เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เล่มที่ 4 บทที่ 91 ย่ำขจี


            ยามวสันตฤดูมวลหมู่บุปผาผลิบาน ลังลีเกอลังลีเกอลังหลี่เก๋อหล่าง! [1]

            เฉียวเยว่ลงจากรถม้าก็รู้สึกถึงสายลมที่พัดโชยมาต้องใบหน้าทันที นางรวบผมที่พลิ้วไสวอยู่ด้านหน้าไปทัดไว้หลังหู

            ภูเขาแห่งนี้ไม่ใหญ่มาก พื้นลาดมั่นคง แทบจะไม่มีความชันสักนิด แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงความเป็นป่าทึบ ดูไม่เลวอย่างยิ่ง 

            "พี่จ้านเจ้าคะ" เฉียวเยว่มองพิจารณาชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า "พวกเราต้องปีนเขาหรือไม่?"

            หรงจ้านผงกศีรษะ ใบหน้าระคนไปด้วยรอยยิ้มจางๆ ก่อนถามว่า "ทำไม? เจ้าไม่กล้า?"

            เฉียวเยว่รู้สึกว่าคำพูดนี้ช่างน่าขันยิ่ง นางหรือไม่กล้า? มีอะไรต้องไม่กล้ากันเล่า!

            "ไม่มีสิ่งใดที่ข้าไม่กล้า ข้ากลัวว่าท่านจะรังเกียจความสกปรกของถนนหนทาง การออกนอกบ้านคือสิ่งที่ลำบากที่สุดสำหรับคนจุกจิกเป็นพิเศษเช่นท่าน"

            หรงจ้านยิ้มน้อยๆ พลางย่อตัวลงมา บีบแก้มของเฉียวเยว่เบาๆ "เฉียวเยว่รู้หรือไม่ว่าตนเองตามผู้ใดมา?"

            เฉียวเยว่พยักหน้า "ก็ท่านอย่างไรเล่า"

            น้ำเสียงเล็กๆ ฟังดูน่ารัก ปรกติเวลานางพูดก็มักใช้เสียงที่นุ่มนิ่มแกมฉอเลาะแบบเด็กๆ แต่หากเปล่งเสียงดังหน่อยถึงจะใสกังวาน แต่ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะใช้น้ำเสียงที่อ่อนหวาน

            "เมื่อรู้ว่าตามออกมากับข้า ก็มีเพียงเจ้ากับข้า เจ้ากล้าล่วงเกินข้า ไม่กลัวว่าข้าจะขายเจ้าทิ้งหรือ?" หรงจ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            เฉียวเยว่หัวเราะพรืดออกมา "ขายทิ้ง? น่าขันยิ่งนัก"

            ปราศจากความกลัวโดยสิ้นเชิง

            หรงจ้านขบคิดก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้วิธีข่มขู่ "ส่งเจ้าไปเป็นอาหารหมาป่า?"

            เฉียวเยว่หัวเราะหนักยิ่งกว่าเดิม แสดงท่าทางประดุจว่าข้ามองออกนานแล้ว "ท่านเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้ ตัวท่านเองเชื่อหรือไม่?" 

            พอเห็นหรงจ้านเริ่มหรี่ตาน้อยๆ เฉียวเยว่ก็นึกได้ว่าคนผู้นี้ไม่ปรกตินัก ครั้นแล้วจึงตัดสินใจกอดคอเขา "ท่านพี่จ้านดีที่สุด! ท่านพี่จ้านทำกับข้าเช่นนั้นไม่ลงอยู่แล้ว"

            นางส่งคำเยินยอมาทันท่วงทีจนคนรับมือไม่ทัน

            หรงจ้านถอนหายใจ "แล่นเรือไปตามลม [2] ก็เป็น"

            เฉียวเยว่ทำสีหน้าจริงจัง "แต่ข้าพูดล้วนเป็นความจริงทั้งนั้น"

            นางจับมือหรงจ้าน "ไปกันเถอะ พวกเราจะไปให้ถึงยอดเขาเลย"

            หรงจ้านมองขึ้นไป แล้วหันมามองนาง "เจ้าไหวหรือ?"

            เฉียวเยว่พยักหน้า "ข้าไหวอยู่แล้ว เหตุใดจะไม่ไหวเล่า?"

            อย่างไรเสียก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง หรงจ้านไม่รู้สึกว่านางจะปีนขึ้นไปได้จริงๆ แม้ที่นี่ไม่มีเนินสูงชัน แต่ก็มีเนินดินเตี้ยๆ 

            แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่จูงมือเฉียวเยว่เดินขึ้นเขา มีซื่อผิงติดตามอยู่ด้านหลัง ซื่อผิงหิ้วตะกร้าใบใหญ่และสะพายห่อผ้าขนาดใหญ่ แต่ข้างในใส่สิ่งใดมาบ้างมิอาจรู้ได้ 

            เฉียวเยว่จูงมือหรงจ้าน ร้องฮึบๆๆ แล้วถามเขาอีกว่า "พี่จ้านเจ้าคะ ท่านว่าเพราะเหตุใดบิดาข้าถึงเข้าร่วมสอบเคอจวี่ครานี้ ข้านึกว่าเขาจะไม่เข้าสอบเสียอีก"

            นางคาดไม่ถึงแม้แต่น้อย

            "อาจเพื่ออนาคตของพวกเจ้า ไม่ว่าคุณชายสามสกุลซูจะไปเป็นอาจารย์ที่กั๋วจื่อเจียนหรือสำนักศึกษาสตรี ก็จะได้สอนพวกเจ้าสองพี่น้องด้วยตนเอง อาจจะเพื่อสิ่งนี้ก็ได้" หรงจ้านตอบเสียงเบา

            เฉียวเยว่พยักหน้าตอบอ้อ แต่ก็ยังคงซักถามต่อ "เช่นนั้นท่านคิดว่าบิดาข้าจะสอบติดหรือไม่?"

            ใจนางรู้สึกพะว้าพะวัง คิดว่าคนผู้นี้คงจะไม่เคยวิตกเหมือนกับนาง

            หรงจ้านยิ้มน้อยๆ "ไยจะสอบไม่ติดเล่า?"

            เฉียวเยว่กลอกตา นางเพิ่งได้ยินคนถามว่าเพราะเหตุใดถึงสอบไม่ติดเป็นครั้งแรก มีเพราะอันใดที่ไหน ก็ต้องเรียนเก่งไม่พอน่ะสิ?

            คนในยุคปัจจุบันใครๆ ล้วนอยากสอบเข้าเป่ยต้า ชิงหวา [3] กันทั้งนั้น แต่ปัญหาคือจะสอบติดหรือ? 

            "บิดาเจ้าอาจไม่ติดอันดับต้นๆ แต่ต้องอยู่ในรายชื่อผู้สอบติดแน่ แท้จริงแล้วข้ากลับรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องเอาสามอันดับแรกก็ได้ เจ้าว่าจริงหรือไม่?" 

            เฉียวเยว่พยักหน้า จุดนี้ถูกต้องที่สุด เมื่อก่อนนางเคยอ่านนิยายที่กล่าวถึงตำแหน่งจ้วงหยวน [4] บ่อยครั้ง แต่การเป็นจ้วงหยวนไหนเลยจะสอบติดง่ายดาย

            "เอาไว้กลับบ้านแล้วข้าต้องไปปลอบท่านพ่อเสียหน่อย ถึงแม้ว่าเขาจะสอบไม่ติด แต่เขาคือคนที่มีพรสวรรค์ความสามารถที่สุดในใจข้า ไม่มีผู้ใดสามารถเทียบเทียมได้"

            ช่างเป็นสาวน้อยหัวใจอบอุ่นโดยแท้

            หรงจ้านพยักหน้า "ดีมาก แตงน้อยน่ารักรู้ความเช่นนี้เอง มิน่าเล่าใครๆ ต่างก็ชมชอบ" 

            เฉียวเยว่ยิ้มร่าพลางพยักหน้า "ใช่แล้ว ใช่แล้ว ข้าฉลาดมาก น่ารักมาก และรู้ความมาก ดังนั้นท่านถึงชอบข้าอย่างไร" 

            หรงจ้านหยุดฝีเท้า หันมาถามเฉียวเยว่ "เจ้าคิดว่าข้าชอบเจ้ามากเลยหรือ?"

            เฉียวเยว่พยักหน้าตอบอย่างจริงจัง "ใช่สิเจ้าคะ ท่านทำขนมให้ข้ากินด้วยตนเอง ยังมอบของขวัญให้ ซ้ำยังพามาเที่ยว ท่านต้องชอบข้าอยู่แล้ว"

            "เช่นนั้นเจ้าอยากรู้หรือไม่เพราะเหตุใดข้าถึงชอบเจ้าเป็นพิเศษ?" รอยยิ้มของเขาคล้ายมีคล้ายไม่มี

            เฉียวเยว่เกาศีรษะอย่างข้องใจ "ข้าแสนดีเช่นนี้ ยังต้องมีเหตุผลที่จะชอบด้วยหรือ?"

            ความหลงตัวเองของนางช่างไม่มีใครเกิน

            เฉียวเยว่หัวเราะคิกคัก ก่อนพูดอย่างจริงจัง "พี่จ้าน ท่านอย่าทำตัวลึกล้ำนักสิเจ้าคะ ท่าทางของท่านทำให้ทุกคนต่างกลัวกันหมด ไม่กล้าเป็นสหายกับท่านแล้ว แน่นอนข้ารู้ ท่านมิได้ต้องการคนที่เกรงกลัวท่านมาเป็นสหาย แต่คนเราก็เดียวดายเป็นเหมือนกันนะเจ้าคะ" 

            เฉียวเยว่ดึงอาภรณ์น้อยๆ ของตนเองขึ้นมาจับ "แม้ว่าเวลาส่วนใหญ่ข้าจะชอบวาดภาพเขียนอักษร อ่านตำราและขับร้อง แต่ก็มีบางคราที่ไม่อยากทำอันใดเลย เพียงอยากหาคนมาคุยซุบซิบนินทาสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน" 

            หรงจ้าน "..."

            ผ่านไปครู่ใหญ่เขาถึงยกมุมปากขึ้นถาม "เจ้าพูดจริงรึ?"

            เฉียวเยว่ "ทำไมหรือ?"

            "ไฉนข้าถึงรู้สึกว่าเจ้าใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการคุยไร้สาระเรื่องของชาวบ้าน เวลาส่วนน้อยมากๆ ถึงจะอ่านตำราเขียนอักษรเล่า อ้อจริงสิ ข้ายังได้ยินมาว่าเจ้าแตงน้อยชอบแอบฟังข้างกำแพงด้วย ไม่รู้ว่าจริงเท็จประการใด" 

            ตอนนี้เฉียวเยว่มั่นใจมากถึงมากที่สุดว่าหรงจ้านจงใจ ดูสิ คนผู้นี้ร้ายกาจแค่ไหน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอก... เฉียวเยว่เชิดดวงหน้าน้อยขึ้น กล่าวอย่างจริงจัง "ไม่ว่าจริงหรือเท็จ การแกล้งเลอะเลือนบ้างถึงจะเป็นคนฉลาด" 

            หรงจ้านเลิกคิ้ว แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่ใช่คนเลอะเลือนในยามจำเป็น ดังนั้นจึงสามารถพาตัวเองเดินมาถึงวันนี้ได้ 

            คนอวดฉลาดในเวลาที่ควรแกล้งเลอะเลือนไยจะไม่ใช่คนหลงตนเองเล่า  

            แต่หรงจ้านกลับไม่คิดจะสนทนากับแม่หนูน้อยมากนัก อย่างไรเสียนางก็เพิ่งหกขวบ ยังไม่รู้ความอันใดมากมาย 

            "เช่นนั้นพี่จ้านเชื่อว่าเฉียวเยว่เป็นเด็กดีตั้งใจท่องตำราเขียนอักษรก็ได้" หรงจ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            เฉียวเยว่ยิ้มด้วยความดีใจ เผยให้เห็นฟันขาวน้อยๆ แลดูน่ารักเป็นพิเศษ 

             หรงจ้านลูบศีรษะของนาง "นับว่าเจ้าผลัดฟันค่อนข้างเร็ว" 

            เฉียวเยว่พูดในใจ จะไม่เร็วได้อย่างไร ทุกวันข้ามีแต่กิน กิน กิน ฟันน้ำนมไหนเลยจะทานทนไหว อีกอย่าง เห็นได้ว่านี่เกิดจาก "เหตุสุดวิสัย" ชัดๆ 

            นางถอนหายใจ ก่อนถามขึ้น "ตกลงตอนนี้พวกเราจะเดินขึ้นเขาต่อหรือไม่?"

            หรงจ้านมองออกว่าเฉียวเยว่เหนื่อยแล้ว จึงตอบไปว่า "ต้องเดินต่ออยู่แล้ว แต่ตอนนี้พวกเราหยุดพักสักครู่ กินขนมกันก่อน ข้าจะวาดภาพเหมือนให้เจ้าสักภาพดีหรือไม่? ก่อนหน้านี้เจ้าอยากรู้ว่าทักษะการวาดภาพของข้าเป็นเช่นไรมิใช่หรือ?"

            เฉียวเยว่หัวเราะคิก "แท้จริงแล้วข้าเชื่อในตัวท่าน" 

            หรงจ้านเลิกคิ้ว "เพราะเหตุใด?"

            ซื่อผิงปูพรมเสร็จเรียบร้อย ก็เอาโต๊ะออกมากาง เฉียวเยว่มองพลางถอนหายใจ "เพราะท่านรูปงาม คนรูปงามล้วนทำได้ทุกสิ่ง ว่าแต่ท่านพี่จ้าน พวกท่านเตรียมตัวมาดียิ่ง ของพวกนี้ดูท่าจะหนักมากกระมัง?" 

            นางหันไปมองซื่อผิง "เจ้าเป็นจอมพลังหรือไร?" 

            ซื่อผิงเพียงยิ้มแต่ไม่ตอบ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อ 

            เฉียวเยว่หันไปกระซิบข้างหูหรงจ้าน "ซื่อผิงของพวกท่านอะไรก็ดีไปหมด เสียแต่พูดน้อยไปหน่อย ทำให้รู้สึกอึดอัด"

            หรงจ้านยิ้มน้อยๆ "แต่นี่ก็ไม่เกี่ยวอันใดกับเจ้ากระมัง?"

            เฉียวเยว่ "..."

            เจ้ามักพูดความจริงเช่นนี้ ไม่กลัวถูกทุบบ้างเลยรึ?

            เฉียวเยว่เห็นกาใบเล็กในตะกร้าถูกยกออกมา ก็ถามขึ้นอีก "นี่คือสิ่งใด” 

            ตะกร้าใบใหญ่ในนั้นเต็มไปด้วยกล่องแบนขนาดเล็ก เฉียวเยว่ถอดรองเท้า ขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนพรม มองดูซื่อผิงหยิบเบาะรองนั่งออกมาสองอัน

            เฉียวเยว่ "..."

            นี่มันกระเป๋าสารพัดนึกของโดราเอมอนหรือไร? 

            หรงจ้านเปิดกล่องทีละใบ ในนั้นมีขนมสีสันต่างๆ ยังมีอาหารกับแกล้มที่ไม่มีใครเหมือน ส่วนในกาเป็นโจ๊กเปล่า มีควันฉุยพวยพุ่งออกมา

            เฉียวเยว่กลืนน้ำลายถามว่า "ของเหล่านี้ท่านพี่จ้านทำด้วยตนเองหรือโรงครัวเป็นคนทำเจ้าคะ"

            "ฝีมือของโรงครัวไม่ได้หนึ่งในหมื่นส่วนของข้า" หรงจ้านกล่าวอย่างทะนงตน

            แม้ว่าคำกล่าวจะยโสโอหังไปบ้าง แต่ดวงตาของเฉียวเยว่ก็เปล่งประกายดุจดารา

            "ท่านพี่จ้านทำอาหารอร่อยที่สุด จะต้อง.... เอ๋" เฉียวเยว่พลันตระหนักขึ้นได้ นางกัดริมฝีปากพลางเอ่ยถาม "ท่านต้องตื่นมาเริ่มทำอาหารยามใด" 

            อาหารมากมายขนาดนี้หากทำในตอนเช้า ก็ต้องเสียเวลานานมาก

            "ประมาณยามโฉ่ว ยามอิ๋น [5] กระมัง" หรงจ้านกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            เฉียวเยว่รู้สึกละอายใจมาก นิ้วมือของนางแทบจะพันกันยุ่ง กัดริมฝีปากเอ่ยว่า "ล้วนเป็นข้าไม่ดีเอง หากข้าไม่เอาแต่พูดว่าอยากกินอาหารอร่อยฝีมือท่าน ท่านก็คงไม่ต้องตื่นแต่เช้ามืดทำอาหารเหล่านี้"

            หรงจ้านมองออกว่านางไม่เพียงแต่ไม่ได้โกหก ยังรู้สึกผิดอย่างแท้จริง เขาเขย่ามือของนางเบาๆ "ข้าก็อยากกินเองด้วย ไม่มีอันใดสักหน่อย"

            ดวงตาดำขลับของเฉียวเยว่ทอประกายระยิบระยับ ถามอย่างระมัดระวัง "ท่านนอนน้อยเพียงนี้ ง่วงหรือไม่?"

            หรงจ้านส่ายหน้า "ไม่เป็นไร เมื่อวานข้านอนเร็ว สาวน้อยไม่ต้องเป็นห่วง”

             เฉียวเยว่ยิ้มแก้มปริ หลังจากนั้นก็ล้วงผ้าเช็ดหน้าของตนเองออกมา แล้วเดินเข้ามาหา ย่อตัวเล็กน้อยจะเช็ดหน้าให้เขา "ข้าจะช่วยเช็ดหน้าให้ท่าน ดูว่ามีเหงื่อหรือไม่"

            สีหน้าของหรงจ้านไม่แสดงความรู้สึก "เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเมื่อเช้าข้ามิได้ผัดแป้งแต่งหน้ามา หากเจ้าทำเครื่องประทินผิวของข้าเลอะ ข้าจะตีก้นน้อยๆ ของเจ้า"

            เฉียวเยว่ตกตะลึง หลังจากนั้นก็หัวเราะเอิ๊กอ๊าก นางพิงตัวเข้าหาหรงจ้าน "พี่จ้านหลอกผู้อื่นอีกแล้ว ท่านงดงามบริสุทธิ์ดุจต้นหยกล้อล้ม ไหนเลยจะต้องประทินผิวอันใด"

            แล้วก็พูดอีกว่า "ผ้าเช็ดหน้าข้าเพิ่งเอาออกมา ยังสะอาดสะอ้าน พี่จ้านคงไม่รังเกียจใช่หรือไม่"

            แท้จริงแล้วหรงจ้านไม่มีเหงื่อสักหยด แต่เห็นท่าทางกระตือรือร้นของนาง เขาจึงนั่งนิ่งๆ ปล่อยให้นางเช็ดให้

            เฉียวเยว่เช็ดจนเสร็จ ก็จะเอาผ้าไปเช็ดหน้าของตนเองต่อ "ข้าก็จะเช็ดบ้างเหมือนกัน ข้าเหงื่อออกแล้ว"

            หรงจ้านตะลึงพรึงเพริด รีบคว้ามือน้อยๆ ของนางไว้ ก่อนพูดอย่างจนปัญญา "ผืนนี้สกปรกแล้ว"

            "ไม่มีปัญหา ข้าไม่ถือสา" เฉียวเยว่ตอบอย่างฉาดฉาน

            แต่หรงจ้านไม่ยอมปล่อยมือ "สกปรกแล้วจริงๆ" เขาใช้สองนิ้วคีบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นออกมาราวกับเห็นว่ามันสกปรกจนดูไม่ได้

            "เก็บให้คุณหนูเจ็ด" เขากล่าว ก่อนที่จะหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนเองมาเช็ดให้นาง "เป็นสตรีควรพิถีพิถันมากหน่อย" 

            "ไม่เห็นจำเป็นเลย" เฉียวเยว่รู้สึกว่าอย่างไรก็ได้

            "ไม่ได้ ไม่สะอาด" 

            หลังจากเช็ดหน้าให้นางเสร็จ ก็หยิบผ้าขึ้นมาอีกผืนแล้วเช็ดมือให้นางอย่างพิถีพิถัน

            เฉียวเยว่มองตาค้าง ในแขนเสื้อเขามีผ้าเช็ดหน้ากี่ผืนกันแน่

            เฉียวเยว่เงยหน้าอยากจะพูดบางอย่าง แต่แล้วก็พลันตกตะลึง แพขนตายาวของเขากะพริบปริบๆ เฉียวเยว่ทำแก้มป่องร้อง "อู้หู"

            ...

            [1] เนื้อร้องจากเพลงชุนเทียนหลี่ โดยเจาเผิง วางจำหน่ายในปีพ.ศ. 2552

            [2] แล่นเรือไปตามลม หมายถึง การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ 

            [3] เป่ยต้า เป็นชื่อย่อของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ส่วนชิงหวา คือมหาวิทยาลัยชิงหวา 

            [4] จ้วงหยวน หรือคนไทยเรียกจอหงวน เป็นตำแหน่งของผู้ที่สอบเคอจวี่ได้เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับที่สองเรียกว่า ปั่งเหยี่ยน และอันดับสามเรียกว่าทั่นฮวา 

            [5] ยามโฉ่วคือเวลา 1.00 - 2.59 ยามอิ๋นคือเวลา 3.00 - 4.59 น.

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747