วาสนาที่ไร้ใจ
ตอนที่ 5
หยวนซูลี่มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินฉุนเฉียวออกไปจากงานฉลองจวนใหม่ โดยก่อนที่เว่ยตงหยางจะก้าวเท้าออกไป ใบหน้าหล่อเหลาที่คุณหนูใหญ่สกุลหยวนหลงใหล ได้ใช้สายตาคมเข้มมองมาที่นางด้วยแววโกรธเกรี้ยว เกลียดชัง จนใบหน้าของหยวนซูลี่ที่เปื้อนรอยยิ้มยินดีเมื่อได้ฟังพระราชโองการจากปากขันทีาุโ เจื่อนลงทันตา เปลี่ยนเป็รอยยิ้มกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพียงเวลาชั่วพริบตาเดียว
จากความเงียบอึ้งอิจฉาของผู้ที่มาร่วมงานซึ่งมีต่อคู่สามีภรรยาในอนาคต กลายเป็เสียงกล่าวแสดงความยินดี ที่สองตระกูลใหญ่จะมีงานมงคลและรวมกันเป็แผ่นเดียว หากเป็เช่นนี้แล้วละก็ สกุลเว่ยที่มีอิทธิพลมากมายอยู่แล้ว คงแผ่ขยายเพิ่มขึ้นอีกอย่างมหาศาล
ใบหน้าสวยยืนยิ้มแย้มให้กับผู้คนที่เดินเข้ามาแสดงความยินดีกับตัวเอง และถึงแม้ใบหน้าของหยวนซูลี่จะเปื้อนยิ้ม แต่ในหัวของนางกลับมีความคิดหลากหลายวิ่งวุ่นตีกันอยู่
เหตุใดเว่ยตงหยางต้องมองมาด้วยสายตาแบบนั้น แต่ก่อนอาจจะมีสายตารำคาญถูกส่งมาจากเขาบ้าง แต่ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจะมีความเกลียดชังปะปนอยู่ ความเกลียดชังจากเขาที่หยวนซูลี่ได้รับในวันนี้ มันทำให้หัวใจชาวูบ และเ็ปที่เห็นคนที่ตัวเองรักและหวังให้เขารักตอบนั้น เกลียดชังนางเข้าแล้ว หยวนซูลี่ไม่มีส่วนรู้เห็นในพระราชโองการสมรสระหว่างเว่ยตงหยางกับนางในครั้งนี้ แต่การหมั้นนั้น หยวนซูลี่ยอมรับว่าเป็ตัวนางเองที่เป็คนริเริ่มมันขึ้นมา
…ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน
“หลานรัก ถ้าลุงไม่ได้สมุนไพรจากเ้าวันนั้น ลุงก็คงไม่แข็งแรงดังเช่นวันนี้เป็แน่” เสียงบุรุษวัยกลางคนผู้อยู่เหนือราษฎรทั้งปวงอย่าง ‘ฮ่องเต้จ้าวลี่ซือ’ ตรัสกับหลานสาวสุดที่รักที่เป็ดังแก้วตาดวงใจของตนเองและน้องสาวผู้ล่วงลับอย่าง ‘องค์หญิงจ้าวอู่’
ใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งวัยยิ้มกว้างและลูบศีรษะหยวนซูลี่อย่างทะนุถนอม นางเสียมารดาไปั้แ่อายุ10 ขวบ นี่ก็ผ่านมาสี่ปีแล้วที่ทั้งคู่ไม่ได้สนทนากันอย่างลุงกับหลานเหมือนเมื่อตอนมารดาของนางยังอยู่ และเนื่องจากฮ่องเต้มีพลานามัยไม่ค่อยเอื้ออำนวย อีกทั้งต้องทรงงานอย่างหนักเนื่องด้วยบ้านเมืองอยู่ในขั้นวิกฤติ มีข้าศึกรุกรานจากทุกทิศ เลยไม่มีเวลาดูแลและพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบกับหลานสาวเลย
“เป็พระมหากรุณาธิคุณเพคะท่านลุง สิ่งใดที่หลานทำเพื่อท่านลุงได้ย่อมเป็สุขเพคะ” หยวนซูลี่บีบนวดให้ลุงของตนและออดอ้อนเอาใจ จะว่านางสนิทกับฮ่องเต้ผู้เป็ลุงมากกว่าบิดาแท้ๆ ก็คงไม่ผิด
ราชครูแห่งราชสำนักผู้มีภรรยารองและอนุมากมายในจวน ทำมารดาของนางชอกช้ำใจเพราะถูกหมางเมินมานมนาน ไม่ค่อยใส่ใจบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอก แถมเอาแต่ทำงานจนลืมหยวนซูลี่ไป มันก็ถูกแล้วที่นางจะรู้สึกสบายใจและเทิดทูนพี่ชายของมารดาซึ่งดูแลหลานสาวมาั้แ่เกิดอย่างฮ่องเต้แคว้นฉิน
“ที่ผ่านมาลุงขอโทษเ้านะลี่เอ๋อร์ ลุงเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาเรียกเ้าเข้าวังเลย” จ้าวลี่ซือเอาแต่ขอโทษหลานสาวที่ตนไม่ได้ใส่ใจดูแลในเวลาที่ผ่านมา
“อย่าใส่ใจเลยเพคะ ลี่เอ๋อร์ขอเพียงแค่ต่อไปเสด็จลุงจะเรียกหาหลานสาวผู้นี้บ่อยขึ้นก็พอ ลี่เอ๋อร์จะได้มาดูแลท่านลุงได้อย่างเต็มที่อย่างไรล่ะเพคะ”
“มาดูแลหรือมาเที่ยวเล่นในวังกันแน่ หืม?”
“โถ่เสด็จลุงเพคะ ทรงรู้ทันหม่อมฉันอีกแล้วนะเพคะ”
“ฮ่าๆ”
ฟอด~
หลานสาวเคลื่อนตัวเข้าไปหอมแก้มลุงเหมือนที่นางเคยทำมาตลอดเพื่อออดอ้อนเวลาถูกจับได้ว่ากระทำผิด หรือพูดโป้ปด
“หืม โตขนาดนี้แล้วยังมากอดหอมลุงอยู่อีกหรือ” จ้าวลี่ซือหันไปหยอกล้อหลานสาว “เอ๊ะ หรือเ้ามีอะไรจะขอจากลุงผู้นี้เป็พิเศษเช่นนั้นหรือ” และถามหลานออกไปอย่างคนรู้ทัน
ทุกทีที่หยวนซูลี่อยากได้สิ่งใดเป็พิเศษ นางมักจะออดอ้อนหนักเช่นนี้เป็ประจำ
“โถ่เสด็จลุง รู้ทันลี่เอ๋อร์ตลอดเลยนะเพคะ” เสียงออเซาะเอ่ยออกไป เมื่อมีคนรู้ทันแผนการของตน
“...” ฮ่องเต้ผู้เอ็นดูหลานรัก รอฟังสิ่งที่หยวนซูลี่จะเอ่ยขอพร้อมกับเอามือลูบหัวของนางอย่างอ่อนโยน
ขนาดขันทีผู้รับใช้ใกล้ชิดยังรู้สึกลุ้นไปกับผู้ครองแคว้นว่าหลานสาวที่ช่างเอาอกเอาใจและน่ารักมาั้แ่เด็ก จะเอ่ยขอสิ่งใด
“สิ่งที่ลี่เอ๋อร์อยากได้ก็คือ คู่หมั้น เพคะ”
ความเงียบถูกปกคลุมไปทั่วห้องทรงอักษรเมื่อหยวนซูลี่เอ่ยความ้าของตัวเองออกไป ทั้งฮ่องเต้และขันทีาุโไม่มีผู้ใดเปล่งเสียงออกมาเลย แม้แต่เสียงหายใจยังเบาราวกับหยุดหายใจไปแล้ว ใบหน้าที่อึ้งและใของทั้งคู่เป็สัญญาณให้หยวนซูลี่ถามตัวเองกลับในใจว่า ‘ข้าเอ่ยสิ่งใดผิดแปลกไปเช่นนั้นหรือ’
“เอ่อ หม่อมฉันเอ่ยสิ่งที่ประหลาดออกไปหรือเพคะ ลี่เอ๋อร์เพียงเอ่ยบอกว่าอยากมีคู่หมั้นเป็ เว่ยตงหยาง ก็เท่านั้นนะเพคะ ไม่เห็นจะประหลาดจนท่านลุงต้องแสดงพระพักตร์เช่นนั้นเลย” หยวนซูลี่พูดออกไปอีกครั้งหวังจะดึงบรรยากาศให้กลับมาครื้นเครง แถมนางยังเอ่ยทั้งนามและแซ่เต็มของคนที่ตัวเองอยากได้มาเป็คู่หมั้นออกไปให้ฮ่องเต้ทรงทราบด้วย
แต่ความเงียบและใบหน้าใของทั้งคู่ก็ยังไม่ถูกขจัดออกไป แถมยังเพิ่มขนาดดวงตาให้เบิกกว้างยิ่งขึ้นไปอีก
หลังจากวันที่หยวนซูลี่ขอของขวัญแสนพิเศษกับเสด็จลุงของนางไป สามเดือนต่อมา นางกับเว่ยตงหยางก็หมั้นกัน
ซึ่งเหตุผลที่หยวนซูลี่ตัดสินใจขอเสด็จลุงออกไปเช่นนั้นก็เพราะว่านาง้าจะผูกมัดเว่ยตงหยางเอาไว้ด้วยสถานะคู่หมั้น หยวนซูลี่ไม่อยากให้เขาไปมีสตรีอื่นนอกจากตัวเอง เว่ยตงหยางมีสตรีเข้าหาเขามากมายเพราะรูปลักษณ์และความสามารถที่ยากนักจะมีคนเทียบ หยวนซูลี่ทนไม่ไหว สุดท้ายเลยขอให้ฮ่องเต้ผู้มีอำนาจสามารถบังคับทุกคนได้ สั่งให้เว่ยตงหยางหมั้นกับนางเสีย…