2. 10 เสียงกรีดร้อง
“ขาเหล็กอร่อยมั้ยอีเวร” กันสึเกะสบถอย่างหยาบคาย ก่อนจะรัวะุสามนัดใส่หัวซอมบี้ผู้หญิงปากเบี้ยวในชุดบิกินี่สีแดงสด ที่เส้นผมของเธอขาดแหว่งเหมือนคนเป็โรคเรื้อน
“ส๊วบๆๆ” ะุหนึ่งนัดทะลุปากของมันออกมากระแทกขาของกันสึเกะ แต่เขาเองก็แทบจะไม่รู้สึกอะไรเลย รับรู้ได้แต่เพียงแรงสั่นะเืเท่านั้น
เสียงกรี๊ดของสาวสวยวัยรุ่นระดับดาราทำให้เขาหันไปมองทางซ้ายก่อนจะเอี้ยวตัวเล็งปืนไปในท่านอนตะแคงโดยมีศพซอมบี้สาวกอดอยู่ที่ขาเหมือนกิ๊กร่างโชกเืที่ไม่ยอมให้เขาทิ้งเธอไป
“หมอบลง” เสียงะโของเขาทำให้มีนดาย่อตัวลงโดยทันที
เธอได้ยินเสียงเล็กแหลมของกลุ่มะุเคลื่อนที่ผ่านหัวไปอย่างรวดเร็ว แรงอัดอากาศจากการเคลื่อนที่ของมันทำให้ผมเธอปลิว และทำให้มีนดาได้กลิ่นไหม้
“กรี๊ด..” เศษสมองและเืจากศพของชายสองคนที่วิ่งตามเธอมาติดๆ กระจายใส่กลางหัวทำให้มีนดากรีดร้อง
กันสึเกะถีบขาสะบัดร่างซอมบี้ที่เกาะขาของเขาออก ก่อนจะคลานเข้าไปลากสาวน้อยร่างโชกเืผู้ตื่นกลัวที่กำลังนั่งตัวสั่นเข้ามาหลบบังหลังโขดหิน
“ปังๆๆๆๆ” เสียงปืนพร้อมห่าะุพุ่งเข้ากระทบแนวหินปะการังแตกกระจายไปทั่วทุกทิศทางเหมือนห่าฝนที่ทั่งลงมาเป็เข็ม
มีนดานั่งขดตัวยกมือขึ้นมาปิดหูพลางส่งเสียงกรีดร้องแข่งกับเสียงปืน ซึ่้งถ้ากันสึเกะตั้งใจฟังเสียงกรี๊ดของเธอดีๆ เขาอาจจะแปลกใจว่า เสียงนั้นไพเราะน่าฟังได้ขนาดนี้เลยหรือ
ชายติดอาวุธห้าคนในชุดทหารครึ่งท่อนวิ่งเข้ามาพร้อมกับสาดะุใส่โขดหินไม่ยั้ง พวกมันไม่ใช่ตัวประกอบโง่ๆ ในหนังที่วิ่งมาให้พระเอกยิงเล่น แต่หากเคลื่อนเข้ามาตามยุทธวิธีที่ได้รับการฝึกมาอย่างถูกต้อง สองคนยิงข่มใส่โขดหินทำให้กันสึเกะไม่สามารถลุกขึ้นมาเล็งได้ ส่วนอีกสามก็วิ่งเข้าหาศัตรูเพื่อจัดการ
“ระวังทางซ้าย” เสียงจากหูฟังทำให้กันสึเกะหันปืนไปทางซ้ายอย่างอัตโนมัติ ..12..1..1.. สองนัดแรกเข้าตรงหน้าอกของชายที่วิ่งเลยแนวหินโสโครกมาก่อน อีกสองคนที่เหลือเข้าหัวคนละหนึ่งนัด เสียงปืนและการกราดยิงเงียบลงทำให้กันสึเกะได้ยินเสียงะเิลูกเกลี้ยงที่ตกลงมากระแทกพื้นทราย มันตกลงมาข้างขาขวาของเขาพอดี “ตุบ”
กันสึเกะหยุดหายใจไปครู่หนึ่งขณะยื่นมือไปคว้าะเิลูกนั้นขึ้นมาและโยนกลับไป “ตูม..” มันะเิทันทีหลังกระแทกพื้นทรายเป็ครั้งที่สอง แรงะเิและลูกเหล็กส่งเม็ดทรายฟุ้งกระจายขึ้นสูงและร่วงลงมาราวเม็ดฝน มันทำให้ทหารสองคนนั้นหมอบลงไปกับพื้น และในจังหวะนั้นเองที่กันสึเกะโผล่หัวขึ้นมาจากแนวโขดหินและสาดะุใส่ไอ้เวรสองคนนั้นที่กำลังจะลุกขึ้นมา ..123 …12 ทุกนัดเข้าจุดตายราวจับวางกลางหน้าอกและหัว กันสึเกะเห็นร่างของพวกมันกระตุก เขาเอะใจที่ไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาว ก่อนจะหันกลับมาและเห็นว่าเธอหายไป
…บ้าฉิบ...
“ลีโม เธอหายไปไหนแล้ว” กันสึเกะแทบจะะโเข้าไปในวิทยุ ทำให้ลีโมที่อยู่ปลายสายรู้สึกแสบแก้วหู
“เธอวิ่งไปหลบในกระท่อมหลังนายนะ แต่เื่นั้นเอาไว้ก่อน พวกมันห้าคนกำลังจะมาเตะตูดนาย สิบห้านาฬิกาตรงกระท่อมอีกหลังข้างๆ ที่เธอวิ่งเข้าไปหลบ ระยะเจ็ดสิบเมตร”
กันสึเกะวิ่งไปหมอบลงหลังโคนต้นมะพร้าวที่อยู่ข้างซ้ายโดยมีซากเรือและร่างของซอมบี้ช่วยบังเขาจากทางด้านขวา
“เธอใช่สาวน้อยมหัศจรรย์ของคุณรึเปล่า” ปลายสายของวิทยุเงียบไปครู่หนึ่ง กันสึเกะหายใจหอบ เขาเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าสีครามและรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีโดรนของลีโมช่วยระวังหลังให้
“ใช่ แต่เื่นั้นไม่สำคัญ พวกมันกำลังมา” ลีโมพูดด้วยน้ำเสียงสงบ
ท่ามกลางเสียงลมทะเลและเกลียวคลื่นกระทบฝั่ง กันสึเกะเล็งปืนจับเป้าวงกลมสีแดงไปที่หน้ากระท่อมที่เปิดประตูทิ้งไว้ซึ่งห่างออกไปราวหกสิบเมตร
“เข้ามาเลยไอ้พวกเวร” เขาขยับปากพึมพำ พลางถ่มน้ำลายที่เต็มไปด้วยเม็ดทรายออกมา โดยพยายามไม่คิดถึงกลิ่นฉี่ของไอ้นิกโกรเวรนั่นบนพื้นทรายเปียกชุ่มตรงหน้า
“มันมาแล้ว” ลีโมผู้เห็นทุกอย่างพูดผ่านวิทยุ อันที่จริงเขาไม่ต้องพูดก็ได้เพราะจากจอภาพ กันสึเกะอยู่ในตำแหน่งซุ่มยิงที่ถูกต้อง เขาคงเห็นพวกมันก่อนที่พวกมันจะเห็นเขา …หมอนี่หัวไว และแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าได้ดี... เขาคิดและนึกชมกันสึเกะอย่างจริงใจ ตอนที่เห็นเขาลั่นไกส่งทหารของพวกอามูนร่วงลงไปเฝ้ารากมะม่วงทีละคน สองคนอย่างรวดเร็ว
____