เสื้อที่ซุนหมิงฉวนสวมอยู่ถูกถอดออกไปตอนไหนไม่ทราบได้ ร่างท่อนบนที่เปล่าเปลือยหนาวเหน็บ ทั้งที่ในใจนั้นร้อนรุ่มอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ซุนหมิงฉวนยังไม่เคยไปถึงขั้นไหน ๆ กับใครมาก่อน ไม่ว่าในโลกนี้หรือโลกเดิม
ซุนหมิงฉวนใช้สองมือดันตัวของหลิวมู่เหยียนออก แต่กลับสู้แรงของอีกฝ่ายไม่ได้ หลิวมู่เหยียนบรรจงจูบซุนหมิงฉวนตั้งแต่ริมฝีปาก ลากเลื้อยลงมาที่ซอกคอจนมาถึงตุ่มไตสีชมพูที่แข็งสู้ลิ้นร้อน ซุนหมิงฉวนต้องแอ่นอกรับความรู้สึกที่สุขจนเกินระงับ จิตใจปล่อยไปตามลิ้นร้อนที่ลงต่ำมาด้านล่าง
กางเกงที่สวมเอาไว้ถูกคลายออก ซุนหมิงฉวนยกเอวขึ้นตามแรงมือที่ดันอยู่ที่ก้น แท่งหยกสีขาวนวลดีดผึงออกมาจากเนื้อผ้าที่ถูกปลดลงไป ความรู้สึกร้อนวูบเข้าครอบคลุมแท่งเนื้อที่แข็งขืน ผลุบหายเข้าไปลำคอของหลิวมู่เหยียน
ศีรษะของหลิวมู่เหยียนขยับขึ้นลงอย่างช้า ๆ พร้อมกับร่างของซุนหมิงฉวนที่บิดเกร็งไปมา ปลายเท้าของซุนหมิงฉวนจิกลงที่ปลายเตียงอย่างห้ามไม่อยู่
“มู่เหยียนเกอ” เสียงกระเส่าดังอยู่ในลำคอของซุนหมิงฉวน
หลิวมู่เหยียนยิ่งเร่งขยับดูดดื่มเร็วรี่กว่าเดิม ซุนหมิงฉวนรู้สึกเหมือนสายฟ้าฟาดใส่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ร่างกายเกร็งกระตุกปลดปล่อยความหฤหรรษ์พุ่งเป็นสายถูกหลิวมู่เหยียนกลืนกินลงไป
หลิวมู่เหยียนเปลื้องเสื้อผ้าตนเองที่หลุดลุ่ยจนเปลือยเปล่า ขยับกายขึ้นมากอดซุนหมิงฉวน จูบประทับซุนหมิงฉวนที่ยังไม่เสร็จสิ้นกับความรู้สึกที่เพิ่งเกิดขึ้น กลิ่นคาวในปากของหลิวมู่เหยียนกระตุ้นให้ซุนหมิงฉวนจูบตอบกับอีกฝ่าย
“หมิงฉวนเป็นของข้าเถอะนะ ข้าสัญญาข้าจะมีเจ้าเพียงคนเดียวตลอดไป”
ซุนหมิงฉวนมิได้กล่าวตอบแต่สองมือกอดร่างของหลิวมู่เหยียนเอาไว้จนแน่น พยักหน้าในความมืดเลือนราง จูบหลิวมู่เหยียนเป็นคำตอบ หลิวมู่เหยียนดึงมือของซุนหมิงฉวนลงไปด้านล่างจนสัมผัสได้กับแท่งร้อนที่เหนียวเหนอะ ซุนหมิงฉวนกำแท่งร้อนแทบไม่พอมือแต่ยังขยับขึ้นลงอย่างรู้งาน
“อ้า อย่าเร็วเกินไป” เสียงหลิวมู่เหยียนครางกระเส่า ยกตัวซุนหมิงฉวนให้นั่งพิงหัวเตียงสอดตัวเองให้ซุนหมิงฉวนนั่งทับส่วนล่างของตนเองเอาไว้
ซุนหมิงฉวนกระเถิบร่างขึ้นแต่แท่งร้อนกลับตามไล่เข้ามาจนกระทบกับช่องทางหยุ่น หลิวมู่เหยียนจับเอวของซุนหมิงฉวนยกร่างให้ลอยขึ้น ค่อย ๆ ผ่านแท่งร้อนเข้าไปอย่างไม่เร่งรีบ
ความรู้สึกเจ็บผสมผสานกับความรู้สึกแปลกประหลาด ส่งผ่านขึ้นมาในทันทีที่แท่งร้อนเข้าไปจนสุดทาง ซุนหมิงฉวนจิกเล็บทั้งสิบนิ้วเข้าที่แผ่นหลังของหลิวมู่เหยียนเพื่อข่มกลั้นความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“เจ็บแต่กลับไม่อยากถอนตัวออกไป”
หลิวมู่เหยียนรอจนซุนหมิงฉวนไม่ฝืนร่างต่อต้าน ขยับเอวขึ้นลงโดยที่ยกตัวซุนหมิงฉวนให้ลอยอยู่เหนือหน้าตักตนเอง จังหวะเร่งร้อนขึ้นจนหลิวมู่เหยียนจนไม่ไหวต้องเปลี่ยนให้ซุนหมิงฉวนเอนหลังลงกับเตียงที่ไม่เหลือสภาพเดิมอีกแล้ว สองขาขาวของซุนหมิงฉวนโอบเอวที่ขยับไปมาของหลิวมู่เหยียน แท่งหยกที่สงบไปก่อนหน้านี้ของซุนหมิงฉวนแข็งขืน จนส่วนปลายมีน้ำใสไหลออกมาเป็นสาย
หลิวมู่เหยียนขยับเอวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ซุนหมิงฉวนเกร็งร่างกระตุกเบา ๆ สายน้ำขาวข้นพุ่งกระฉูดอีกคราลงบนหน้าท้อง ช่องทางน้อยบีบรัดเป็นจังหวะ ยิ่งทำให้หลิวมู่เหยียนที่อดกลั้นไว้ทนต่อไปไม่ได้ หลิวมู่เหยียนปลดปล่อยสายน้ำอุ่นออกมามากมายจนคราบขาวข้นเปรอะเปื้อนล้นออกมา กลิ่นเหงื่อคาวคลุ้ง ไออุ่นจากร่างกายทั้งสองขับไล่ความหนาวเย็นในยามค่ำคืนไปจนหมด
หลิวมู่เหยียนสวมใส่เสื้อผ้าอย่างลวก ๆ เดินออกไปที่ห้องข้าง ปลุกให้อวี้เอ๋อร์ที่กำลังนอนหลับฝันดี ออกไปนำน้ำร้อนกับผ้าสะอาดเข้ามา
“น้ำร้อนกลางดึกเช่นนี้หรือขอรับ”
อวี้เอ๋อร์ที่งัวเงียตื่นขึ้นมา ไม่ยักแปลกใจที่เห็นหลิวมู่เหยียนที่จวนสกุลซุนในยามดึกเช่นนี้
“นายน้อยเจ้าไม่ค่อยสบาย ข้าแวะมาดู เจ้ารีบไป”
อวี้เอ๋อร์ไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับอ่างน้ำร้อนกับผ้าสะอาด
“เจ้าไปนอนได้แล้ว ที่เหลือข้าจัดการเอง” หลิวมู่เหยียนรับอ่างน้ำกลับมาไปในห้องอีกครา ทิ้งให้อวี้เอ๋อร์ที่ตอนนี้เหมือนรู้สึกตัวแล้วว่า เหตุใดหลิวมู่เหยียนจึงมาอยู่ที่จวนสกุลซุนในยามดึกทั้งยังอยู่ในห้องของซุนหมิงฉวน แต่ว่าคนหายไปแล้ว ตนเองย่อมไม่กล้าเคาะประตูถามไถ่ จึงได้แต่กลับไปนอน
ซุนหมิงฉวนเหนื่อยจนหลับไปแล้ว ปล่อยให้หลิวมู่เหยียนใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาดร่างกายสวมเสื้อผ้าให้ จากนั้นหลิวมู่เหยียนจึงกอดซุนหมิงฉวนหลับไปพร้อมกันจนกระทั่งรุ่งสาง