นานะเดินจ้ำออกจากสตูดิโอราวกับพายุแต่แล้วโคจิโร่ซึ่งวิ่งตามมาทันก็ลากตัวเธอขึ้นรถแท็กซี่ แล้วพาไปนั่งสงบสติอารมณ์ที่ริมแม่น้ำนานะนั่งนิ่งเงียบอยู่กับที่ ภายในหัวเต็มไปด้วยภาพของชินจูบกับรุมิ
“พวกตระกูลยามาโตะก็เป็แบบนี้ล่ะ”ช่างภาพหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นมาลอยๆ “ประธานยามาโตะน่ะเ้าชู้และเสือผู้หญิงมากมีข่าวลือว่ามีลูกลับๆ ตั้งหลายคน แต่ก็ยังจับไม่ได้ซะที ที่เห็นเป็ตัวเป็ตนก็นายทากามูระเนี่ยล่ะที่เขายอมรับอย่างออกหน้าออกตา แต่ดูเหมือนทากามูระคุงจะไม่ค่อยชอบพ่อตัวเองหรอกเพราะประธานยามาโตะมัวแต่ไปยุ่งกับผู้หญิงอีกคนทำให้มาดูใจแม่ของเขาที่ป่วยหนักจนเสียชีวิตไม่ทัน นั่นล่ะสาเหตุที่ทำให้สองพ่อลูกไม่ค่อยจะลงรอยกันนัก”
นานะที่เหม่อลอยอยู่หันมาฟังอย่างแปลกใจกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งรับรู้ตลอดเวลาชินไม่เคยเล่าเื่ส่วนตัวของเขาให้เธอฟังเลย
“เพราะเหตุนี้ทากามูระคุงถึงไม่ยอมใช้นามสกุลยามาโตะ แต่ใช้นามสกุลของแม่แทนก็คือทากามูระยังไงล่ะ” โคจิโร่หันมามองหน้านานะที่กำลังตั้งใจฟังอย่างสนเท่ห์
“ลูกไม้ก็คงหล่นไม่ไกลต้นหรอกแถมยัยคุณหนูของบริษัท ANGIES ทั้งสวยทั้งรวยแม้จะอายุยังน้อย แต่ก็มีความสามารถในการบริหารงานไม่แพ้ทากามูระเพราะเธอเป็คนคอยช่วยประธานบริษัท ANGIES บริหารงานต่างๆในบริษัท และที่สำคัญสุดก็คือ บริษัทของประธานยามาโตะก็ร่วมงานกับบริษัท ANGIESเสียด้วยเขาคงไม่ยอมให้ลูกชายไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นนอกจากลูกสาวของประธานบริษัท ANGIESหรอก”บ้็้ โคจิโร่ยังคงเล่าข้อมูลที่เขาสืบมาได้ไปเรื่อยๆ
นานะรู้สึกเห็นใจชินมากเมื่อได้ฟังเื่นี้เธอรู้สึกสงสารชิน เพราะแม้เธอจะไม่มีพ่อและไม่ร่ำรวยแต่เธอก็มีแม่ที่คอยรักและเอาใจใส่ในตัวเธอ
“ฉันว่าเธอตัดใจจากเขาซะเถอะเธอไม่มีทางสู้ยัยคุณหนูนั่นได้หรอก เชื่อฉัน…” โคจิโร่พูดไปเรื่อยๆ
“หยุดพล่ามซะทีได้มั้ย!! ฉันไม่สนใจหรอกว่ายัยนั่นจะเป็คุณหนูหรือเป็ใครมาจากไหนแต่การที่มาบังคับชินแบบนี้น่ะฉันยอมไม่ได้หรอกฉันไม่สนใจว่าชินจะจูบกับใครหรือมีอะไรกับใคร ฉันรักชิน!!! ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นฉันก็จะไม่มีวันยอมเสียชินไปเด็ดขาด” นานะบอกเสียงกร้าว
โคจิโร่ฉงนและแปลกใจมากกับความคิดของเธอเขาเดาว่านานะจะยอมแพ้หรือถอยห่างจากชินออกมาซะอีกเมื่อได้ฟังสิ่งที่เขาเล่า
“เธอแน่ใจเหรอ ถ้าเธอยังคิดจะยุ่งกับนายทากามูระนั่นเธออาจจะต้องเจ็บตัวและเสียใจก็ได้นะ” โคจิโร่ถามซ้ำ
“ฉันแน่ใจ!! และฉันก็มั่นใจด้วยว่าชินก็รู้สึกเช่นเดียวกับฉัน” นานะตอบอย่างมั่นใจ
“ทั้งๆ ที่เขามีผู้หญิงสวยอื่นๆมากมายมารายล้อมแบบนั้นน่ะเหรอ แล้วเทียบกับตัวเธอ… ฉันไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่ฉันขอแนะนำให้เธอถอนตัวจากเขาดีกว่าอย่าดื้อรั้นไปเลย”
คำพูดของเขาทำให้เธอหยุดชะงักความจริงเธอคิดมากเกี่ยวกับเื่นี้เสมอว่าตัวเธอไม่มีอะไรเทียบเท่ากับรุมิหรือผู้หญิงคนอื่นๆ ได้ แต่ชินก็ยังมารักเธอ ถึงเธอจะคลางแคลงใจแต่ความรู้สึกที่ชินมีให้เธอไม่ใช่เื่โกหกแน่ เธอมั่นใจ
“ฉันน่ะ… ฉันน่ะ…รู้ตัวดีว่าไม่มีอะไรสู้ผู้หญิงพวกนั้นได้ฮึก แต่ความรู้สึกของฉันไม่แพ้ใครแน่ ฮึก…ฉันรักเขา… ฮือๆ ฉันรักชิน…” นานะร้องไห้ออกมาเบาๆอย่างรู้สึกอัดอั้น แม้เธอจะบอกโคจิโร่เช่นนั้น แต่ลึกๆแล้วเธอก็หวาดหวั่นเหมือนกันว่าชินจะไม่ได้เป็อย่างที่เธอคิด
ช่างภาพหนุ่มใและรู้สึกผิดที่ไปตอกย้ำจนสาวตัวเล็กร้องไห้ออกมาเขาไม่รู้จะปลอบโยนนานะยังไง เลยได้แต่นั่งเงียบๆ เป็เพื่อน ปล่อยให้เธอร้องไห้จนสบายใจ
“เอ้า!! ผ้าเช็ดหน้า เช็ดน้ำตาซะ ร้องไห้เป็เด็กๆ ไปได้”
“พรืด!!!” นานะรับผ้าเช็ดหน้ามาและสั่งน้ำมูกลงในผ้าผืนนั้นอย่างแรง
“เฮ้ย!! เธอ!! ฉันให้เธอเอาไปเช็ดน้ำตานะไม่ใช่เอาไปสั่งขี้มูก!!!”
“อะ เอาคืนไป”
“เอ่อ ช่างเถอะ เอาไปเถอะ”โคจิโร่จ้องมองผ้าเช็ดหน้าด้วยสีหน้าแหยงๆ และรีบโบกมือปฏิเสธ
นานะจึงเอากลับไปสั่งน้ำมูกอีก
“แล้วทีนี้ เธอจะทำยังไงต่อไปล่ะ”
“ไม่รู้เหมือนกันขอคิดดูก่อน” นานะส่ายหน้าอย่างไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง
หลังจากนั้นโคจิโร่ก็พานานะมาส่งถึงบ้านก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานของเขาต่อ คืนนั้นชินโทรมาหาเธอ แต่เธอไม่ยอมรับสาย เอาแต่นั่งครุ่นคิดถึงสิ่งที่โคจิโร่พูดและเหตุผลที่ชินไปจูบรุมิแต่ยิ่งคิดนานะก็ยิ่งสับสน แล้วเธอก็คิดได้ว่าจะหลบชินไปทำไมเผชิญหน้าถามมันให้รู้เื่ไปเลยดีกว่าอีกอย่าง…เธออยากจะคุยกับเขาเื่ประวัติความเป็มาของเขาที่โคจิโร่บอกเธอด้วย
วันรุ่งขึ้น นานะได้รับโทรศัพท์จากสถานีโทรทัศน์TVC ซึ่งจะทาบทามเธอให้เข้าร่วมแสดงละครซีรี่ส์สั้นๆ แนววัยรุ่น
“เอ่อ…ฉันคงเล่นไม่ได้หรอกค่ะเพราะไม่มีความสามารถเพียงพอ” นานะตอบปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล
“แต่ว่าบทที่น้องได้รับเป็บทหญิงสาวที่สดใสร่าเริงและอิมเมจของน้องก็ตรงกับบทนี้มากนะคะ” เสียงปลายสายพยายามขอร้องให้เธอรับแสดง
“แต่ว่า…”
“ที่สำคัญ คนที่แสดงคู่กับน้องคือทากามูระชินนะคะ น้องสองคนกำลังคบกันอยู่พวกเราเลยคิดว่าบทที่ต้องเล่นใกล้ชิดกันคงไม่มีปัญหาสำหรับพวกน้องแน่นอนค่ะ”
“ชินเล่นคู่กับฉันเหรอคะ” นานะถามย้ำด้วยความแปลกใจ
“ใช่แล้วค่ะ ทากามูระคุงตอบตกลงแสดงร่วมด้วยแล้ว ดังนั้นขอรบกวนมาคิมูระจังด้วยนะคะ”
“…” นานะนิ่งเงียบไป
“ว่ายังไงคะ มาคิมูระจัง” เ้าหน้าที่สถานีถามย้ำอีกครั้ง
“ตกลงค่ะ ฉันจะเล่น”
“ขอบคุณมากค่ะ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้…” นานะรับฟังการนัดหมายด้วยความหวั่นใจ
พอวางสายเธอก็เดินออกไปหาแม่ที่หน้าร้านเพื่อบอกเื่มีคนมาติดต่อให้ไปเล่นละคร
“ไม่ได้นะ นานะ!”
นั่นคือคำตอบที่เธอไม่คาดคิดจะได้ยิน
“ทำไมล่ะคะแม่ที่ถ่ายโฆษณาแม่ยังให้หนูถ่ายเลย แล้วทำไมหนูถึงจะเล่นละครไม่ได้”นานะงงงันกับความคิดของแม่
“ก็…เพราะว่าแม่ไม่อยากให้ลูกอยู่วงการนี้เต็มตัวลูกควรจะเอาเวลาไปสนใจการเรียนมากกว่าจะมาสนใจเื่แบบนี้ที่แม่ยอมให้ถ่ายโฆษณานั่น เพราะเห็นว่ามันแค่สั้นๆ เท่านั้น”
“แต่หนูตอบตกลงเค้าไปแล้วนะคะ”
“ตอบตกลงก็ยกเลิกได้”
“แต่ว่า..”
“ไม่ต้องแต่แล้วนานะแม่ขอยืนคำขาดว่าห้ามเป็ดารา! เื่นี้แม่ขอเถอะนะ”
นานะสังเกตเห็นว่าแม่น้ำตาคลอเธอไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงเครียดกับการที่เธอจะแสดงละครสั้นๆ มากขนาดนี้ถึงแม่จะอ้างเื่เรียน แต่ตอนนี้ก็ปิดเทอมพอดี เธอไม่เข้าใจแม่เลยนานะรู้ว่าหากแม่ยื่นคำขาดอย่างนี้ แสดงว่าเธอพูดอะไรไปก็เปล่าประโยชน์แต่เธอก็อยากเจอชิน อยากแสดงละครร่วมกับเขา
วันรุ่งขึ้นนานะแอบหนีแม่ไปสถานีโทรทัศน์TVC เธอนอนคิดเื่นี้ทั้งคืนและก็ตัดสินใจขัดขืนคำสั่งแม่ในที่สุดช่วยไม่ได้ ก็เธออยากเจอชินมากนี่นา เธออยากปรับความเข้าใจกับเขาถามเขาเื่รุมิให้รู้เื่
ขณะกำลังเดินขึ้นบันไดของตึกสถานีโทรทัศน์นานะก็ได้ยินเสียงของคนสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่้า
“ปล่อยแขนผมได้แล้ว!”
“แหม…เราเป็คู่หมั้นกันนะคะคุณไปไหน ฉันก็ต้องไปด้วยเป็ธรรมดาอยู่แล้ว”
“ผมไม่มีวันแต่งงานกับคุณเด็ดขาด!! นานะ…” ชินซึ่งกำลังพยายามแกะมือรุมิออกจากตัวเหลือบไปเห็นนานะที่เดินขึ้นบันไดมาพอดี
“อุ๊ย!” รุมิแสร้งทำตาโต
“นานะ” ชินเรียกชื่อเธอออกมาเบาๆ พร้อมกับจะเดินเข้าไปหานานะซึ่งใบหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แต่รุมิยื้อแขนของเขาเอาไว้ก่อน
“เธอ! มายืนทำอะไรตรงนี้ล่ะ” โคจิโร่ที่ตามมาทำข่าวของพวกเขาเดินขึ้นบันไดตามหลังนานะมาพอดีแล้วเขาชะงักเมื่อเห็นว่าคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านานะเป็ใคร
“นายมาช้าจริงๆ เลยนะบอกแล้วว่าอย่ามาสาย” นานะเห็นโคจิโร่จึงหันไปยิ้มหวานให้เขา ก่อนจะคล้องแขนเขาด้วยท่าทีสนิทสนมชินจ้องมองเธอด้วยความไม่พอใจ
“หา?”
“เราไปกันเถอะ”นานะตัดบทก่อนที่ช่างภาพหนุ่มจะพูดอะไรออกมาพร้อมกับลากเขาให้เดินตามเธอเข้าไปด้านในสถานี
ชินมองตามพวกเขาไปพลางขบกรามแน่น