ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 6 บทที่ 161 ว่าที่แม่สามีที่แข็งแกร่ง

            จิ่งหลิวหยางใช้น้ำเสียงออกคำสั่งกับจิ่งเยี่ยนกุยอีกครั้ง “แล้วก็แกด้วย นังตัวซวย พ่อแม่ของฉันเลี้ยงดูแกมาจนโต ทุกสิ่งทุกอย่างของแกก็เป็นของพ่อแม่ฉัน ตอนนี้ฉันขอสั่งให้แกเอาบ้านที่เพิ่งซื้อในเมืองมาให้ครอบครัวเราไปอยู่ แล้วก็เอาเงินทั้งหมดที่มีอยู่มาให้ฉันใช้ด้วย!”

            “ถ้าฉันอารมณ์ดี ต่อไปถ้าแกแต่งงานไปแล้วถูกบ้านสามีรังแก ฉันก็จะใจดีช่วยออกหน้าให้แกเอง!”

            จิ่งชิวหงได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจยาว จิ่งหลิวหยางนี่มันโง่จริงๆ! แม่ตามใจมากเกินไปแล้ว!

            คำพูดของเขาทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นรู้สึกเหลือเชื่อ เขาอายุแค่สิบสองปี คงจะยังไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้แน่ๆ ดังนั้นจึงเป็นไปได้แค่ว่าหลิวชุนฮวาเป็นคนสอน

            แต่หลิวชุนฮวากลับคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ จึงหันไปมองจิ่งเยี่ยนกุยแล้วพูดว่า “เยี่ยนกุย แม่รักลูกที่สุดมาตลอด…”

            “พอเถอะ!” จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะเยาะ “คุณอยากให้ฉันทำงานหนักเพื่อครอบครัวคุณ แล้วก็ยังจะไม่ให้กินให้อยู่ เมื่อก่อนคุณให้ฉันทำงานทุกวัน ไม่ให้หยุดพักเลย ตอนนี้เห็นฉันหาเงินได้เลี้ยงดูปู่ย่าได้ คุณก็อยากจะมาดูดเลือดฉันอีก”

            “หลิวชุนฮวา คุณคิดจริงๆ เหรอว่าทั้งโลกนี้มีแต่คุณที่ฉลาด คนที่เหลือโง่หมด? คำพูดแบบนี้ของคุณ เอาไปหลอกเด็กสามขวบยังไม่ได้เลย แล้วก็อย่าหวังจะมาหลอกฉัน”

            “วันนี้ฉันจะบอกให้ชัดเจนไว้เลยนะ เงินที่ฉันหามาได้ ฉันจะไม่ให้คุณกับพวกผีดูดเลือดทั้งครอบครัวใช้แม้แต่แดงเดียว ฉันซื้อบ้านในเมืองก็จริง แต่ประตูบ้านนั้น พวกคุณก็อย่าหวังจะได้เหยียบเข้าไป! ฉันจะเลี้ยงดูปู่ย่าให้ดี ให้พวกท่านมีความสุขในบั้นปลายชีวิต”

            “อีกอย่าง การที่ฉันซื้อบ้านในเมือง ก็เป็นเพราะฉันรังเกียจคุณมาก แค่เห็นหน้าคุณก็รกตาแล้ว! คนที่ฉันจะแต่งงานด้วยก็ดีกับฉัน ว่าที่พ่อแม่สามีก็ดีมาก และฉันไม่ได้ต้องการให้จิ่งหลิวหยาง ให้คนสารเลวแบบนี้มาช่วยออกหน้าอะไรให้ฉันทั้งนั้น!”

            หลิวชุนฮวาทำท่าจะโวยวายอีกครั้ง แต่ก็ได้ยินเสียงอ่อนโยนของผู้หญิงดังขึ้น “เยี่ยนกุย ไม่ต้องห่วงนะลูก หลังจากลูกแต่งงานกับเสียนจือแล้ว แม่ที่เป็นแม่สามีจะรักลูกเหมือนลูกสาวแท้ๆ จะไม่ยอมให้ลูกต้องเสียใจเลยแม้แต่น้อย”

            “ต่อไปถ้ามีใครหน้าไหนมารังแกลูก ก็มาบอกแม่ แม่จะช่วยจัดการให้!”

            เจียงอี่โหลวพูดจบก็เดินไปหาจิ่งเยี่ยนกุย ก่อนจะเหลือบมองหลิวชุนฮวาแล้วพูดว่า “ฉันไม่เหมือนใครบางคนหรอก ปากก็พูดดีสารพัด แต่การกระทำกลับแย่สิ้นดี!”

            “อายุก็สี่สิบกว่าแล้ว มีมือมีเท้า แต่กลับจะให้พ่อแม่สามีเลี้ยงดู ไม่รู้เอาหน้าไปไว้ที่ไหน!”

            “พอเห็นลูกเลี้ยงหาเงินเก่งมีอนาคต ก็อยากจะยึดทุกสิ่งทุกอย่างของลูกเลี้ยง พอไม่ได้ดั่งใจ ก็ยังบ้าคลั่งโทษว่าแม่สามีเป็นคนยุยง สิ่งที่ตัวเองทำตัวไม่ดีเอง ก็โยนความผิดให้คนอื่นไปหมด แย่จริงๆ!”

            “ไหนจะยังตามใจลูกชายจนเสียคน จนเลี้ยงมาเป็นสวะไร้ค่า แต่กลับยังมานึกภูมิใจ คิดไปว่าตัวเองเก่ง โง่เง่าขนาดนี้ คงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว”

            “เยี่ยนกุย คนแบบนี้ไม่ต้องไปสนใจ พูดด้วยอีกสักประโยคก็ชวนอาเจียนเปล่าๆ เดี๋ยวแม่จะทำซุปปอดหมูให้กินนะ จะได้ชะล้างใจ อย่าให้คนแย่ๆ พวกนี้ทำให้เสียอารมณ์ไปเลย!”

            ปกติแล้วเธอเป็นคนสุภาพเรียบร้อย พูดจาไพเราะ มักจะมีรอยยิ้มบนใบหน้า พูดกับใครก็ใช้น้ำเสียงอ่อนโยน ไม่เคยพูดจารุนแรงกับใครในหมู่บ้านเลย แต่พอได้พูดประโยคพวกนี้ออกมา ทุกคนก็ถึงกับตกตะลึง

            จิ่งเยี่ยนกุยก็ไม่คิดว่าว่าที่แม่สามีของเธอจะแข็งแกร่งขนาดนี้ เธอจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณค่ะ ป้าเจียง”

            เจียงอี่โหลวตบหลังมือเธอเบาๆ “ไม่ต้องเกรงใจกันหรอก พวกเราคนเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”

            เจียงอี่โหลวพูดจบก็หันไปพูดกับฉินตงเฉียงและคนอื่นๆ ว่า “เรื่องวันนี้ทุกคนก็ได้เห็นและได้ยินกันหมดแล้ว ตอนแรกฉันก็ไม่อยากจะพูดอะไรหรอก แต่วันนี้มันเหลือทนจริงๆ คนอย่างหลิวชุนฮวา ถ้าให้อยู่ในหมู่บ้านก็เหมือนเป็นตัวหายนะ คอยแต่จะก่อเรื่องแบบนี้ทุกวันๆ มันทำให้ผู้คนเหลือทนจริงๆ”

            เธอมีมนุษยสัมพันธ์ดีมากกับคนในหมู่บ้าน พอเธอออกมาพูด ชาวบ้านก็ชี้หน้าหลิวชุนฮวาแล้วพูดว่า “ไล่นังตัวซวยนี่ออกจากหมู่บ้านเราไปเลย!”

            ผู้นำตระกูลจิ่งที่ยืนดูสถานการณ์มาสักพักหันไปพูดกับจิ่งเจี้ยนกั๋วว่า “ถึงจะมีคำพูดที่ว่ายอมรื้อวัดสิบหลัง ก็ยังดีกว่าทำลายชีวิตแต่งงานหนึ่งคู่ แต่เมียแกนี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ ไหนจะตีแม่แก ทั้งยังสอนลูกแกให้เป็นคนไม่ดี ทำให้คนทั้งหมู่บ้านเดือดร้อน หมู่บ้านอิ๋นซานของเราเก็บหล่อนไว้ไม่ได้แล้ว แกหย่ากับหล่อนซะ!”

            จิ่งเจี้ยนกั๋วไม่เคยคิดจะหย่ากับหลิวชุนฮวา พอได้ยินดังนั้นก็ร้อนรนใจ “ชุนฮวาเป็นแม่ของลูกผม ผมไม่มีทางหย่ากับหล่อนเด็ดขาด! นี่มันเรื่องส่วนตัวของครอบครัวผม พวกคุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง!”

            ผู้นำตระกูลโกรธมาก “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องจัดการตามกฎของตระกูล!”

            แม้ว่าในยุคสมัยนี้จะยังคงใช้กฎแบบเดิมในการจัดการปัญหา แต่ก็ไม่ได้มีพลังอำนาจเท่าเมื่อก่อนแล้ว กฎของตระกูล ถ้าเป็นเมื่อก่อนการกระทำของหลิวชุนฮวาจะต้องถูกจับไปถ่วงน้ำ แต่ตอนนี้ก็แค่ถูกเฆี่ยนสามสิบที

            แต่จิ่งเจี้ยนกั๋วก็ยังไม่ยอม “ห้ามตีชุนฮวา จะตีก็มาตีผม!”

            ในที่สุดผู้นำตระกูลก็เข้าใจแล้วว่าทำไมหลิวชุนฮวาถึงได้กร่างขนาดนี้ ที่แท้ก็เป็นเพราะจิ่งเจี้ยนกั๋วนี่เอง

            ผู้นำตระกูลโกรธจัด “แกมันลูกหลานอกตัญญู ฉันจะไล่แกออกจากวงศ์ตระกูล!”

            คนสมัยก่อนอยู่รวมกันเป็นตระกูล การถูกขับไล่ออกจากตระกูลก็เหมือนถูกตัดขาดจากรากเหง้า เป็นการลงโทษที่ร้ายแรงที่สุด แต่ตอนนี้แนวคิดเรื่องตระกูลใหญ่เริ่มจางหายไปแล้ว ทุกคนก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก

            จิ่งเจี้ยนกั๋วยังไม่ทันได้พูดอะไร หลิวชุนฮวาก็พูดด้วยความสะใจแล้วว่า “ใครอยากจะอยู่กับพวกแกกันล่ะ วันๆ มีแต่กฎบ้าบอคอยแต่จะจุกจิกน่าเบื่อ! จะไล่ออกจากวงศ์ตระกูลก็ไล่ออกไปเลย ต่อไปพวกเราก็จะใช้ชีวิตอย่างอิสรเสรี”

            พูดจบก็เริ่มด่าผู้นำตระกูล “ไอ้แก่หนังเหนียวตายยาก ทำไมถึงได้ชั่วช้าขนาดนี้ บังคับให้เจี้ยนกั๋วของฉันหย่ากับฉัน แกต้องการอะไร? ฉันไปกินไปดื่มข้าวของบ้านแกเหรอ?”

            ผู้นำตระกูลโกรธจนหน้าซีด “ได้! งั้นตอนนี้ก็ไล่พวกแกออกจากวงศ์ตระกูลซะ แต่ก่อนจะถูกไล่ออก ก็ต้องทำตามกฎของตระกูลก่อน เฆี่ยนคนละสามสิบที!”

            พูดจบ ลูกหลานในตระกูลก็คว้าเชือกมามัดจิ่งเจี้ยนกั๋วกับหลิวชุนฮวา หลิวชุนฮวาก็ยังคงด่าทอไม่หยุด จนมีคนเอาผ้าอ้อมเก่าๆ ยัดปากเธอ

            จิ่งหลิวหยางจะเข้ามาช่วย ก็ถูกลูกหลานในตระกูลตบจนกระเด็น เด็กเหลือขอคนนี้ เมื่อกี้พวกเขาก็เห็นแล้วว่าทำอะไรไว้ พวกเขาจะไม่มีทางเกรงใจเขาแน่นอน

            หลิวชุนฮวาเห็นลูกชายถูกทำร้ายก็อยากเข้าไปช่วย แต่ตัวเองก็ถูกมัดแน่น แถมยังถูกกดลงกับพื้น ขยับไปไหนไม่ได้ ทำได้แค่เบิกตาร้องด่าทอ แต่ก็ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้เพราะผ้าอ้อมเก่าๆ ที่ยัดปากอยู่

            วันนี้หลิวชุนฮวาและจิ่งเจี้ยนกั๋วสร้างความขุ่นเคืองให้กับทุกคนในตระกูล คนที่เฆี่ยนก็ไม่ได้ปรานี ลงแส้แต่ละครั้งต่างก็เห็นเลือด

            จิ่งเจี้ยนกั๋วแรกๆ ก็ยังกัดฟันทนได้ แต่พอโดนไปสิบกว่าที ก็ร้องโอดโอย และกลิ้งไปมาบนพื้น

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592