ทันทีที่เหยียบย่างกลับเข้าสู่โถงถ้ำหินหลังม่านน้ำตกธรรมชาติ นัทและโอมที่หิ้วอาวุธั์พาดบ่ามาเต็มพิกัดก็พากันทรุดตัวลงนอนแผ่หลาขอนอนหลับเอาแรงกันก่อนเป็อันดับแรก เพราะเมื่อคืนพวกเขาทะลวงชีพจรและรวบรวมมานาข้ามคืนโดยไม่ได้นอนเลยแม้แต่เสี้ยววินาที สมาชิกคนอื่นๆ ในค่ายต่างมองดูอาวุธขวานั์เหล็กกล้าและดาบใหญ่ใบกว้างตาเป็มัน ทว่านัทและโอมไม่ได้แจกจ่ายอาวุธเ่าั้ให้แก่ใครทั้งสิ้น เพราะนี่คือศาตราวุธระดับสูงที่พวกเขาเสี่ยงตายกอดคอแย่งชิงหนีตายกันมาเองด้วยหยาดเหงื่อ
พี่กล้าเข้าใจสถานการณ์ดี จึงอาศัยความเป็พี่ใหญ่สั่งการให้น้องๆ ทั้งสองคนพักผ่อนให้เต็มที่ โดยตัวเขาอาสาสแตนบายออกไปยืนเฝ้าระวังภัยอยู่บริเวณหน้าน้ำตกในวันนี้เพื่อความปลอดภัย ส่วนมาร์โก สหายอิตาลีสายผ้าขนหนูพาดไหล่ที่ยังมีไฟพลุ่งพล่าน ก็ควงมีดสั้นคู่ใจก้าวเท้าออกไปลุยเก็บค่าประสบการณ์ต่อรอบนอกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
กว่านัทและโอมจะสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมา ท้องฟ้าภายนอกม่านน้ำตกก็แปรเปลี่ยนเป็สีส้มครึ้มยามเย็นเรียบร้อยแล้ว นัทที่สภาพร่างกายกลับมาฟิตปั๋งดั่งเดิมไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เขาทรุดตัวนั่งขัดสมาธิฝึกฝนควบแน่นพลังจิตเคลือบฝ่ามือและโคจรลมปราณประสาทไตรลักษณ์อย่างต่อเนื่อง สลับกับการพักผ่อนหย่อนใจโหมด Auto-Recovery จนกระทั่งเวลาหมุนเวียนผ่านพ้นเข้าสู่รุ่งเช้าของ "วันที่ 6" ในโลกใบใหม่
ในเช้าวันที่หกนี้ สถานการณ์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์โลกเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่ากลัว ขบวนทัพหนังหมาป่าทั้ง 200 ชีวิตเริ่มมีทักษะและฝีมือที่เก่งกาจดุดันในสายพลังที่แต่ละคนแยกย้ายกันไปพัฒนามาอย่างเห็นได้ชัด ทุกปาร์ตี้เริ่มขยายขอบเขตกระจายกำลังออกล่าและเปิดแผนที่ลิงก์ิญญาลึกเข้าไปในรัศมี 20 กิโลเมตรจากตัวเมืองเริ่มต้นกันอย่างคล่องแคล่ว ส่งผลให้ผืนป่าทิศใต้เต็มไปด้วยรอยเือสูรกาย
สำหรับปาร์ตี้ของนัท ในวันนี้พวกเขาฟอร์มทีมจัดตั้งกลุ่มบุกเบิกถาวรโดยดึงเอา "5 นักสู้ที่เคยร่วมกอดคอรบหนีตายกันมา" ประกอบด้วย นัท พี่กล้า มาร์โก จีฮยอน และโอม เคลื่อนพลจัดแถวออกลุยบุกเบิกพื้นที่ป่าดิบชื้นต่อทันที ทว่าพวกเขายังคงตั้งมาตรการระวังตัวอย่างรอบคอบ โดยจะจำกัดเส้นทางไม่ให้เดินลึกเกินกว่าพิกัดรอยต่อ 20 กิโลเมตรเพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงออร์คผิวเขียวรุมล้อมเหมือนวันก่อน
ด้วยฝีเท้าที่สอดประสานและการะเิพลังทำลายล้างที่เฉียบขาด นัทและพี่กล้าเคลื่อนไหวว่องไวปานสายฟ้าแลบ ทะยานบดขยี้สัตว์อสูรก็อบลินและหมูป่าเกราะหินอย่างรวดเร็วจนระดับความแข็งแกร่งของทั้งคู่ ขยับก้าวขึ้นสู่ระดับเลเวล 5 พร้อมกันเป็ที่เรียบร้อย!
ผลจากการห้ำหั่นตะลุยฟาร์มอย่างบ้าคลั่ง ทำให้นัทสามารถเก็บรวบรวมเศษเหรียญทองแดงโบราณในหน้าต่างระบบ Excel สะสมจนมีมูลค่ามากถึง 3 เหรียญเงิน (300 เหรียญทองแดง) เต็มกระเป๋า! นัทไม่รอช้า รีบแยกตัวเดินทางกลับเข้าเมืองเริ่มต้น มุ่งตรงไปยังวิหารแรกเริ่มเพื่อเข้าพบผู้ะสายมนตราทันที
เป้าหมายสูงสุดของนัทในตอนนี้คือ "การจ่ายเงิน 1 เหรียญเงิน เพื่อเปิดช่องพลังมานาแรกเริ่ม และเรียนรู้สกิลตรวจสอบ (Scan/Appraise)"
"หืม... เ้ามนุษย์สายหมัดเปล่า แต่อยากจะเรียนรู้ศาสตร์แห่งการเนตรมนตรางั้นรึ?" ผู้ะเอ่ยถามเสียงเรียบ
"ขรับอาจารย์! สกิลตรวจสอบมันจำเป็ที่สุดในตอนนี้ ถ้าเราไม่รู้ข้อมูล ศัตรูใช้เวตแบบไหน หรือค่าพลังงานมันหนาแน่นเท่าไหร่ พวกผมก็ทำงานหยาบเดินเกมพลาดเหมือนคราวออร์คอีกแน่ๆ!" นัทอธิบายเหตุผลเชิงสถิติ
ผู้ะพยักหน้ารับคำดั่งใจคิด ก่อนจะยื่นนิ้วชี้ที่อาบไปด้วยละอองเวทมนตร์สีฟ้าครามจิ้มเปรี้ยงเข้าตรงกลางหน้าผากของนัท! วูบ... พริบตานั้น นัทรู้สึกเหมือนมีกระแสน้ำเย็นเยียบหลั่งไหลทะลักผ่านสมองส่วนหน้า ดิ่งลงไปเปิดประตูมิติพลังงานสายใหม่ในจิติญญา หน้าต่างระบบสเปรดชีต Excel กะพริบแจ้งเตือนคอลัมน์ใหม่สีฟ้าสดใสขึ้นมาทันที!
[ระบบแจ้งเตือน: ผู้ใช้งาน ‘นัท’ จ่ายค่าธรรมเนียมสำเร็จ... ปลดล็อกระบบพลังงาน: พลังมานา/เวทมนตร์แรกเริ่ม (MP)]
[ปลดล็อกทักษะสากลสำเร็จ: สกิลตรวจสอบ (Appraise) Lv.1 — ใช้มวลมานาในการสแกนตรวจสอบข้อมูล ชื่อ ระดับพลัง และจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตเป้าหมาย]
นัทลืมตาขึ้นมา ประกายตาของเขามีวงแหวนเวทมนตร์สีฟ้าจางๆ หมุนวนอยู่ชั่วครู่ ตอนนี้ตัวเขาข้ามขีดจำกัดกลายเป็ "มนุษย์ไตรลักษณ์" ที่มีทั้งพลังกายภาพคูณสาม พลังจิตหุ้มฝ่ามือ พลังปราณหมุนเวียนสรรพางค์กาย และพลังมานาสำหรับเปิดสแกนดูสัจธรรมหลังบ้านของศัตรูครบถ้วนในร่างเดียว!
เขาก้มมองดูหน้าต่างสเปรดชีต เงินในคลังระบบโดนหักออกไป 2 เหรียญเงินสำหรับค่าธรรมเนียมเบิกเนตรและมานา ทว่าในกระเป๋าของนัทยังคงมีเงินทุนหนาแน่น เหลืออยู่อีกตั้ง 1 เหรียญเงินถ้วน ที่เขาสามารถนำไปใช้เลือกฝึกฝนทักษะเฉพาะทางอื่นๆ ต่อได้ตามใจชอบ นัทแสยะยิ้มสะใจพลางลูบคางคิดคำนวณสูตรคอมโบถัดไป
ความจริงแล้วในกลุ่มแชตตอนสายนี้ นัทได้เห็นข้อความที่เพื่อนๆ พิมพ์คุยกันจนได้ข้อสรุปว่า "สกิลตรวจสอบ" คือทักษะมหาชนที่แทบจะทุกคนในกองทัพมนุษย์โลก 200 คนต้องปั่นเงินมาเรียนติดตัวเอาไว้ เพื่อไม่ให้ตาบอดเวลาออกไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้จักในโลกที่ 1 แห่งนี้
หลังจากนัทสแกนดูหน้าต่างสเปรดชีต Excel ตรวจสอบสภาพร่างกายของตัวเองในปัจจุบัน เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่า ตอนนี้สรีระและพละกำลังของเขาถูกหลอมรวมจนกลายเป็ "สายแทงค์บู๊แนวหน้าเต็มตัว" มีพลังป้องกันจากเกราะจิตทั่วฝ่ามือ มีกระแสลมปราณคอยนวดเยียวยาอณูเนื้อเยื่อทำให้ยืนระยะทึดทนทานในการรบระยะยาวได้อย่างสบายๆ ทว่า... สิ่งที่นัทยังขาดหายไปอย่างเห็นได้ชัดคือ "สกิลทักษะการใช้อาวุธอย่างเป็ระบบ"
จริงอยู่ตามกฎสากลที่ว่า หากเขาฝืนกวัดแกว่งอาวุธชิ้นไหนไปเรื่อยๆ สักพักระบบก็คงจะจ่ายแต้มทักษะอาวุธชนิดนั้นมาให้เอง เหมือนที่พี่กล้าได้ดาบคานาตะ หรือที่นัทได้หมัดมวยพื้นฐาน แต่นัทกลับมานั่งคิดทบทวนกับตัวเอง... ั้แ่โดนพระเ้าลักพาตัวย้ายมาข้ามมิติเนี่ย เขายังไม่เคยได้หยิบจับอาวุธชิ้นไหนแล้วรู้สึกชอบหรือถูกชะตาเป็พิเศษเลยสักอันเดียว!
ตอนด่านศูนย์เขาหยิบมีดสั้น ทหารม้าหินมาเขาก็ใช้หอกยาว พอฟัดกับฝูงออร์คเขาก็แย่งขวานั์มาถือคู่ แถมบนหลังตอนนี้ยังมีดาบขนาดกลางพาดอยู่อีกเล่ม สภาพร่างกายปัจจุบันของเขาเหมือนร้านขายอาวุธเคลื่อนที่มากกว่านักรบสายตรงเฉพาะทางเสียอีก
เมื่อคิดได้ดังนั้น นัทจึงปรายสายตามองเงินที่เหลืออีก 1 เหรียญเงินในหน้าต่างระบบ แล้วเอ่ยปากสอบถามผู้ะสายอาวุธในวิหารแรกเริ่มตรงๆ:
"อาจารย์... มีสกิลทักษะอาวุธชิ้นไหนไหมครับ ที่มันเหมาะกับคนโลเลจับจดแบบผม? ประเภทที่วันนี้อยากถือขวาน วันพรุ่งนี้อยากควงดาบ แต่อยากอัดพลังโจมตีให้แรงเท่ากันหมดน่ะครับ?"
ผู้ะหนวดครึ้มได้ยินเข้าถึงกับเลิกคิ้วสูง ก่อนจะหลุดหัวเราะก้องวิหาร "ฮ่าๆๆ! เ้าเด็กมนุษย์โลกเอ๋ย เ้าช่างมีความคิดที่โลภมากปนป่าเถื่อนยิ่งนัก! เผ่าพันธุ์อื่นเขามีเกียรติแห่งศาตราวุธ ต่างฝึกปรือดาบหรือทวนชิ้นเดียวไปจนแก่วัดตาย... แต่ในคลังศาสตร์โบราณของข้า มันก็มีสกิลนอกรีตชิ้นหนึ่งที่เหมาะกับคนไร้รากฐานแบบเ้าอยู่พอดี!"
ผู้ะหยิบคัมภีร์หนังแกะเก่าๆ ออกมายื่นส่งให้ นัทไม่รอช้ารีบควักจ่ายเงิน 1 เหรียญเงินเป็ค่าน้ำชาถวายผ่านระบบสากลทันที พร้อมกดเรียนรู้รหัสเวทหลังบ้านในพริบตา!
[ระบบแจ้งเตือน: ผู้ใช้งาน ‘นัท’ จ่ายค่าธรรมเนียมสำเร็จ... ปลดล็อกทักษะเฉพาะตัว: สกิลผสานศาตราไร้ลักษณ์ (Universal Weapon Mastery) Lv.1]
"เชร้ดเข้... นี่มันสกิลเกิดมาเพื่อกูชัดๆ!" นัทตาเป็ประกายสะใจ
นี่คือไอเทมแก้บั๊กชีวิตของพนักงานคีย์ข้อมูลอย่างแท้จริง ต่อจากนี้เขาไม่จำเป็ต้องเสียเวลาไปนั่งฝึกดาบที ฝึกขวานทีให้ปวดขมับ ตราบใดที่มือเขากำอาวุธอยู่ เขาขุดเค้นเอาปราณร้อนระอุจากขั้วตับหรือเกราะจิตล่องหนอัดฉีดเข้าไปในตัวเหล็ก ใบขวานหรือใบดาบเล่มนั้นก็จะกลายเป็ยอดศาตราทำลายล้างทลายศิลาได้ทันทีตามกฎฟิสิกส์แปรผัน!
นัทเดินยิ้มกริ่มออกจากวิหาร มุ่งตรงดิ่งออกมายังบริเวณลานดินโล่งกว้างข้างกำแพงเมืองเริ่มต้นทันที ท้องฟ้ายามบ่ายส่องแสงจ้า ลมพัดใบไม้ปลิวว่อน นัทหยุดยืนห่างจากโขดหินขนาดั์ก้อนหนึ่งประมาณสามก้าว
เขาเอื้อมมือไปด้านหลัง ปลดเอา [ดาบขนาดกลางของออร์ค] ออกจากสายรัด แผ่นเหล็กใบดาบหนาสนิมเขรอะถูกกระชับไว้ในมือขวา นัทสูดหายใจเข้าลึก หลับตาลงทำสมาธิสั่งการระบบประสาททันที
เขาเปิดใช้งานสกิลผสานศาตราไร้ลักษณ์ควบคู่กับการโคจรลมปราณ 38 แต้มทั่วร่าง กระแสความร้อนอุ่นหนาฝ่าพุ่งพล่านจากหัวใจวิ่งผ่านข้อศอก ข้อมือ ทะลวงผ่านด้ามจับ และ "ฉีดทะลักเข้าสลักฝังอยู่ในเนื้อใบดาบเหล็กกล้า" ในพริบตา!
วิ้งงงงงงงงง!
ใบดาบสนิมเขรอะพลันส่งเสียงสั่นระรัว ตัวดาบแผ่ออร่าความร้อนสีส้มเรืองรองและประกายกระแสไฟปะทุออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว นัทลืมตาโพล่ง แววตาเดือดพลั่งบ้าคลั่งะเิออกมา เขาก้าวเท้าสับฝีเท้าเหวี่ยงดาบกลางกลางเล่มนั้นสับเปรี้ยงเข้าใส่โขดหินั์เบื้องหน้าเต็มแรงตัดขวาง!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!