ลิขิตจักรพรรดิ นักการเมืองผู้สร้างตำนาน

    ตอนที่ 32 เบียทริซ เวสตัน

         ท่ามกลางความเขียวขจีของป่าลึก เบียทริซ เวสตัน เอนกายพักผ่อนด้วยท่วงท่าสง่างาม เส้นผมยาวสลวยสีน้ำเงินเข้มขยับไหวเล็กน้อยตามจังหวะลม ใบหน้าของเธอเรียบเฉยติดจะเย็นชา ทว่ากลับดูสูงส่งจนยากจะละสายตา โดยมีบรรดาสาวใช้คอยปรนนิบัติอยู่รอบกายไม่ห่าง

    เธอคือธิดาลำดับที่สองของ ราชาเวลตัน ผู้ครองแผ่นดินที่ขึ้นชื่อเรื่องความซื่อสัตย์ในรักเหนือผู้ใด ในขณะที่เหล่าชนชั้นสูงหรือผู้กุมอำนาจมักแวดล้อมด้วยสนมกำนัลมากมาย แต่ราชาเวลตันกลับมอบหัวใจให้แก่ราชินีเพียงผู้เดียว เบียทริซและพี่น้องรวมสามคนจึงเติบโตมาในฐานะพยานรักอันมั่นคงของราชาผู้ยึดมั่นในรักเดียว

    เบียทริซทอดถอนใจเมื่อหวนนึกถึง ทริสตัน วินด์สเกล ชายหนุ่มผู้มีสัญญาหมั้นหมายกับเธอมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูล ด้วยช่องว่างของอายุที่เธอแก่กว่าเขาถึงสามปี ทำให้ในช่วงเวลาที่ทริสตันก้าวเข้าสู่รั้ววิทยาลัยรอยัลซันสโตน เธอก็สำเร็จการศึกษาและก้าวออกมาสู่โลกภายนอกเสียแล้ว โอกาสที่จะได้พานพบกันจึงหลุดลอยไป

    ความทรงจำครั้งสุดท้ายที่เธอมีต่อเขานั้นเลือนรางยิ่งนัก ในตอนนั้นเธอเพิ่งจะอายุได้เพียงเจ็ดขวบ ส่วนเขาเป็นเพียงเด็กน้อยวัยสี่ขวบที่ไม่รู้ความด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าตอนนี้…อีกฝ่ายจะยังจำหน้าเธอได้อยู่ไหม 

    จุดประสงค์เดียวที่นำพาเธอมายังที่แห่งนี้ คือการยุติสัญญาหมั้นหมายที่กลายเป็นชนักติดหลัง ชื่อเสียงฉาวโฉ่และพฤติกรรมเสเพลของทริสตันที่แว่วเข้าหูไม่เว้นแต่ละวัน เปรียบเสมือนหยดหมึกที่ค่อย ๆ ซึมลงบนผ้าขาว ยิ่งได้รับรู้เธอก็ยิ่งหนักใจจนเกินจะแบกรับ เมื่อความอดทนมาถึงขีดสุด เบียทริซจึงตัดสินใจละทิ้งทิฐิและแบกหน้าไปอ้อนวอนต่อบิดา เพื่อขออิสระจากการแต่งงานที่ไร้อนาคตนี้

    แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะถอนคำพูดที่ให้ไว้ระหว่างตระกูล แต่ด้วยความรักที่มีต่อบุตรสาว ราชาเวลตันจึงยอมใจอ่อนเป็นธุระเจรจากับราชาแห่งวินด์สเกลจนได้ข้อสรุป บัดนี้เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายที่บีบคั้นความรู้สึกที่สุด คือการเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้นด้วยตัวเอง เพื่อให้เขาลงนามยินยอมในหนังสือถอนหมั้นให้เป็นลายลักษณ์อักษร... เพียงเท่านี้ เรื่องราวพันธนาการอันแสนพะอืดพะอมก็จะจบสิ้นลงเสียที

    ด้วยเหตุนี้ เธอจึงยอมตรากตรำดั้นด้นเดินทางไกลมาด้วยตนเอง เพื่อเปิดอกเจรจากับเขาด้วยความสัตย์จริง เบียทริซได้แต่คาดหวังลึกๆ ว่าอีกฝ่ายจะยังมีสติปัญญาหลงเหลืออยู่มากพอที่จะยอมรับการถอนหมั้นแต่โดยดี เพื่อรักษาสันติและเกียรติยศที่ยังเหลืออยู่ของทั้งสองฝ่าย ทว่าหากเขายังดื้อแพ่งและไร้ซึ่งสามัญสำนึก...

    ทว่าดินแดนที่ชายผู้นั้นได้รับมอบไปปกครอง กลับเป็นเมืองที่ซบเซาและแร้นแค้นเกินกว่าจะจินตนาการ เธอเคยได้ยินมาว่าที่แห่งนั้นเคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดในยุคเหมืองแร่เงิน แต่เมื่อทรัพยากรใต้ดินถูกขุดเจาะจนหมด ผู้คนก็เริ่มอพยพละทิ้งบ้านเรือนเพื่อไปแสวงหาโชคลาภยังเมืองอื่น จนเหลือเพียงกลุ่มคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ยังคงปักหลักอยู่อย่างไร้จุดหมาย ยิ่งเมืองที่ร่วงโรยเช่นนี้ต้องตกอยู่ในมือของคนที่ไม่เอาถ่านอย่างทริสตัน... สภาพของมันคงมิแคล้วต้องดิ่งลงสู่ความหายนะยิ่งกว่าเดิมกระมัง?

    ทว่า หากมองอีกแง่หนึ่ง... ถ้าเขายังดื้อดึงไม่ยอมลงนามในหนังสือถอนหมั้นแต่โดยดี บางทีเหล่าทหารฝีมือดีที่เธออุตส่าห์คัดเลือกและพามาด้วยในครั้งนี้ อาจจะช่วย "หว่านล้อม" แกมข่มขู่ จนเขาจำต้องตวัดปากกาเซ็นมันให้เสร็จสรรพก็เป็นได้ เมื่อคิดได้ดังนั้น รอยยิ้มเย็นเยือกพลันผุดขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับเสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคออย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า ก่อนที่เธอจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน เตรียมพร้อมกับการเดินทางที่จะเริ่มขึ้นอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

    ทันทีที่ถึงเวลารุ่งเช้า เบียทริซไม่รอช้าที่จะสั่งให้ขบวนเดินทางมุ่งหน้าต่อด้วยความเร่งรีบ จากคำบอกเล่าของคนนำทางที่ว่า ซิลเวอร์เรส อยู่เพียงเอื้อมมือนั้นกระตุ้นความปรารถนาลึก ๆ ในใจให้แรงกล้าขึ้น เธออยากจะยุติพันธะที่น่ารำคาญใจนี้ให้จบสิ้นลงเสียที เพื่อจะได้หันหลังกลับจากดินแดนรกร้างแห่งนี้โดยเร็วที่สุด

    ทว่า... เมื่อขบวนเคลื่อนมาถึงจุดที่ควรจะเป็นเขตประตูเมือง เบียทริซกลับต้องชะงักงันด้วยความตกตะลึง ภาพตรงหน้าหาใช่เมืองร้างที่เงียบเหงาราวป่าช้าอย่างที่เธอเคยคิดเอาไว้ แต่กลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมหาศาลที่กำลังช่วยกันลำเลียงหินก้อนมหึมาเพื่อก่อสร้างกำแพงเมืองอย่างขะมักเขม้น มิหนำซ้ำยังมีขบวนคาราวานพ่อค้าอีกหลายสายที่บรรทุกสินค้ามาเต็มพิกัด มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองอย่างไม่ขาดสาย

    “นี่มัน... เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่?” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความสับสน สายตาคมกริบจ้องมองความวุ่นวายอันรุ่งโรจน์นั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

    ครั้นขบวนเดินทางเคลื่อนมาหยุดลงที่หน้าด่านทางเข้า เจ้าหน้าที่ประจำเมืองก็ก้าวออกมาแจ้งความประสงค์ขอตรวจสอบและบันทึกประวัติผู้ที่จะผ่านเข้าเมืองทุกคนอย่างเคร่งครัด ทหารในสังกัดของเบียทริซซึ่งคุ้นชินกับการได้รับสิทธิพิเศษเริ่มแสดงท่าทีฮึดฮัดไม่พอใจ บ้างก็ขยับอาวุธและข่มขู่จะใช้กำลังเข้าใส่พนักงานเพียงเพื่อรักษาหน้าของตน

    ทว่าในชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศรอบด้านพลันหนักอึ้ง เมื่อทหารของซิลเวอร์เรสจำนวนมากรุดเข้าปิดล้อมกลุ่มของเธอไว้ด้วยความรวดเร็วและเป็นระเบียบ ทหารเหล่านั้นอยู่ในชุดเกราะและอาวุธครบมือ แววตาที่จ้องมองมาดุดันขึงขังและเปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณนักรบที่พร้อมจะสู้ตายได้ทุกวินาที หากมีใครกล้าล้ำเส้นแม้เพียงก้าวเดียว

    เมื่อเห็นท่าไม่ดีและตระหนักได้ว่าตนกำลังเสียเปรียบในถิ่นของผู้อื่น เบียทริซจึงรีบเอ่ยขัดขึ้นก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายเกินควบคุม...

    “ทุกท่านโปรดใจเย็นลงก่อน”

    สุ้มเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจดังขัดจังหวะความตึงเครียด เบียทริซกวาดสายตามองไปยังผู้ที่ดูจะมีลำดับยศสูงสุดของทหารฝ่ายตรงข้าม ก่อนจะประกาศเจตจำนงด้วยน้ำเสียงกังวานใส

    “เราคือ เบียทริซ เวสตัน คู่หมั้นของท่านผู้ปกครอง ทริสตัน วินด์สเกล การเดินทางมาในครั้งนี้มีธุระสำคัญยิ่งยวดที่ต้องหารือกับเขาเป็นการส่วนตัว พวกท่านพอจะอำนวยความสะดวกให้เราผ่านเข้าไปในเมืองได้หรือไม่?”

    ทันทีที่สิ้นคำ เธอชูเหรียญตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลเวสตันขึ้น แสงอาทิตย์ที่สะท้อนกับโลหะบ่งบอกถึงฐานันดรศักดิ์อันสูงส่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้

    นายทหารผู้เป็นหัวหน้าหรี่ตาลงเล็กน้อย สายตาคู่นั้นดูแฝงไปด้วยความระแวดระวังและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มกายลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

    “ผู้น้อยมีนามว่า โซเรน เป็นหัวหน้ากองรักษาการณ์ประจำประตูเมืองแห่งนี้ ผู้น้อยต้องขออภัยในความไม่สะดวก ทว่านี่คือคำสั่งเด็ดขาดจากท่านผู้ปกครองทริสตัน... ไม่ว่าผู้มาเยือนจะเป็นใคร หรือมีฐานะสูงส่งเพียงใด ทุกคนต้องลงนามในสมุดทะเบียนและแจ้งจุดประสงค์ก่อนเข้าเมืองอย่างไม่มีข้อยกเว้น”

    เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเบียทริซโดยไม่มีแววหวั่นเกรงต่อตราศักดิ์ศรีในมือเธอ “หากท่านไม่ยินยอมปฏิบัติตามกฎ ผู้น้อยก็มิอาจปล่อยให้ขบวนของท่านผ่านเข้าเมืองไปได้จริง ๆ โปรดประทานอภัยในความเสียมารยาทครั้งนี้ด้วย”

    คำตอบที่ได้รับทำเอาเบียทริซถึงกับชะงักด้วยความประหลาดใจ มาตรการความปลอดภัยของเมืองชายขอบแห่งนี้ดูจะเข้มงวดและรัดกุมเสียยิ่งกว่าเขตกำแพงชั้นในของเมืองหลวงจักรพรรดิเสียอีก ตามปกติแล้ว ในสถานการณ์บ้านเมืองที่สงบสุขเช่นนี้ เพียงแค่ชนชั้นสูงแสดงตราประทับยืนยันฐานันดร ทหารยามก็พร้อมจะเปิดทางให้ผ่านเข้าไปในทันทีโดยไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากถาม

    เธอคิดไม่ถึงเลยว่า เมืองที่ถูกมองว่าล้าหลังเช่นนี้ จะถูกจัดระเบียบใหม่จนน่าตกใจถึงเพียงนี้...

    เมื่อเห็นนายหญิงของตนถูกปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ทหารติดตามคนหนึ่งก็บันดาลโทสะ ตวาดออกมาด้วยเสียงอันดังลั่น

    “พวกเจ้าบังอาจนัก! นี่คือท่านหญิงเบียทริซ เวสตัน ลูกสาวของราชาเวลตัน ทั้งยังทรงมีฐานะเป็นถึงคู่หมั้นของเจ้าเมืองพวกเจ้า! พวกเจ้าขวัญกล้าเทียมฟ้าถึงขั้นคิดจะขวางทางนางจริง ๆ หรือ!”

    มันทลึงตาจ้องมองกลุ่มทหารรักษาการณ์ด้วยความดุดัน ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเกี้ยว มือหนากระชับอาวุธแน่นพลางหรี่ตามองอย่างหมายหัว พร้อมที่จะกระโจนเข้าสู่การนองเลือดได้ทุกเมื่อเพื่อกู้เกียรติที่ถูกเหยียดหยาม

    โซเรนรับฟังคำข่มขู่นั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งแววหวั่นเกรงต่อยศถาบรรดาศักดิ์ที่อีกฝ่ายยกมาอ้าง เขาไม่ได้เอ่ยโต้ตอบด้วยคำพูดรุนแรง หากแต่เพียงขยับปลายนิ้วกวักมือเป็นสัญญาณสั้น ๆ ทันใดนั้น ทหารใต้บังคับบัญชาของเขาก็ขยับกายเตรียมพร้อมในจังหวะที่พร้อมเพรียงกัน เสียงศาสตรากระทบเกราะดังเคร้งคร้างสะท้อนความเด็ดเดี่ยว แววตาของพวกเขาจดจ้องไปยังฝ่ายตรงข้ามด้วยความสงบนิ่ง แต่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะตอบโต้ทันทีหากมีการขยับเขยื้อนที่ล้ำเส้นเพียงนิดเดียว

    บรรยากาศรอบด้านตึงเครียดถึงขีดสุด ราวกับเส้นด้ายที่ขึงตึงจนพร้อมจะขาดสะบั้นลงได้ทุกวินาที ในขณะที่คมดาบกำลังจะปะทะกันนั้นเอง...

    “เฮ้อ...”

    เสียงถอนหายใจแผ่วเบาแต่กลับดังกังวานท่ามกลางความเงียบงันเรียกสายตาให้ทุกคู่หันไปมอง เบียทริซส่ายหน้าช้าๆ พลางทอดสายตามองไปยังนายทหารของตนด้วยความอ่อนใจ

    “บรูค! สั่งคนของเจ้าให้ลดอาวุธลงเดี๋ยวนี้ อย่าได้เสียมารยาทไปมากกว่านี้เลย”

    เมื่อสิ้นเสียงสั่งการอันเด็ดขาด เธอจึงหันกลับมาสบตากับโซเรนด้วยสายตาคมกริบ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเข้มและหนักแน่น “เรา... เบียทริซ เวสตัน เข้าใจในเจตนาของท่านอย่างถ่องแท้แล้ว ความซื่อตรงต่อหน้าที่ของท่านในครั้งนี้ช่างน่าประทับใจนัก และเราจะเป็นผู้แจ้งถึงความดีความชอบนี้แก่ท่านผู้ปกครองทริสตันด้วยตัวเราเอง... ทุกคน! จงลงนามในทะเบียนเสียให้เรียบร้อย ทำตามกฎระเบียบของที่นี่อย่างเคร่งครัด”

    โซเรนยังคงรักษาท่าทีเรียบเฉยไม่หวั่นไหว แม้จะได้รับคำชมแกมข่มขู่จากสตรีผู้สูงศักดิ์ตรงหน้า เขามิได้เอ่ยโต้ตอบประจบทรงหรือแสดงความหวาดเกรงแม้เพียงครึ่งคำ ทำเพียงโน้มตัวลงทำความเคารพตามมารยาทอย่างพอเหมาะพอควร ก่อนจะเบี่ยงกายส่งสัญญานให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการคัดกรองต่อตามปกติ

    ภาพเหล่านั้นยิ่งสุมไฟในใจของบรรดาทหารติดตามของหญิงสาวให้คุกรุ่น ทว่าภายใต้กระแสกดดันและคำสั่งประกาศิตของเบียทริซ พวกเขาทำได้เพียงกล้ำกลืนความไม่พอใจและเก็บงำหยิ่งทะนงเอาไว้ ก่อนจะจำยอมก้าวเท้าเข้าสู่โต๊ะทะเบียนเพื่อลงนามตามระเบียบของเมืองซิลเวอร์เรส... เพื่อให้บททดสอบความอดทนหน้าประตูเมืองนี้จบสิ้นลงเสียที

    เมื่อขั้นตอนอันน่ารำคาญใจสิ้นสุดลง เบียทริซจึงก้าวกลับขึ้นสู่รถม้าเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมือง ท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร หญิงสาวผู้สูงศักดิ์ยังคงนิ่งเฉยทว่าริมฝีปากกลับขยับพึมพำแผ่วเบา

    “น่าสนใจดีนี่...”

    แต่แล้วเมื่อรถม้าเคลื่อนผ่านเข้าสู่เขตเมือง ความเยือกเย็นบนใบหน้าก็พลันมลายหายไปแทนที่ด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง สายตาของเธอทอดมองผ่านหน้าต่างรถม้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ สภาพบ้านเมืองที่เธอเห็นนั้นช่างสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยผิดหูผิดตา ผู้คนสัญจรไปมาอย่างคึกคัก บนใบหน้าของพวกเขามิได้มีความหม่นหมองปรากฎให้เห็น แต่กลับเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและแววตาแห่งความหวัง

    ภายในเมืองเต็มไปด้วยร่องรอยของการบูรณะและก่อสร้างที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่ถนนหนทางยังได้รับการปรับปรุงพื้นผิวอย่างประณีต มีการแบ่งสัดส่วนทางเดินสำหรับเกวียนม้าและทางเท้าสำหรับผู้คนไว้อย่างเป็นระบบระเบียบและชัดเจน...

    นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจอย่างรุนแรง หรือว่าข่าวลือเรื่องความเสื่อมโทรมของเมืองนี้ที่เธอเคยได้ยินมา... จะเป็นเพียงเรื่องโกหกกันแน่?

    ขบวนเดินทางถูกนำทางมาจนถึงเบื้องหน้าอาคารศาลาว่าการประจำเมือง มันเป็นตึกขนาดมหึมาที่สูงตระหง่านถึงสามชั้น สถาปัตยกรรมดูมั่นคงและทันสมัย สายตาของเบียทริซจับจ้องไปยังฝูงชนที่เดินเข้าออกอาคารแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย ดูราวกับเป็นหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนทุกอย่างในเมือง

    ทว่าความตื่นตาตื่นใจก็ถูกแทนที่ด้วยความเหนื่อยหน่าย เมื่อเธอพบว่าการมาที่นี่คือการ บันทึกประวัติอย่างละเอียด อีกครั้ง เพื่อออกบัตรประจำตัวผู้มาเยือนชั่วคราว บัดนี้ความรู้สึกของเบียทริซมาถึงจุดที่ความตกตะลึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนจนทำตัวไม่ถูก

    ‘เหตุใดการก้าวเท้าเข้าสู่เมืองนี้ถึงได้มีพิธีรีตองมากมายนัก’ เธอครุ่นคิดพลางขมวดคิ้ว ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอเดินทางไปมาแล้วทั่วทุกสารทิศ แม้แต่เมืองที่เจริญที่สุดก็ยังไม่มีที่ใดวางระบบระเบียบได้วุ่นวายและเข้มงวดถึงเพียงนี้ ทุกอย่างที่นี่ช่างดูแปลกประหลาดและล้ำหน้าเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการถึง

    เมื่อขั้นตอนอันแสนยุ่งยากสิ้นสุดลง เบียทริซก็ได้รับบัตรประจำตัวชั่วคราวมาไว้ในครอบครอง พร้อมกับคำกำชับแกมตักเตือนว่าห้ามทำหายเด็ดขาด มิฉะนั้นจะต้องรับโทษตามกฎหมายเมือง หญิงสาวเพียงแต่พยักหน้ารับไปส่ง ๆ ด้วยความระเหี่ยใจเกินกว่าจะต่อความยาวสาวความยื้อกับเจ้าหน้าที่คนใดได้อีก

    ในที่สุด คนสนิทของผู้ปกครองทริสตันก็นำทางเธอมายังคฤหาสน์หลังใหญ่ใจกลางเมือง สถานที่แห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยกองกำลังทหารที่คุ้มกันอย่างหนาแน่นและรัดกุม ทว่าด้วยผู้นำทางมาเธอจึงผ่านเข้าสู่พื้นที่ชั้นในได้อย่างราบรื่น

    เธอถูกเชิญให้เข้ามานั่งรอภายในห้องรับรองแขกที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูทว่าดูภูมิฐาน เบียทริซนั่งนิ่งพลางรวบรวมสมาธิเพื่อเตรียมบทสนทนาที่จะใช้ยุติความสัมพันธ์ในครั้งนี้ แต่แล้วหลังจากนั่งรอได้เพียงครู่เดียว เสียงบานประตูไม้สลักลายก็ถูกผลักให้เปิดออก...

    คล้ายกับเรื่องลิขิตจักรพรรดิ นักการเมืองผู้สร้างตำนาน ที่คุณอ่าน

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734