เื่ ฉันนั้นหรือ คือ ฮีโร่
ห้องฝึกพลัง
ผู้แต่ง Cydrag
-------------------
เช้าวันต่อมา...
หลังทานมื้อเที่ยงเสร็จ...
'เมื่อวานกุ๊งกิ๊งบอกรุ้งว่าจะพาไปเที่ยวที่ไหนหรือ?'
รุ้งส่งกระแสจิตถามกุ๊งกิ๊งเพราะจำได้ว่าเขาบอกเธอไว้เมื่อวานนี้
'ไปสถานที่ฝึกพลังไงท่านรุ้งพร้อมหรือยัง เดี๋ยวเราจะเข้าไปที่ห้องฝึกพลังกันเลยนะ!'
กุ๊งกิ๊งส่งตอบเธออย่างกระตือรือร้นและเหมือนจะมีอาการตื่นเต้น
'อืม! พร้อมแล้ว! งั้นไปกันเลย!ที่ไหนหรือ? ไกลไหม?'
เธอมีอาการตื่นเต้นเช่นกัน้าไปเห็นสถานที่นั้นโดยเร็ว
'งั้นเราเข้าไปในห้องนอนกันก่อนเถอะ!'
เขาสะบัดหน้าหันไปทางห้องนอนเหมือนชี้ทางบอกให้รุ้งทราบ
'อ๋อ จ้ะ ว่าแต่เข้าไปเอาอะไรหรือ? ต้องเตรียมของไปด้วยหรือ?'
รุ้งเอียงคอมอง ทำหน้าคิ้วขมวดเล็กน้อย ถามเขาอย่างสงสัย
'ไม่ต้องเตรียมของอะไรหรอกแล้วก็ไม่ต้องออกไปข้างนอกบ้านด้วย อยู่ในห้องนอนของท่านรุ้งนั่นแหละ!'
พวกเขาเดินกันไปบ่นกันไปทางกระแสจิต จนถึงห้องนอน
'อ้าว... งั้นหรือ? ว้า...'
เธอเดินเข้าไปในห้องนอนด้วยใบหน้าเซ็งเล็กน้อย เพราะในใจคิดว่าน่าจะได้ออกไปเที่ยวเล่นสถานที่ไกลๆอย่างเช่น สนามเด็กเล่นใกล้โรงเรียน หรือที่ไหนสักแห่งที่เธอไม่เคยไปมาก่อน
เธอเลื่อนเก้าอี้ที่เดิมทีถูกวางติดชิดขอบโต๊ะเขียนหนังสือ หันเก้าอี้มาทางกุ๊งกิ๊งที่กำลังะโขึ้นเตียงเธอนั่งลงบนเก้าอี้ ยังคงทำหน้าเซ็งใส่กุ๊งกิ๊งกุ๊งกิ๊งขึ้นนั่งบนเตียงเรียบร้อยแล้วหันหน้ามาเห็นใบหน้าเซ็งของเธอ
กุ๊งกิ๊ง้าให้เธอเข้าไปในห้องนอนของเธอทำเหมือนเล่นกับกุ๊งกิ๊งตามปกติในห้อง เพื่อไม่ให้ดูผิดสังเกตเพราะครั้งนี้จะเป็การเริ่มต้น สำหรับการฝึกพลังวิเศษ และเข้าไปในสถานที่พิเศษแห่งหนึ่ง
'ไม่ต้องทำหน้าเซ็งหรอกท่านรุ้งสถานที่ที่เราจะไปฝึกกัน อยู่ไกลมาก และคนที่จะสามารถพาพวกเราไปได้นั้นก็คือ ท่านรุ้งเอง!'
เขาเห็นเธอนั่งหน้างออยู่บนเก้าอี้เขาจึงส่งกระแสจิตอธิบายให้เธอทราบเื่สถานที่ฝึก
'ให้รุ้งพาไปหรือ? ไปที่ไหน? ให้รุ้งพาไปได้ยังไง? รุ้งไม่รู้จักสถานที่นั้นสักหน่อย!'
คำถามมาเป็ชุดอีกแล้วด้วยอาการงอนเล็กๆ ของเธอที่พูดกับเพื่อนสนิทอย่างกุ๊งกิ๊ง
'เราจะไปยังห้องฝึกพลังวิเศษของท่านสถานที่แห่งนี้เป็สถานที่ลับเฉพาะของท่านผู้ที่จะเข้าไปได้คือผู้ที่ท่านพาเข้าไปเท่านั้น คนอื่นไม่สามารถเข้าไปได้ด้วยตนเองเพราะท่านเป็เ้าของห้องลับเฉพาะแห่งนี้แต่เพียงผู้เดียว!'
เขาอธิบายให้รุ้งทราบว่า รุ้งต้องเป็ผู้ที่พาเขาเข้าไปเพราะรุ้งเป็เ้าของห้อง หากเธอ้าพาใครเข้าไปจำเป็ต้องจับมือเขาคนนั้นเพื่อให้เขาสามารถเข้าไปได้และรุ้งต้องจับมือกุ๊งกิ๊งเพื่อพาเขาเข้าไปเช่นกัน
'เ้าของห้องต้องพาเข้าไปงั้นหรือ? รุ้งมีห้องวิเศษส่วนตัวด้วยหรือ? แล้วจับมือพาเข้าไปยังไง?'
เธอเลิกทำหน้างอแต่เปลี่ยนเป็ทำตาโตสนใจ จริงๆ แล้วเธอไม่ได้โกรธอะไรเพียงแค่้าแกล้งงอนกุ๊งกิ๊งนิดหน่อยเท่านั้นเอง
'ก็แค่จับมือกัน แล้วท่านรุ้งตั้งจิตนึกถึงห้องวิเศษส่วนตัวตั้งจิตให้แน่วแน่จริงจัง...'
เขาอธิบายเธอพร้อมกับะโลงจากเตียง เดินไปเอื้อมมือเธอ จับมือข้างขวาของเธอไว้
...พรึบ...!
ทันใดนั้น!
ไม่ทันที่เขาจะพูดอธิบายจบ!
อย่างฉับพลันทันทีเพราะเมื่อกุ๊งกิ๊งแตะมือของรุ้ง รุ้งได้ส่งพลังจิตที่แข็งแกร่งมากโดยที่รุ้งเองยังไม่ทันรู้ตัว
พริบตาเดียว!
พวกเขาทั้งสองได้มายืนอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งที่มืดสนิท พยายามใช้สายตากวาดมองดูโดยรอบแล้ว แต่ไม่เห็นมีสิ่งใดเลย นอกจาก...
ตรงหน้าของพวกเธอประตูสีทองแวววับ บานใหญ่ั์ ดูเหมือนวัสดุที่ใช้ทำประตูจะเป็ทองคำแท่งแท้ ขนาดใหญ่ สูงเท่ากับตึกสองชั้นโดยที่บริเวณโดยรอบมีแต่ความมืด เว้งว้าง ไม่มีอะไรทั้งสิ้นมีเพียงประตูทองบานั์นี้เท่านั้น ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในความมืด
'เอ่อ...ท่านรุ้งเยี่ยมมาก...กุ๊งกิ๊งยังไม่ท่านพูดจบ ท่านก็พากุ๊งกิ๊งมาถึงหน้าประตูห้องฝึกพลังได้แล้ว!'
เขาทั้งรู้สึกอึ้งทั้งรู้สึกงง เพราะเขายังไม่ทันพูดจบแต่กลับมายืนอยู่ที่ด้านหน้าของห้องฝึกพลังเสียแล้วพลังจิตของท่านรุ้งช่างเข้มแข็งมากเหลือเกิน เขานึกในใจ
'มาถึงแล้วหรือ? ทำไมเร็วจัง? แล้วเรามาได้ไง? แล้วทำไมที่นี่มืดจัง? จะฝึกพลังยังไง? น่ากลัวมาก! มองไม่เห็นอะไรเลย!แล้ว...นี่ประตูอะไรหรือ?ทำไมใหญ่ขนาดนี้?'
ปกติรุ้งจะค่อนข้างขี้กลัวอยู่แล้วเมื่อต้องมาเจอสภาพที่มืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรถ้าจะให้เธอต้องก้าวเดินต่อไปงั้นหรือ เธอก้าวขาไม่ออกแน่นอนดีว่าประตูทองคำที่อยู่ด้านหน้าพวกเขานั้น ช่างส่องแสงสว่างสีทองอร่ามทำให้พอจะเดาได้ว่าควรจะเดินไปตามทิศทางของประตูแห่งนี้แม้จะไม่ทราบว่าด้านหลังประตูบานนี้จะมีอะไรบ้างก็ตาม
กุ๊งกิ๊งซึ่งตอนนี้อยู่ในท่ายืนเดินสองขาแล้วเขายังคงจับมือของรุ้ง และพาเธอเดินเข้าไปใกล้ประตู จนสามารถมองเห็นลวดลายที่แกะสลักอย่างสวยงามวิจิตรบรรจงบนบานประตูั์บานนี้ได้อย่างชัดเจน
ทั้งสองคนเงยหน้าแหงนมองจนสุดคอมองดูความยิ่งใหญ่อลังการของประตูทองคำแสงอร่ามเรืองรองใหญ่ั์บานนี้ต่างมองตะลึง อ้าปากค้างอยู่กับความวิจิตรตระการตาอันน่าเหลือเชื่อที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
'โห...ประตูอะไร? ลวดลายที่แกะสลักสวยมากเลย เอ๊ะ...บนนั้นมีอักษรอะไรแกะสลักไว้ด้วยหรือ?แล้วใหญ่ั์เท่าตึกสองชั้นขนาดนี้นี่เราต้องเปิดเข้าไปใช่ไหม?แล้วจะเปิดยังไง?'
ถ้าไม่ใช่นิสัยช่างสงสัยกับช่างซักถามย่อมไม่ใช่หนูรุ้ง เพราะเธอเป็คนที่ช่างสังเกตมาั้แ่เด็ก แต่จะกล้าพูดคุยเยอะๆกับคนที่เธอสนิทสนมด้วยแล้วเท่านั้น
'นั่นคือ อักษรของถิ่นกำเนิดเราอักษรที่จารึกไว้เป็การเตือนไม่ให้ก้าวล้ำ มิเช่นนั้นระบบป้องกันภัยอาณาเขตจะทำงาน และทำลายล้างทุกสิ่งที่บุกรุกเข้ามาในอาณาเขต โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเ้าของห้อง!'
เขาส่งกระแสจิตไปมองดูเธอไป แต่เหมือนสีหน้าเธอจะเริ่มมีอาการหวาดกลัวอีกแล้ว
'และนี่คือประตูทางเข้าห้องฝึกพลังวิเศษของท่านรุ้งดังนั้น ท่านไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกังวล ปลอดภัยแน่นอนเพราะทุกสิ่งที่นี่เป็ของท่าน ระบบป้องกันภัยอาณาเขตย่อมจำท่านได้เช่นกัน!'
เขาเขย่ามือเธอเบาๆเหมือนเป็การให้กำลังใจ ส่งยิ้มน้อยๆ ผ่านแก้มขนปุย ขณะส่งกระแสจิตคุยกับเธอ
'แล้วเราจะต้องเปิดประตูยังไงหรือ? พวกเราตัวเล็กนิดเดียวถ้าออกแรงผลักคงไม่ไหวมั้ง หรือว่ามีปุ่มสวิตช์กดเปิดประตู หรือว่าต้องใช้กุญแจเปิดหรือ?'
รุ้งมีกำลังใจมากขึ้นเพราะมีกุ๊งกิ๊งอยู่ข้างๆ จึงก้มหน้าถามเขาถึงวิธีการเปิดประตู
'ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรทั้งนั้นขอเพียงท่านส่งกระแสจิตพูดรหัสผ่านของประตูก็พอ!'
เขามองเธอและตอบเธอด้วยหน้าตาจริงจัง
'แล้วรหัสที่ว่า คืออะไรหรือ?'
รุ้งยังคงก้มหน้าขมวดคิ้วน้อยๆส่งกระแสจิตถามเขา
'ประตูเพอร์เพิล คำนี้นะท่านรุ้งตั้งจิตให้แน่วแน่ ปิดตาก่อนก็ได้ แล้วเอ่ยคำว่า ประตูเพอร์เพิลด้วยจิตที่หนักแน่น!'
เขายังคงส่งตอบเธอด้วยหน้าตาจริงจังมือขนยาวขาวปุยของเขายังคงจับมือของเธอไว้แน่น
'เพอร์เพิล นี่คือ ชื่อเดียวกับผลึกคริสทัลใช่ไหม? ส่งกระแสจิตเอ่ยคำว่า ประตูเพอร์เพิลใช่ไหม งั้นเดี๋ยวลองดูนะ!'
เธอก้มถามเขาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจก่อนจะเริ่มปิดตาตั้งจิตให้แน่วแน่ และเอ่ยรหัสด้วยพลังจิต...
'ประตูเพอร์เพิล!'
รุ้งเอ่ยรหัสคำว่าประตูเพอร์เพิล ด้วยพลังจิตอันแข็งแกร่ง!
ทันใดนั้น!
ประตูทองคำั์ได้เกิดแสงสว่างสีทองเจิดจ้า สว่างจ้า และขยายแสงสว่างขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณโดยรอบจนไม่สามารถมองดูได้ด้วยตาเปล่า รุ้งและกุ๊งกิ๊งต้องยกมือ ยกแขนขึ้นมาบังหน้าของตนเองไว้จากแสงสว่างจ้านี้ สถานที่ที่แสนมืดมิดเมื่อครู่ได้เปลี่ยนเป็พื้นที่แสงสีทองทั้งหมดในทันที
ชั่วครู่
แสงเจิดจ้าสีทองค่อยๆลดความสว่างลง เขาทั้งสองลดมือลง เห็นบานประตูซ้ายขวาทั้งสองด้านค่อยๆเลื่อนเปิดเข้าด้านในตัวอาณาเขตอย่างช้าๆ
...แต็ก...แต็ก...แต็ก..แต็ก...แต็ก...
...ตึง...!
กระทั่งบานประตูซ้ายขวาทั้งสองด้านได้เปิดสนิทเรียบร้อยและรอต้อนรับการมาเยือนของเ้าของห้องลับวิเศษแห่งนี้
...ซ่า...ซ่า...
...ซ่า...ซ่า...
แต่สิ่งที่รุ้งและกุ๊งกิ๊งเห็นในเวลานี้ยิ่งทำให้พวกเขาต้องตกตะลึงเพิ่มขึ้นอีก เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านในประตูนั้นกลับเป็ธารน้ำตกสีทองขนาดั์ และสายน้ำที่เห็นคือ ไม่ใช่น้ำแต่เป็สายสร้อยคอทองคำหลายล้านเส้นที่ไหลรินจาก้าของประตูด้านในไหลลงสู่ด้านล่างของขอบประตูด้านในดุจดั่งสายน้ำตก ช่างงดงาม และดูมีราคาแพงมากเหลือเกิน
'เอ่อ...กุ๊งกิ๊งแล้วเรา...ต้องเข้าไปยังไงหรือ เดินผ่านสายน้ำตกสร้อยคอทองคำเหล่านี้เข้าไปงั้นหรือจะโดนสร้อยคอทองคำฟาดหลังไหม จะเจ็บไหม?'
รุ้งส่งกระแสจิตถามกุ๊งกิ๊งอย่างตื่นเต้นเพราะภาพที่ปรากฏช่างเหมือนฝัน ที่ไม่น่าจะเป็จริงได้
เขาทั้งสองคนยังคงจับมือกันยืนอยู่ที่หน้าประตูทองคำั์ซึ่งตอนนี้ได้ถูกเปิดออกแล้ว สายตาของทั้งสองต่างมองไปเบื้องหน้านั่นคือ สายน้ำตกสร้อยคอทองคำ ที่ขวางกั้นอยู่ด้านในประตู
กุ๊งกิ๊งรู้สึกตื่นเต้นเช่นกันเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ได้เข้ามาในห้องวิเศษของท่านรุ้งผู้สูงศักดิ์ เขารู้ดีว่าห้องวิเศษของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับพลังที่แฝงมาแต่กำเนิด บวกกับพลังผลึกคริสทัลที่ได้รับร่วมกับระดับความแข็งแกร่งของพลังจิต รวมทั้งการวิเคราะห์คุณค่าทางจิตใจผู้มีจิตใจในทางที่ดีกับผู้ที่มีจิตใจในทางที่ไม่ดีระบบห้องวิเศษจะออกแบบห้องให้เหมาะสมกับเ้าของ ดังนั้น ห้องวิเศษของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันและนี่คือสาเหตุที่ทำให้กุ๊งกิ๊งรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มาเยือนห้องวิเศษของท่านรุ้งั้แ่แรกก่อนที่พวกเขาจะเข้ามา
'ไปกันเถอะท่านรุ้ง!เดินตรงเข้าไปเลย ไม่ต้องกลัว!'
มือขนขาวปุยของเขายังคงจับมือของเธอเขาเดินจูงมือพาเธอเดินเข้าไป มือของรุ้งสั่นน้อยๆ ทำให้กุ๊งกิ๊งััได้ถึงความหวาดกลัวพวกเขาค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไป เดินเข้าไป จนในที่สุด แขน ขา ใบหน้าและลำตัวของพวกเขา ประสานกับสายน้ำตกอย่างแนบสนิทเป็ภาพที่ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน แล้วร่างกายของพวกเขาได้ค่อยๆเลือนหายเข้าไปด้านหลังของสายน้ำตกสร้อยคอทองคำ
ด้านหลังสายน้ำตกสร้อยคอทองคำ...
'โอ้โห... นี่ที่ไหนหรือกุ๊งกิ๊งสวยมากเลย! กว้างใหญ่มาก ตรงนั้นมีต้นไม้ ดอกไม้สีสวยๆ เยอะแยะเลยตรงนู้น...กุ๊งกิ๊งเห็นไหม เหมือนมีทะเลสาบด้วย เอ๊ะ...นั่นๆ ตรงนั้น น้ำตกใช่ไหมทำไมน้ำตกสีม่วงล่ะ?'
รุ้งส่งกระแสจิตพูดกับกุ๊งกิ๊งด้วยความตื่นเต้น เพราะสิ่งที่เธอเห็นเป็แหล่งธรรมชาติอัศจรรย์อันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาและทุกสิ่งมีความแปลกตายิ่งนัก ไม่เหมือนที่เธอเคยพบเจอ
พวกเขายืนอยู่บนเนินทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สีเขียวขจีใบหญ้าพลิ้วไหวโอนอ่อนตามสายลม รายล้อมด้วยพืชพันธุ์นานา
"ท่านรุ้งพูดส่งเสียงตามปกติได้เลยนะ!ณ ที่แห่งนี้ เราไม่ต้องส่งกระแสจิตคุยกันแล้ว!แต่ถ้า้าส่งกระแสจิตคุยกันก็ย่อมได้!"
ตอนนี้กุ๊งกิ๊งปล่อยมือของรุ้งแล้วเขาหันหน้าไปหารุ้ง ขยับปากพูดเสียงมนุษย์กับรุ้ง โดยไม่ได้ส่งกระแสจิต
"ดีจัง!...งั้น...คุยด้วยปากดีกว่าจ้ะคุยด้วยพลังจิตนี่ก็อึดอัดอยู่นะ แต่ว่า...ที่นี่สวยมากเลย นี่รุ้งฝันไปหรือเปล่า?"
"โอ๊ย...เจ็บ!ไม่ใช่ความฝันใช่ไหมนี่?"
รุ้งรู้สึกสบายใจขึ้นเพราะคุยด้วยกระแสจิตนานๆ แล้วทำให้รู้สึกอึดอัดอยู่เหมือนกันเธอยังลองหยิกแขนตนเองเพื่อพิสูจน์ว่าฝันหรือไม่อีกด้วย
"นี่คือห้องวิเศษส่วนตัวของท่านรุ้งนะ!แล้วจะเป็สถานที่ฝึกพลังวิเศษของท่านรุ้งด้วย จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ห้องหรอกใช่ไหมแต่เป็ดินแดนหรืออาณาเขตขนาดกว้างใหญ่ไพศาล ที่มีแหล่งธรรมชาติสุดพิเศษมากมายแล้วห้องวิเศษของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน โดยระบบห้องวิเศษจะเป็ผู้ออกแบบห้องมอบให้แก่เ้าของ!"
กุ๊งกิ๊งขยับปากพูดอธิบายข้อมูลของห้องวิเศษส่วนตัว หรือสถานที่วิเศษลับเฉพาะแห่งนี้ให้เธอฟัง
รุ้งฟังกุ๊งกิ๊งพูดไปพลางสายตากวาดมอง หันมอง ชื่นชมความมหัศจรรย์ของสถานที่แห่งนี้ไปพลาง เธอตื่นเต้นกับสถานที่แห่งนี้ยิ่งนักเธอรู้สึกชอบและผูกพันกับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในสถานที่วิเศษแห่งนี้ั้แ่แรกเห็น...
กุ๊งกิ๊งหันตัวมองดูบริเวณโดยรอบเช่นกัน แต่เมื่อพวกเขาหันตัวมองไปจนถึงด้านหลังตรงบริเวณที่เดิมทีเคยเป็ที่ตั้งของประตูทองคำั์ที่พวกเขาผ่านเดินเข้ามาเมื่อครู่ประตูบานนั้นกลับไม่อยู่แล้ว
"อ้าวประตูทองคำหายไปไหนแล้วกุ๊งกิ๊ง?แล้วนี่เราจะกลับบ้านยังไง?"
เธอเอ่ยถามเขาด้วยความใและสงสัยเพราะสิ่งที่เห็นโดยรอบตอนนี้ล้วนมีแต่แหล่งธรรมชาติ ไม่มีประตูทางเข้าอะไรทั้งสิ้น
"อ๋อ...ใช่นะ!ประตูทางเข้าห้องวิเศษ จะนำทางเ้าของห้องเข้ามาในครั้งแรกเท่านั้นต่อไปเ้าของห้องวิเศษสามารถเข้ามาได้โดยไม่ต้องผ่านประตูอีกเพียงแค่ส่งพลังจิตเอ่ยรหัสลับของห้องก็พอ!"
เขาพยักหน้า แล้วอธิบายให้เธอเข้าใจ
...วิ้งค์...!
อยู่ๆ!
มีเสียงพูดไม่คุ้นหูดังขึ้นที่เบื้องหน้าของพวกเขาพร้อมกับแสงสว่างสีม่วงใสแวบขึ้น
"ยินดีต้อนรับนายท่าน...เข้าสู่ห้องเพอร์เพิล...ห้องวิเศษส่วนตัวของนายท่าน!"
ผึ้งตัวกลมใหญ่สีม่วงอ่อนมีปล้องสองเส้นสีขาวพาดบนลำตัว ตัวขนาดหนึ่งไม้บรรทัด บินกระพือปีกกลมๆ วิ้งค์ๆเคลื่อนไหวไปมาอยู่ด้านหน้าของรุ้งและกุ๊งกิ๊ง เขาขยับปีกกระพือไปพูดกล่าวต้อนรับเ้าของห้องไป
"ข้าชื่อ...บับเบิ้ล...เป็ผู้ดูแลห้องวิเศษส่วนตัวของนายท่านขอรับ!"
เขาก้มตัวลงขณะกระพือปีกบินหลังจากแนะนำตัวเสร็จ เพื่อทำความเคารพเ้านายของเขา พร้อมกับส่งยิ้มแก้มป่องให้รุ้งและกุ๊งกิ๊ง
"สวัสดี...ข้าชื่อกุ๊งกิ๊ง...เป็ผู้คุ้มครองดูแลท่านรุ้งและท่านผู้นี้คือท่านรุ้ง"
กุ๊งกิ๊งยืนยืดอกพูดอย่างภูมิใจและผายมือไปทางขวาตรงจุดที่รุ้งยืนอยู่ เหมือนเป็การแนะนำตัว
"ยินดีที่ได้รู้จักพวกท่านระบบห้องวิเศษได้แจ้งให้ข้าทราบการมาเยือนของพวกท่านแล้ว หากท่านรุ้ง้าสิ่งใดเรียกใช้ข้าได้ทันทีนะขอรับ"
บับเบิ้ลผึ้งพูดได้ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบห้องวิเศษ กล่าวกับพวกเขาอย่างนุ่มนวลสุภาพ
"สวัสดีจ้ะ บับเบิ้ลอืม...ไม่ต้องเรียกรุ้งว่า นายท่าน หรอกนะ เรียกว่า รุ้ง ก็พอจ้ะฟังดูกันเองกว่าเยอะ"
รุ้งมองดูผึ้งกลมน่ารักอย่างรู้สึกอบอุ่นในใจคิดว่า ดีจัง เธอจะได้มีผึ้งพูดได้เป็เพื่อนแสนวิเศษเพิ่มอีกคน
"ขอรับท่านรุ้งแต่...ตอนนี้...ต้องขอรบกวนให้ท่านรุ้งช่วยเปลี่ยนรหัสผ่านสำหรับการเข้าห้องวิเศษของท่านก่อนนะขอรับ"
บับเบิ้ลพูดด้วยความสุภาพแจ้งให้รุ้งทราบว่าต้องเปลี่ยนรหัสเข้าห้อง
"ใช่แล้วท่านรุ้งกุ๊งกิ๊งลืมบอกไป เพราะรหัสเมื่อครู่นี้เป็รหัสแรกเข้า เมื่อเข้ามาข้างในห้องแล้วจำเป็ต้องทำการเปลี่ยนรหัสอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัย"
กุ๊งกิ๊งเพิ่มเติมให้เธอเข้าใจ
"อ๋อ...งั้น...ตั้งว่าอะไรดีล่ะ...อืม...น้ำมะพร้าวปั่น...ดีไหม?"
รุ้งคิดอยู่ชั่วครู่แล้วนึกถึงชื่อนี้ น้ำมะพร้าวปั่น เครื่องดื่มที่คุณยายของเธอทำให้ทานบ่อยๆด้วยความหอม หวาน เย็น สดชื่น ของน้ำมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ดีที่คุณตาปลูกอร่อยที่สุด นึกแล้วเธอหิวขึ้นมาทันที
"ได้ขอรับ งั้น รบกวนท่านรุ้งตั้งจิตให้แน่วแน่ แล้วพูดผ่านกระแสจิตว่า แก้รหัสผ่านใหม่ คือ ชื่อเมื่อครู่นี้นะขอรับ"
บับเบิ้ลพูดทวนอธิบายวิธีการแก้รหัสให้รุ้งทราบ
"แก้รหัสผ่านใหม่ คือน้ำมะพร้าวปั่น!"
รุ้งตั้งจิตแน่วแน่และพูดผ่านกระแสจิต
ทันใดนั้น!
'...ปิ๊ง!...'
'...น้ำมะพร้าวปั่น รับทราบรหัสแก้ไขเสร็จสิ้น!...'
เสียงคล้ายหุ่นยนต์ดังขึ้นในสมองของเธอเหมือนแจ้งให้เธอทราบว่าการดำเนินการแก้ไขรหัสสำเร็จแล้ว