บทที่ 18: วางแผนร้าย
บทที่ 18: วางแผนร้ายในพันธมิตรการต่อต้านการก่อการร้ายระดับนานาชาติ หน่วยรบพิเศษ ทีมเฟยหลง สมาชิกอันดับหนึ่ง หลินเซียว ผู้ที่ถูกเหล่าศัตรูเรียกขานว่าหมอเทวดามังกรคลั่ง ได้หายตัวไป ไร้ซึ่งร่องรอยในฐานะขององค์กรต่อต้านการก่อการร้ายอันดับหนึ่งของโลก ไม่มีใครรู้ว่าทีมเฟยหลงนั้นรับภารกิจตอบโต้การก่อการร้ายไปแล้วกี่ภารกิจ จัดการสงครามกลางเมืองไปแล้วกี่ครั้ง เป็นตัวตนที่น่าหวาดหวั่นยิ่งนักสำหรับศัตรูหลินเซียว ที่มาที่ไปไม่ชัดเจน ไม่รู้ถึงเชื้อชาติ ภายในทีมเฟยหลงเขานั้นลึกลับมากเสียจนไม่เคยมีใครได้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเขามาก่อนนิสัยโหดเหี้ยมเลือดเย็น มือหนึ่งคือวิชาแพทย์เหนือล้ำไร้ที่ติ อีกมือหนึ่งคือพลังอันแข็งแกร่งที่มากเพียงพอให้ศัตรูสั่นกลัว กลายเป็นเป้าหมายในการล่าสังหารในกระดานนักฆ่า เป็นผู้ที่ทุกคนให้ความสนใจเป็นอันดับหนึ่งไม่มีใครรู้ว่ามีผู้คนมากมายแค่ไหนที่ต้องการชีวิตของเขา ทว่าเหล่านักฆ่าต่างก็ลงมือกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า ทว่าไม่เคยมีใครได้กลับมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ ชื่อของหลินเซียว ก็ยังคงตั้งอยู่ที่อันดับหนึ่งบนกระดานนักฆ่า ไม่มีใครกล้าท้าทายนอกจากนั้น ค่าหัวของเขายังสูงมากถึงหนึ่งพันล้านดอลลาร์ ยิ่งสร้างความพรั่นพรึงให้กับทุกคน‘มังกรคลั่ง’ นั่นจู่ๆ ก็หายตัวไป ทำให้เหล่าผู้ก่อการร้ายที่สั่นกลัว ได้เฉลิมฉลองกันอยู่หลายวัน และเพราะแบบนี้ คลื่นโลหิตจึงได้เริ่มสาดซัดไปทั่วทุกมุมโลกอีกครั้งก่อนหน้านี้ ภูเขาและอาคารบ้านเรือนในประเทศเกาะแห่งหนึ่งได้ถูกวางระเบิด หลังจากนั้นการโจมตีที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าของอเมริกาก็ตามมาติดๆ เป้าหมายคือการแสดงให้พันธมิตรการต่อต้านการก่อการร้ายระดับนานาชาติเห็นมังกรคลั่งไม่อยู่ที่นี่แล้ว พวกแกมันก็แค่อาหารจานหนึ่ง ถ้าฉันจะสร้างความวุ่นวาย ฉันก็จะสร้างความวุ่นวายหนึ่งในคนเหล่านั้นน่าตื่นตระหนกที่สุด องค์กรการก่อการร้ายที่รู้จักกันในนามของ ‘สื่อหวาง (死亡: ความตาย)’ ได้ลงมือก่อการร้ายเกินกว่าสิบครั้งติดต่อกัน ผู้คนทั่วโลกล้วนเต็มไปด้วยความหวาดผวา‘สื่อหวาง’ นั่นเป็นองค์กรที่สร้างความปวดหัวให้กับพันธมิตรการต่อต้านการก่อการร้ายระดับนานาชาติมากที่สุด ยิ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมายิ่งอาละวาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะการจู่โจมของทีมเฟยหลงภายใต้การนำของมังกรคลั่งแล้ว บางทีมันอาจจะกลายเป็นองค์กรก่อการร้ายที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้วไม่ว่าจะพูดอย่างไร มังกรคลั่งก็ได้หายตัวไปแล้ว และข่าวที่ถูกปล่อยออกมาจากระดับสูงวงในก็บอกว่าเขาตายไปแล้ว มังกรคลั่งตายภายใต้การโจมตีของผู้ก่อการร้ายไม่ว่าข่าวนี้จะเป็นความจริงหรือไม่ มังกรคลั่งก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นหรือตายที่อยู่ของหลินเซียวนั้น ได้กลายเป็นเรื่องลึกลับไป……เครือบริษัทจ้งซาน หลี่จ้งซานที่ป่วยหนักอยู่กว่าหนึ่งเดือนได้สติกลับคืนมา ไม่ได้มีท่าทีใกล้ตายอย่างที่ลือกันภายนอกเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังมีท่าทีกระฉับกระเฉงกว่าเดิม สีหน้าเปล่งประกายไปด้วยพลังงานไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นโรคอะไร ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับมัน ทุกอย่างดูคล้ายจะสงบลงอีกครั้ง และบรรยากาศภายในเครือบริษัท กลับดูคล้ายกับยามที่พายุกำลังจะพัดพาเข้าไปในหุบเขา ภายในตึกเต็มไปด้วยสายลมชวนให้ขนลุกเรื่องแรกหลังจากกลับมา คือการประชุมผู้ถือหุ้น ภายใต้การตรวจสอบแผนการลงทุนของเครือบริษัทเชิงหลงเมื่อพูดถึงแผนการลงทุนของเชิงหลงแล้ว มันก็คือแผนการลงทุนกิจการที่สำคัญที่สุดของเครือบริษัทจ้งซานในปีนี้ เงินทุนที่เกี่ยวข้องสูงมากถึงหนึ่งพันล้านเหตุผลที่หลังจากตื่นมาแล้วสิ่งแรกที่หลี่จ้งซานทำก็คือการตรวจสอบแผนการลงทุนนี้ เป็นเพราะว่ามันยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ และอาจสร้างความเสียหายให้กับบริษัทได้กว่าสิบล้านคู่ค้าถอนเงินลงทุนไปอย่างไร้คำอธิบาย บริษัทโฆษณายกเลิกสัญญา ลูกจ้างคนสำคัญหลายคนลาออกกะทันหัน ทำให้แผนการสำคัญชะงักลงครั้งแล้วครั้งเล่าจากประสบการณ์และความสามารถของหลี่จ้งซานแล้ว หากเขาไม่รู้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เช่นนั้นเขาก็คงใช้ชีวิตครึ่งหนึ่งไปอย่างเปล่าประโยชน์แล้วภายในห้องประชุมของเครือบริษัท บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดอย่างมาก ไม่มีใครกล้ายิ้ม ทั้งหมดล้วนมีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังบนโต๊ะประชุมทรงกลมหลี่จ้งซานนั่งอยู่ตรงกลาง หลี่เยว่หมิงนั่งอยู่ด้านซ้าย หลี่เยว่เหยานั่งอยู่ด้านขวา กรรมการคนอื่น ๆ นั่งเรียงลำดับกันออกไป เรียบร้อยเป็นระเบียบ มาอยู่กันพร้อมหน้าทั้งสิบแปดคนไม่ขาดแม้สักคนเดียว“ฮึ่ม!”หลี่จ้งซานพลันโยนกองเอกสารปึกหนึ่ง มันกระจัดกระจายไปบนโต๊ะ ทำให้หัวใจของทุกคนหล่นวูบ“เห็นชัดๆ ว่าเจรจากันเรียบร้อยแล้ว จู่ๆ จะบอกเลิกก็เลิก เงินสิบๆ ล้านที่ลงไปในช่วงแรกหายไปกับสายน้ำ ใครจะบอกฉันได้บ้าง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่?”ไม่มีใครกล้าตอบ“เยว่เหยา! เธอเป็นคนร่างแผนดำเนินงาน และยังเป็นคนรับผิดชอบการวางแผน ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยรึไง?” ดวงตาของหลี่จ้งซานหลุบต่ำลงเล็กๆ สีหน้าไม่ปรากฎความโกรธเกรี้ยวเอ่ยถามขึ้นเสียงเรียบเหตุผลที่เขาไม่ได้ระเบิดอารมณ์ออกมา ณ ที่ตรงนั้น เป็นเพราะว่าหลี่เยว่เหยาคือลูกสาวของเขา เขาต้องการจะไว้หน้าให้กับลูกสาวของตนเองเล็กน้อย“พ่อ……”“ในระหว่างงาน อย่าเรียกฉันว่าพ่อ!” หลี่จ้งซานขมวดคิ้วเล็กน้อย ตวาดเสียงต่ำร่างของหลี่เยว่เหยาสั่นสะท้าน ทว่าสีหน้าไร้ซึ่งความเปลี่ยนแปลง ใบหน้าเย็นชาเผยให้เห็นร่องรอยของความโศกเศร้าออกมา เธอเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ: “ฉันคุยกับตัวแทนของเครือบริษัทเชิงหลงสามครั้ง อสังหาริมทรัพย์ที่พวกเขาพัฒนาตั้งอยู่ในพื้นที่พัฒนาเป่ยเฉิง มีทั้งหมดสิบสองตึกหลัก สี่ตึกย่อย ตามแผนการเดิม เงินลงทุนเริ่มต้นคือ 680 ล้านหยวน แต่เมื่อวาน…… จู่ๆ เครือบริษัทเชิงหลงก็ฉีกสัญญา ฉันกำลังสืบหาสาเหตุที่แน่ชัดอยู่ค่ะ”ป้าบ ป้าบ ป้าบ!หลี่จ้งซานตบโต๊ะ“ผ่านไปตั้งยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว ยังหาสาเหตุไม่เจออีกเหรอ? มันเป็นเพราะว่าคนอื่นเพิ่มราคา หรือว่ามีใครในเครือบริษัทสร้างเรื่อง? เรื่องแค่นี้ยังไม่รู้ จะขึ้นมาเป็นประธานได้ยังไง!”“กำลังตรวจสอบค่ะ!” หลี่เยว่เหยาก้มศีรษะ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเธอสืบทราบเรื่องราวบางอย่างมาจริง ทว่ามันไม่เหมาะสมในการที่จะเอ่ยขึ้นในสถานการณ์นี้ในตอนนี้เอง หลี่เยว่หมิงที่อยู่อีกฝั่งแย้มยิ้มออกมา เขาหยิบบุหรี่ออกมาหนึ่งตัวแล้วจุดมันขึ้น เอ่ยขึ้นเสียงเบา: “น้องสาว อย่าทำเป็นเล่นกับเรื่องนี้ไป ทุกวัน เครือบริษัทจะสูญเสียรายได้จำนวนมาก เงินที่ใช้ลงไปในช่วงต้น คนอื่น ๆ ก็คงจะไม่ถอนคืนหรอก”“ฉันรู้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก!” หลี่เยว่เหยาหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ“ฮ่าฮ่า ทุกคนคิดถึงเครือบริษัทกันทั้งนั้น น้องสาว อย่าโทษฉันเลยที่พูดเหมือนสงสัยเธอ สองสามวันก่อน เธอไปเจอกับตัวแทนของเครือบริษัทฮุ่ยโซ่งมา เรื่องนี้…...ไม่ใช่ว่าไม่เหมาะสมเหรอ?”“อะไรนะ?” หลี่จ้งซ้านชะงักไปเล็กๆ สีหน้าที่ค่อนข้างเรียบเฉยอยู่ก่อนหน้า พลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมา เอ่ยขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว “เยว่เหยา เธอไปเจอกับตัวแทนของเครือบริษัทฮุ่ยโซ่งงั้นเหรอ? ไม่รู้รึไงว่าพวกนั้นเป็นคู่แข่งของเรา?”“ประธาน มันไม่ใช่แบบที่คุณคิด ฉันไปเจอกับฮุ่ยโซ่งเพราะ……”“พอได้แล้ว!”หลี่จ้งซานตบโต๊ะ แก้วน้ำบนโต๊ะกระเด็นตกลงบนพื้น น้ำหกกระจายไปทั่ว“ฉัน……” หลี่เยว่เหยาเองก็ต้องการจะอธิบาย ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเสียดสีของหลี่เยว่หมิงแล้ว ในใจก็พลันปรากฏร่องรอยความโกรธเกรี้ยวขึ้นอย่างไร้เหตุผล พลันสูญเสียเหตุและผลไป ไม่ต้องการที่จะเอ่ยอะไรอีก“เธอออกไปก่อน!” ใบหน้าของหลี่จ้งซานมืดครึ้มราวกับน้ำหมึก ไม่แม้แต่จะมองไปยังหลี่เยว่เหยา เอ่ยขึ้นเสียงเรียบไม่ว่าจะรู้สึกกล้ำกลืนมากเพียงใด หลี่เยว่เหยาก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธหรือต่อต้านผู้เป็นพ่อได้ในตอนนี้ ทำได้เพียงยืนขึ้นอย่างเศร้าสร้อยแล้วเดินจากไปเครือบริษัทฮุ่ยโซ่งและเครือบริษัทจ้งซาน อยู่ในความสัมพันธ์แบบคู่แข่งจริงๆ พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นมังกรบินภายในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ภายในเมืองหลงเถิง ไม่มีใครสามารถต้านทานได้เพียงแค่ว่า เครือบริษัทจ้งซานนั้นมีส่วนแบ่งตลาดเยอะกว่า ระดับใหญ่โตกว่าฮุ่ยโซ่งถึงสามสิบเปอร์เซ็น ฝ่ายหลังสู้กับพวกเขาสุดหัวใจ ส่วนแบ่งตลาดภายในเมืองหลงเถิง พยายามที่จะเอาไปเพิ่มอีกหากจะพูดตรงๆ ทั้งหมดมันก็เพื่อเงิน ในโลกใบนี้ หากไม่มีเงินก็ไม่มีสิทธิมีเสียงใดๆ ยากที่จะเคลื่อนไหวได้แม้สักก้าวแม้กระทั่งเหล่าคนใหญ่คนโตบนยอดปิรามิดเหล่านี้ ก็ยังคงต้องการแหล่งเงินและความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง เพื่อที่จะรักษาตำแหน่งของตนเองไว้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ภายในเมืองหลงเถิงเองก็เช่นกัน หากต้องการพัฒนาไปได้อย่างปลอดภัย สุดท้ายแล้วก็ต้องมีฝ่ายหนึ่งที่ต้องพ่ายแพ้ นี่คือกฎของตลาด ทั้งยังเป็นสัญชาตญาณของการคัดเลือกตามธรรมชาติทว่า หลี่เยว่เหยาไปเจอตัวแทนของเครือบริษัทฮุ่ยโซ่งนั้น ไม่ใช่อย่างที่หลี่จ้งซานคิดเลยแม้แต่น้อย...