[Friend Zone] เพื่อนกันจริงดิ

    ตอนที่ 4

              ตอนที่ 4

              1 อาทิตย์ผ่านไป

              09.01 น.

              ที่โรงเรียน

                "อีพรีส!! กูเห็นอาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์คนใหม่ หล่อมากค่ะมดลูกสั่น"

                "ขนาดนั้นเลย"

                "ขนาดนั้นเลยมึง ไปเดินเฉี่ยวห้อง 6 กับกูหน่อย"พูดจบก็ลากฉันออกจากห้อง เดินข้ามตึกอีกตึกเพื่อเดินผ่านหน้าห้องมอ.5/6 ที่มีอาจารย์หน้าตาหล่อๆ ยืนสอนอยู่หน้าห้อง

                อื้อหือ...หล่อละมุนมากยิ้มมีเสน่ห์ เสียงไพเราะน่าฟังมาก

                "หล่อปะ"เหมียวกระซิบข้างหูพยายามชะโงกหน้าเข้าไปในห้องเรียนเพื่อมองชายหนุ่มหน้าห้อง"โคตรหล่ออ่ะมึง เขินอ่ะ ทำไมไม่มาสอนห้องเราวะ"

                "อยากได้มาเป็๞ที่ปรึกษาวิชาเลขเลยค่ะ"

                "เขา เขามองฉันด้วย เขิน"

                "เก็บความร่านแล้วกลับห้องก่อน" เห็นสภาพเพื่อนแล้วต้องลากกลับตึกเรียนทันทีไม่งั้นคงได้นั่งแช่อยู่ที่นี่แน่นอน

     

              10.19น.

    Line

    เหมียว

    เหมียว : พรีส

    เหมียว : มึง

    อะไร: พรีส

    เหมียว : มึงว่า๰่๭๫นี้อีไลน์กับอีจินมันจะสนิทกันแบบแปลกๆ ปะ

    ก็สนิทกันอยู่แล้วนะ: พรีส

    เหมียว : แต่กูว่ามันแปลก

    ยังไง: พรีส

    เหมียว : ก็เหมือนมันมีความลับอะไรกัน

    คิดมาก: พรีส

    เหมียว : ถ้ามันมีความลับแล้วไม่บอกเพื่อน กูจะโกรธมาก

    ก่อนจะเสือกเ๹ื่๪๫เพื่อนเก็บโทรศัพท์เถอะ : พรีส

    เหมียว : หรือพวกมันจะแอบคบกัน

    กูไม่รู้: พรีส

    อยากรู้ไรนักหนา: พรีส

    เหมียว : ไม่งั้นกูจะเสียใจมาก

    เหมียว : เพราะกูจิ้นมึงกับอีจินมา๻ั้๫แ๻่มอ.4 แล้วนะ

    เหมียว : ถ้าคนจะคบกันควรเป็๞พวกมึงสิ อีไลน์มันหน้านิ่งไม่ค่อยสนใจโลกเท่าไหร่ กูว่ามันต้องมีคนที่แอบชอบอยู่แล้วแน่ๆ

    เ๹ื่๪๫เรียนให้สนใจแบบนี้บ้างนะ: พรีส

    เหมียว : ไม่คิดแบบกูเหรอ

    อีเหมียว: พรีส

    เก็บมือถือ: พรีส

    เหมียว : อีซูมอียนย่

    ...:พรีส

    ____________________________________________

     

                แล้วเหมียวก็โดนอาจารย์ยึดโทรศัพท์ไปเป็๞ที่เรียบร้อย

                อาทิตย์ที่ผ่านมาก็เหมือนกับทุกวันต่างกันแค่ความรู้สึก จินกับไลน์เริ่มสนิทกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยแต่จินก็ยังโทรหาฉันตอนกลางคืนเหมือนกับทุกวันเพียงแค่ไม่ได้นานเป็๞ชั่วโมงแล้ว

                ตอนแรกก็คิดว่าจะชินแต่แม่ง ไม่ได้มีความรู้สึกว่าทำใจได้สักที การกระทำทุกอย่างมันก็ยังทำให้ฉันคาดหวังไปเองเบื่อตัวเอง!!

              11.12น.

                "พวกมึงไปโรงอาหารกันเลยเดี๋ยวกูเอาสมุดการบ้านไปส่งที่ห้องอาจารย์ก่อน" พูดจบก็เดินแยกตัวออกมาต้องเดินอ้อมตึกไปอีกฝั่งชั้น 6 โคตรไกล

                "พรีส" ฉันหันไปมองตามเสียงก็เจอภูมิ เพื่อนในห้องอีกคนหนึ่ง

                "ว่าไงภูมิ"

                "เดี๋ยวเราเอาไปส่งให้ก็ได้"

                "ไม่เป็๞ไร ขึ้นลิฟต์ไปก็ถึงแล้ว"

                "งั้นไปด้วยก็แล้วกัน...แล้วเพื่อนไปไหนหมดอ่ะ"

                "ไปกินข้าว เราเห็นว่าทางมันไกลก็เลยแยกมาส่ง"

                "พวกนั้นส่งกันหมดแล้วเหรอ"

                "ส่งหมดแล้ว เหลือเราเนี่ยแหละ"

                ตึ้ง!

                ลิฟต์มาถึงฉันกับภูมิก็เดินเข้าไปยังไม่ทันที่ประตูจะปิดก็มีมือใครบางคนมาขวางไว้

                "มึงมาทำไมอ่ะ ไม่ไปกินข้าวไง"

                "กูจะไปเป็๞เพื่อน" พูดจบซูมก็เดินเข้ามายืนกึ่งกลางระหว่างฉันกับภูมิ ระหว่างทางมีแต่ความเงียบไม่มีใครพูดอะไรนอกจากได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน

                "แล้วทำไมภูมิมาคนเดียว เหนือไปไหน"ฉันเปิดปากถามเพื่อทำลายความอึดอัดนี้

    "อ่อ...เอ่อ...เหนือไปกินข้าวแล้วแหละ"ภูมิพูดแล้วก็เหลือบสายตามองซูม เหมือนระแวดระวังอะไรบางอย่าง

                งงกลัวอะไรกับอีซูม

                ตึ้ง!

                ฉันเดินออกจากลิฟต์ไปที่ห้องพักครูอาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์วางสมุดลงบนโต๊ะก่อนจะเดินออกมาแค่นาทีเดียวเองมันเห็นซูมกับภูมิยืนคุยกันท่าทางเคร่งเครียดจากนั้นภูมิก็เดินหายไปเลยไม่เข้ามาในห้องด้วย ฉันเดินเข้าไปหาซูม

                "ภูมิไปไหน"

                "มันหยิบเล่มผิดมา"

                "อ้าว เสียเวลาอะดิ"

                "อืม ไปยัง"

                "มึงส่งแล้วเหรอ"

                "เห็นแบบนี้ก็ส่งเร็วกว่ามึงแล้วกัน"

                "ปากดี"

                "ไปเถอะ หิวข้าว" แล้วมันก็กอดคอฉันก่อนจะลาเดินไปเข้าลิฟต์

                "ใครใช้ให้เดินตามกูมา"

                "แทนที่จะพูดขอบใจ ยังมาบ่นอีก" พูดพลางดึงแก้มฉันไปด้วยแรงมันเยอะมากจริงๆ

                "อีซูม! กูเจ็บ!"

     

              15.11น.

                ตอนนี้เกือบจะเลิกเรียนแล้วพวกเรามานั่งดูเพื่อนเล่นบาสกันที่สนามใหญ่แต่ฉันเหมือนมานั่งให้ช้ำใจเล่นเพราะ...

                "วันนี้มีเรียนพิเศษกี่โมงอ่ะ" จินเอ่ยถาม

                "ถามทำไม" ไลน์ตอบ

                "อยากรู้"

                "เ๹ื่๪๫ของกู"

                สองคนนั้นนั่งจีบกันอยู่มันน่าหงุดหงิดนะ จริงๆ แบบ…เชี่ย!! คือกูพูดไม่ถูก

                ไม่นั่งแม่งละฉันวิ่งไปหาซูมในสนามบาส

                "มึง กูเล่นด้วย"

                "ใส่กระโปรงจะมาเล่นอะไร" ซูมขมวดคิ้วแล้วมองฉัน

                "กูก็เล่นได้ ใส่กางเกงไว้ข้างในแล้ว มาเล่นเหอะ"

                "เจ็บแล้วอย่าบ่นนะ"ฉันเบ้ปากให้ซูมก่อนจะเริ่มตั้งท่ากันลูกบาสที่เขาเลี้ยงอยู่ ตอนเล่นสมองไม่ได้มีสมาธิอะไรเลยด้วยซ้ำสายตายังจะแอบแวะไปมองจินอยู่เรื่อย

                ร่างกายทรยศ!!

                เล่นบาสไปสักพักก็มีเพื่อนห้องอื่นมาเล่นด้วยจนเหนื่อยไปหมดแล้วนี่ขนาดไม่สนใจจินแล้วนะ สายตายังจะไปมองเขากับไลน์นั่งคุยกันเ๹ื่๪๫อะไรสักอย่างหัวเราะคิกคักจนน่าหมั่นไส้

                "พรีส!! ระวัง"

                โป้ก!

                อะ...นั่นแหละผลของการไม่มองลูก เลยโดนหัวเข้าเต็มๆ ดาวขึ้นเลยจ้า หงายหลังจนไปนั่งกองที่พื้น

                "เห้ย!"

                "เชี่ย!"

                "พรีส มึงเป็๞ไงบ้าง!" ได้ยินเสียงเหมียวมาแต่ไกล

                "โอเคๆ" ได้แต่ยกมือขึ้นนวดศีรษะที่โดนลูกไปเมื่อกี้

                แล้วก็รู้สึกอะไรบางอย่างเหมือนร่างกายกำลังถูกยกขึ้นจากพื้นฉันเอามือออกแล้วเงยหน้ามองคนที่กำลังอุ้มฉันอยู่มือเลยรีบไปคล้องคอเข้าไปโดยอัตโนมัติเพราะกลัวตก

                "มึง...จะไปไหน"

                "ไปห้องพยาบาล"

                "จิน...กูไม่เป็๞ไร"

                "ไม่เป็๞ไรอะไร"

                "คือ...กูเดินเองได้ ไม่ได้เจ็บขากูเจ็บหัว"จินยังคงตั้งหน้าตั้งตาเดินไปโดยไม่สนใจรุ่นน้องที่กำลังมองมาทางเราอย่างสนอกสนใจ

                บอกตามตรงฉันไม่เคยเห็นมันขมวดคิ้ว แล้วมองฉันด้วยสีหน้าแววตาแทบจะโกรธแบบนี้มาก่อนเลย รู้ไหมว่ายิ่งทำให้ฉันใจเต้นแรงมากขึ้นและยิ่งทำให้คิดเข้าข้างตัวเองอีกครั้ง สายตามองเห็นปลายคางที่เกลี้ยงเกลาจมูกโด่ง รูปปากเรียวเล็ก

                แก!!จะหล่อไปไหนวะ!!

                จินอุ้มฉันมาวางไว้บนเตียงที่ห้องพยาบาลแต่กลับไม่มีใครอยู่

                "หายไปไหนกันหมดวะ" เห็นเขาเดินไปเดินมาแล้วขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดแล้วก็อดเอื้อมมือไปจับแขนเขาไม่ได้

                "มึง...ไม่ต้องซีเรียสขนาดนั้นก็ได้"

                "ถ้าเกิดมึงเป็๞อะไรขึ้นจะทำไง"เขาพูดเหมือนเป็๞ห่วงฉันมากอย่างนั้นแหละ

                "เป็๞ห่วงกูขนาดนั้นเลย?"

                "เออ!" จินก้มหน้ามองมือของฉันก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมามองฉัน"ถ้ามึงโง่ขึ้นมากว่าเดิมจะทำยังไง"

                "คนเลว!!"

                "เป็๞อะไรกันมา" อาจารย์พยาบาลเดินเข้ามาหาฉัน

                "เพื่อนผมโดนลูกบาสอัดใส่หัวครับ"

                "ตรงไหน" จินแหวกผมฉันออกแล้วชี้ให้อาจารย์ดู

                "ตรงนี้ครับ คือมันแรง ผมไม่รู้ว่ามันจะโนมากหรือเปล่า"

                "เอาน้ำแข็งประคบน่าจะดีขึ้น เจ็บไหม"

                "ก็...นิดหน่อยค่ะ"

                "งั้น..."

                "เดี๋ยวมานะ" แล้วจินก็เดินออกไปข้างนอกห้อง

                "แฟนดูแลดีเนอะ"

                "เปล่า เราเป็๞เพื่อนกันค่ะ" ถึงจะไม่เคยคิดกับมันแค่เพื่อนก็เถอะ

                "เพื่อนอะไรจะห่วงกันขนาดนี้"

                "ก็...เพื่อนสนิทกันมากๆไงคะ"

                "ครูจะบอกให้ฟัง ผู้หญิงกับผู้ชายเป็๞เพื่อนกันไม่ได้หรอก"

                "ทำไมล่ะคะ"

                "มันต้องมีคนสักคนที่แหกกฎคำว่าเพื่อนอยู่แล้วใครจะไปสนิทใจกับคนที่ใกล้ชิดกัน ไม่มีหรอก"

                "แต่...เราเป็๞เพื่อนกันจริงๆ นะ"

                "เราอ่ะ ชอบเพื่อนใช่ไหม" หื้ม...อย่างกับหมอดู รู้ได้ไง "เนี่ยมีทุกราย ชายหญิงเป็๞เพื่อนกัน จากนั้นก็ไม่ใครสักคนที่แอบชอบกัน แต่ก่อนครูก็เป็๞..."

                จินเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำแข็งและผ้าขนหนูในมือทำให้การสนทนาของเราหยุดลง

                "ประคบไปซักครึ่งชั่วโมงก็ได้ เวลาปวดก็กินยาพาราแก้ปวด"

                "ขอบคุณค่ะ" ฉันยกมือไหว้ขอบคุณอาจารย์ก่อนจะลุกขึ้นแต่มีมือหนามากดไหล่ไว้ "อะไรอ่ะ"

                "นั่งลงกูจะประคบให้"พูดจบเอาผ้าห่อน้ำแข็งแล้ววางบนหัวฉันอย่างเบามือ

                ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยไม่เข้าใจหน้าฉันอยู่ตรงเกือบๆ ถึงหน้าอกเขาพอดี ได้กลิ่นหอมอ่อนๆมันทำให้รู้สึกเกรงไปหมดเลย

                "มึง...กูกลับไปทำที่บ้านก็ได้มั้ง"

                "มึงกลับไปก็คงไม่ทำ"

                "รู้ได้ไง"

                "กูรู้ก็แล้วกัน"

                แม่ง!!ตอนนี้แทนที่จะรู้สึกเจ็บ กลับรู้สึกดีใจแทน จนต้องแอบเม้มปากเพื่อกลั้นยิ้มเห็นเขามีท่าทีเป็๞ห่วงแบบนี้แล้วรู้สึกเติมเต็มในหัวใจมาก

                "จะสี่โมงแล้ว มึงไม่ไปส่งไลน์เหรอ"ขอแทรกคำถามเพื่อให้ยอมรับความจริงหน่อย หัวใจจะได้เลิกฟุ้งซ่าน

                "ทำไมกูต้องไปส่งอะ"

                "ก็เห็นมึงถามมันว่ามีเรียนพิเศษกี่โมง"

                "แค่ถามเฉยๆไม่มีไร" งั้นก็แสดงว่าจินไม่ได้ไปส่งไลน์ ฮ่าๆ

                "มึง...บอกชอบมันไปยัง"

                "อืม บอกไปแล้ว" อยากจะถามต่อมาก แต่ความรู้สึกตอนนี้กำลังดิ่งลงมากลัวถามไปแล้วจินจะบอกว่ากำลังดูใจกันอยู่ นี่กูไปต่อไม่ถูกเลยนะ มีหวังได้เสียน้ำตาก่อนกลับบ้านแน่

                "ดีเนอะ บอกแล้วก็ดี"

                "อืม โล่งดี"

                "..."มึงโล่ง กูเนี่ยโคตรอึดอัด

                "ซูมไปรับมึงที่บ้านทุกวันปะ" อะไรวะ เปลี่ยนเ๹ื่๪๫ไวมาก

                "อื้อ ก็ทุกวันนะ"

                "ทั้งที่มันอยู่คนละทางนะเหรอ"

                "ใช่ แม่กูฝากมันไว้ให้มารับด้วยไง มันคงเกรงใจเลยมารับกูมั้ง ตอนอยู่มอ. 1กูโคตรเกลียดมันเลย    แม่งชอบแกล้งมาเปิดกระโปรงกูแล้วก็เอารองเท้ากระเป๋ากูไปซ่อน"

                "แล้วมาสนิทได้ไง"

                "สนิทจริงๆ จังๆ ก็ตอนมอ. 4 ตอนนั้นมึงเข้ามาเป็๞เด็กใหม่แล้วพวกเราก็สนิทกันเพราะมีงานกลุ่มไงจำได้ปะ" ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นเขาก้มหน้าลงมามองเหมือนกัน

                "อืม จำได้ ตอนนั้นมึงคบกับพี่อากิอยู่ใช่ไหม"

                "ใช่ ตอนนั้นคบกับพี่อากิ แล้วก็เลิกกัน"

                "ทำไมถึงเลิกกัน"

                "มีคนส่งรูปพี่อากิกับผู้หญิงอีกคนมาให้ กูเลยบอกเลิกเขา"

                "ง่ายๆ แค่นี้?"

                "เออดิ แค่นี้แหละ"

                "แล้วใครเป็๞คนส่งรูปพวกนั้นมาให้"

                "ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็ขอบคุณเขานะ ทำให้กูรู้ว่าพี่อากิแม่งก็เชี่ยเงียบกูถึงจับไม่ได้สักที...แล้วมึงจะอยากรู้ไปทำไม"

                "ก็ถามเฉยๆ ถามไม่ได้ไง"

                "เปล่า แต่ปกติมึงไม่ได้ชอบถามเ๹ื่๪๫พวกนี้เท่าไหร่"

                "กูไม่ถาม ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่อยากรู้"

                ตึก ตึก ตึก ตึก

                คำพูดกำกวมมันกำลังจะบอกว่าอยากรู้เ๹ื่๪๫ของฉันแต่ไม่อยากจะถามใช่ไหม บ้าบอ อะไรวะเนี่ยมีแต่คำพูดที่ชวนให้คิดเข้าข้างตัวเองมา

                "พรีส"

                "ห๊ะ"

                "พรุ่งนี้...เดี๋ยวกูไปรับ"

                "ห๊ะ!!" อะไรนะ

                "บอกซูม ว่ากูจะไปรับมึงพรุ่งนี้เช้า กู...มีเ๹ื่๪๫จะคุยด้วย"

                "ระ...เ๹ื่๪๫อะไร"

                "ไว้พรุ่งนี้ก็จะรู้เอง..."

                หมุนเวลาไปพรุ่งนี้เลยได้ไหมหัวใจเต้นกระเด็นกระดอนแทบจะออกมาอยู่แล้ว