วูบบบ!!
แสงสีทองได้สาดประกาย พุ่งออกมาจากด้ามและใบกระบี่
เสียงดังกึกก้องไปทั่วปฐี
ผืนดินสั่นะเื
ใบกระบี่ค่อย ๆ ถูกเลื่อนออกมาจากฝักช้า ๆ ทีละเล็กทีละน้อย ส่งผลให้แสงสีทองยิ่งทวีความเจิดจรัสมากขึ้น
พริบตาเดียว ภายในสุสานซวนหยวนแต่เดิมซึ่งเคยมืดสนิทจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วตัวเอง ก็พลันสว่างไสวราว ก่อนที่เวลาจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ทุกสรรพสิ่งทั้งหลายเงียบสงัด
เวลาต่อมา
แสงสว่างจางหาย เหลือเพียงความมืดเข้าปกคลุม ฉับพลันต่อมาดวงอาทิตย์สีทองก็ได้ส่องเจิดจ้า
พร้อมกับดวงจันทร์สีทองส่องสว่างไสวปรากฏขึ้นจากระยะไกล
ดวงดาวระยิบระยับโผล่พ้นท้องนภา
ไกลออกไปมีูเาสูงตระหง่าน ต้นไม้สูงใหญ่แผ่กลิ่นอายโบราณ พืชพรรณเขียวขจีครอบคลุมูเาทั้งลูก เสียงสายธารไหล กลิ่นของนกและดอกไม้นานาชนิด
มันทำให้โลกที่เงียบงันเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันใด
บริเวณที่ไกล ๆ ได้ปรากฏผู้คนที่สวมใส่ชุดโบราณกำลังหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน สตรีดูแลสามีและลูก เหล่าบุรุษเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์มาเป็อาหาร ถือเป็การเริ่มต้นอารยธรรมทั้งหมด
.....................
เมื่อเห็นฉากนี้แล้ว หลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง เขาขยี้ตาพร้อมกับจ้องมองไปยังภาพเบื้องหน้าอย่างต่อเนื่อง
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน?
หรือว่าจะประสาทหลอนไปแล้ว?
เขาก้มศีรษะลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตาของเขาจ้องไปยังกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนที่อยู่ในมือ
ในเวลานี้ หลินเฟิงตกตะลึงอยู่ภายในใจ พร้อมกับพึมพำกับตนเอง “ฝั่งหนึ่ง ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว อีกฝั่ง ขุนเขา แม่น้ำ สรรพสัตว์และพืชพรรณนานา...ตัวแทนของ์และโลก?”
ต่อจากนั้นไม่นาน
หลินเฟิงดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ทำให้ดวงตาของเขาเปล่งประกาย และมือของเขาพลันยกกระบี่ขึ้นอย่างมั่นคง
แกร๊งง~
‘บูมมม!!’
สุสานซวนหยวนทั้งหมดพลันสั่นะเื เมื่อใบกระบี่ค่อย ๆ ถูกเลื่อนออก ในที่สุดมันก็ถูกดึงออกมาอย่างสมบูรณ์
มือทั้งสองจับไปยังด้ามกระบี่ แววตาของ หลินเฟิง จ้องมองไปยังกระบี่ที่อยู่ในมือด้วยความงุนงง
ในเวลานี้ความคิดนับพันประดังเข้ามาไม่ขาดสาย
“ไม่เคยเห็นมาก่อนสินะ”
ขณะนั้นเองเสียงอันเ็าก็ดังขึ้น
หลินเฟิง “...”
เขาที่ใกับเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พอรู้สึกตัวอีกทีก็หันซ้ายหันขวาเพื่อดูว่าเป็ใคร แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า “เ้า ทำไมถึงเป็เ้าอีกแล้ว”
หลินเฟิง สามารถบอกได้ว่าเ้าของเสียงนี้คือจิติญญาของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนที่ปรากฏขึ้นในภาพมายาขณะทดสอบ
“เพราะข้าเป็ะ ข้าจึงอยู่ทุกที่...”
หลินเฟิง “...”
จิติญญาดวงนี้กล่าวขึ้น “ถึงเวลาที่เ้าจะลุกขึ้นมาพร้อมกับความแข็งแกร่งแล้ว”
น้ำเสียงของนางเริ่มจริงจังขึ้นมา “นับจากนี้ ข้าจะปกป้องเ้าพร้อมกับพาเ้าไปยังจุดสูงสุดของจักรวาลจนกว่าชีวิตของเ้าจะหาไม่!!”
“เ้า...” หลินเฟิง สับสนอยู่เล็กน้อย
“อย่าถามให้มากความ”
หลินเฟิง “...”
ขณะที่หลินเฟิงปิดปากเงียบเพราะพูดอะไรไม่ออก จู่ ๆ ความรู้สึกที่เชื่อมโยงระหว่างเขากับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนผ่านทางหยดโลหิตก็ได้ปรากฏขึ้น
หลังจากตกตะลึงไปชั่วขณะ ดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงหัวเราะขึ้นมา “ข้าจะปกป้องเ้าเอง!”
จิติญญากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนจึงกล่าวออกมา “ใครอยากให้เ้ามาปกป้อง อย่าทำให้กระบี่เล่มนี้อับอายเป็พอ”
หลินเฟิงพึมพำ ‘นางไม่ใช่จิติญญากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนอย่างนั้นหรือ?’
ก่อนที่จะเอ่ยจบ จู่ ๆ แสงสีทองก็พุ่งออกมาจากหว่างคิ้วของเขาพร้อมกับผสานเข้ากับฝักกระบี่โดยสมบูรณ์
กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงกะพริบตาเท่านั้น
ฝักกระบี่สีทองได้หลุดออกจากแท่นศิลาและเข้าไปรวมกับตัวกระบี่
พริบตานั้นสว่างสีทองที่ออกมาจากตัวกระบี่ก็ค่อย ๆ ลอยกลับเข้าสู่หว่างคิ้วของเขา
“บูมมมม~”
เมื่อแสงสุดท้ายจางหาย พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็เกิดการสั่นะเื
เปลือกตาของหลินเฟิงยกขึ้นพร้อมกับมองลงไปที่พื้นโดยไม่รู้ตัว
บนพื้นพบรอยแตกร้าวมากมายซึ่งแตกแขนงเป็ใยแมงมุมลุกลามไปทั่วพื้นที่อย่างรวดเร็ว
บ้าจริง นี่มันอะไรขึ้นอีกละเนี่ย?
หลินเฟิง ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
‘ฟี้ววว’
ระหว่างที่ตกอยู่ในความสับสน ร่างของหลินเฟิงกลับลอยขึ้นไปในอากาศอย่างไม่คาดคิดด้วยพลังอะไรบางอย่าง ซึ่งเขาได้รับการสนับสนุนจากพลังอันลึกลับที่มองไม่เห็นใต้ฝ่าเท้าโดยตัวเขาไม่อาจควบคุมได้
เสียงแห่งการพลังทลายยังคงดังก้อง
มองดูลานจัตุรัสขนาดใหญ่พังทลายและหายไปทีละจุด ูเา แม่น้ำ ฉากของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลที่รายล้อม ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว...มันทำให้ หลินเฟิง รู้สึกมึนงงเป็อย่างยิ่ง
เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังฝันไป นี่เขาได้รับกระบี่ที่สุดจะแกร่งมาไว้ในมือแล้วจริง ๆ หรือ?
“อย่าคิดว่าได้รับกระบี่มาแล้วจะแกร่งกล้าไร้เทียมทาน”
จิติญญาที่ซ่อนอยู่ในความว่างเปล่านั้นเมื่อเห็นท่าทีที่เลื่อนลอยของหลินเฟิง ก็บังเกิดโทสะ “อย่าคิดว่าได้กระบี่มาครองแล้วจะกลายเป็ดั่งจักรพรรดิซวนหยวนคนที่สองหรือพลังที่ไร้ผู้ใดทัดเทียมเด็ดขาด”
นางเกลียดพวกที่เหมือนกับวานรได้แก้วเป็ที่สุด “จำไว้ว่าในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ๆ”
“แม้ว่ากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนจะแข็งแกร่งที่สุด แต่หากเ้า้าจะใช้ความแข็งแกร่งของมัน เช่นนั้นเ้าต้องแข็งแกร่งให้ทัดเทียมกับมันเพื่อรองรับพลังของมันให้ได้เสียก่อน”
“มิเช่นนั้นมันจะไม่ต่างไปจากเศษเหล็กผุ ๆ พัง ๆ ยามที่อยู่ในมือเ้า”
“นอกจากนี้เ้ายังได้มันมาด้วยความช่วยเหลือของข้า ด้วยเงื่อนไขความแข็งแกร่งพูดได้เลยว่าเ้าไม่ได้เฉียดกรายเลยสักนิด เช่นนั้นถึงเ้า้าจะใช้กระบี่...ฝันไปก่อน”
ได้ยินเช่นนั้นหลินเฟิงก็ถึงกับอึ้งไป “แล้วแบบนี้การที่ได้รับการยอมรับกับไม่ได้รับการยอมรับมันจะต่างกันตรงไหน?”
......................
“สมองของเ้ามันน่าสมเพชถึงเพียงใด?”
จิติญญาที่ได้ยิน นางก็โกรธขึ้นมา “ตอนนี้เ้าเพียงแค่ไม่สามารถควบคุมมันได้ แต่ข้าไม่ได้บอกว่าในอนาคตเ้าจะควบคุมมันมิได้ เมื่อความแข็งแกร่งของเ้าถึงระดับหนึ่งมันจะสามารถใช้มันได้เอง”
น้ำเสียงของนางเผยความภาคภูมิเล็กน้อย “ยิ่งไปกว่านั้นพลังการโจมตีของมันที่ปล่อยออกมาจะเพิ่มขึ้นราวสิบเท่า อีกทั้งไม่เป็ปัญหาหาก้าสังหารศัตรูที่มีระดับสูงกว่าสองถึงสามระดับ”
“ในจักรวาลแห่งนี้ นอกเสียจากขวานทลายฟ้าผานกู่ที่อยู่คนละระดับ อาวุธชิ้นอื่น ๆ ล้วนไม่ต่างจากขยะอันน่าเวทนา”
พอได้ยินดังนี้แล้ว หลินเฟิงจึงพยักหน้า “โอ้...ข้าเข้าใจแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือระหว่างที่ข้ายังใช้งานมันไม่ได้ มันก็เป็แค่กระบี่ที่ทำได้แค่หั่นผักใช่...”
“หุบปาก!!”
“เข้าใจกับผีเ้าน่ะสิ?”
“เข้าใจจริง ๆ ใช่มั้ย?”
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น จิติญญาที่ซ่อนอยู่ก็รู้สึกอยากจะออกมาตบหลินเฟิงสักทีสองที “โง่หรือบ้ากันแน่ กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนไม่เพียงแต่มีพลังอันแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังเป็ศัตรูของหมู่มารปีศาจแห่งความชั่วร้ายทั้งปวง แม้แต่ยอดฝีมือก็ยังต้องก้มหัวให้แก่กระบี่เล่มนี้ แต่เ้าคิดจะนำมันไปหั่นผักเนี่ยนะ?”
ทันใดนั้นรอยยิ้มแปลก ๆ บนหน้าของนางก็ปรากฏ “แต่ถึงอย่างไรเ้าก็เป็นายมัน หากคิดจะนำไปหั่นผักจริง ๆ คงไม่มีผู้ใดห้ามเ้าได้”
“เพียงแต่กระบี่เล่มนี้ยากที่จะปรากฏขึ้นบนโลก หากเ้าถูกปล้นชิงขึ้นมา ด้วยระดับพลังของเ้าเกรงว่าชีวิตคงจะมอดม้วย”
ฟังคำพูดนี้ สีหน้าของหลินเฟิงก็พลันเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม “ถ้าเช่นนั้นกระบี่นี่ข้าไม่เอาแล้ว”
เวรเอ้ย นี่มันทุเรศเกินไปแล้ว!!
ไม่สำคัญว่าจะใช้กระบี่เล่มนี้ได้หรือไม่ แต่กระบี่เล่มนี้ยิ่งจับก็ยิ่งร้อน มีแต่จะนำพาความตายมาสู่โดยที่ไม่ทันตั้งตัว
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่ากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนเล่มนี้ไม่เพียงแต่จะยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนคำสาปที่ชักนำความตายมาให้อีกด้วย
แม้ว่าเขาจะมีระบบ ทว่าั้แ่เข้ามายังสุสานซวนหยวน ระบบกับเขาก็ถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์ และเขาก็รู้ดีว่าการที่เป็แบบนี้เป็เพราะระบบยังด้อยกว่ากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน
ถ้าอย่างนั้นก็ช่างหัวมันแล้ว เพราะนั่นไม่ต่างจากการไปหาบรรพบุรุษทางอ้อมชัด ๆ !
........................