Chapter 1 เพลิงในราตรี
ราตรีแห่งวังบูรพาเงียบสงัดท้องฟ้ามืดมิดไร้ดาว มีเพียงแสงจันทร์ขุ่นหม่นเล็ดลอดผ่านกลุ่มเมฆบรรยากาศราวกับซ่อนเงาลางร้าย
ภายในวังโถงใหญ่เสียงขับลำนำและดนตรีจากงานเลี้ยงต้อนรับ ราชทูตจากแดนตะวันตก กำลังดำเนินอยู่ทุกสายตาจับจ้องไปยังโต๊ะทรงเกียรติที่องค์จักรพรรดินั่งประทับข้างกายมีเหล่าเสนาบดีและองค์หญิงน้อยหลิงเหว่ยที่นั่งอย่างอิดหนาระอาใจ
“งานเลี้ยงการทูตเช่นนี้ช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง” หลิงเหว่ยพึมพำกับนางกำนัลใกล้ชิดพลางเหลือบตาไปทางราชทูตผู้ชรา ซึ่งกำลังเจรจาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแต่ในแววตากลับแฝงความไม่ไว้ใจ
ท่ามกลางเสียงหัวเราะและการชนถ้วยสุราเงาดำหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างไร้เสียงผ่านแนวกำแพงวัง มือกุมยันต์กระดาษสีแดงเข้มลวดลายโบราณวาดด้วยหมึกดำ บทสวดโบราณหลุดออกจากริมฝีปากเบา ๆ
เพียงครู่เดียว เสียง ตูม! ก็ดังก้อง เพลิงลุกโหมจากมุมทิศตะวันออกของวังเปลวไฟสีเพลิงครามแผ่พลังคลื่นความร้อนกระจายไปทั่ว ราวกับจะเผาผลาญทั้งผืนฟ้า
“ไฟไหม้! ไฟไหม้ในวัง!” เสียงทหารร้องะโลั่นความโกลาหลเกิดขึ้นทันตา
หัวหน้ายามหลวงปรากฏตัว
หยวนเฟย หัวหน้ายามหลวงในชุดเกราะดำกระโจนขึ้นกำแพงด้วยท่วงท่าฝีมือตัวเบา เขามองเห็นเปลวไฟที่ไม่เหมือนไฟธรรมดาแต่ลุกโชนราวกับมีชีวิต
“ไฟสีเพลิงคราม…ไม่ใช่เพลิงจากฟืนหรือคบไฟแน่”เขาขมวดคิ้วแน่น จิตสังหรณ์บอกว่าเื่นี้ไม่ธรรมดา
เขาสั่งเสียงกร้าว “แบ่งกำลังดับไฟ!อีกส่วนค้นหาคนร้าย!”
แต่ยังไม่ทันจะก้าวไปไหนเสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้น ร่างราชทูตจากแดนตะวันตกถูกพบสิ้นใจในห้องรับรองร่างเกรียมดำ มีร่องรอยสัญลักษณ์เพลิงไหม้ประทับบนแผ่นอก
ทหารทั้งหลายหันมามองหยวนเฟยเป็ตาเดียว“หัวหน้ายาม! ท่านเป็ผู้รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยคืนนี้!”
ข้อกล่าวหาที่กดทับ
เพียงพริบตาขุนนางผู้ไม่ชอบหน้าหยวนเฟยก็เริ่มกล่าวหา“คงมิใช่เื่บังเอิญที่ราชทูตตายต่อหน้าต่อตาหัวหน้ายามเช่นนี้…หรือว่าท่านสมรู้ร่วมคิดกับผู้ร้าย!?”
หยวนเฟยกำหมัดแน่น “ไร้สาระ!ข้าอยู่ที่นี่ตลอดเวลา เหตุเพลิงครั้งนี้มีคนบงการอยู่เื้ั”
ทว่าคำพูดของเขาถูกกลบด้วยเสียงโกลาหลบรรดาขุนนางและทหารบางส่วนเริ่มโวยวายว่าต้องจับกุมหัวหน้ายามเพื่อสอบสวนทันที
เ้าหญิงผู้เป็พยาน
ในขณะนั้นเองหลิงเหว่ยยืนขึ้นท่ามกลางความสับสน “หยุดเสีย!ข้าเห็นหยวนเฟยอยู่ใกล้จักรพรรดิตลอด เขาจะไปก่อเหตุได้อย่างไร?”
เสียงรอบข้างเงียบลงชั่วขณะ หลิงเหว่ยหรี่ตาคม“แต่…ข้าก็เห็นเงาประหลาดบนกำแพงด้านตะวันออกก่อนเกิดเพลิงอาจมีคนใช้ศาสตร์ต้องห้าม”
คำว่า ศาสตร์ต้องห้าม ทำให้ทุกคนหันไปซุบซิบกันเสียงดังเพราะศาสตร์ลี้ลับเหล่านี้เคยถูกสั่งห้ามในราชสำนักมานานหลายร้อยปี
หยวนเฟยหันไปสบตาเ้าหญิงเห็นความเด็ดเดี่ยวเกินวัยในดวงตานาง เขารู้ทันทีว่าต้องหาความจริงมาให้ได้ไม่เช่นนั้นทั้งตนและกองยามจะถูกตราหน้าว่าเป็ฏ
คำมั่นกลางเพลิง
หยวนเฟยยืนต่อหน้าทุกคน ประกาศเสียงดัง“ข้าขอรับภาระนี้! ข้าจะหาตัวคนร้ายให้เจอ และจะพิสูจน์ว่ากองยามมิใช่คนทรยศ!”
เสียงขุนนางบางคนหัวเราะเยาะ“เ้าพูดก็เหมือนโอ้อวด…ถ้าเ้าไม่หาความจริงมาได้เ้ากับคนของเ้าจะถูกลงโทษสถานหนัก!”
เพลิงยังคงลุกโหมในความมืดแต่ในใจหยวนเฟยกลับชัดเจนกว่าที่เคย —เขาจะไม่ยอมให้ชื่อของตนและกองยามถูกทำลายไปพร้อมเปลวเพลิงนี้
ในเงามืดนั้น หลิงเหว่ยมองเขาอย่างเงียบ ๆราวกับกำลังตัดสินใจบางสิ่งที่อาจเปลี่ยนโชคชะตาของทั้งคู่ไปตลอดกาล…
???? Chapter 1 จบ