ไม่ใช่แค่ยูกิโกะที่มองเห็นสนามบินผ่านหน้าต่างบานเล็กขณะเครื่องลงจอด โชคเองก็ตื่นเต้นตลอดเวลาในทุกวินาทีที่ยูกิโกะเดินทางใกล้เข้ามา
เมื่อยูกิโกะจัดแจงขั้นตอนขาออกเสร็จก็ไม่ใช่เื่ยากเลยที่ทั้งสองนั้นจะตามหากัน
โชคที่มองขาออกผู้โดยสารตลอดเวลา เมื่อเห็นว่ายูกิโกะกำลังเดินออกมา นั่นก็คือยูกิโกะเองก็รู้แล้วว่าโชคนั้นอยู่ตรงไหนเช่นเดียวกัน
ทั้งสองเดินตรงเข้ามาหากัน เป็เื่ที่แปลกตาจริงๆ การมองเห็นตัวเองและอีกคนพร้อมกัน
“ สะวะดี โชคุง ”
เสียงน้อยๆใสๆที่พูดไทยออกมาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู นั้นเกือบจะทำให้โชคเหม่อลอยจนลืมตอบคำทักทายกลับไป
“ เออ .. อ้อ ! สวัสดีครับ มาครับผมช่วยถือประเป๋าให้ ”
โชคตอบพร้อมกับเดินเข้าไปจับกระเป๋าลากและพายูกิโกะนั่งรถเดินออกจากสนามบิน
โชครู้มาเสมอว่ายูกิโกะนั้นเป็คนสวย พอมาเจอกันเข้าจริงๆก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงเหมือนกัน ขณะที่ทั้งสองคนนั่งรถแท็กซี่กำลังไปโรงแรมที่พัก คนขับแท็กซี่ยังมองออกเลยว่าบรรยากาศมันดูอึดอัดแปลกๆ
“ มาจากไหนกันครับ ”
คนขับถามทั้งสองคนด้วยภาษาอังกฤษ
“ ผมคนไทยครับ พอดีมารับเพื่อนที่มาจากญี่ปุ่นครับ ”
“ อ่าวคนไทยเหรอ ออ ! เพื่อนมาจากญี่ปุ่นสินะ ปกติผมรับผู้โดยสารเขาก็จะพูดคุยกันบ้างเป็ระยะๆ ผมเห็นคุณสองคนเงียบๆเลยรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย แล้วเธอพูดไทยได้ไหม ? ”
“ ก็พอพูดทักทายได้นิดหน่อยครับ ”
“ เออ ดีล่ะๆ หนุ่มสาวสมัยนี้คบหากันได้ไม่จำกัดระทางจริงๆ เทคโนโลยีนี่ไปไกลจริงๆ ลุงทุกวันนี้แทบตามไม่ทันแล้ว ”
“ เพื่อนกันเฉยๆครับลุง ”
โชคพูดพร้อมกับหน้าแดงเล็กน้อย ก่อนที่ลุงขับรถจะมองดูกระจกมองหลัง
“ ไม่เป็ไรเหรอพ่อหนุ่ม ลุงผ่านมาเยอะ แค่นี้ลุงดูออก ”
ก็จริงอย่างที่ลุงพูด ความอึดอัดนี้เกิดขึ้นเพราะทั้งสองพึงจะได้มาเจอกันครั้งแรก แค่จะสบตากันตรงๆพูดคุยกันยังไม่กล้าเลย
เมื่อทั้งสองมาถึงโรงแรมที่พัก โชคก็ได้จองห้องพักติดกันไว้รออยู่แล้ว โชคให้ยูกิโกะไปเก็บข้าวของก่อน รอพร้อมแล้วค่อยเรียกโชค เดี๋ยวโชคจะพายูกิโกะไปหาอะไรกิน
เมื่อทั้งสองเจอกันอีกครั้งโชคก็ถามความเห็นของยูกิโกะว่าเธออยากจะกินอะไร แน่นอนมาไทยยูกิโกะก็อยากลองกินแกงเขียวหวานที่โชคชอบกินสักครั้ง
โชคเมื่อรู้อย่างนี้ก็ยกมือถือขึ้นมาเพื่อตามหาร้านอาหารไทย ไม่นานนักโชคก็เจอร้านที่ถูกใจและเดินทางสะดวก
โชคพายูกิโกะเดินทางขึ้นรถไฟฟ้าประมาณสิบกว่านาที จากนั้นก็เดินทางเท้าต่ออีกนิดหน่อยมาถึงร้านอาหารไทยร้านหนึ่ง
ทั้งสองเลือกโต๊ะที่นั่งและเริ่มสั่งอาหารหลายอย่าง โดยสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือแกงเขียวหวานนั้นเอง
ระหว่างที่รออาหารยูกิโกะก็ได้ถามเื่ที่สนทนากับคนขับรถก่อนหน้านี้
“ ก่อนหน้านี้คนขับรถสงสัยว่าเราเป็แฟนกันเหรอ ”
“ ใช่ เธอฟังออกด้วยเหรอ ”
“ นิดเดียว แต่ก็พอเดาได้น่ะ ลุงแกดูท่าทางน่ารักดีนะ น่าจะเป็คนอารมณ์ขันด้วย ที่นี่เนี่ยผู้คนยิ้มแย้มและเป็มิตรกันจังเลยนะ ”
โชคที่เก็บอาการก็ได้แต่ยิ้มเออออเห็นด้วยกับสิ่งที่ยูกิโกะพูด ระหว่างที่ทั้งสองกำลังสนทนาไปเรื่อยๆโชคก็รู้แล้วว่าการที่ยูกิโกะมาที่นี่นั้นก็ไม่ได้ง่ายเลย
ตอนนี้ยูกิโกะต้องลาออกจากงานประจำ แถมยังต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้
ระหว่างนี้อาหารก็เริ่มทยอยมาเสริฟที่โต๊ะ ยูกิโกะที่ไม่เคยเห็นเมนูเหล่านี้มาก่อนก็ตื่นเต้นอยู่ไม่ใช่น้อยเลย
โชคเริ่มจากการตักแกงเขียวหวานใส่เส้นขนมจีนให้ยูกิโกะลองชิมดู
“ อันนี้เขาเรียกว่าขนมจีนแกงเขียวหวาน จะต่างจากของป้าแก้วนิดหน่อย เพราะนี่จะใช้เส้นขนมจีนแทนข้าว ”
ยูกิโกะที่ลองชิมก็รู้สึกชอบใจในแกงเขียวหวานอยู่ไม่น้อยเลย
บนโต๊ะยังมีต้มยำกุ้ง ผัดกระเพรา ลาบสุก และอื่นๆอีกมากมาย
หลังจากที่ทั้งสองคนอิ่มโชคก็จ่ายค่าอาหารทั้งหมดให้ ถึงแม้ยูกิโกะจะพยายามถามราคาจากโชคและเธอก็อยากช่วยออกค่าใช้จ่ายด้วยก็ตาม แต่โชคก็รีบค้านก่อนเลยว่านี่เป็ธรรมเนียมที่บ้านที่ต้องดูแลแขก จะให้แขกช่วยออกค่าอาหารให้ไม่ได้
ยูกิโกะมองหน้าโชคก็เดาออกแหละว่าโชคแค่ไม่อยากให้เธอช่วยจ่าย
หลังจากทั้งสองเดินออกจากร้านอาหารไทยโชคก็พายูกิโกะไปต่อที่ร้านชานมไข่มุก
ยูกิโกะที่โดนเข้าไปก็ติดอกติดใจและชอบชานมไข่มุกร้านที่โชคพาไปมากๆ คิดว่าคงขะเป็สาวกชานมไข่มุกได้ไม่ยาก
หลังจากกินเสร็จโชคก็พายูกิโกะไปเดินห้างเพื่อซื้อของ เพราะยูกิโกะเองก็ลืมเอาของใช้บางอย่างและบางอย่างก็เอามาด้วยไม่ได้
เมื่อถึงเย็นโชคก็พายูกิโกะไปเดินตลาดบนถนนที่มีผู้คนมากมาย ทั้งสองข้างทางก็มีร้านที่ขายทั้งกินและของใช้
โชคยื่นมือให้ยูกิโกะและยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเรียกยูกิโกะให้เธอจับมือกับโชคไว้เพราะข้างหน้านั้นมีผู้คนมากมายเดี๋ยวจะหลงกันเพราะตอนนี้ทั้งคู่ได้ปิดตาข้างซ้ายของตัวเองเพื่อไม่ให้สับสนเวลาอยู่ใกล้กัน
ยูกิโกะยื่นมือไปจับมือโชคไว้ด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข ตอนนี้ทั้งสองคนเดินด้วยกันดั่งเช่นคนรัก มืออุ่นๆคู่นี้จนตอนนี้ก็พึงจะได้ัักันครั้งแรก นี่เป็่เวลาที่มีความสุขของทั้งสองคนมากๆ
หลังจากได้ของกินติดไม้ติดมือมาคนละหน่อย ทั้งสองคนก็ได้เดินเล่นกันต่อบริเวณข้างถนน สองมือที่กุมกันไว้ถึงไม่มีใครบอกแต่ทั้งสองคนก็ไม่อยากให้มันแยกจากกัน
โชคเห็นว่าวันนี้ยูกิโกะก็น่าจะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว คงจะได้เวลาให้ยูกิโกะกลับไปพักก่อน
ทั้งสองคนนั่งแท็กซี่กลับที่พักโดยครั้งนี้ทั้งสองคนยังคงนั่งจับมือกัน ถึงแม้ไม่ได้สนทนากันแต่ใบหน้าทั้งคู่ก็มีความสุข
เช้าวันรุ่งขึ้นโชคก็พายูกิโกะขึ้นเครื่องบินอีกครั้งเพื่อไปบ้านของโชค และเมื่อทั้งสองไปถึงสนามบินก็มีป้าแก้วมารอรับอยู่แล้ว
“ สวะดีคะ คุณป้า หนูยูกิโกะค่ะ ”
ใบหน้าบวกกับน้ำเสียงที่น่ารักและเป็มิตร ทำให้ป้าแก้วนั้นชอบใจในตัวยูกิโกะมาก ป้าแก้วไม่นึกเลยว่าโชคจะมีเพื่อนชาวต่างชาติน่ารักขนาดนี้
หลังจากคุยกันเล็กน้อยป้าแก้วก็พาทั้งสองคนไปขึ้นรถกระบะและเดินทางไปยังบ้านของป้าแก้ว
เมื่อไปถึงบ้าน ขณะที่รถจอดลงทุกคนก็ออกมาช่วยกันขนของของยูกิโกะเข้าห้องพักที่ป้าแก้วเตรียมไว้ให้
ทางป้าแก้วเองเมื่อช่วยจัดแจงข้าวของของยูกิโกะเสร็จก็ขอตัวไเข้าครัวไปทำอาหารก่อน
ยูกิโกะที่ได้ยินอย่างนั้นก็อาสาจะเข้าไปในครัวด้วยเพราะอยากเห็นป้าแก้วทำกับข้าว ยูกิโกะบอกว่าเห็นโชคบอกว่าป้าแก้วทำอาหารเก่งมากๆ ยูกิโกะเองก็อยากศึกษาเอาไว้
ป้าแก้วเห็นแบบนี้แต่ก็พอพูดภาษาอังกฤษได้บ้างเพราะเจอนักท่องเที่ยวบ่อย เมื่อเห็นว่ายูกิโกะมีความตั้งใจก็เลยให้ยูกิโกะตามเข้าไปในครัวด้วย
ส่วนโชคที่ว่างอยู่ป้าแก้วก็ใช้ให้ไปซื้อของบางอย่างที่ใกล้จะหมดในตลาดมาให้ ร่วมถึงพวกของกินเล่นเพื่อไว้ด้วยเพื่อยูกิโกะนั้นจะได้มีอะไรกินเล่น