ติ๊ง… ติ๊ง… ติ๊ง…
เสียงกริ่งยังคงดังก้องไปทั่วโรงเรียน ราวกับกำลังเตือนให้พวกเขารู้ว่าทุกอย่าง ยังไม่จบ
กรณ์ หายใจแรง ดวงตาของเขาเบิกกว้างราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น เงาของพวกเขายังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่พวกมันไม่ได้ขยับตามพวกเขาอีกต่อไป
และที่น่ากลัวที่สุด...เงานั้นกำลังยิ้ม
"ไม่นะ…ไม่นะ…!" แพรไหมกระซิบ เธอถอยหลังไปจนชนกับธันวา มือของเธอสั่นระริก ร่างกายเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง
กรณ์กัดฟันแน่น เขาหันไปทางธันวา "นี่มันหมายความว่ายังไง!? ทำไมเงาของเราถึงไม่ขยับ!?"
ธันวาหายใจไม่ทั่วท้อง เขาจ้องไปที่เงาของตัวเอง—มันเหมือนเขาทุกอย่าง แต่ดวงตาของมันว่างเปล่า…และริมฝีปากของมันขยับขึ้นเป็รอยยิ้มแปลกประหลาด
"พวกนายจะไปไม่ได้"
เสียงกระซิบดังขึ้นจากเงาของพวกเขาเอง!
กรณ์ตัวแข็งทื่อ "บ้าเอ๊ย!" เขาหันกลับไปมองประตูหน้า "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเราต้องออกไปจากที่นี่!"
ธันวากัดฟันแน่น เขารู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้าย ถ้าหากพวกเขาไม่ออกไปตอนนี้… พวกเขาอาจไม่มีวันได้ออกไปอีกเลย
พวกเขาพุ่งตัวไปที่ประตูพร้อมกัน!
เงาของพวกเขากรีดร้อง มันขยับตัวเองออกจากพื้น ราวกับมีชีวิตเป็ของตัวเอง มันพยายามฉุดรั้งพวกเขาไว้ มือดำมืดของมันเอื้อมออกมาคว้าขาของพวกเขา
"อย่าหยุด!" ธันวาะโ "มันพยายามแทนที่พวกเรา!"
กรณ์กระแทกไหล่เข้ากับประตูโรงเรียน มันกระแทกเปิดออกทันที!
แสงแดดจากโลกภายนอกพุ่งเข้ามา ทุกสิ่งทุกอย่างสว่างจ้า เงาดำเ่าั้กรีดร้องเสียงโหยหวนก่อนที่มันจะค่อย ๆ ละลายไปกับความมืด
ธันวา แพรไหม และกรณ์พุ่งออกจากโรงเรียน ทันทีที่เท้าของพวกเขาแตะพื้นนอกโรงเรียน…
เสียงกริ่งหยุดลง
ทุกอย่างเงียบสงัด
พวกเขากลับออกมาแล้ว
กรณ์ล้มลงนั่งกับพื้นหญ้า หอบหายใจหนัก แพรไหมสะอื้น เธอเอามือปิดหน้า ขณะที่ธันวายืนตัวแข็ง จ้องมองไปที่โรงเรียนเื้ัพวกเขา
มัน… ไม่มีอะไรผิดปกติเลย
อาคารเรียนตั้งตระหง่านเหมือนโรงเรียนธรรมดา ไม่มีเงาดำ ไม่มีเสียงกริ่ง ไม่มีร่องรอยของสิ่งที่พวกเขาเผชิญมา
"เราออกมาแล้ว…ใช่ไหม?" แพรไหมถามเสียงแ่
ธันวาพยักหน้า แต่หัวใจของเขายังคงเต้นรัว พวกเขาออกมาได้แล้วจริง ๆ
กรณ์กัดฟันแน่น กำหมัดจนข้อขึ้นสีขาว "ฉันจะไม่กลับไปที่นั่นอีก…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!"
พวกเขามองหน้ากัน ไม่มีใครพูดอะไรอีก ทุกอย่างเงียบสงบ
แต่ธันวารู้ว่า พวกเขาอาจไม่มีวันลืมสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลย
ก่อนที่พวกเขาจะหันหลังเดินจากไป ธันวาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองโรงเรียนเป็ครั้งสุดท้าย
สายลมพัดผ่าน… หน้าต่างบานหนึ่งของห้อง 206 สะท้อนแสงแดดออกมา
และในเงาของหน้าต่างนั้น… มีบางสิ่งกำลังมองพวกเขาอยู่
ธันวา กรณ์ และแพรไหมยืนอยู่หน้าโรงเรียน ท้องฟ้าเหนือศีรษะเป็สีฟ้าสดใส แสงแดดอ่อน ๆ ลูบไล้ผิวของพวกเขา สายลมพัดเบา ๆ ทุกอย่างดูสงบ... ราวกับว่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่เคยมีอยู่จริง
แต่พวกเขารู้ดีว่า มันไม่ใช่แค่ฝันร้าย
กรณ์ขยับตัวช้า ๆ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง "พวกเรากลับมาได้จริง ๆ ใช่ไหม?"
แพรไหมหันไปมองโรงเรียน ดวงตาของเธอยังเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น "แต่ทำไม…มันดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย?"
ธันวาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดเสียงเรียบ "เพราะมันยังรออยู่"
กรณ์กับแพรไหมหันมามองเขาพร้อมกัน "หมายความว่าไง?"
ธันวามองขึ้นไปที่หน้าต่างห้องเรียนหมายเลข 206 เงาสะท้อนบางอย่างปรากฏอยู่ที่กระจกหน้าต่าง…
มันคือเงาของเขาเอง
แต่เขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น
แพรไหมเอามือปิดปากตัวเอง น้ำตาเริ่มไหล เธอส่ายหัวเบา ๆ "ไม่นะ… อย่าบอกนะว่า…"
กรณ์กำหมัดแน่น ลมหายใจของเขาเริ่มหนักขึ้น "เราหนีออกมาแล้ว…ใช่ไหม?"
ธันวากลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก เขาอยากเชื่อว่าเขาได้ออกมาแล้วจริง ๆ แต่ในใจลึก ๆ เขารู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
เขาก้าวเข้าไปใกล้รั้วโรงเรียน หัวใจเต้นรัว ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น
เสียงกระซิบ…
"พวกนายออกไปได้…แต่บางสิ่งต้องอยู่แทนที่"
ดวงตาของธันวาเบิกกว้าง เขาเข้าใจแล้ว
พวกเขาออกมาได้…แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
บางสิ่งยังติดอยู่ข้างใน
และมันคือ "เงาของพวกเขา"
ติ๊ง… ติ๊ง… ติ๊ง…
เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันดังมาจากภายในโรงเรียน ไม่ใช่จากโลกภายนอก
กรณ์หันไปมองธันวาด้วยสีหน้าหวาดหวั่น "เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้"
แพรไหมจับมือธันวาแน่น เธอสะอื้น "เราทำอะไรไม่ได้แล้วใช่ไหม?"
ธันวาไม่ได้ตอบ เขาเงยหน้ามองโรงเรียนเป็ครั้งสุดท้าย และรู้ว่ามัน ยังไม่จบ
โรงเรียนยังคงอยู่
และมัน ยังคงรอคนต่อไป
[หนึ่งสัปดาห์ต่อมา]
ข่าวลือเื่โรงเรียนคืนิญญายังคงแพร่สะพัดไปทั่ว นักเรียนหลายคนเล่าถึง เสียงกริ่งที่ดังขึ้นตอนเที่ยงคืน แม้ว่าระบบกริ่งของโรงเรียนจะปิดไปแล้ว
บางคนบอกว่าพวกเขาเห็น เงาประหลาดที่ไม่ขยับตามร่างกายของตัวเอง
และบางคน…ได้ยินเสียงกระซิบข้างหู
"พวกนายคือคนต่อไป"