แสงจันทร์สีเงินสาดส่องลงมาต้องร่างของ หวังฉี ที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานเล็กๆ ด้านหลังบ้านของตระกูลหลิว คัมภีร์ไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่าถูกวางเปิดไว้บนตัก กระดาษสีเหลืองซีดที่เต็มไปด้วยภาพวาดและตัวอักษรโบราณดูพิลึกพิลั่นในสายตา แต่ในความพิลึกพิลั่นนั้นกลับแฝงไว้ด้วยประกายแห่งความหวังและความกระหายที่ลุกโชนในใจของเด็กหนุ่ม
"วิชาลับพิฆาตนารี... ฮึ่ม!" หวังฉีพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้า ซีกหนึ่งของสมองยังคงประหลาดใจกับความบังเอิญสุดโต่งที่พาเขามาเจอกับตำราพิสดารเช่นนี้ ส่วนอีกซีกหนึ่งกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกับศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของวิชาที่อยู่ในมือ
เขากวาดสายตาอ่านเนื้อหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ั้แ่บทนำที่บรรยายถึงแก่นแท้ของ ปราณเสน่หา ซึ่งไม่ใช่พลังทำลายล้าง แต่เป็การบ่มเพาะพลังปราณที่สามารถเชื่อมโยงและกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของสตรี ไปจนถึงรายละเอียดของกระบวนท่าแรก "ััแห่งราคะ"
ตามตำรากล่าวว่า การฝึกปราณเสน่หาต้องอาศัยสมาธิและจินตนาการขั้นสูง ผู้ฝึกจะต้องจินตนาการถึง "ความปรารถนาที่ลึกซึ้งที่สุด" ของตนเอง ผสานเข้ากับพลังธรรมชาติรอบตัว แล้วจึงค่อยๆ ดึงดูดพลังเ่าั้เข้ามาในร่างกาย หมุนเวียนไปตามเส้นลมปราณที่ระบุไว้ในแผนภาพอันซับซ้อน
"จินตนาการถึงความปรารถนา... หึ!" หวังฉีหัวเราะในลำคอ สิ่งที่เขาปรารถนามาตลอดชีวิตก็คือการได้ฮาเร็มสาวรุ่นแม่ไม่ใช่หรือ? ภาพเรือนร่างอวบอิ่มของ คุณนายหลิวอี้ และ หลิวฉิง ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดทันที รอยยิ้มอบอุ่นของคุณนายแม่ สายตาอ่อนล้าแต่คมกริบของพี่สาว รวมถึงกลิ่นหอมจางๆ ที่ติดตัวพวกนาง... ทุกอย่างถูกนำมาใช้เป็เชื้อเพลิงในการจุดประกายพลังปราณ
เขาหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ พยายามควบคุมจิตใจให้แน่วแน่ แต่ก็ยากเหลือเกินที่จะไม่ให้ความคิดไหลไปถึงเื่ทะลึ่งตึงตัง หวังฉีััได้ถึงกระแสความอบอุ่นบางเบาที่เริ่มก่อตัวขึ้นในช่องท้องส่วนล่าง นั่นคือจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะปราณเสน่หาตามที่ตำราว่าไว้
"ััแห่งราคะ... ััไปยังจุดที่อ่อนไหวเพื่อกระตุ้นกำหนัด..." เขาอ่านทวนประโยคนี้ซ้ำอีกครั้ง กระบวนท่านี้ดูจะเหมาะสมที่สุดสำหรับการเริ่มต้น หวังฉีจินตนาการถึงมือของตัวเองที่กำลังจะเอื้อมไปััผิวเนียนนุ่มของหลิวฉิงอย่างแ่เบา หรือแม้กระทั่ง... จินตนาการถึงการััคุณนายหลิวอี้ ยิ่งคิด ใบหน้าของเขาก็ยิ่งแดงก่ำ แต่ความกระหายกลับยิ่งกระตุ้นให้พลังปราณในกายไหลเวียนเร็วขึ้น
เขายื่นมือขวาออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเหยียดตรง พยายามควบคุมกระแสปราณให้ไหลมารวมกันที่ปลายนิ้ว ตำราอธิบายว่านี่คือ "การรวมปราณเพื่อการพิฆาต" ซึ่งหากไม่สามารถควบคุมได้ดีพอ พลังอาจจะกระจัดกระจายและไร้ประสิทธิภาพ หวังฉีจินตนาการถึงภาพการแตะััเพียงปลายเล็บลงบนิั การส่งกระแสปราณที่อ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยแรงกระตุ้นเข้าไป...
เวลาผ่านไปช้าๆ ในความมืดมิดของยามค่ำคืน หวังฉีฝึกแล้วฝึกเล่า มือของเขายังคงสั่นเล็กน้อย ปราณที่รวมได้ยังคงไม่เสถียรนัก แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ ทุกครั้งที่รู้สึกว่าพลังเริ่มก่อตัวขึ้น เขาจะนึกถึงสายตาเอ็นดูที่สองแม่ลูกใช้มองเขา และคำว่า "เด็กน้อย" ที่ยังคงก้องอยู่ในหู ความรู้สึกเหล่านี้ถูกแปรเปลี่ยนเป็แรงผลักดันให้เขามุ่งมั่นยิ่งขึ้น
หลังจากฝึกอยู่นานหลายชั่วยาม หวังฉีก็เริ่มััได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ปลายนิ้วของเขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไหลเวียนอยู่ ความรู้สึกนี้แหละคือสัญญาณว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นของ "ััแห่งราคะ" แล้ว!
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอรุณรำไรสาดส่องเข้ามาในบ้าน หวังฉีตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด แม้จะนอนน้อยไปบ้าง แต่พลังปราณที่เพิ่งเริ่มบ่มเพาะไปเมื่อคืนกลับทำให้เขารู้สึกสดชื่นกว่าที่เคย
เขาเดินออกมาจากห้องเล็กๆ ของตนเอง ซึ่งเป็ห้องใต้หลังคาที่เคยเป็ห้องเก็บของเก่าๆ ก่อนที่เขาจะย้ายเข้ามาอยู่ เดินผ่านโถงทางเดินแคบๆ ที่คุ้นเคย กลิ่นหอมของข้าวต้มปลาลอยมาแตะจมูก
"หวังฉี ตื่นแล้วเหรอ มากินข้าวได้แล้ว!" เสียงคุณนายหลิวอี้ดังขึ้นจากครัว
หวังฉีรีบเดินไปยังห้องครัวอย่างรวดเร็ว ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ดวงตาของเขาเป็ประกาย คุณนายหลิวอี้กำลังก้มตัวลงไปตักข้าวต้มจากหม้อใบใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเตาฟืน ร่างกายของนางที่อวบอิ่มสมบูรณ์แบบนั้นยามก้มตัวลง ยิ่งขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งให้ดูชัดเจนขึ้น หน้าอกหน้าใจที่เด่นชัดถูกเสื้อผ้าลำลองรัดรึง เผยให้เห็นร่องอกเพียงบางส่วน แต่ก็มากพอที่จะทำให้ใจของหวังฉีเต้นระรัว
ขณะที่เขากำลังก้าวเข้าไปในครัว โดยไม่ได้ตั้งใจ เท้าของหวังฉีก็เหยียบโดนท่อนไม้เล็กๆ ที่วางอยู่บนพื้น ทำให้ตัวเขาส่ายเซไปด้านหน้า หวังฉีเสียหลักพยายามจะคว้าอะไรบางอย่างเพื่อยึดเหนี่ยว มือของเขาพุ่งออกไปอย่างอัตโนมัติ และด้วยความบังเอิญสุดๆ ปลายนิ้วของเขาก็ไปสะกิดเข้าที่บั้นท้ายกลมกลึงของคุณนายหลิวอี้อย่างจัง!
"โอ๊ย!"
คุณนายหลิวอี้ร้องออกมาเบาๆ พร้อมกับสะดุ้งเฮือก ร่างของนางแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่นางจะค่อยๆ ยืดตัวตรงขึ้นมา ใบหน้าของนางแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย แต่นางก็หันมามองหวังฉีด้วยแววตาใระคนงุนงง
"หวังฉี... เ้าทำอะไรน่ะ?" เสียงของคุณนายหลิวอี้ฟังดูสับสนเล็กน้อย
หวังฉีเองก็ใไม่แพ้กัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ 'ให้ตายสิ! นี่มัน... ััแห่งราคะ ของแท้เลยนี่หว่า! บังเอิญไปหน่อยไหม!?'
เขาััได้ถึงกระแสพลังปราณที่ละเอียดอ่อนพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขาไปกระทบกับบั้นท้ายของคุณนายหลิวอี้เมื่อครู่! เป็ความรู้สึกที่ชัดเจนและแตกต่างจากตอนที่เขาฝึกเมื่อคืนราวฟ้ากับเหว ปราณเสน่หาได้ถูกส่งออกไปจริงๆ!
"ขะ...ขอโทษครับแม่! ผมแค่...ผมแค่ลื่นครับ! ไม่ได้ตั้งใจจะ...จะแตะโดนแม่เลยจริงๆ ครับ!" หวังฉีรีบแก้ตัวตะกุกตะกัก ใบหน้าของเขาแดงก่ำไม่แพ้คุณนายหลิวอี้ แต่ในใจกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและดีใจ 'ได้ผลจริงด้วยโว้ยยยย!'
คุณนายหลิวอี้มองหวังฉีอย่างพิจารณา ก่อนที่รอยยิ้มบางๆ จะผุดขึ้นบนใบหน้าของนาง นางยื่นมือมาลูบหัวหวังฉีเบาๆ "ไม่เป็ไรหรอกพ่อหนุ่ม คงจะยังไม่ค่อยมีแรงสินะ มาๆ นั่งลงเถอะ แม่ทำข้าวต้มไว้ให้แล้ว"
น้ำเสียงของคุณนายหลิวอี้ฟังดูอบอุ่นและเมตตาเหมือนเดิม แต่หวังฉีสาบานได้เลยว่าเขาเห็นแววตาของคุณนายแม่ดู "อ่อนโยน" และ "ผ่อนคลาย" มากขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย หรืออาจจะเป็เพียงแค่จินตนาการของเขากันแน่?
เขาไม่ได้สังเกตว่าด้านหลังประตูครัว หลิวฉิง ที่กำลังอุ้มลูกน้อยอยู่เพิ่งจะเดินผ่านมาพอดี นางเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด และดวงตาของนางก็หรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย 'เ้าเด็กนี่...ซุ่มซ่าม หรือตั้งใจกันแน่?' นางไม่ได้เอ่ยปากอะไร เพียงแต่จ้องมองแผ่นหลังของหวังฉีที่กำลังนั่งลงที่โต๊ะอย่างเงียบๆ
หวังฉีก้มหน้าก้มตากินข้าวต้ม แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยแผนการที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ 'ฮึ่ม! แค่นี้ยังเด็กอ่อนแอไม่พอใช่ไหม... คอยดูเถอะ พวกเธอจะไม่มีวันมองฉันเป็แค่เด็กน้อยอีกต่อไป! วิชาลับพิฆาตนารี... ข้าจะใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด!'
เช้าวันนั้น หวังฉีมีความสุขกับข้าวต้มปลามากเป็พิเศษ และแผนการ "ตามล่า MILF" ของเขาก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังในอีกไม่ช้า!