นซ้อมอินทรีย์ 15 ชิ้น เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นผู้มีพรสวรรค์ขนาดไหน หญิงสาวมองซูหยวนที่ถือชิ้นส่วนหุ่นซ้อมอินทรีย์ 5 ชิ้นที่ตนเองมอบให้ คิ้วก็ขมวดฉับเข้าหากัน




    “ฉันไม่ได้บอกหรอว่าการทำคะแนนให้มากหน่อย จะทำให้การทดสอบรอบต่อไปง่ายขึ้นน่ะ”


                


    การทดสอบรอบต่อไป เป็นการทดสอบต่อสู้ตัวต่อตัว แต่ข้อได้เปรียบของผู้ทำคะแนนได้มาก ก็จะเป็นคนที่สามารถเลือกสนามต่อสู้ของตัวเองได้


                


    บางคนชอบการต่อสู้ในที่โล่งแจ้ง บางคนชอบพื้นที่โขดหิน หรือบางคนก็ชอบต่อสู้ในพื้นที่ที่ชุ่มน้ำ พวกเขาส่วนใหญ่เน้นฝึกซ้อมการต่อสู้มากันก่อนแล้ว จึงต้องแข่งกันตั้งแต่รอบนี้เพื่อชิงคะแนนที่ดี


                


    การจับคู่ของคู่ต่อสู้เป็นแบบสุ่ม ดังนั้นแทนที่จะมีคะแนนน้อยๆไว้ในมือ สู้หาให้ได้มากที่สุดดีกว่า เผื่อไปเจอคู่ต่อสู้คนไหน ก็จะชิงความได้เปรียบมาบ้าง


                


    ตัวเธอมอบชิ้นส่วนหุ่นซ้อมอินทรีย์ให้รุ่นน้องอันไปแล้ว มันเพียงพอที่จะการันตีว่ารุ่นน้องจะผ่านการทดสอบ แต่เธอไม่ได้คิดว่านอกจาก 5 ชิ้นที่เธอให้แล้ว รุ่นน้องอันกลับไม่จัดการหุ่นซ้อมอินทรีย์อื่นอีกเลย


                


    ด้วยความสามารถของเธอ อย่างน้อยๆก็ควรจะได้สัก 10 ชิ้นไม่ใช่หรือ?




    “ฉันไม่รู้ว่าตัวเองถนัดการต่อสู้ในพื้นที่แบบไหนอยู่แล้วค่ะ แทนที่จะปวดหัวตอนเลือกสนามต่อสู้ ก็ให้คู่แข่งเลือกไปเลยก็แล้วกัน”




    “...............” หวังเป่าเป้ยหมดคำจะพูด เธอทำได้แค่มองซูหยวนนิ่งๆแล้วก็พากันไปส่งชิ้นส่วนเพื่อเข้ารอบต่อไปเท่านั้น


                


    เมื่อสรุปผลเสร็จแล้ว ซูหยวนกับหวังเป่าเป้ยก็ผ่านเข้ารอบอย่างง่ายดาย แน่นอนว่าหยางเจาเจี้ยนตกรอบไปทั้งอย่างนั้น หมายความว่าการแต่งงานระหว่างทั้งสองคนจบไปแล้วเช่นกัน ถ้าจะมีปัญหา...ก็อาจจะเป็นส่วนที่ตระกูลหวังต้องจ่ายคืนค่าสินสอดให้ตระกูลหยางไป ซึ่งนี่ไม่เกี่ยวกับหวังเป่าเป้ยแล้ว


                


    วันรุ่งขึ้น หวังเป่าเป้ยและอันซูหยวนมาตามนัดหมาย การจับคู่จะเริ่มตั้งแต่เช้าของวัน คนที่มาช้าจะถูกตัดสิทธิทันที โดยการแข่งขันตัวต่อตัวแบบนี้ จะแบ่งออกเป็น 4 สนาม 




    สนามแรกจะเป็นทุ่งกว้าง คนที่เชี่ยวชาญในการโจมตีระยะไกลจะเลือกพื้นที่นี้เพื่อชิงความได้เปรียบ พวกเขาไม่ต้องการให้คู่แข่งหาที่ซ่อนตัวได้ มีเพียงวิ่งไปรอบๆและใช้การโจมตีที่รวดเร็วเท่านั้นจึงจะเอาชนะได้


                


    สนามที่สอง สนามนี้จะเป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้ใหญ่มากมาย ผู้ที่เชี่ยวชาญในการอำพรางตัว ลบจิตสังหารมักจะเลือกพื้นที่นี้เพื่อปิดฉาก ซึ่งต่างกับพื้นที่ที่สามที่เป็นหลุมเป็นบ่อจำนวนมาก การต่อสู้ในพื้นที่นี้จะไม่เน้นการอำพรางตัว แต่จะเน้นกำลังกายที่แข็งแกร่ง เมื่อต้องต่อสู้กัน...พวกเขาจะต้องระวังอุปสรรคต่างๆไปด้วย


                


    และพื้นที่สุดท้าย พื้นที่นี้เต็มไปด้วยกับดักมากมาย แต่ก็มีกำแพงสูงต่ำต่างกันออกไป พื้นที่นี้นับเป็นพื้นที่แข่งขันที่ยากที่สุดแล้ว บางคนที่รู้ว่าคู่ต่อสู้ของตนเองแข็งแกร่ง พวกเขามักจะเลือกพื้นที่นี้ เพราะมีโอกาสมากกว่าในการเอาชนะ อย่างน้อยๆ...ถ้าคู่แข่งไม่ทันระวังตัวแล้วโดนกับดักเข้าไป พวกเขาก็เอาชนะไปทั้งอย่างนั้นได้เลย


                


    แม้จะดูเป็นวิธีที่น่าอับอายไปหน่อย แต่มันก็เรียกว่ากลยุทธ์ในการต่อสู้ได้เหมือนกัน


                


    เพราะผู้ผ่านการแข่งขันเมื่อวานมีจำนวนมาก เพื่อที่จะคัดให้เหลือแค่ 50 คน ดังนั้นคนหนึ่งจะผ่านเข้ารอบได้ ต้องจับคู่แข่งขันถึง 3 ครั้ง ซูหยวนรอไม่นาน ชื่อของตัวเองก็ถูกสุ่มขึ้นมา


                


    แน่นอนว่าเธอที่มีหุ่นซ้อมอินทรีย์เพียง 5 ชิ้น ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นผู้เลือกสนามต่อสู้อยู่แล้ว คู่แข่งคนแรกของเธอเป็นนักธนูสายโจมตี อีกฝ่ายถนัดในการโจมตีระยะใกล้ ทั้งยังมีร่างกายที่แข็งแรงมาก ยิ่งได้เห็นซูหยวนที่ตัวผอมบางแบบนี้ เขายิ่งชอบใจ


                


    สนามรบที่สามเป็นพื้นที่ที่อีกฝ่ายเลือกเพื่อประลองกับเธอ พวกเขาจะมีเวลาในการเตรียมพร้อมโดยแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งก่อนเริ่มการต่อสู้ จากนั้นเมื่อครบเวลาที่กำหนดแล้ว ผู้แข่งขันจะต้องหากันเอง


                


    อาวุธที่ใช้เป็นธนูที่เตรียมไว้โดยตระกูลอี้ ลูกศรมีให้คนละ 50 ศร โดยมันเป็นศรพิเศษที่มีไว้เพื่อการฝึกซ้อมเท่านั้น ต่อให้โจมตีผู้เข้าแข่งขันได้ ก็ไม่ทำอันตรายถึงชีวิต


                


    เมื่อได้รับสัญญาณ ซูหยวนก็ไปยังตำแหน่งที่ซ่อนตัวที่เหมาะสม หากเป็นคนอื่นจะต้องตื่นตระหนกกับพื้นที่ต่อสู้แบบนี้แน่ เว้นเสียแต่ว่าตัวเองจะถนัดการต่อสู้ในพื้นที่นี้เช่นกัน ทว่า...มันไม่ได้เป็นปัญหากับซูหยวนเลย เธอสามารถมองเห็นตำแหน่งคู่ต่อสู้ได้ แค่นี้ก็มากพอที่จะเอาชนะแล้ว


                


    ขอเพียงรออยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ซูหยวนมั่นใจว่าคู่แข่งของเธอจะถูกโจมตีทันทีที่เขาโผล่หน้าออกมา


                


    อย่าลืมว่าเธออยู่ในที่ซ่อน แต่อีกฝ่ายเหมือนอยู่บนฝ่ามือของเธอตลอดเวลา หมากกระดานนี้เป็นซูหยวนที่สามารถเอาชนะได้ไม่ยาก


                


    แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เด็กสาวนั่งลงต่ำที่โขดหินหนึ่ง เธอมองดูแผนที่ซึ่งปรากฏภาพจุดสีฟ้าเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ทางคู่แข่งมีความเร็วที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ ขนาดพื้นที่เป็นหลุมบ่อขนาดใหญ่นี้ เขาก็ยังสามารถกระโดดผ่านมันมาได้ไม่ยากเย็นนัก ถ้าเธอจะจับทีมร่วมกับใคร ซูหยวนก็อยากจะร่วมมือกับอีกฝ่ายในการต่อสู้มากที่สุดแล้ว...




    …………………………………



    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน