บทที่ 6 เ้าก่อเื่ใหญ่เข้าให้แล้ว
เหลียงห้าวเหยียนเร่งฝีเท้าขึ้นเพื่อก้าวให้ทันเว่ยเซียวโจว “พี่เว่ย พอได้รู้ว่าสาวงามล่มเมืองเมื่อครู่คือคู่หมั้นของเ้า เซี่ยงเฉิงหลี ภายในใจของท่านเลยรู้สึกไม่สบอารมณ์ใช่หรือไม่?”
เว่ยเซียวโจวเม้มริมฝีปากบางแน่น
เหลียงห้าวเหยียนกลอกดวงตาดอกท้ออันทรงเสน่ห์ไปมา พยายามเป่าหูยุยงเว่ยเซียวโจวไม่หยุดหย่อน “พี่เว่ย โบราณว่าวีรบุรุษคู่กับสาวงาม เ้าคนแซ่เซี่ยงนั่นโชคดีบัดซบจริง ๆ”
“อาศัยสิทธิ์อะไร ลำพังแค่ชาวป่าชาวเขาจากตระกูลตกอับคนหนึ่ง ถึงสามารถแต่งงานกับดรุณีที่งดงามที่สุดในจวนจี้กั๋วกงได้?”
“ในขณะที่พวกเราซึ่งเป็ถึงซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกงผู้ยิ่งใหญ่ กลับต้องเป็รองมันอยู่หนึ่งขั้น?”
คิ้วของเว่ยเซียวโจวยิ่งขมวดมุ่นจนแทบผูกเป็ปม
......
“หานลั่ว เ้าก่อเื่ใหญ่หลวงเข้าให้แล้ว รู้ตัวหรือไม่?” จี้หานโม่เดินวนไปเวียนมาภายในหอคัดตำรา หวนนึกถึงสายตาของซื่อจื่อทั้งสองที่มองมา
ภายในใจของเขาบังเกิดความกังวลจนนั่งไม่ติด
[ความฝันในหนานหัว: สมกับเป็พี่ชายที่ข้าติ่งจริง ๆ ไม่ว่าจะมองด้านหน้าหรือด้านหลังก็หล่อบาดใจ มอบรางวัล 666 เหรียญดวงดาว]
“ก่อนที่จะมาถึงหอคัดตำรา เว่ยซื่อจื่อแห่งจวนเว่ยกั๋วกงเพิ่งจะได้ประมือกับคู่หมั้นของเ้าไปหยก ๆ” สีหน้าของจี้หานโม่ดูซับซ้อนยากจะคาดเดา
จี้หานลั่วเอ่ยถามหยั่งเชิง “เขาไม่ชนะหรือเ้าคะ?”
จี้หานโม่พยักหน้า พลางหวนนึกถึงท่วงท่าและวรยุทธ์อันคล่องแคล่วของเซี่ยงเฉิงหลี มุมปากพลันยกโค้งขึ้นเล็กน้อย “ก็เพราะว่าคู่หมั้นของเ้ามีฝีมือยอดเยี่ยม เว่ยซื่อจื่อไม่ได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย ข้าถึงได้กังวลอยู่นี่อย่างไรเล่า...”
[นินี่ผู้น่ารัก: รู้อยู่แล้วว่าคุณชายเซี่ยงของข้าเก่งกาจที่สุด มอบรางวัล 666 เหรียญดวงดาว]
จี้หานลั่วเข้าใจความหมายของพี่ชายดี
ในยุคสมัยนี้ โลกช่างโหดร้ายต่อสตรีที่ยังไม่ออกเรือนนัก
หากพลั้งพลาดเพียงนิดเดียว
ไม่จบชีวิตลง ก็คงหนีไม่พ้นถูกส่งตัวไปดัดนิสัยที่อารามประจำตระกูล
“พี่ใหญ่ เื่ราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านกับท่านพ่อ จะเลือกยืนฝั่งไหนเ้าค่ะ”
[น้องสาวรีบมาซบอกพี่: เมนต์บนน่ะ คุณชายเซี่ยงของเ้าวรยุทธ์ล้ำเลิศแล้วอย่างไร? นี่คือยุคโบราณที่เชื้อพระวงศ์และขุนนางกุมอำนาจชี้เป็ชี้ตาย ชาวป่าชาวเขาแค่จะหิ้วรองเท้าให้ซื่อจื่อท่านกั๋วกงยังไม่คู่ควรเลย]
จี้หานโม่ชะงักไปเล็กน้อย “ท่านพ่อ...ย่อมต้องเลือกยืนข้างเ้าอยู่แล้ว”
นับั้แ่ข่าวเื่ที่จี้หานลั่วขันอาสาแต่งงานกับตระกูลเซี่ยงที่ตกอับแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง จี้ป๋อหรูก็ได้รับคำสรรเสริญเยินยอจากเหล่าขุนนางสหายร่วมงานมากมายในยามเข้าประชุมราชสำนักเช้า
แม้แต่องค์ฮ่องเต้ ก็ยังทรงมองสกุลจี้ด้วยสายตาที่ชื่นชมขึ้นกว่าเดิม
[ฤดูร้อนไม่หนาว: @น้องสาวรีบมาซบอกพี่ เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพิ่งเคยเจอสตรีมเมอร์ที่โง่บรมขนาดนี้ นั่งรอดูสตรีมเมอร์รนหาที่ตายอยู่นะจ๊ะ @นินี่ผู้น่ารัก ตื่นค่ะตื่น]
“พี่ใหญ่ แล้วท่านเล่าเ้าคะ?” จี้หานลั่วจ้องมองจี้หานโม่ตาไม่กะพริบ แววตาแฝงไปด้วยความคาดหวังอย่างเปี่ยมล้นโดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัว
นับั้แ่นางข้ามภพมาเกิดใหม่ในครรภ์มารดาที่จวนจี้กั๋วกง และตระหนักถึงสถานะอันต้อยต่ำของการเป็บุตรีสายรอง นางก็คอยสังเกตทิศทางลม และสวมบทบาทเป็เด็กดีที่ว่าง่าย สงบเสงี่ยมเจียมตัว และขี้ขลาดตาขาวมาโดยตลอด
นางไม่เคยคิดท้าทายอำนาจของบิดามารดา พี่ชาย หรือพี่หญิงสายตรงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทุกครั้งที่ถึงวันเกิดหรือเทศกาลสำคัญ นางจะจัดเตรียมของขวัญที่แม้จะราคาไม่แพง แต่ก็ใส่ใจในรายละเอียดมอบให้เสมอ
เพื่อให้มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะหาข้อตำหนินางไม่ได้
จี้หานโม่ถือกำเนิดเป็บุตรชายคนโตสายตรงแห่งจวนจี้กั๋วกง ร่ำเรียนตำรามาอย่างแตกฉาน มีปณิธานอันสูงส่ง มุ่งมั่นที่จะใช้ความสามารถของตนสืบสานเกียรติยศและความมั่งคั่งของตระกูลจี้ เขาจึงเข้มงวดกับตนเองอย่างยิ่งยวด
แต่กระนั้น เขาก็ปฏิบัติต่อบรรดาน้องสาวสายรองอย่างพวกนางไม่เลวเลยทีเดียว
ทั่วร่างของเขา แผ่กลิ่นอายความเที่ยงธรรมของบัณฑิตผู้คงแก่เรียนออกมา
[นินี่ผู้น่ารัก: สามสิบปีธาราไหลไปทิศตะวันออก สามสิบปีธาราไหลกลับทิศตะวันตก อย่าได้ดูแคลนหนุ่มน้อยผู้ยากไร้ @น้องสาวรีบมาซบอกพี่ @ฤดูร้อนไม่หนาว]
...
วันที่ 18 เดือน 3
เป็ฤกษ์งามยามดีที่เซี่ยงเฉิงหลีจะยกขบวนมาส่งมอบสินสอดให้แก่จี้หานลั่ว
หน้าประตูจวนจี้กั๋วกง เสียงประโคมดนตรีปี่กลองดังสนั่นหวั่นไหว บรรยากาศครึกครื้นรื่นเริงเป็อย่างยิ่ง
ดึงดูดชาวบ้านร้านตลาดให้มายืนมุงดูด้วยความสนใจจำนวนมาก
แต่แล้วเื่ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น
เว่ยซื่อจื่อแห่งจวนเว่ยกั๋วกง และเหลียงซื่อจื่อแห่งจวนเหลียงกั๋วกง ต่างสั่งให้บ่าวไพร่หาบขนสินสอดทองหมั้น เดินเรียงแถวตามกันเข้ามาในจวนจี้กั๋วกงอย่างเอิกเกริก
ขบวนสินสอดอันยิ่งใหญ่ตระการตา
ทำเอาชาวบ้านที่มุงดูอยู่ด้านนอก ต่างพากันชะเง้อคอมองด้วยความตื่นตะลึง
จี้ป๋อหรูถึงกับผุดลุกขึ้นยืนด้วยความใ “หลานชายทั้งสอง นี่พวกเ้าคิดจะทำอะไรกัน?”
เหลียงห้าวเหยียนสะบัดมือเพียงครั้งเดียว สั่งให้บ่าวไพร่นำทองคำ เงินขาว อัญมณีและผ้าไหมแพรพรรณ ที่ขนมาวางเรียงรายกองตรงหน้าจี้ป๋อหรูจนละลานตา “ท่านจี้กั๋วกง ผู้น้อยมาเพื่อมอบสินสอดสู่ขอคนสกุลจี้ขอรับ”
จี้ป๋อหรูหันไปสบตากับซูเถียนหลินแวบหนึ่ง ทั้งสองต่างจับต้นชนปลายไม่ถูก
สีหน้าของซูเถียนหลินฉายแววฉงนวูบหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว นางรีบสวมหน้ากากฮูหยินเอกผู้เมตตาและใจกว้าง กล่าวว่า “หลานชาย เมื่อหลายวันก่อน มารดาของเ้าได้ส่งหนังสือสัญญาอนุภรรยามาให้แล้วมิใช่หรือ?”
เหลียงห้าวเหยียนยิ้มจนดวงตาดอกท้อโค้งหยีเป็รูปจันทร์เสี้ยว ดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก
ทว่าวาจาที่เอ่ยออกมา กลับชวนให้ผู้คนรู้สึกรังเกียจเป็ที่สุด
“ผู้น้อยถูกตาต้องใจคุณหนูเก้าสายรองแห่งจวนจี้กั๋วกงต่างหากขอรับ ข้าตัดใจไม่ได้จริง ๆ ที่จะปล่อยให้โฉมงามล่มเมืองดั่งหยกดั่งบุปผา ต้องไปตกระกำลำบากกัดก้อนเกลือกินกับชาวป่าชาวเขาพรรค์นั้น...ข้าจึงอยากจะรับนางเป็อนุ”
[ไม่ดำก็แดง: มิน่าล่ะสตรีมเมอร์ถึงต้องแอบซุ่มโป่งอยู่ในที่มืด งานแต่งครั้งนี้อุปสรรคเยอะจริง ๆ คนไม่มีอำนาจจะไปสู้คนมีอำนาจได้อย่างไร สงสารสตรีมเมอร์จับใจ มอบรางวัล 88 เหรียญดวงดาว]
จี้ป๋อหรูผุดลุกขึ้นยืนโดยแรง ใบหน้าสลับสีเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดงด้วยความโกรธจัด “เหลียงซื่อจื่อ! เ้าอย่าได้รังแกกันให้มันมากเกินไปนัก!”
เหลียงห้าวเหยียนใช้ศอกกระทุ้งเว่ยเซียวโจวที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างกายเบา ๆ พลางเอ่ย “ท่านจี้กั๋วกง มิใช่เพียงผู้น้อยที่พึงใจในตัวคุณหนูเก้า เว่ยซื่อจื่อเองก็มีใจปฏิพัทธ์ต่อคุณหนูสกุลจี้เช่นกันขอรับ”
[น้องสาวรีบมาซบอกพี่: @ฤดูร้อนไม่หนาว เ้าลองทายซิว่างานแต่งนี้จะล่มไหม? ซื่อจื่อตระกูลกั๋วกงสองคน รุมกินโต๊ะชาวป่าชาวเขาคนเดียว]
เว่ยเซียวโจวสะบัดมือเพียงคราเดียว
สั่งให้บ่าวไพร่นำวัตถุโบราณล้ำค่าและของหายากที่เตรียมมา วางเรียงรายกองตรงหน้าจี้ป๋อหรู
ใช้การกระทำแทนคำพูดทุกคำ
[ฤดูร้อนไม่หนาว: ข้าว่าไม่รอดหรอก ฐานะต่างกันเกินไป พล็อตเื่นี่มันส์กว่าดูละครเสียอีก ข้าต้องอัดคลิปหน้าจอไว้ เผื่อจะเรียกยอดวิวได้บ้าง]
ซูเถียนหลินมองกองทรัพย์สินสำหรับซื้อตัวอนุภรรยา ที่สองตระกูลกั๋วกงนำมากองตรงหน้า มือที่เกาะพนักเก้าอี้บีบแน่นเข้าหากันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ภายในใจกำลังชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียอย่างหนัก
ด้านเซี่ยงเฉิงหลีที่ยืนอยู่ข้างกายลอบกำหมัดแน่น แววตายากจะคาดเดาความหมาย
[น้องสาวรีบมาซบอกพี่: @ฤดูร้อนไม่หนาว เห็นด้วยอย่างยิ่ง คลิปตอนนางเอกหมั้นหมาย ช่วยเรียกยอดผู้ติดตามให้เ้าได้โข คลิปตอนลงสินสอดวันนี้ดุเดือดยิ่งกว่าเดิม รับรองยอดพุ่งกระฉูดแน่]
เหลียงห้าวเหยียนเก็บอาการอดทนอดกลั้นของเซี่ยงเฉิงหลีไว้ในสายตา มุมปากยกยิ้มขึ้น “ท่านจี้กั๋วกง เมื่อวันก่อนผู้น้อยบังเอิญได้พบพักตร์คุณหนูเก้าที่หอคัดตำราของสกุลจี้ งดงามราวกับเทพธิดาจำแลงกายมาก็มิปาน”
“โบราณว่าวีรบุรุษคู่กับสาวงาม”
“จวนจี้กั๋วกงอย่าได้ลำเอียงรักพี่เสียดายน้องเลยขอรับ”
“หรือว่าในสายตาของท่านจี้กั๋วกง...ข้ากับเว่ยซื่อจื่อ ยังเทียบไม่ได้กับชาวป่าชาวเขาเพียงคนเดียว?”
[ลมพัดตึง: สองคนข้างบนนั่นน่ะ พิมพ์เรียงความยาวเหยียดขวางหูขวางตา ข้าจะดูไลฟ์โว้ย]
จี้หานโม่ขมวดคิ้วมุ่น “เหลียงซื่อจื่อ ท่านเห็นจวนจี้กั๋วกงของเราเป็ตัวอะไรกัน?”
เหลียงห้าวเหยียนหัวเราะร่า “เป็ตัวอะไรน่ะรึ? อา...ให้ข้าลองนึกดูหน่อย ตระกูลบัณฑิตผู้สูงส่งร้อยปีงั้นรึ?”
“พวกท่านเชื่อน้ำคำพวกนั้นจริง ๆ หรือ?” แววตาของเหลียงห้าวเหยียนฉายแววเยาะหยัน “พวกท่านเคยเห็นตระกูลผู้ดีที่ไหน ส่งลูกสาวสายรองไปเป็อนุภรรยาให้บ้านอื่น เพื่อเกาะแข้งเกาะขาผู้มีอำนาจบ้างเล่า?”
วาจาเพียงไม่กี่ประโยค ทำเอาเ้านายทั้งสามแห่งจวนจี้กั๋วกงหน้าเปลี่ยนสีด้วยความโกรธจัด
เว่ยเซียวโจวกระตุกมุมปากบางเฉียบขึ้นเป็รอยยิ้ม
[ไม่ดำก็แดง: ไอ้หนุ่มตาดอกท้อคนนี้ปากคอเราะร้ายชะมัด พูดทีแทบกระอักเื]
“ไหน ๆ ก็ทำเพื่อกอบโกยผลประโยชน์เข้าจวนจี้กั๋วกงอยู่แล้ว ข้ากับเว่ยซื่อจื่อย่อมให้ได้มากกว่าชาวป่าชาวเขาคนนี้แน่นอน” เหลียงห้าวเหยียนจ้องมองเซี่ยงเฉิงหลีด้วยสายตายั่วยุ
ดวงตาดอกท้ออันเย้ายวน พลันฉายแววสังหารพาดผ่าน
[หลงรักใบหน้าของเ้า: คู่จิ้นที่ข้าเพิ่งจะลงเรือไป แง ๆ ๆ]
ดวงตาลึกล้ำของเซี่ยงเฉิงหลีหม่นแสงลง
เขารู้ดีว่าสองคนตรงหน้าพุ่งเป้ามาที่เขา...
ไม่ว่าจะเป็ตระกูลเว่ย หรือตระกูลเหลียง
ในอดีตล้วนเคยอยู่ใต้ฝ่าเท้าของตระกูลเซี่ยงมาก่อน
และทั้งสองคนนี้ในวัยเยาว์ต่างก็เคยพ่ายแพ้ให้กับเขามาแล้วทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะหกปีก่อนหรือหกปีให้หลัง คนพวกนี้ก็เปรียบเสมือนสุนัขบ้าที่ถูกแย่งกระดูก ไล่กัดเขาไม่ยอมปล่อย