หลี่ต้าจ้วงหัวหน้าหยาอีปฏิบัติตามคำสั่งของชวีหนานอี พวกเขาออกไปเสาะถามคนในคณะละครตระกูลเยี่ยนเกี่ยวกับรูปพรรณสัณฐานของซานเซียว และให้คนวาดภาพของมันขึ้นสองใบ ใบหนึ่งวาดโดยอ้างอิงจากคำบอกเล่าของนักแสดงว่ามันคือสัตว์ประหลาด ร่างกายปกคลุมด้วยขน ส่วนอีกใบเป็ภาพสาวงามสะคราญตา ร่างเพรียวบางซึ่งอ้างตามคำกล่าวของเยี่ยนเต๋อหลิน แม้เยี่ยนเต๋อหลินจะเน้นย้ำว่าสาวงามผู้นั้นงดงามเพียงใด แต่ด้วยทักษะการวาดภาพในยุคสมัยนี้ ความงามเป็ได้เพียงภาพที่จำลองออกมา หาก้าตามหาคนที่เหมือนกับในภาพวาด หากมิใช่คนผู้นั้นมีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่น เห็นทีคงกลายเป็เื่ไร้สาระ
อย่างไรก็ตาม หลี่ต้าจ้วงยังคงทำตามที่ชวีหนานอีสั่ง เขาแปะแผ่นป้ายประกาศตามจับซานเซียวโดยเสนอเงินรางวัลหนึ่งตำลึงเงิน
หนึ่งตำลึงเงินแม้ไม่ได้มาก ทว่าเพียงพอให้ชาวบ้านธรรมดา ๆ ได้ประทังชีวิตไปอีกสามสี่เดือน ชาวบ้านยามที่ออกจากบ้านต่างคุ้นชินกับการสอดส่องไปทั่วอยู่แล้ว พวกเขาจึงคอยสอดส่ายสายตาเผื่อว่าจะเจอเบาะแสของซานเซียว เพียงแต่ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าสาวงามผู้นั้นคือซานเซียว หรือสัตว์ประหลาดตนนั้นคือซานเซียว ผู้คนทั้งหลายต่างไม่เข้าใจว่าบนแผ่นป้ายประกาศไว้ว่าอย่างไรกันแน่
ถึงกระนั้นสิ่งนี้ก็มิอาจหยุดยั้งความสนใจของผู้คนที่พากันลุกฮือ
เมื่อได้ยินว่าซานเซียวปรากฏตัวที่ริมแม่น้ำ พวกเขาก็ถือตะลุมพุกรีบไปที่แม่น้ำเพื่อออกตามหา เมื่อได้ยินว่าซานเซียวปรากฏตัวที่ปากทางเข้าตรอก พวกเขาก็รีบหยิบเสียมเหล็กวิ่งไปล้อมมัน เมื่อได้ยินว่าซานเซียวดุร้ายสังหารมนุษย์ พวกเขาก็รีบวิ่งหนีเตลิดกลับบ้านเพื่อหลบซ่อนตัว ป้องกันเกิดอัคคีภัยและโจรกรรม
ราวกับว่าซานเซียวได้ระเหยหายไปจากโลกใบนี้ก็มิปาน
ภายในคณะละครตระกูลเยี่ยน เนื่องจากเฟิ่งฮัวสิ้นลมไปแล้ว เยี่ยนเต๋อหลินจึงเลือกที่ดินหนึ่งผืนและฝังนางอย่างเร่งรีบ
ยาวจิ่วฟื้นแล้ว และทราบเื่ที่เฟิ่งฮัวเสียชีวิตอยู่ในห้องของเขา มิหนำซ้ำยังเป็การตายที่น่าสยดสยอง เขาจึงไม่คิดจะกลับไปที่นั่น อย่างไรก็ดีจำนวนห้องในคณะละครมีจำกัด และเขาก็ไม่ยินยอมนอนเบียดร่วมเตียงกับผู้อื่น จึงจำต้องกัดฟันกลับไปพักที่ห้องเดิม
ครั้นสามารถเดินเหินได้แล้ว ชวีหนานอีจึงเรียกเขาและเยี่ยนเต๋อหลินไปสอบปากคำ
แม้ยาวจิ่วจะมีหลักฐานว่ามิได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ทว่ามีแรงจูงใจในการฆาตกรรม เยี่ยนเต๋อหลินกล่าวไว้เช่นนั้น และทุกคนต่างก็เห็นพ้องต้องกัน เพราะหากเขาสั่งให้ซานเซียวสังหารเยี่ยนเต๋อหลินก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ ซานเซียวเป็สัตว์เดรัจฉาน เป็ไปได้ว่าอาจจะฟังคำสั่งไม่ถูกต้อง จึงเข้าใจผิดและสังหารผิดคน เยี่ยนเต๋อหลินกล่าวซ้ำ ๆ ว่าซานเซียวคือปีศาจ สามารถกลายร่างเป็สาวงาม ทว่านี่เป็เพียงถ้อยคำที่ออกจากปากของเขา ไม่เพียงพอให้เชื่อถือ อีกอย่าง ในคืนนั้นเขาเพิ่งถูกตัดหู ใครจะรู้ว่าเขาอาจเสียเืมากจนหน้ามืดตาลาย ทำให้เห็นภาพลวงตาก็เป็ได้
ชวีหนานอีซักถามอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ปล่อยตัวทั้งสองกลับไป
ระหว่างทางยาวจิ่วรู้สึกถึงสายตาที่เยี่ยนเต๋อหลินมองมา มันดูน่ากลัวมากเป็พิเศษ ราวกับว่าเขาจับภรรยาและบุตรของอีกฝ่ายมัดหินถ่วงน้ำก็มิปาน เมื่อเขาจ้องกลับไปอย่างพินิจพิเคราะห์ เยี่ยนเต๋อหลินกลับเฉไฉมองไปทางอื่นและไม่หันมาอีก
ทั้งสองคนกลับมาถึงคณะละคร ก็พบว่ามีแขกมาเยือน
ณ เวลานี้ กลิ่นอายมรณะแผ่กระจายไปทั่วทั้งจวน ใครกันมาหาใน่เวลาที่โชคร้ายเช่นนี้?
ไม่ต้องคิด ดูเหมือนว่ามีใครบางคนถือกำเนิดบนความโชคร้าย ไม่เพียงสงบเสงี่ยม ซ้ำยังดูอารมณ์ดี บุคคลผู้นี้คือท่านไป๋จื่อชีเ้าของโรงบ่อนอย่างไรเล่า
ทันทีที่เยี่ยนเต๋อหลินเห็นไป๋จื่อชี หูของเขาก็เกิดความรู้สึกเ็ปอย่างแสนสาหัสลามไปทั้งศีรษะ เดิมทีเขาสัญญากับไป๋จื่อชีว่า วันรุ่งขึ้นจะส่งตัวยาวจิ่วไปให้ แต่เพราะเกิดเื่ขึ้นเสียก่อน ทำให้การดำเนินการล่าช้า อีกด้านหนึ่งเขาก็แอบมีความคิดฟุ้งซ่านที่จะหาทางหลบหนีหายนะนี้ เขามิได้เป็ห่วงยาวจิ่ว เพียงแต่ไม่อยากปล่อยต้นเหยาเฉียนซู่[1] หลุดมือไป ครั้นยาวจิ่วเพิ่งลงจากเตียงได้ ไป๋จื่อชีก็เดินทางมาถึงที่นี่แล้ว
เยี่ยนเต๋อหลินถูกคนแบกไปไว้ตรงหน้าไป๋จื่อชี ภายใต้การช่วยเหลือของรองหัวหน้าคณะ เขาพยายามอย่างมากเพื่อจะลุกขึ้นนั่ง และยิ้มอ่อนให้ไป๋จื่อชี จากนั้นจึงเรียกยาวจิ่ว “จิ่ว มาทางนี้” เขาแค่นยิ้มให้ยาวจิ่ว พยายามพูดโน้มน้าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เกิดเื่นี้ขึ้น คณะละครตระกูลเยี่ยนคงจบสิ้นแล้ว เ้าอยู่กับข้ามานาน ข้าเองก็ไม่อาจทนเห็นเ้าลำบาก เ้าไปกับท่านไป๋เถิด ท่านไป๋ใจดี จะต้องดูแลเ้าเป็อย่างดี”
ยาวจิ่วมองไป๋จื่อชี เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายรูปงามไม่น้อย ครั้นพวกเขาทั้งสองสบตากัน สายตาที่จ้องมองมาคู่นั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกจรรโลงใจ ซ้ำยังทำให้เกิดความรู้สึกขนลุกขนพอง ราวกับ...อสรพิษที่จ้องมองเหยื่อ! ใช่ ความรู้สึกนี้แหละ! ยาวจิ่วคิดว่าตนเองมีความสามารถในการประเมินคนด้วยสายตาและค่อนข้างแม่นยำ ไป๋จื่อชีผู้นี้เพียงได้เห็นก็รับรู้ได้ว่าหาใช่คนดีไม่! ได้ชื่อว่าเป็ท่านไป๋แห่งโรงบ่อน คงไม่ดีไปกว่าท่านจ้าวผู้นั้นสักเท่าไร เพื่อเงินมีความชั่วอะไรบ้างที่คนผู้นี้ไม่เคยทำ? ทว่าอีกฝ่ายยังพอมีสมองอยู่บ้าง ครั้นตั้งใจทำเื่บางอย่างก็จะทำในสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถทำได้
ยาวจิ่วทราบดีว่าเยี่ยนเต๋อหลิน้าขายเขา จึงโกรธจนเจ็บหน้าอก! เขายิ้มอย่างเยือกเย็น “เยี่ยนเต๋อหลิน ข้ายาวจิ่วผู้นี้จะอยู่หรือไป เ้าไม่มีสิทธิ์มาตัดสิน!”
แววตาของเยี่ยนเต๋อหลินฉายประกายความโเี้ เขากล่าวด้วยรอยยิ้มเ็า “เื่นี้ เกรงว่าจะไม่ได้ตามที่เ้า้า! เ้าเป็ลูกโสเภณีที่บิดาของข้าเก็บมาเลี้ยง ั้แ่เล็กเ้ากินดื่มอยู่ในบ้านข้า เหตุใดข้าจึงไม่มีสิทธิ์?! ตอนนี้เ้ายอมไปกับท่านไป๋แต่โดยดีเถอะ บางทีเ้าอาจจะได้ใช้ชีวิตเป็ผู้ลากมากดี หากเ้ายังเถียงท่านไป๋โดยไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง อาจเป็ตัวเ้าเองที่รนหาที่ตาย! ท่านไป๋ไม่ได้ใจดีเหมือนกับข้า เอ่อ...ใจ...ใจอ่อน” เยี่ยนเต๋อหลินไม่มีฟันหน้าหลงเหลือแล้ว ครั้นได้พูดก็เผลอพลั้งปากออกไป คำพูดเหล่านี้เมื่อหลุดไปแล้วจึงฟังดูคล้ายน่าขบขัน
ทว่ายาวจิ่วกลับรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว! คิดไว้ั้แ่แรกอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? แล้วเหตุใดจึงรู้สึกเ็ปใจกันเล่า? ต้องใช่ภาพลวงตาเป็แน่! ใช่ มันคือภาพลวงตา!
ยาวจิ่วยกมือขึ้นกุมหน้าอก เขาชี้หูข้างที่หายไปของเยี่ยนเต๋อหลิน “เ้าเสียหูที่เป็ติ่งอยู่บนศีรษะไปข้างหนึ่ง จึงฟังภาษาคนไม่รู้เื่หรือ? ข้าบอกเ้าไปแล้วว่าหากข้าตกปากรับคำด้วยตนเองก็จะช่วยเหลือเ้า แต่หากข้าไม่ยินยอมก็ไม่มีประโยชน์! ให้ข้าไปกับคนโเี้จิตใจสกปรกเช่นนี้ ข้ายอมตายยังดีเสียกว่า!” ระหว่างที่ตะคอก ดวงตาของเขาพลันแดงก่ำ เขามองออกว่าเยี่ยนเต๋อหลินผู้ชั่วร้ายได้ตกลงกับไป๋จื่อชีก่อนหน้านี้แล้ว มิเช่นนั้นไป๋จื่อชีคงไม่มารับตัวเขาถึงที่นี่ในวันนี้
ยาวจิ่วรู้สึกเกลียดถึงขีดสุด เขาสะบัดแขนเสื้อพร้ะคอก “ดี เ้าไม่ให้ข้าได้มีเส้นทางใช้ชีวิต วันนี้ ข้าจะฆ่าเ้าเพื่อไม่ให้เ้าปากพล่อยพูดจาให้ข้าเสียหายอีก จากนั้นข้าจะโขกหัวตัวเองให้ตาย ๆ ไปเสีย ถือเป็คำอธิบายจากข้าเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น!” สิ้นเสียง เขาจึงเดินเข้าไปในห้องครัวและหยิบมีดหั่นผักออกมาเพื่อสับร่างเยี่ยนเต๋อหลิน การเคลื่อนไหวเป็ไปอย่างรวดเร็ว หาได้มีความลังเลแต่อย่างใด
เยี่ยนเต๋อหลินตื่นตระหนกใ! เขาไม่สามารถวิ่งออกไปด้วยขาของตนเอง ทำได้เพียงะโร้องเสียงสูงด้วยร่างกายสั่นเทา “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
รองหัวหน้าคณะสั่งให้ผู้ฝึกวรยุทธ์สองคนเข้ามาห้ามยาวจิ่ว
ยาวจิ่วกล้าหาญชาญชัย มิได้สนใจใครหน้าไหน เขาปรี่ตัวไปด้านหน้าอย่างไม่หยุด หากวันนั้นเขาไม่ได้รับาเ็สาหัส เกรงว่าป่านนี้คงฆ่าเยี่ยนเต๋อหลินตายไปแล้ว
เยี่ยนเต๋อหลินประหลาดใจ รีบหันไปร้องขอความเมตตาจากไป๋จื่อชี “ท่านไป๋ ช่วยข้าน้อยด้วย! ท่านจะยืนดูยาวจิ่วฆ่าข้าน้อยโดยไม่ทำอะไรไม่ได้นะขอรับ”
ไป๋จื่อชีย้อนถาม “เหตุใดจึงไม่ได้เล่า?”
.
.
.
[1] เหยาเฉียนซู่ คือ ต้นเขย่าเงิน ตามตำราเต๋ากล่าวไว้ว่า ต้นไม้เงินนี้จะนำความอุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะความร่ำรวยมาให้ นอกจากนี้คำว่า “เฉียนซู่ (钱树)” ยังมีความหมายว่า “ผู้หญิงขายบริการ” ได้ด้วย ดังนั้นพวกแมงดาจึงชอบเรียกผู้หญิงขายบริการว่าเป็ต้นไม้เงินหรือเหยาเฉียนซู่ของตัวเอง เพราะวัน ๆ ไม่ต้องลงแรงทำอะไรก็ได้เงินมาใช้ไม่ขาดมือ