เสี่ยวเทียนยืนมอง แต่ไม่พูดอะไร ได้แต่สงสารโชคชะตา ที่แสนอาภัพของทั้งสองคน ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เรานี้โชคดีกว่า เมิ่งจิ่วมาก ที่มีทั้งแม่ที่รัก พ่อ และยังมีน้าจื่อเอียนอีก มีน้องที่น่ารักอีกสองคน มีภรรยาที่ดีอีกสองคน มีอาจารย์ลู่เอินที่คอยปกป้อง แต่เมิ่งจิ่วนั้นไม่มีใครเลยที่คอยปกป้อง พ่อแท้ๆ กลับส่งเสริมให้ลูกฆ่ากันเอง มีเพียงแม่ที่ยอมแม้กระทั่งควักดวงตาออกทั้งสองข้าง เพื่อหวังให้ลูกพ้นจากวังวนการแย่งชิงอำนาจ แต่สุดท้าย ยังคงเอาร่างที่ไร้เรี่ยวแรง ปกป้องลูกของตนจนลมหายใจสุดท้ายอีก
เมิ่งจิ่วร้องไห้จนน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นสายเลือดนองหน้า หันมามองเสี่ยวเทียนแล้วคลานมาคุกเข่าก้มหัวไปกับพื้น
“คุณชายเฉิน ได้โปรดช่วยสอนวิธีสังหารคนให้ข้าด้วย”
เสี่ยวเทียนมองแล้วก็เงียบไปอึดใจ คิดว่าคนที่จิตใจดีและซื่อสัตย์ เหตุใดถึงกับต้องเอ่ยคำเช่นนี้ออกมา คงต้องมีความแค้นที่สูงสุดจริงๆ
“ ลุกขึ้นเถอะ ข้าจะช่วยเจ้าเอง” เสี่ยวเทียนรับปากทันที เพราะถึงทำกันเช่นนี้ ก็ไม่สมควรเกิดเป็นมนุษย์แล้ว
หลังจากทำการพิธีศพ อย่างเรียบง่ายแล้ว เมิ่งจิ่วก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เสี่ยวเทียนฟังว่า
“ หลังจากที่ท่านออกไปได้สักพัก องค์ชายรอง องค์ชายสาม องค์ชายสี่ องค์ชายห้า องค์ชายหก องค์ชายแปด มันทั้งหกคน พาองครักษ์ประจำตัวมาล้อมบ้านของข้า แล้วมันก็สั่งให้องครักษ์เข้ามาซ้อมข้า สุดท้ายท่านแม่ออกมาขวาง จึงถูกมันแทง ทะลุอก ข้าทนไม่ได้รีบไปช่วยท่านแม่ กัดที่แขนมันไป สุดท้ายพวกมันก็รุมอัดข้าจนสลบ ฟื้นมาก็พบว่าท่านแม่เสียชีวิตแล้ว”
“ พวกมันต้องเข่นฆ่ากันเองไม่ใช่หรือ? ทำไมรวมกลุ่มกันแบบนี้”
“ พวกมันก็เป็นอย่างนี้แหละ ต่อหน้าพูดกันดี แต่ลับหลัง กลับลอบสังหารกัน ใส่ร้ายกันไปมา วันนี้พวกมันกลับจากล่าสัตว์ ผ่านบ้านข้า มันเลยเข้ามากลั่นแกล้งเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ พวกมันฆ่าท่านแม่ของข้า” เมิ่งจิ่วพูดแล้วเหมือนจะร้องไห้ออกมาอีก
“ ข้าจะฆ่ามันทุกคน คุณชายเฉิน ช่วยสอนวิธีฆ่าคนให้ข้าที”
เสี่ยวเทียนมองพลังในร่างของคุณชายเฉิน ก็พบว่า มีพลังเซียนแค่ระดับเริ่มต้นเท่านั้น มีทางเดียวที่จะฆ่า ศัตรูได้ ต้องใช้อาวุธที่อานุภาพร้ายแรงเท่านั้น
คงต้องใช้อาวุธปืน ที่ต้องสรรสร้างเป็นพิเศษให้ หากต้องฝึกตนคงต้องรอชาติหน้า เพราะดูจากรูปร่างแล้ว ยากที่จะฝึกตนให้มีพลังเหนือกว่าพวกมัน
“ ก่อนอื่นเจ้าต้องสร้างร่างกายให้เคลื่อนไหวได้เร็วกว่านี้ จากนั้นข้าจะให้เจ้าฝึกอาวุธปืน เจอหน้าพวกมัน เจ้าจะสามารถฆ่ามันได้โดยไม่ต้องพูดจา วันนี้ข้าจะให้เจ้ากินยาเพิ่มพลังเซียนก่อนเป็นอันดับแรก”
เสี่ยวเทียนมองไข่มุกทองคำ ให้เมิ่งจิ่วก่อนเป็นอันดับแรก เมิ่งจิ่วกินเข้าไปทีเดียวห้าเม็ด แล้วให้เข้าไปนั่งแช่ ในสระน้ำเทพเจ้า เมิ่งจิ่วนั่งแช่อยู่ครึ่งวัน พลังเซียนในร่างก็เพิ่มจากเซียนระดับ 15 ก็ขึ้นมาอีก 10 ระดับ กลายเป็น พลังเซียนราชันระดับต้นทันที
จากนั้นเสี่ยวเทียน มอบอาวุธปืนกล กับ ปืนพก โดยให้เริ่มฝึกยิงปืนกลก่อน ใช้เวลาฝึกยิงปืนกลกับปืนพก อยู่สามวัน เมิ่งจิ่ว ก็เลือกที่จะใช้อาวุธปืนกลมากกว่า
จากนั้นเสี่ยวเทียนก็ มอบเสื้อเกราะเทพเซียน ที่กระสุนปืนและ อาวุธมีคมมิอาจทำอะไรได้ จากนั้นให้ฝึกหมัดยันต์แปดทิศ เมิ่งจิ่วฝึกอยู่ 7 วัน ก็ฝึกได้แค่ทิศเดียว
เสี่ยวเทียน จึงเขียนยันต์หมัดสั่งตาย เอาไว้ให้ที่หมัดขวา สามาถชกหน้าหรือใครได้ ต่อให้มีพลังเซียนระดับจักรพรรดิก็ไม่รอด เพราะหมัดสั่งตายเสี่ยวเป็นยันต์ของศาสตร์มืด ที่เสี่ยวเทียนรับรู้มา แต่ว่าสามารถชกได้แค่วันละไม่เกินสามหมัดเท่านั้น
การฝึกผ่านไป 15 วัน เมิ่งจิ่วไม่ได้ผอมลงเลย เพราะว่าทุกวันเขาต้องกินอาหารเพิ่มอีกวันละมื้อ กลายเป็นห้ามื้อ
“ ถึงเวลาสังหารคนแล้ว เจ้าเลือกมาเลย ว่าอยากฆ่าใครก่อน”
“ องค์ชายแปด มันข่มแหงข้ามตั้งแต่เด็กแล้ว ครั้งนี้มันก็เป็นคนแรกที่สั่งให้คนมาทำร้ายข้า”
“ บอกข้อมูลมันออกมาให้หมด บ้านอยู่ที่ไหน มันชอบกินอะไร ชอบไปเที่ยวที่ไหน มันมีคนคุ้มครองไหม มีพลังยุทธ์ระดับใด มีใครหนุนหลังมันบ้าง ได้ข้อมูลครบพวกเราก็ไปฆ่ามันได้เลย”
“ ข้ารู้แต่เพียงบ้านมันอยู่ที่ใด”
“ ถ้าเช่นนั้นเท่านี้ก็พอ ข้าจะให้เจ้าเด็ดหัวมันด้วยตัวของเจ้าเอง”
เมิ่งจิ่วมองเสี่ยวเทียนด้วยสายตาที่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว แล้วก็คว้าน่องไก่มาเคี้ยวหมับ !
เสี่ยวเทียนกับ เมิ่งจิ่วมายืนที่ตำหนักขององค์ชายแปด
“ ข้าขอถามหน่อย เจ้าส่งแก่นเลือดเซียนให้กับผู้ใดเป็นคนสุดท้าย”
“ องค์ชายใหญ่ ทำไมหรือ”
“ ข้าก็จะได้ทวงเงินถูกคนน่ะซิ”
“ โอ้ องค์ชายใหญ่ไม่ใช่คนธรรมดานะ”
“ แล้วคิดว่าข้าเป็นใคร คนธรรมดาหรือไง”
เมิ่งจิ่วไม่กล้าเถียงเสี่ยวเทียน เลยได้แต่เงียบ
ข้างในมีคนอยู่ สองร้อยกว่าคน เป็นผู้ฝึกยุทธ์ 100 คน มีระดับเซียนราชัน 80
ขั้นจักรพรรดิ 15 ขั้นฟ้า 5 คนที่เป็นองค์ชาย แปด อยู่กับ นางบำเรออีก10คน
เราเข้าไปพร้อมกัน พอเห็นใครโผล่มาก็ยิงเลย ข้าจะบังคับให้คนที่ไม่มีพลังยุทธ์ให้หลับไหลไปก่อน ส่วนคนอื่นๆ ข้าจะให้มันคุกเข่าหน้าแนบพื้นไป พวกที่ยืออยู่เจ้าก็ซัดมันเลย” เสี่ยวเทียนนัดแนะกับ เมิ่งจิ่วเสร็จแล้ว ก็เขียนเวทย์วงแหวนไปบนท้องฟ้าแล้วพูดออกมาว่า
“ยันต์สั่งฟ้ากักขังระดับบรรพกาล”
ฉับพลันก็มีแสงสีม่วงส่องลงมา คนที่ไม่มีพลังยุทธ์หลับผลอยลงไปในทันที ทหารองครักษ์ระดับเซียนราชัน แปดสิบคนทุกกดดันไปนอนกับพื้นทันทีแปดสิบคน เสี่ยวเทียนดึงแขน เมิ่งจิ่วเข้าไปทันที
พบเซียนจักรพรรดิยืนนิ่งไม่สามารถขยับตัวได้ เมิ่งจิ่วกระหน่ำยิงด้วยปืนกลรัว ชุดละ20นัดเป็นกระสุนที่ใส่พลังบรรพกาลเข้าไป
“ เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง !!!! “ ร่างองครักษ์ขั้นเซียนจักรรพรรดิ ร่วงลงไปพร้อมกัน ทั้งสิบห้าคน ร่างแทบจะขาดเป็นชิ้นๆ ส่วนขั้นเซียนฟ้าอีกห้าคน ก็ยังคงยืนนิ่ง ไม่เคลื่อนไหวเหมือนถูกมนตร์สะกด ไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกเมิ่งจิ่ว รัวกระสุนใส่ไม่ยั้ง หัวระเบิดตายไปทั้งร่างจิตและวิญญาณทั้ง ห้าคน
เมิ่งจิ่วถีบประตูเข้าไปจนพัง พบนางบำเรอหลับไปหมดแล้ว เพราะยันต์ฟ้ากักขัง
องค์ชายแปดเห็นเมิ่งจิ่วเข้ามา ก็ตกใจ พยายามขยับตัวเพื่อหยิบปืนกลออกมาสู้ แต่ไม่สามารถขยับตัวได้ เมิ่งจิ่วยังไม่ยิง ต่อยหมัดสั่งตายเข้าไปที่ใบหน้า เปรี้ยง ! ใบหน้าขององค์ชายแปดหายไปครึ่ง ตายอนาถคาที่ !
เมิ่งจิ่ว มองหมัดตัวเองอย่างตะลึงไม่คิดว่า พลังหมัดตัวเองจะแข็งแกร่งขนาดนี้
เสี่ยวเทียนเห็นว่า จบแล้ว ก็เลยหิ้วร่างของเมิ่งจิ่วหายไปในท้องฟ้า หายวับไป
พอกลับมาถึงที่พัก เมิ่งจิ่วดีใจยิ่งนักทำท่าชกลม ไปมา
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า หมัดเดียวก็ไม่รอดแล้ว ต่อไปองค์ชายหกเลยไหม คุณชายเฉิน”
“ คืนเดียวจะจัดการสองคนเลยรึ?”
“ ใช่ ข้าทนไม่ไหวแล้ว อยากฆ่าพวกมันให้หมดเลย”
“ งั้นก็ไปเลย”
ทั้งสองมายืนอยู่ที่ตำหนักองค์ชายหก องครักษ์แต่ละคนก็มีพอๆ กัน แต่ที่น่าแปลกใจ องค์ชายหก ไม่มีนางบำเรอแม้แต่คนเดียว มีแต่หนุ่นน้อยหน้าตาดีมาคอยเคลียคลอข้างกายไม่ขาด
“ มันเป็นเกย์ ตอนข้าเป็นเด็กมันเคย จับข้าไปแล้วก็....”
เสี่ยวเทียนยกมือห้ามเมิ่งจิ่วไม่ต้องพูดต่อ ไม่อยากฟังแล้ว พวกบ้านี่มันเป็นพี่น้องกันแบบไหนกันวะเนี่ย !
เสี่ยวเทียนเขียนยันต์ฟ้ากักขังระดับบรรพกาล แล้วปล่อยไปบนฟ้า แสงสีม่วงปกคลุมตำหนักองค์ชายหกเช่นเดิม แต่คราวนี้ เมิ่งจิ่ว กระโดดจากเรือเหาะ ทะลุหลังคามาก่อนเสี่ยวเทียน แล้วมาเผชิญหน้า กับ องค์ชายหก ตัวต่อตัว เมิ่งจิ่วไม่ทันได้ใช้ปืนยิง องค์ชายหก กลับมีเครื่องรางป้องกันเวทย์ต่างๆ จึงสามารถเคลื่อนไหวได้ จึงต่อยหมัดเข้าใส่หน้าเมิ่งจิ่ว จนกระเด็นถอยไป แล้วใช้ปืนกลกระหน่ำยิงอีกไม่ยั้ง แต่เมิ่งจิ่วใส่เสื้อเกราะเทพเซียน จึงไม่เป็นอะไร จึงรีบไปคว้าปืนจะเอามายิง แต่องค์ชายหกกระโดดเข้ามาขวางเตะปืนกระเด็นไป เมิ่งจิ่วกระโดดกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับองค์ชายหก เมิ่งจิ่วถูกองค์ชายหกระดมต่อยด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่า ทำให้เมิ่งจิ่วไม่สามารถเงื้อมหมัดสั่งตายชกได้สักที แต่แล้ว หมัดสุดท้ายที่ชกมาดันโดนหัว ของเมิ่งจิ่ว เลยเสียจังหวะไป จึงถูกหมัดสั่งตายเข้าที่กลางใบหน้า โดนครึ่งปาก ครึ่งจมูก หน้ายุบไปครึ่ง ตายคาที่
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดแกก็ต้องตายในมือของข้า ข้าไม่ใช่เด็กที่แกจะมาบังคับให้อมไอติมของแกอีกแล้ว ไอ้ชาติชั่วเอ้ย” ตูม !! เมิ่งจิ่วอัดไปที่ใบหน้าอีกที หัวขององค์ชายหกระเบิดไปเลย
ส่วนเสี่ยวเทียนแค่จัดการเซียนระดับฟ้า ที่สามารถขยับตัวได้ไปจนหมด แล้วก็มองการต่อสู้ของคนทั้งสอง
“ พอแล้วคืนนี้ กลับไปพักผ่อน” เสี่ยวเทียนจับแขนของ เมิ่งจิ่วแล้วลอยขึ้นฟ้าไปบนเรือเหาะ
ทั้งสองอาบน้ำ ล้างตัวเสร็จแล้ว เสี่ยวเทียนเห็น เมิ่งจิ่ว แต่งตัวใส่ชุดเกราะเตรียมตัวลุยต่ออีก
“ คุณชายเฉิน บ้านขององค์ชายห้า อยู่ไม่ไกลจากนี้ ก่อนฟ้าสาง พวกเราไปเก็บอีกคนเลยได้ไหม?”
“ อย่าเลย พักผ่อนกันก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยเริ่มใหม่ดีกว่า นี่ก็ดึกมากแล้ว เจ้าเองก็เหนื่อยไม่ใช่น้อย”
“ ข้าไม่เหนื่อยเลย ท่านรู้ไหม องค์ชายห้า มันจับข้าแก้ผ้าแล้วเอาไฟมาลนไข่ของข้าจนดำมาจนถึงทุกวันนี้”
เสี่ยวเทียนฟังแล้วก็ส่ายหัว พี่น้องพวกนี้เป็นบ้ากันไปหมดแล้ว เสี่ยวเทียนเห็นแววตาสะใจของ เมิ่งจิ่วก็คิดว่า นอกจากความแค้นที่พวกมันทำกับท่านป้าแม่ของเขาแล้ว จิตใต้สำนึกที่เป็นด้านมืดของเขาเองได้ถูกปลุกขึ้นมา ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเริ่มหายไปจากใบหน้า ของเมิ่งจิ่วไปแล้ว โดยที่เขาไม่รู้ตัว
“ งั้นก็ไปกันเลยจะได้จบๆ กันไป” เสี่ยวเทียนเมื่อรับปากช่วยแล้ว ก็ไม่อยากเสียคำพูด
ทั้งสองคนนั่งเรือเหาะมาอยู่ด้านหน้าตำหนักของ องค์ชายห้า เสี่ยวเทียนมองเข้าไปในตัวตำหนัก ก็พบกองกำลังที่มีพอๆ กันกับตำหนักองค์ชายหกที่ผ่านมา แต่ว่าชั้นใต้ดินของ องค์ชายหกนั้น ยังมีสัตว์อสูรอยู่ตัวหนึ่งถูกล่ามโซ๋ตรวนเอาไว้
เสี่ยวเทียนมองเข้าไปก็พบว่า มันเป็น หมีแพนด้าร่างยักษ์ ถูกล่ามโซ่เอาไว้ในชั้นใต้ดิน
“ มันจับหมีแพนด้ายักษ์ตัวนี้มาทำไมนะ” เสี่ยวเทียนคิดไม่ตก เสี่ยวเทียนส่งยันต์ฟ้ากักขังระดับบรรพกาลออกไป เมิ่งจิ่วกระโดดนำหน้าลงไปเช่นเดิม
องค์ชายห้า คนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา เป็นผู้ที่เลี้ยงสัตว์เวทย์เอาไว้มากมาย ดังนั้น
พอเห็นสิ่งปกติ เครื่องรางที่เขาห้อยคอเอาไว้ เป็นเล็บหมีระดับเซียนสวรรค์ ผ่านการปลุกเสก เวทย์มนตร์ทั้งหลาย ไม่สามารถควบคุมเข้าได้ พอเห็นองค์ชายเก้าเมิ่งจิ่ว โผล่ออกมา จึงปล่อย สัตว์เวทย์เสือเบงกอล ตัวใหญ่ แต่ว่าเมิ่งจิ่วหากลัวไม่ คว้าปืนกลยิงเข้าใส่ เสือยักษ์ที่โผล่ออกมา เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!! เสือเบงกอลโดนยิ่งกระเด็นกลับไปตายในทันที
องค์ชายห้าเห็นเช่นนั้น ก็ปล่อยสัตว์เวทย์อีกสามตัวออกมาจัดการ เมิ่งจิ่วพร้อมกัน มีงูยักษ์ หมาป่า นกกระเรียน ทั้งสามตัวบุกเข้ามา แต่เมิ่งจิ่วสาดกระสุนใสไม่ยั้งจนทั้งสามตัว ตายไปจนหมด องค์ชายห้าเห็นเช่นนั้น ก็ตกใจ ใช้หยกเวทย์อันหนึ่งตบมันจนแตก มีเสียงหมีแพนด้าคำรามก้อง ดึงโซ่จนขาด ออกมาจากชั้นใต้ดิน พุ่งทะลุขึ้นชั้นบน แล้วต่อยเข้าใส่ เมิ่งจิ่วจนกระเด็นไป
มันกระโดดวางเท้าลงไปกระทีบใส่ เมิ่งจิ่วอีกที หมายเหยียบให้จมดิน แต่เสี่ยวเทียนจับขนมันไว้ที่ด้านหลัง แล้วเหวี่ยวร่างหมีแพนด้าฟาดกับพื้น เปรี้ยง !!
แล้วก็ใช้เท้ามังกรกระแทกมันไปอีกที ตูม! ร่างหมีร่วงไปในชั้นใต้ดินเหมือนเดิม
“ ไหวไหม เมิ่งจิ่ว” เมิ่งจิ่วพยักหน้า ด้วยอาการปวดร้าวไปทั่ว แต่ว่าองค์ชายห้า ลากปืนกลเข้ามายิงเสี่ยวเทียน กับ เมิ่งจิ่ว แต่ไม่ทันแล้วเสี่ยวเทียนปล่อยพลังแล้วดูดปืนกลออกมาจากมือองค์ชายห้า เมิ่งจิ่วยิงปืนกลสวนเข้าใส่ทันที เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ หมีแพนด้ายักษ์ ลอยตัวจากด้านล่างเข้ามาขวางเจ้านายมันเอาไว้ จึงถูกระสุนปืนกล ร่างพรุนไปทั้งร่างน อนแน่นึ่งตายคาที่
เสี่ยวเทียนรู้สึกแปลกๆ เพราะว่าเห็นน้ำตาของมันไหลออกมา จึงดึงวิญญาณออกมาตรวจสอบ เมิ่งจิ่วยังไล่ยิง องค์ชายห้าไม่หยุด แต่ก็ไม่โดนสักนัด
เสี่ยวเทียนพอสัมผัสได้ว่า แม่หมียักษ์ทำไมถูกจับ แล้วทำไมถึงภักดีต่อ องค์ชายห้านัก จึงรีบเข้าไปคว้าไหล่ของเมิ่งจิ่ว ที่กำลังจะยิงองค์ชายห้าให้หยุด แต่ว่าก็สายไปแล้ว กระสุนปืนกลพุ่งยิงร่างขององค์ชายห้า ร่างทะลุกลวงโบ๋ว ตายสนิท
เสี่ยวเทียนรีบเข้าไปแล้วรีบค้นตัวของมัน ก็พบแหวนมิติที่ กักขังสัตว์ไว้ตัวหนึ่งมันคือ หมีแพนด้าน้อย อายุราวสองเดือน หนักไม่น่าเกินสามกิโล เสี่ยวเทียน หยิบแหวนขึ้นมา แล้วก็ปล่อยมันให้ออกมาทันที
มันออกมา ก็เดินเตาะเตะเหมือนเด็ก เดินเข้าไปหาแม่มันที่นอนตายอยู่ มันพยายาใช้มือสะกิดแม่ของมัน อยู่หลายครั้ง เพื่อจะซุกเข้าไปในอกเพื่อดูดนมแม่ของมัน สุดท้ายมันเหนื่อย แล้วก็ขึ้นไปนอนที่บนหลังของแม่มันทีมีเลือดไหลท่วมร่าง แล้วมันก็นอนเล่นอยู่อย่างนั้น
เมิ่งอี้เห็นแล้วถึงกับร้องไห้ออกมา ด้วยความสงสารแพนด้าน้อย เสี่ยวเทียนนำน้ำทิพย์สวรรค์ไปให้มันกินหนึ่งหยด ทีแรกมันก็กลัวเสี่ยวเทียนไม่กล้าเข้าใกล้หนีไปหลบหลังศพของแม่มัน
“ ไม่ต้องกลัวเจ้าหมีน้อย นี่คือน้ำทิพย์สวรรค์กินแล้วเจ้าจะรู้ได้ว่ามันอร่อยมาก”
เสี่ยวเทียนเปิดขวดออกมา กลิ่นของน้ำทิพย์หอมกรุ่นทำให้มันค่อยตะกายมาด้านหน้า เสี่ยวเทียนเลยป้อนให้มันกิน พอมันกินไป 1 ขวด มันก็เข้ามาใกล้ชิดกับเสี่ยวเทียนเพื่อขอน้ำทิพย์เพิ่มทันที
“ แม่เจ้าตายแล้ว ต่อไปข้าจะเลี้ยงดูเจ้าเอง” หมีแพนด้าแม้ไม่รู้ว่าเสี่ยวเทียนพูดอะไร เพราะมันเพิ่งคลอดมาได้เพียงสองเดือนก็ถูก ไอ้พวกบ้านี่จับมาแล้ว แต่ก็รู้ว่าเสี่ยวเทียนไม่ได้มีเจตนาร้ายกับมัน จึงยอมให้เสี่ยวเทียนอุ้ม แล้วนำร่างแม่ของมันมาฝังไว้ใน มิติสีคราม
วาวากับเจินเจิน ช่วยกันอุ้มเจ้าแพนด้าน้อย ที่กำลังเศร้า เพราะรู้แล้วว่าแม่มันไม่ยอมฟื้นมาให้นมมันอีกแล้ว เมิ่งจิ่วได้แต่เสียใจที่เกิดเรื่องเช่นนี้ แววตาที่โหดร้าย ก็เริ่มกลับมาบริสุทธิ์เช่นเดิม
“ พักผ่อนสามวัน แล้วค่อยไปจัดการกวาดล้างพวกมันต่อ” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็เข้าไปดูสัตว์ต่างๆ ในมิติฟ้าคราม ที่เวลานี้เริ่มเยอะขึ้นทุกที....