บทที่ 23 ที่นี่คือบ้านของฉัน
เธอเดินช้า ๆ กลับไปกลับมาตามเส้นทางหน้าคฤหาสน์เ่าั้
หลังจากเดินกลับมาที่จุดจอดรถ เธอก็ชี้ให้กู้ไป๋เหยี่ยดูคฤหาสน์ทางตะวันออกสุด
"บ้านหลังนั้นมีฮวงจุ้ยที่ดี ฉันอยากให้บรรพจารย์ของฉันอาศัยอยู่ที่นั่น! "
...
กู้ไป๋เหยี่ยอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากเมื่อเห็นมัน
ดี! แบบนี้ค่อยน่าปลื้มใจขึ้นมาหน่อย! ั้แ่รู้จักกับเด็กนี่มา เขาก็ไม่เคยรู้สึกพึงพอใจมากถึงขนาดนี้มาก่อน!
ทำไมน่ะเหรอ?
เพราะนั่นคือคฤหาสน์ตระกูลเฉียวยังไงล่ะ!
น่ายินดีเหลือเกินที่เ้าเด็กตัวเหม็นคนนี้อยากไปอยู่กับเฉียวเหอ!
กู้ไป๋เหยี่ยกำลังกังวลอยู่พอดีว่าเขาจะชำระบัญชีกับเฉียวเหออย่างไรดี แต่โม่เชียนกลับเสนอตัวมาด้วยตนเองเสียแล้ว!
ซึ่ง ณ ขณะนั้นเอง เฉียวเหอก็เพิ่งลงมาจากรถของตนเองเช่นกัน
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากคฤหาสน์ตระกูลเฉียวเพียงสองหลังเท่านั้น
กู้ไป๋เหยี่ยปรบมือให้เฉียวเหอเหมือนกำลังดูความสนุกบันเทิงชนิดหนึ่งอยู่ “เฉียวเหอ ผู้หญิงคนนี้อยากไปอยู่บ้านของคุณน่ะ ในเมื่อเธออุตส่าห์ช่วยชีวิตคุณไว้ คุณก็ไม่ควรจะปฏิเสธคำขอนี้นะรู้ไหม? ”
“ฉันไม่ได้อยากอยู่ในบ้านของเขาสักหน่อย”
โม่เชียนปฏิเสธก่อนที่ใครจะได้จังหวะพูดต่อ เธอมองกู้ไป๋เหยี่ยเหมือนมองคนสมองกลวง
“ทำไมคุณถึงไม่เข้าใจภาษาคนเลย”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว “แล้วเธออยากอยู่ที่ไหนกันแน่! ”
“จะเป็ที่ไหนได้อีก” โม่เชียนมองเขาด้วยความเหนื่อยหน่าย "ฉันก็ต้องอยากอยู่บ้านของตัวเองอยู่แล้ว แต่ฉันจะเอาป้ายิญญาของบรรพจารย์ฉันไปไว้ที่บ้านของเขา"
...
คำพูดของเธอทำให้ผู้คนรอบข้างเงียบงัน
นั่นคือคฤหาสน์ตระกูลเฉียว!
คฤหาสน์ตระกูลเฉียวเชียวนะ!
ตระกูลเฉียวที่ร่ำรวยสามารถส่งอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกได้เพียงขยับมือหรือเท้า
เด็กสาวบ้านนอกคนนี้พูดว่าอะไรนะ?
จะเอาป้ายิญญาของบรรพจารย์ตัวเองไปวางไว้ที่คฤหาสน์ตระกูลเฉียวเหรอ?
เธอไม่ต่างอะไรไปจากขนไก่ที่ติดอยู่ตรงปลายเสาโทรศัพท์เลย สร้างแต่ปัญหา แถมยังทำตัวน่ารำคาญแบบไม่จบไม่สิ้น
คนอื่น ๆ ต่างพากันเหงื่อตกเพราะเธอ
มีเพียงโม่เชียนเท่านั้นที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองทำสิ่งใดผิดไปเลย
เธอเอียงศีรษะ มองเฉียวเหอ "บรรพจารย์ของฉันอยู่ที่บ้านของคุณได้ไหม? นอกจากการต่อสู้กันเองเป็ครั้งคราวแล้ว ในเวลาปกติพวกเขาจะสงบเสงี่ยมมากเลยนะ"
ทุกคนตกตะลึง "!!!"
ป้ายิญญามีการต่อสู้กันเองด้วยเหรอ!?
ในตอนกลางคืน ห้องที่เต็มไปด้วยป้ายิญญาจะส่งเสียงดังกึกก้อง ทั้งหมดเพราะพวกมันทุบตีกันเองเนี่ยนะ! แค่คิดถึงมัน ก็สามารถทำให้ผู้คนหวาดกลัวจนเกือบตายได้เกินพอแล้ว!
เยี่ยเฟยยืนเคียงข้างนาย พยายามรับฟังอย่างอดทน ซึ่งแน่นอนว่าในตอนท้ายสุดเขาก็ทนไม่ไหว
เขาก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่กลับถูกดึงให้ย้อนถอยเร็วยิ่งกว่า...
เขาถูกเฉียวเหอกระชากไว้
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น มองคนสนิทของตัวเอง โบกมือให้อีกฝ่ายกลับไปยืนข้างหลัง
เยี่ยเฟยกำหมัดแน่น ในใจกำลังกรุ่นโกรธ แต่ก็ยังคงถอยออกไปตามคำสั่งของเ้านาย
เฉียวเหอจ้องมองโม่เชียนอย่างครุ่นคิด และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ยิ้มพร้อมตกลงกับคำขอซึ่งหาความสมเหตุสมผลไม่ได้ซ้ำยังอุกอาจของเธอ
"ได้สิ"
"แต่…" เฉียวเหอยัง้ายื่นข้อเสนอเงื่อนไขของตัวเองเพิ่มเติมเข้าไป "คุณต้องมากับผมเพื่อระบุตัวตนว่าใครเป็ใคร และคุณต้องบอกความจริงเท่านั้นว่าคุณรู้จักเขาไหม รู้จักเขาได้อย่างไร และเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง"
"ได้เลยตกลง! ฉัน โม่เชียนไม่เคยโกหก"
เด็กสาวเห็นด้วยกับคำขอของเฉียวเหอทันที
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็ดันรถเข็นเล็ก ๆ ของตัวเองไปทางคฤหาสน์ของเฉียวเหอทันที
กู้ไป๋เหยี่ยมองแผ่นหลังของเธอและะโไล่ตามไปติด ๆ "อย่ากลับมานะ อยู่ที่บ้านตระกูลเฉียวไปเลย! บ้านของเฉียวเหออยู่สบายกว่าบ้านของฉันเยอะ! "
“ฉันไม่อยู่”
โม่เชียนปฏิเสธอย่างไม่ไยดี ก่อนลากรถเข็นแล้วเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามองอีก
แต่ประโยคถัดมาของเธอนั้นดังไปถึงหูของคนที่อยู่ข้างหลังอย่างชัดเจน
“ท่านอาจารย์ของฉันบอก ว่าเด็กผู้หญิงจะไปนอนค้างอ้างแรมข้างนอกที่ไหนตามลำพังไม่ได้อย่างเด็ดขาด”
กู้ไป๋เหยี่ยพูดไม่ออก “…”
เธอเนี่ยนะกลัวการค้างคืนข้างนอก?
เป็คนอื่นต่างหากที่น่าจะต้องกลัวชนิดแทบเป็แทบตาย!
โม่เชียนหยุดอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลเฉียว
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยข้างในไม่ยอมเปิดประตู เพราะไม่มีใครรู้จักเธอ พวกเขาไม่ทราบว่าเธอเป็ใคร
ทว่าต่อจากนั้นไม่นาน เฉียวเหอกับเยี่ยเฟย รวมถึงกลุ่มแพทย์และบอดี้การ์ดก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเปิดประตูไฟฟ้า ต้อนรับนายน้อยกลับสู่บ้าน
กระนั้นเฉียวเหอกลับไม่ได้ขึ้นรถ เขาเป็ฝ่ายเดินเข้าไปในคฤหาสน์ด้วยตัวเอง
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองมองไปยังแผ่นหลังของเขา ดวงตาสองคู่นั้นแทบถลนออกมานอกเบ้าด้วยความใ
นี่มันอะไรกันเนี่ย?
นายน้อยเดินด้วยตัวเองได้แล้วเหรอ?!
คนรับใช้ของตระกูลเฉียวเองก็ตกตะลึงไม่แตกต่างกันนัก
ไม่ว่าจะแม่บ้าน พ่อครัว คนรับใช้ ลามไปจนถึงคนทำความสะอาด พวกเขาต่างวิ่งออกมาต้อนรับ หลังจากรู้ข่าวว่านายน้อยของพวกตนกลับมาแล้ว
แต่พวกเขากลับเป็อันต้องอ้าปากค้าง มองดูภาพของนายน้อยที่เดินเหินไปมาอย่างอิสระด้วยความไม่อยากเชื่อ
เฉียวเหอไม่สนใจความประหลาดใจของคนรอบกาย
เขาพาโม่เชียนตรงไปยังห้องนอนแขกตรงชั้นหนึ่ง จากนั้นค่อยเปิดประตู แสดงท่าทางเชิญชวนแก่โม่เชียน
“ห้องนี้พอได้ไหม? ”
โม่เชียนมองไปรอบ ๆ ก่อนพยักหน้าออกมาด้วยความพึงพอใจ
“อื้ม”
หลังจากพูดจบเธอก็เปิดกระสอบบนรถเข็นออก แล้วนำป้ายิญญาออกมาวางไว้บนโต๊ะในห้องทีละป้าย ๆ พอเสร็จก็คุกเข่าลงบนเสื่อ ลงมือถวายเครื่องหอมแก่เหล่าบรรพจารย์
“เรียนเหล่าบรรพจารย์ทั้ง 17 รุ่น ศิษย์ของพวกท่านได้ค้นพบดินแดนศักดิ์สิทธิ์ให้พวกท่านแล้ว ตอนนี้ศิษย์จะถวายเครื่องสักการะบูชาเพียงเท่านี้ไปก่อน หากศิษย์มีทรัพย์สร้างวัดเต๋าของเราเมื่อไหร่ ศิษย์จะย้ายพวกท่านไปสถานที่แห่งใหม่เมื่อนั้น”
“ที่นี่ไม่ใช่บ้านของศิษย์ ถ้าพวกท่านอยากจะสู้รบปรบมือกัน ก็ขอให้ทำกันเฉพาะใน่กลางวันเท่านั้น อย่ารบกวนผู้อื่นในตอนกลางคืนเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นหากพวกท่านถูกไล่ออกไป พวกท่านจะต้องไปอยู่ที่บ้านตระกูลกู้ และคงได้กินดื่มเพียงลมตะวันตกเฉียงเหนือเท่านั้น”
โม่เชียนสนทนาสื่อสารกับเหล่าบรรพจารย์อยู่พักหนึ่งจนธูปมอด
หญิงสาวลุกขึ้น เดินไปหาเฉียวเหอ “ไปพบคน ๆ นั้นของคุณกันเถอะ”
“ตอนนี้เลยเหรอ? ” ชายหนุ่มประหลาดใจ ไม่คาดเลยว่าสาวน้อยคนนี้จะใจร้อนมากกว่าเขาเสียอีก
เขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วค่อยยิ้มออกมาน้อย ๆ “คน ๆ นั้นไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก ไว้ถ้าคุณมีเวลา เดี๋ยวผมจะพาคุณไปพบเขาในวันพรุ่งนี้”
“ฉันว่างทุกวันนั่นแหละ”
โม่เชียนตอบอย่างมีความสุข
เธอตบหน้าอก “คุณสามารถเรียกหาฉันได้ตลอดเวลา ต่อให้มีธุระ ฉันก็จะเลือกไปกับคุณเป็อันดับแรกแน่นอน”
เธอพูดอย่างจริงจัง ราวกับกำลังให้คำมั่นสัญญาอยู่
เมื่อได้ยินเช่นนี้เฉียวเหอจึงเลิกคิ้วขึ้น
ไม่คาดคิดเลยว่าสาวน้อยคนนี้จะยึดมั่นในคำพูดของตนเองมากถึงขนาดนี้
เขาพยักหน้า พร้อมตอบกลับเธอไปอย่างเคร่งขรึม
“ตกลง”
...
พอโม่เชียนจัดแจงเื่ของบรรพจารย์เสร็จแล้ว เธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ตระกูลเฉียว
คราวนี้รถเข็นเบาขึ้นมาก มันแทบจะลอยไม่ติดพื้น เพราะจังหวะการก้าวเดินอันรวดเร็วและแรงลากรถที่มหาศาลของหญิงสาว
ปลายทางของโม่เชียนคือคฤหาสน์ตระกูลกู้ พอไปถึงที่แล้วเธอก็จัดการเคาะประตู
พนักงานรักษาความปลอดภัยเดินมายังประตู ปราดมองผู้มาเยือนผ่านรั้วเหล็ก “สาวน้อย เธอกำลังมองหาใครอยู่เหรอ? ”
“ที่นี่คือบ้านของฉัน” โม่เชียนตอบอย่างมั่นใจ
คนเฝ้าประตูชะงักด้วยความงุนงง “???”