ตอนที่ 2 อดีตที่ผ่านมา
ทิวาทำงานเป็ผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง เขามีรายได้มั่นคง หน้าที่การงานก้าวหน้า และเป็ที่นับถือจากผู้คนรอบข้าง ชีวิตที่ดูมั่นคงเรียบง่าย แต่แท้จริงแล้วเขายังคงเป็ผู้ชายธรรมดาที่เต็มไปด้วยความ้าส่วนตัว เช้าวันนี้ก่อนออกจากบ้าน ทิวาได้ปลดปล่อยอารมณ์กับน้ำหนึ่ง ภรรยาที่อยู่เคียงข้างเขามาเกือบสิบปี
เธอนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า มือขาวเนียนกำควยใหญ่แข็งโป๊กแน่น ลิ้นเลียหัวควยวนไปมาจนทิวาสะท้าน ปากแดงอ้าอมควยเข้าไปลึกจนแทบมิดโคน เสียงดูดควยดังแฉะ ๆ ปนเสียงครางหอบหายใจ น้ำลายไหลเลอะคางเปื้อนลำควยไปหมด
ทิวาจับหัวเธอแน่น กดสะโพกกระแทกปากภรรยาอย่างหนักหน่วง
"อื๊อออ…ควยพี่ทิวาใหญ่เต็มคอเลย"
น้ำหนึ่งครางอู้อี้ทั้งที่ยังอมควยอยู่ ความเสียวซ่านทำให้ทิวาแทบยืนไม่อยู่ ก่อนจะกระตุกปล่อยน้ำเงี่ยนพุ่งทะลักแตกในปาก น้ำหนึ่งกลืนลงคอทุกหยดเหมือนคนหิวโหย
ทิวาไม่ใช่คนที่ใช้มือชักว่าวมานานแล้ว ั้แ่แต่งงานกับน้ำหนึ่ง เขา้าปล่อยควยทุกครั้งลงในปากหรือหีเมียเท่านั้น เขาเกลียดการชักว่าวเปล่า ๆ เพราะมันไร้ค่าและเหงาเกินไป สำหรับเขา หีอุ่น ๆ ของน้ำหนึ่งคือที่พึ่งพิงเดียวที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็ผัวเต็มตัว ยิ่งได้เย็ดกัน เขายิ่งผูกพันกับเธอมากขึ้นทุกวัน
ตลอดทั้งวันในที่ทำงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน เสียงโทรศัพท์ดังไม่หยุด เสียงรายงานจากลูกน้องถาโถมเข้ามา การประชุมต่อเนื่องยืดยาว
ทิวาในฐานะผู้จัดการต้องนั่งฟัง วิเคราะห์ และตัดสินใจในทุกเื่ เขากวาดสายตาไปตามเอกสารกองโต ลายเซ็นของเขามีผลต่อชีวิตผู้คนมากมาย จังหวะการหายใจต้องนิ่งและมั่นคง
สายตาคมจ้องไปที่ตัวเลขในรายงาน ความเครียดกดทับไหล่แต่เขาก็ยังรักษาภาพลักษณ์สงบนิ่ง มือที่พลิกแฟ้มงานแต่ละเล่มเต็มไปด้วยความเด็ดขาด เสียงคำสั่งสั้นชัดเจนของเขาส่งให้ลูกน้องทำงานได้อย่างมั่นใจและเป็ระบบ
ยามบ่าย แสงแดดลอดกระจกเข้ามาในห้องทำงาน ความอ่อนล้าสะท้อนบนใบหน้าของทิวา แต่แววตาเขายังคงแน่วแน่ เขามักหันไปมองนาฬิกาบ่อยครั้ง ความคิดถึงลูกชายและน้ำหนึ่งกลายเป็แรงผลักดันให้เขาเร่งสะสางงานที่คั่งค้าง เขา้ากลับไปหาครอบครัวโดยเร็ว ความเหนื่อยล้าที่ถาโถมจึงถูกกลืนไปกับความมุ่งมั่นและความรักที่มีต่อภรรยายและลูก
ใกล้เลิกงาน ทิวากำลังเก็บแฟ้มเอกสาร เตรียมข้าวของเพื่อออกไปรับลูกชายจากการเรียนพิเศษ แต่แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เบอร์ที่ขึ้นหน้าจอไม่คุ้นตา เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจกดรับสาย
“พี่ทิวาใช่มั้ย มุกเองนะคะ” เสียงหวานที่คุ้นเคยดังขึ้น
ทิวาเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ “ม่านมุกหรอ มุกเอาเบอร์พี่มาได้ยังไง”
“เอาไว้มุกค่อยเล่าให้พี่ฟังได้มั้ยคะ แต่ตอนนี้มุกอยากรบกวนพี่ช่วยมารับมุกที่สนามบินได้มั้ยคะ มุกเดือดร้อนจริง ๆ”
ทิวาหันไปมองนาฬิกาข้อมือ เวลายังเหลือพอสมควรก่อนจะไปรับลูกชาย และสนามบินก็ไม่ได้อยู่ไกลจากเส้นทาง เขาตัดสินใจคว้ากุญแจรถแล้วมุ่งหน้าออกไป
เมื่อไปถึงสนามบิน ภาพตรงหน้าทำให้ความทรงจำเก่า ๆ หวนกลับมา ม่านมุก แฟนเก่าที่เคยรักอย่างจริงจังยืนอยู่ตรงนั้น ผิวพรรณซีดเซียวแต่ยังคงความงาม กระเป๋าเดินทางหลายใบวางเรียงราย และที่ทำให้ทิวาสะดุดตาที่สุดคือเด็กหญิงตัวเล็กที่ยืนเกาะแขนเธอ
ม่านมุกยกมือไหว้พร้อมสายตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“ขอบคุณนะคะที่พี่มารับ มุก…ไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ มุกต้องหนีออกมา”
เสียงเธอสั่นเครือก่อนเล่าต่อ
“สามีของมุกทำร้ายมุก มุกเลยต้องพาเ้าเอย ลูกสาวของมุกหนีกลับมาเมืองไทย”
หัวใจทิวาสั่นสะท้าน ความสงสารปะปนกับความทรงจำในอดีต เขามองเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนกอดแม่แน่น ใบหน้าใสซื่อทำให้เขานึกถึงลูกชายขึ้นมาทันที เขารับรู้ถึงความสิ้นหวังของม่านมุกและความเปราะบางของเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้า
ม่านมุกบอกว่ายังไม่มีที่พัก คิดว่าจะหาห้องเช่าชั่วคราว ทิวาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้น โทรหาเพื่อนที่ทำธุรกิจบ้านเช่า
ไม่นานเขาก็ได้คำตอบว่ามีบ้านเดี่ยวว่างอยู่หลังหนึ่งในโครงการ เขาพาทั้งคู่ไปดู บ้านหลังนั้นเรียบง่ายแต่ปลอดภัย ม่านมุกเดินสำรวจรอบ ๆ สีหน้าที่เครียดคลายลงบ้าง เธอตัดสินใจตกลงเช่าทันที แม้อนาคตยังไม่แน่นอน แต่คืนนี้อย่างน้อยก็มีที่พักพิง
“พี่ต้องไปรับลูกชายก่อนแล้วนะมุก” ทิวาหันมาบอก
ม่านมุกเงยหน้ามอง ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซ่อนเอาไว้
“นี่พี่ทิวาแต่งงานแล้วหรอคะ”
“ใช่ พี่แต่งงานมาได้เกือบสิบปีแล้ว มีลูกชาย” เขาตอบด้วยรอยยิ้มบาง
ม่านมุกพยักหน้าเบา ๆ เงียบงัน ความทรงจำที่ไม่อาจย้อนคืนปกคลุมบรรยากาศรอบตัว
ทิวาหันหลังเดินไปขึ้นรถ เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น เขาขับออกจากบ้านหลังนั้น ทิ้งม่านมุกกับลูกสาวไว้เื้ั แต่หัวใจของเขายังคงสั่นไหวกับการกลับมาของผู้หญิงที่เคยเป็รักแรกในชีวิต
ทันทีที่ทิวาขับรถออกจากบ้าน ถนนเต็มไปด้วยรถหนาแน่น การจราจรติดขัดอย่างหนัก และมีข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่ด้านหน้า เขาต้องเบรกและค่อย ๆ ขับไปช้า ๆ รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ก็เข้าใจว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้
เขาหยิบมือถือขึ้นมาดูเพื่อโทรหาลูกชาย แต่พบว่าแบตเตอรี่หมดไปเสียแล้ว ความวิตกกังวลเริ่มเข้ามาในใจ เขาก้มหน้าขับต่อไป พยายามสงบสติและคิดว่าเดี๋ยวก็คงถึงโรงเรียนสอนพิเศษของลูก
เมื่อมาถึงที่สอนพิเศษ ทิวารีบลงจากรถเดินเข้ามาในอาคารคุณครูมองขึ้นจากโต๊ะทำงานแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“แม่น้องทะเลมารับกลับแล้วค่ะ พอดีไม่มีคนมารับ ครูเลยโทรหาคุณแม่”
ทิวาฟังแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งใจผสมความกังวล เขายิ้มให้คุณครูและรีบเดินออกมาเพื่อขับรถกลับบ้าน
เมื่อถึงบ้าน เขารีบเดินเข้าบ้านทันที เห็นทะเลนั่งกินขนมอยู่ น้ำหนึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังปอกผลไม้ ทิวารู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาอีกครั้ง ทะเลเมื่อเห็นพ่อวิ่งเข้ามา ก็ะโขึ้นมากอดเขาแน่น เสียงหัวเราะของเด็กชายทำให้ความเครียดจากการจราจรและอุบัติเหตุคลายลงไปบ้าง
น้ำหนึ่งมองทิวาด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือเปล่า ไม่ไปรับลูก โทรหาพี่ก็ไม่รับ” เธอถามด้วยความเป็ห่วง
ทิวาหยุดยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มอธิบาย
“พอดีพี่มีเื่นิดหน่อย เพื่อนพี่มีปัญหาให้ไปส่งที่นอกเมือง พอกลับมารถก็ติดเพราะอุบัติเหตุเลยเสียเวลานิดหน่อย”
น้ำหนึ่งพยักหน้าเข้าใจ และกล่าวอย่างอ่อนโยน
“ไปอาบน้ำก่อนเถอะ จะได้ทานอาหารเย็นด้วยกัน”
ทิวาพยักหน้า เดินขึ้นไปบนห้องเพื่ออาบน้ำทันที ขณะยืนใต้ฝักบัวน้ำอุ่น เขารู้สึกผ่อนคลาย ความอ่อนล้าจากทั้งวันค่อย ๆ ถูกชะล้างออกไป
แต่ภาพสายตาม่านมุกที่มองเขาขณะเขาขับรถออกมาจากบ้านยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด เขายังจำแววตา ความเศร้าและความหวังลึก ๆ ในสายตาของเธอได้อย่างชัดเจน ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงและคิดถึงความสัมพันธ์เก่าที่เคยมี
โปรดติดตามตอนต่อไป.