“หวูดดดดด!!!” เ้าัคลั่งค่อยๆร่อนลงเป็แนวดิ่งอย่างช้าๆ ต้นไม้เอนล้มไม่เป็ท่า ทั้งจากลมปีก และแรงฟาดจากปีกั
เมื่อมันลงถึงพื้น มันเริ่มพิธีด้วยการคาบมังกี้บีธตัวขาโจ๋ ที่มีขนาดพอดีคำเมื่อเทียบกับปากอันมโหฬารของมันขึ้นมาไว้ในปาก แล้วทำการเคี้ยวเสียงดังจนได้ยินเสียงกรอบดังทั่วละแวก จนกระทั่งกลืนลงไปจนหมดคำ
มันใช้อุ้งเท้าจับมังกี้บีธผู้โชคร้ายอีกตัวหนึ่งที่ไม่สามารถขยับตัวได้ มาเคี้ยวเพียงไม่กี่ครั้งแล้วก็กลืนลงไปอย่างง่ายดาย
มนุษย์ทุกคนที่หลบอยู่ในมุมของตัวเองก็วิตกเป็อย่างมากกับสิ่งที่เห็นไม่ต่างกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่เป็นักสู้อย่างไทก้า
เ้าัคืบคลานไปจนถึงจ่าฝูงมังกี้บีธ ที่ทยอยต้อนลูกน้องไปจนเกือบหมดจากพื้นที่แล้ว แต่ตัวมันเองตั้งใจจะสู้กับัสีเืเพื่อปกป้องฝูงของตนให้ได้จนหยดสุดท้าย
มังกี้บีธเรียกฟองอากาศขึ้นมาคลุมตัว หมายจะป้องกันให้ได้เหมือนกับที่มันเคยป้องกันการโจมตีสุดแรงของไทก้า
เ้าจ่าฝูงะโเอาหอกพุ่งตรงไปยังหัวของเ้าั แต่กลับถูกขาหน้ายกขึ้นมาป้องไว้ได้อย่างง่ายดาย ความเสียหายมีเพียงแค่เศษชิ้นส่วนเล็บของัหลุดไปเสี้ยวหนึ่ง แล้วเ้าัไม่สนใจกระบวนท่าใดๆ มันจับตัวมังกี้บีธแล้วคาบไว้กลางอากาศทั้งๆที่ฟองยังพองอยู่อย่างนั้น มันเงยหน้าขึ้นทันทีเพื่อให้เ้าจ่าฝูงกลิ้งเข้าไปในปาก
‘ป๊อบ!! ฉึกก!!’ เสียงฟองอากาศแตกออกก่อนที่จะได้ยินเสียงยืนยันแล้วเป็ที่เรียบร้อยว่าเ้ามังกี้บีธจ่าฝูงไม่น่ารอดออกมาได้อีก
“หวูดดดดด!!!” มันคำรามครั้งใหญ่ แล้วค่อยๆกระพือปีกสูงขึ้นเพื่อพยุงร่างอันอิ่มหมีของมันขึ้นไปสูงเหนือยอดต้นไม้ในบริเวณ แล้วมันก็บินจากไปพร้อมฝูงมังกี้บีธที่โดนรุกรานจนไม่เหลือแม้แต่เงาในบริเวณ
สามพี่น้องออกมาจากพุ่มไม้เทียมทีละน้อย เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างสงบลงแล้ว
“เฮ้ เป็ไงบ้างเซน?” เวลม่าะโขึ้นบนต้นไม้สูงแบบสุ่มๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าเซนอยู่ไหน
“อา ใเป็บ้า ไม่นึกว่ามันจะมีตัวที่ใหญ่ขนาดนั้น” เซนโผล่หัวออกมาจากกิ่งไม้พุ่มหนึ่ง
“เอาล่ะ ทางสะดวกแล้ว เ้าปีนต่อให้ครบเลยแล้วกัน” ไทก้าสั่งการต่อ พลางไล่เก็บชิ้นส่วนต่างๆของมังกี้บีธที่พอนำไปใช้ประโยชน์ได้ภายหลัง
“คร้าบ ลูกพี่” เซนขานรับและจำใจปีนต่อไป
“พี่ไทก้า พี่เคยเห็นเ้าัตัวนี้ในเขตตะวันออกด้วยเหรอ ฉันไม่ยักรู้ว่ามันจะมาแถวนี้ด้วย” เวลม่าทำหน้าตื่นตระหนก
“เ้าบลัดวิงส์น่ะรึ...ข้าไม่เคยเห็นมันมาฝั่งนี้เลย ปกติแล้วมันควรอยู่ทางตะวันตกจากหมู่บ้านเรามากกว่า” ไทก้าเองก็สีหน้าไม่ค่อยดีเช่นกัน “บอกตรงๆว่าถ้าต้องปะทะกับมัน ลำพังข้าคนเดียวคงปกป้องพวกเ้าไว้ไม่ไหวแน่”
“คุณลุงนะคุณลุง...ไม่บอกกันซักนิดเลย” เวลม่ากำหมัดอย่างหงุดหงิด
**
หลังจากที่ไร้ปัญหาจากมอนสเตอร์ทั้งหลายแหล่แล้ว การเก็บดอกกุหลาบสนก็ราบรื่นขึ้น จนสามารถเก็บได้ครบตามจำนวนในเวลาไม่นาน
“เย้ ในที่สุดก็ครบแล้ว!” เวลม่าอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนับดอกกุหลาบสนจากกระเป๋าเป้ของเธอ
“อา กลับบ้านกันเถอะ” ไทก้ายกขวานั์สะพายขึ้นบ่า
“โอเค…” เซนที่เพิ่งลงมาจากต้นไม้ ยื่นแขนให้ไทก้าเพื่อจะให้มัด
ไทก้าจ้องตรงไปที่สายตาของเซนที่กำลังก้มหน้าอยู่อย่างเยือกเย็น
“คงไม่ต้องแล้วล่ะ” ไทก้าตัดสินใจเดินนำทางขากลับโดยที่ไม่ได้พันธนาการเซนแต่อย่างใด คูก้าและเวลม่ามองหน้ากันแล้วแอบยิ้มในความใจดีของพี่ชาย และยินดีกับเซนด้วยที่เขาชนะใจไทก้าได้กลายๆ
**
เมื่อคณะทัวร์ป่าเดินทางมาถึงบ้านก่อนหัวค่ำนิดหน่อย
“คุณลุงงงง!!! ไหนลุงบอกว่าฝั่งตะวันออกไม่มีสัตว์อันตรายไง เจอัตัวเบ้อเร่อเลย” เวลม่าเดินฟึดฟัดเต็มที่เข้าไปหาโจชัวร์ที่กำลังทำหน้าใสุดขีด
“พูดเป็เล่น ปกติมันไม่ข้ามฝั่งขนาดนั้นนี่ ตลอดชีวิตที่ข้าเป็เรนเจอร์เก่า ข้ายังไม่เคยเห็นมันอยู่ฝั่งตะวันตกเลยซักครั้ง” โจชัวร์เหงื่อไหลเล็กน้อย “นี่เ้าไม่ได้โกหกใช่มั้ย?”
“บลัดวิงส์น่ะครับคุณลุง” ไทก้าเสริมความจริงด้วยการเอ่ยชื่อัตัวนั้นออกมา
“บะ...บลัดวิงส์!” อดีตเรนเจอร์มากประสบการณ์อย่างโจชัวร์ถึงกับมือไม้สั่นเมื่อได้ยินชื่อัร้ายฝั่งตะวันตก “จะ...เ้านั่นมันอันตรายสุดๆเลยไม่ใช่รึไง”
“มันอันตรายขนาดไหนคับคุณลุง” คูก้าแหวกการสนทนาของผู้ใหญ่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เ้าน่ะยังเด็กเกินไปที่จะรู้นะคูก้า แต่ไหนๆเ้าก็เคยเจอมันแล้วก็คงไม่ต้องปิดบัง เอาเป็ว่ามันโหดร้ายถึงขนาดที่เคยบุกมายังหมู่บ้านของเรา แล้วทีมเรนเจอร์ที่ดีที่สุดในยุคนั้นหลายต่อหลายคนพยายามที่จะ ‘จับเป็’ มัน สุดท้ายเรนเจอร์ดีๆหลายคนในยุคนั้นก็ต้องมาจากไป…” โจชัวร์สีหน้าเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด “แม้กระทั่งสหายเก่าแก่ของข้าก็ยัง…” เขากำหมัดด้วยความเจ็บใจที่เป็ผู้รอดชีวิตในห้วงอดีตที่โหดร้ายของสหายหมู่บ้านเฮเลน่า “พวกเ้ารอดมาได้ครบทุกคน ก็ถือว่าโชคดีแล้วล่ะนะ”
ไทก้าตบบ่าเวลม่าแล้วบอกให้เธอพาคูก้าเข้าบ้าน ก่อนที่เขาจะอาสาที่จะรายงานสถานการณ์ทุกอย่างให้กับโจชัวร์ ทั้งคู่มีสีหน้าเคร่งเครียดได้สักพัก แล้วทั้งคู่ก็หันมามองเซน โดยชายาุโก้มหน้าเล็กน้อยแล้วหลับตา ราวกับเพิ่งตกลงอะไรกันสักอย่าง
เซนผู้มือไม้กำลังว่าง ก็ได้กดปุ่มดาวหกแฉกเพื่อศึกษาว่ามีอะไรใหม่บ้าง
รายชื่อมอนสเตอร์ที่เคยพบ
มังกี้บีธ * - ชิ้นส่วนสามารถนำมาสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ได้
โบอาโกลิ่น * - สัตว์ป่าดุร้ายที่ใช้เนื้อเพื่อบริโภค
เมียร์คีธ ** - ???
บลัดวิงส์ ***** - ???
--เอ๋ มีข้อมูลของมอนสเตอร์ที่ให้รายละเอียดต่างกันอยู่ด้วยแฮะ… คงเป็เพราะเรา(ไทก้า)เคยฆ่า หรือเคยกินโบอาโกลิ่นกับมังกี้บีธละมั้งถึงได้แสดงรายละเอียดชัดเจนขนาดนั้น
--’บลัดวิงส์’ คงเป็ชื่อของเ้าัสีเืนั่นสินะ ดูจากจำนวนดาวแล้วน่าจะเคี่ยวเอาเื่ แต่ไม่ว่าจะกี่ดาวฉันก็ยังสู้ไม่ไหวทั้งนั้นแหละนะ ฮ่ะ ฮ่ะ
“วูมมมม ภารกิจหลัก: มนุษย์อย่าขาดมิตรได้สำเร็จแล้ว” เสียงของโซลูนาร์ดังขึ้น
“รางวัลที่ได้รับคือ แหล่งพักพิงขั้นที่ 1 ยินดีด้วยคุณดัลลาส” เซนตื่นเต้นเล็กน้อยที่จะได้เห็นผลลัพธ์ของการพยายาม
ไทก้าและโจชัวร์เดินมุ่งตรงเข้ามาหาเซน
“ตามข้ามา” โจชัวร์พูดห้วนๆ พร้อมเดินตรงไปยังอีกมุมในบริเวณรั้วบ้าน โดยมีไทก้าและเซนเดินตามหลัง
“ต่อไปเ้านอนที่นี่ไปก่อนละกัน”
โจชัวร์เปิดประตูหนืดๆออกประตูหนึ่ง ซึ่งมีโครงสร้างหลายๆอย่างคล้ายกับโรงนาเหม็นอึนั่น หากแต่ที่นี่มีเครื่องไม้เครื่องมือสารพัด บ้างวางอยู่ตามโต๊ะหนาๆที่ดูแข็งแรง บ้างแขวนอยู่ริมผนัง โดยพร้อมจะประดิษฐ์อะไรๆได้มากมาย
“ข้าเก็บชิ้นส่วนของมังกี้บีธมานิดหน่อย ไว้พรุ่งนี้ข้าจะสอนเ้าตีอุปกรณ์สวมใส่อีกที” ไทก้าวางชิ้นส่วนต่างๆของมอนสเตอร์กองไว้กับพื้น โดยที่เซนดูไม่ออกว่าชิ้นส่วนไหนคืออะไร แค่คุ้นๆว่าส่วนใหญ่เป็ของมังกี้บีธ
‘ก๊อก ก๊อก’ เสียงป้าพอร์ช่าเคาะประตูเนื้อตันดังขึ้นเล็กๆ การปรากฏตัวของป้านั้นไม่บ่อย หากแต่มีคุณค่าสำหรับเซนเสมอ โดยเฉพาะครั้งนี้ที่ป้านำซุปร้อนๆและขนมปังก้อนกลมมาเสิร์ฟถึงโรงอุปกรณ์ที่จะเป็ที่นอนของเซนในค่ำคืนนี้
“เอ้านี่จ้ะ ไม้กวาด กินเสร็จแล้วคืนนี้ทำความสะอาดเองซะนะ” เขาเผลอน้ำตารื้นเล็กน้อยกับความใจดีของพอร์ช่า จนแอบคิดเล็กน้อยว่าอยากมีป้าใจดีแบบนี้ที่โลกเดิมของเขาบ้าง
“เอาล่ะ ข้าเองก็ต้องขอตัวก่อนล่ะคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์” โจชัวร์กล่าวลา และทุกคนก็เดินเข้าบ้านอันแสนอบอุ่นไป แม้จะไม่มีเซนร่วมวงมื้อค่ำ แต่เท่านี้ก็ขอบคุณมากแล้วถ้าไม่นับคืนแรก
เมื่อทุกอย่างสงบลง เซนกินซุปร้อนๆแสนอร่อยไปท่ามกลางอากาศหนาว พลางทบทวนตัวเองไปว่าได้เวลาแล้วที่เขาจะต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน แน่นอนว่าสิ่งแรกๆที่เขาคิดคือเขามาที่นี่ได้อย่างไร? และใครส่งเขามาที่นี่? หรือถ้าคิดให้ดี เขาควรมองหาวิธีออกไปจากที่นี่มากกว่าหรือเปล่า?
เขาจ้องมองไปยังระบบดาวหกแฉกหรือโซลูนาร์ผู้ช่วยเดียวของเขา ที่คาดว่าน่าจะอยู่คั่นกลางระหว่างโลกนี้กับโลกที่เซนจากมา เขาไล่กดไปยังรายการต่างๆที่ขึ้นมาแสดงเป็โฮโลแกรม นี่เป็ครั้งแรกที่เซนมีเวลาคิดโดยละเอียดจริงๆว่าจะไปต่ออย่างไร หลังจากที่เกิดเื่วุ่นวายมากมาย
เขากดไปที่ปุ่มตัวเลือก ‘เกี่ยวกับเรา’
“อ๊อดดดด!! ข้อมูลสามารถเปิดเผย หลังจากคุณปราบมอนสเตอร์ห้าดาวหรือมากกว่าเป็ที่เรียบร้อย”
“หาาา? ปิดกั้นกันแบบนี้เลยเรอะ?!” เซนไม่ค่อยพอใจกับเบาะแสที่ได้รับ
--ปราบมอนสเตอร์ห้าดาว...อย่างเ้าบลัดวิงส์น่ะเหรอ? ดูไกลตัวชะมัดยาดเลยแฮะ
“วูมมมม” เสียงโซลูนาร์ดังขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
ภารกิจหลัก: มนุษย์อย่าขาดอุปกรณ์
รายละเอียด: สร้างอาวุธ และอุปกรณ์ (0/2)
รางวัล: อาวุธและอุปกรณ์ระดับหนึ่ง
“ให้สร้างอาวุธ และอุปกรณ์ยังงั้นเหรอ?” เซนมองไปรอบๆตัวที่แลดูอาจจะสร้างอะไรต่อมิอะไรได้ไม่น้อย แต่จะทำได้ขนาดไหนเขาก็ยังไม่แน่ใจ
โซลูนาร์ชี้นำให้เซนเลือกตามรายการที่บังคับ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเปิด ‘พิมพ์เขียว’
พิมพ์เขียวชุดเซตของมังกี้บีธ
เกราะหัว [def+2] - เขา x 1, หน้ากาก x 1
เกราะแขน [def+1] - เขา x 3
เกราะตัว [def+2] - เขา x 2, เขาหายาก x 1
เกราะเอว [def+1] - เขา x 2
เกราะขา [def+1, spd+1] - เขา x 1, เขาหายาก x 1
“โห ระบบแสดงรายการแบบนี้เลยเหรอ” เขาวางมือจากถ้วยซุป แล้วเดินไปที่กองชิ้นส่วนที่ไทก้ากองไว้ ว่ามีอะไรที่ใช้การได้บ้าง จนพิจารณาแล้วเขาสามารถทำเกราะแขน เกราะตัว และเกราะเอวเพียงอย่างละหนึ่งชิ้นเท่านั้น
โซลูนาร์ฉายโฮโลแกรมแสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์ชิ้นไหน ต้องตัดส่วนไหน และแปะส่วนไหนบ้างเพื่อประกอบกันให้เป็ชิ้นเป็อันอย่างที่สมควรจะเป็ แม้เซนที่ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนในโลกเดิมของเขา แต่ด้วยระบบอันชาญฉลาดนี้ เขาสามารถทำมันได้อย่างคล่องแคล่วโดยที่ไม่ต้องออกแรงมากนัก เขาอุทิศเวลาหลังอาหารค่ำอันแสนอร่อยเพื่อพัฒนาความสามารถในสิ่งที่เขาไม่เคยทำ เผื่อว่ามันจะมีประโยชน์ต่อๆไป และแน่นอนว่าทุกย่างก้าวก็จะค่อยๆเข้าใกล้การปราบมอนสเตอร์ห้าดาวสักตัวหนึ่งจนได้
เซนใช้เวลาทั้งคืนจนสามารถทำมันจนเสร็จ เขาหลับคาโต๊ะเครื่องมือ โดยไม่ได้ทำความสะอาดใดๆ ไม้กวาดที่ป้าพอร์ช่านำมาให้ก็ยังกองอยู่อย่างนั้น
“วูมมมม ภารกิจหลัก: มนุษย์อย่าขาดอุปกรณ์สำเร็จแล้ว (1/2)” โซลูนาร์รายงานผลที่สำเร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง
“ขอบใจนะโซลูนาร์” เขาละเมอ
**
เช้าวันรุ่งขึ้น ไทก้าเปิดประตูมาเพื่อตั้งใจจะมาทำอุปกรณ์ให้ตามสัญญา ทว่าอุปกรณ์เ่าั้เสร็จแล้วเรียบร้อย ทำเอาเขาประหลาดใจไม่น้อย
“ไอ้หมอนี่ร้ายเหมือนกันนะเนี่ย ไม่ยักรู้ว่าทำแบบนี้ได้ด้วย” ไทก้าพูดเบาๆพลางหยิบชุดเกราะขึ้นมาดูรอบๆ “แต่ก็ยังแค่พื้นฐานล่ะนะ หึๆ”
“อ้าว ไทก้าหรอกเหรอ” เซนงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยแสงอาทิตย์ที่สาดเข้ามาจากหน้าประตูที่ไทก้าเปิดเข้ามา “ขอโทษทีนะ ฉันลองทำดูแล้วมันเผอิญทำได้ขึ้นมาน่ะ”
“เผอิญงั้นรึ? เ้าหมายความว่าไง?”
เซนชี้จิ้มๆไปที่ดาวหกแฉก เพื่อบอกว่าเป็ฝีมือของโซลูนาร์ตะหากที่ทำ
ไทก้าคิ้วขมวด
“อ้อ แล้วมันเหลือเศษอะไรไม่รู้ชิ้นนึงที่ระบบของฉันไม่รู้จักแน่ะ” เซนก้มหน้าชี้ไปที่ของชิ้นนั้น
--ฮึก...ของชิ้นนี้มัน...
ไทก้าอดคิดไม่ได้ว่าทั้งเซน ทั้งดาวหกแฉกนั่นมีความสามารถที่ไม่ธรรมดาเสียแล้ว
--เล็บของบลัดวิงส์!!