บทที่ 17 ดวงตาที่มองเห็นความจริง
"ไม่เป็ไรหรอกครับ อย่างไรเสียพวกคุณทุกคนก็เป็พยานให้ผมได้ไม่ใช่เหรอ"
หลิวอวี่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ราวกับว่าเื่ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้สลักสำคัญอะไรในสายตาเขาเลย
ทว่าหลี่รั่วหลานกลับยังคงรู้สึกกังวลใจอยู่ เพราะหลิวอวี่เพิ่งจะบอกเธอว่าเขาแค่พอรู้เื่การแพทย์เพียงผิวเผินเท่านั้น ไม่ใช่หมอที่มีใบประกอบวิชาชีพจริง ๆ หากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาจะทำอย่างไรดี
แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว ชายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นก็ไอโขลกออกมาอย่างกะทันหัน ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นว่าสีหน้าของเขากลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว ใบหน้าดูมีเืฝาดและเปล่งปลั่งขึ้นมาทันตาเห็น แม้แต่จังหวะการหายใจก็ดูมั่นคงแข็งแรงขึ้นมาก
'หายแล้วเหรอ?'
"ผะ... ผมเป็อะไรไปเมื่อกี้" ชายคนนั้นพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพลางถามด้วยความมึนงง
"คุณเกิดหัวใจวายกะทันหันน่ะสิคะ โชคดีที่คุณชายคนนี้ช่วยชีวิตคุณไว้ได้ทัน ยังไม่รีบขอบคุณผู้มีพระคุณของคุณอีกเหรอ?"
"จึ๊... เป็ฉันละก็ ต่อให้เขามาขอร้องให้ช่วยฉันยังต้องคิดดูก่อนเลย กล้าดียังไงมาเอาเปรียบคนช่วยชีวิตแบบนี้"
ผู้คนรอบข้างเริ่มพากันออกมาช่วยพูดตำหนิชายคนนั้นเพื่อปกป้องหลิวอวี่
"แหะ ๆ... คุณชาย ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยชีวิตผมไว้" ชายคนนั้นเอ่ยขอบคุณด้วยท่าทีอึดอัดใจ ภายใต้แรงกดดันจากสายตาคนรอบข้าง เขาจึงจำใจต้องก้มหัวให้หลิวอวี่ ซึ่งหลิวอวี่ก็เพียงแค่โบกมือให้และยิ้มตอบอย่างไม่ถือสา
"เื่เล็กน้อยครับ แค่คราวหลังคุณอย่ามาคิดเอาเปรียบผมอีกก็พอ"
"คุณชาย... ผมไม่ได้ตั้งใจจะเอาเปรียบคุณจริง ๆ นะครับ ผมเองก็โดนคนอื่นหลอกมาเหมือนกัน แท่นหมึกนี่ผมก็เพิ่งควักเงินซื้อมา ไม่นึกเลยว่ามันจะเป็ของปลอม" ชายคนนั้นโอดครวญด้วยสีหน้าที่ดูรันทดจนแทบจะร้องไห้
หลิวอวี่รับแท่นหมึกมาจากมือของหลี่รั่วหลาน ในขณะที่กำลังจะส่งคืนให้เ้าของ เขาก็ต้องใสุดขีดเมื่อพบว่าตัวเองดูเหมือนจะได้รับความสามารถใหม่บางอย่างมา
[ระบบ : ปลดล็อกความสามารถพิเศษ 'ดวงตาที่มองเห็นความจริง']
ในตอนนี้ เขาราวกับกลายเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณวัตถุที่มีประสบการณ์สั่งสมมานานหลายสิบปี เขาสามารถมองทะลุปรุโปร่งได้ในทันทีว่าสิ่งของตรงหน้านั้นเป็ของจริงหรือของเก๊
''หรือจะเป็เพราะหยดน้ำหลิงสุ่ยที่กระเด็นเข้าตาฉันเมื่อกี้?' เขาคิดในใจพลางสำรวจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 'ไม่รู้ว่าความสามารถนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ'
แท่นหมึกชิ้นนี้เป็ของปลอมอย่างที่หลี่รั่วหลานบอกจริง ๆ ด้วย แต่มันกลับมีแสงสีทองจาง ๆ เปล่งประกายออกมาจากข้างใน เขาเหลือบมองคนรอบข้างด้วยความฉงน และยืนยันได้แน่นอนว่ามีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็นแสงนี้
'เป็ไปได้ไหมว่าข้างในของชิ้นนี้ จะมีสมบัติล้ำค่าบางอย่างซ่อนอยู่จริง ๆ?'
อย่างไรเสีย ตอนนี้เขาก็ไม่ได้ขัดสนเื่เงินทองอะไรแล้ว หากมันเป็สมบัติจริง ๆ ก็ถือว่าเขาได้ของดีมาฟรี ๆ ก็แล้วกัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิวอวี่จึงหันไปมองชายคนนั้นแล้วส่งยิ้มให้ "ในเมื่อเื่มันเป็แบบนี้ เอาเป็ว่าคุณขายแท่นหมึกนี่ให้ผมเลยดีไหมล่ะ? ผมเองก็เริ่มจะชอบมันขึ้นมาหน่อย ๆ แล้วเหมือนกัน คุณจะได้มีเงินไปทำทุนต่อด้วย เป็ไงครับ?"
หลิวอวี่ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วหยิบเงินหนึ่งพันหยวนออกมาโบกไปมาต่อหน้าชายคนนั้น
"ผมให้ราคาหนึ่งพันหยวนครับ"
"อะไรนะ! หนึ่งพันหยวนเนี่ยนะ?" สีหน้าของชายคนนั้นดูแย่ลงทันที เขาพูดตะกุกตะกักด้วยความไม่พอใจ "คุณชายครับ... แท่นหมึกนี้ผมซื้อมาตั้งสามล้านหยวนนะ คุณจะมาเสนอราคาแค่หนึ่งพันหยวน มัน... มันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่หรอกมั้งครับ"
"ซื้อมาสามล้านหยวนจริงเหรอครับ?"
หลิวอวี่หัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะอาศัยความไวคว้าเอาใบเสร็จตัวจริงที่ซ่อนอยู่หลังใบรับรองปลอมออกมา ราคาที่ระบุไว้ในนั้นคือ 'สองร้อยห้าสิบหยวน' เท่านั้น ทันทีที่ความจริงปรากฏ ทุกคนรอบข้างก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
"ฮ่า ๆ! ที่แท้ก็แค่สองร้อยห้าสิบหยวนเองเหรอเนี่ย? เอาของราคาถูกแบบนี้มาหลอกขายคนอื่นเป็ล้าน คุณนี่มันไม่มีศีลธรรมจริง ๆ เลยนะ"
"นั่นสิ หน้าไม่อายจริง ๆ คนอื่นเขาเพิ่งจะช่วยชีวิตเอาไว้แท้ ๆ แต่กลับจ้องจะหาเงินสกปรกจากเขาอีก"
"คุณหมอหนุ่มเขาก็ใจดีจะให้ตั้งหนึ่งพันหยวนแล้ว แต่คุณยังจะมาโลภมาก้ามากกว่านี้อีกเหรอ?"
ชายคนนั้นถูกฝูงชนตำหนิจนแทบจะไม่มีที่ยืน เขาพยายามหาทางมุดหนีด้วยความอับอาย จึงรีบโบกมือพลางกล่าวว่า "ได้ ๆ ๆ! ถือว่าฉันซวยเองก็แล้วกัน แท่นหมึกนี่ฉันให้นายไปฟรี ๆ เลยก็ได้ พอใจหรือยัง!"
"ขอบคุณมากเลยครับ"
หลิวอวี่รับแท่นหมึกมา และด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด เขาก็กระแทกมันลงบนพื้นจนแตกเป็เสี่ยง ๆ แยกออกเป็สองส่วนในทันที
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันสูดหายใจเข้าลึกด้วยความคาดไม่ถึง
ในใจของทุกคนต่างคิดว่าเ้าหนุ่มคนนี้คงอยากจะทำลายของเก๊ทิ้งเพื่อเตือนสติชายคนนั้นไม่ให้ไปหลอกใครอีกสินะ?
ทว่าเพียงครู่เดียวเท่านั้น ทุกคนก็ต้องตกตะลึงจนตาค้าง เมื่อเห็นหลิวอวี่ก้มลงไปหยิบแท่งทองคำขนาดเล็กที่ส่องประกายวาววับออกมาจากซากแท่นหมึกที่แตกละเอียดนั้น!
"โอ้โห! มีสมบัติซ่อนอยู่จริง ๆ ด้วยแฮะ รวยเละเลยงานนี้ ฉันว่าแล้วเชียวว่าทำไมของปลอมชิ้นนี้ถึงได้หนักผิดปกติ"
หลิวอวี่ถือแท่งทองคำขนาดเล็กไว้ในฝ่ามือพลางขยับมือทดสอบน้ำหนักด้วยความพึงพอใจ เพราะ่นี้ราคาทองคำกำลังพุ่งสูง แท่งทองคำขนาดนี้อย่างน้อยก็น่าจะขายได้หลายหมื่นหยวนแน่นอน
'ถึงแม้เงินไม่กี่หมื่นหยวนจะไม่ได้มากมายอะไรสำหรับฉันในตอนนี้ แต่ใครล่ะจะไม่อยากมีเงินเพิ่มติดกระเป๋าเอาไว้บ้าง' เขายิ้มกริ่มในใจ
ชายเ้าของแท่นหมึกเห็นภาพนั้นก็แทบจะกระอักเืด้วยความโกรธแค้น เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าในของที่เขาถือร่อนไปร่อนมาจะซ่อนความลับและสมบัติล้ำค่าเอาไว้ข้างใน
แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันสายเกินไปเสียแล้ว ในเมื่อเขาประกาศยกแท่นหมึกให้หลิวอวี่ไปแล้ว และแท่งทองคำนั้นหลิวอวี่ก็เป็คนค้นพบเอง
'ถ้ารู้อย่างนี้ ฉันน่าจะเรียกเงินสักหน่อย!' ตอนนี้เขากลายเป็คนโง่ที่เสียทั้งของ เสียทั้งเงินทุนสองร้อยห้าสิบหยวนไปฟรี ๆ อย่างน่าเวทนา
หลิวอวี่เก็บแท่งทองคำใส่กระเป๋าแล้วเดินนำหน้าหลี่รั่วหลานไปได้ไม่ไกล ทันใดนั้นเธอก็คว้ามือของเขาไว้ด้วยความตื่นเต้นพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"หลิวอวี่คะ... คุณมีความสามารถด้านการแพทย์จริง ๆ ใช่ไหม? ได้โปรดเถอะค่ะ ช่วยรักษาคุณปู่ของฉันด้วย!"
หลี่รั่วหลานประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าความสามารถในการช่วยชีวิตคนของหลิวอวี่เมื่อครู่นั้นไม่ใช่เื่ล้อเล่น เธอจึงมั่นใจว่าที่เขาบอกว่ารู้เพียงผิวเผินนั้นเป็เพียงการถ่อมตัวตามมารยาทเท่านั้น
บางทีเขาอาจจะเป็ความหวังเดียวที่จะรักษาอาการป่วยของคุณปู่ได้จริง ๆ
เวลาของคุณปู่เหลืออยู่น้อยเต็มที ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลองเสี่ยงดูทุกวิถีทาง ไม่ว่าโอกาสจะริบหรี่เพียงใดเธอก็จะไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด
"ได้ครับ ในวันงานวันเกิดของคุณปู่ ผมจะช่วยดูอาการให้ท่านเอง" หลิวอวี่รับปากอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่นาน ทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านขายของเก่าชื่อดังแห่งหนึ่ง ปกติคุณปู่ของเธอชื่นชอบการเขียนพู่กันเป็ชีวิตจิตใจ และที่บ้านก็มีการสะสมงานศิลปะรวมถึงภาพวาดโบราณไว้มากมาย เธอจึงตั้งใจจะมาเลือกหาภาพวาดล้ำค่าสักชิ้นไปมอบให้ท่านเป็ของขวัญวันเกิด
หลิวอวี่เดินตามหลี่รั่วหลานเข้าไปข้างในร้าน เขาประหลาดใจเป็อย่างยิ่งที่พบว่าตัวเองยังคงสามารถมองทะลุปรุโปร่งได้ว่าสิ่งของชิ้นไหนคือของจริงและชิ้นไหนคือของปลอม
หลี่รั่วหลานเดินสำรวจดูรอบ ๆ ร้านอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นแล้วหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากร้านไป
"เอ๊ะ? จะไปไหนเหรอครับ?" หลิวอวี่ถามด้วยความสงสัย
"ของในร้านนี้ล้วนแล้วแต่เป็ของเก๊ทั้งนั้นค่ะ"
เสียงของหลี่รั่วหลานอาจจะไม่ได้ดังมาก แต่มันกลับฟังกังวานชัดเจนจนได้ยินกันไปทั่วทั้งร้าน เ้าของร้านที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับหน้าตึงด้วยความไม่พอใจ เขาเดินเข้ามาขมวดคิ้วจ้องหน้าหลี่รั่วหลานพลางถามเสียงแข็ง
"คุณหนูครับ... คำพูดของคุณมันหมายความว่ายังไง? ของในร้านของผมทุกชิ้นล้วนเป็ของคุณภาพดี มีใบรับประกันและตรวจสอบมาแล้วว่าเป็ของแท้แน่นอน คุณเอาสิทธิ์อะไรมาตัดสินว่าของร้านผมเป็ของปลอมกันครับ?"
"ง่ายมากค่ะ ก็เพราะภาพ 'ทิวทัศน์ูเาและน้ำใต้แสงจันทร์' ของหลี่เฉิงอี้ที่แขวนเด่นอยู่บนผนังร้านของคุณน่ะ ของแท้มันแขวนอยู่ที่บ้านของฉันมาตั้งนานแล้วยังไงล่ะคะ ส่วนที่นี่... ก็แค่ของเลียนแบบเท่านั้นเอง" หลี่รั่วหลานตอบกลับอย่างมั่นใจ
"คุณพูดจาแบบนี้ต้องรับผิดชอบคำพูดด้วยนะ! ของที่นี่คือของจริงแน่นอน... นี่คุณชาย ช่วยช่วยตัดสินให้หน่อยสิครับว่าใครกันแน่ที่เป็ฝ่ายถูก ใครเขาจะมาเที่ยวพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้าทำลายชื่อเสียงร้านคนอื่นแบบนี้กัน!"