บทที่ 16 จดหมายฉบับแรกของฤดูใบไม้ร่วง
เหล่าทหารเลวคุกเข่าลงกับพื้น พร้อมร้องไห้คร่ำครวญว่า
"ท่านแม่ทัพใหญ่! ต้องล้างแค้นให้ท่านรองแม่ทัพให้ได้นะขอรับ!"
เฮยจิวเดินกลับไปกลับมา พลางขมวดคิ้วแน่น การที่สามารถกวาดล้างทหารเลวหนึ่งร้อยคนของเสาหู่ได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เช่นนี้ ต้องบังเอิญไปเจอกับกองทัพประจำการของแคว้นฉู่แน่! ไม่แน่ว่าอาจจะเป็กองกำลังชั้นยอดของทัพฉู่ด้วย!
อีกทั้งส่วนใหญ่น่าจะเป็พวกชาวฉู่ที่ใช้กำลังทหารที่เหนือกว่าอย่างท่วมท้น วางกับดักไว้ล่วงหน้า มิเช่นนั้นเหตุใดจึงไม่มีผู้รอดชีวิตหลบหนีกลับมาได้เลยแม้แต่คนเดียว? ต้องทราบก่อนว่าโจรเสาหูยึดครองพื้นที่แถบฉู่หยางมานานหลายปี ย่อมรู้จักเส้นทางสายเล็ก ๆ ในูเาเป็อย่างดีทุกซอกทุกมุม
ครั้งหนึ่งชาวฉู่เคยพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัดเพื่อล้อมปราบโจรเสาหู แต่ทุกครั้งโจรเสาหูสามารถอาศัยความคุ้นเคยในภูมิประเทศ หลบหนีไปได้อย่างปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้นเสาหู่ถือเป็ขุนพลที่กล้าหาญและมีไหวพริบเป็เลิศ จะไม่เหลือทางถอยให้ตัวเองได้อย่างไร?
หรือว่าแคว้นฉู่จะส่งกองกำลังจำนวนมากมาล้อมปราบโจรเสาหูของข้าอีกครั้ง? เมื่อคิดได้ดังนี้ เฮยจิวก็อดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะในใจ ด้วยความยิ่งใหญ่ของกลุ่มโจรเสาหู การล้อมปราบของแคว้นฉู่ก็เป็เพียงเื่ตลก!
การล้อมปราบในลักษณะนี้เมื่อก่อนใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น ทว่าหากคิดจะค้นหาโจรเสาหู่ท่ามกลางดงกกอันกว้างใหญ่ไพศาล หากไม่มีทหารแสนนายก็อย่าหวังว่าจะทำสำเร็จเลย! เป็ไปไม่ได้ที่จะระดมกองทัพใหญ่ขนาดนั้นเพียงเพื่อกำจัดทหารแตกพ่าย ซึ่งเหลืออยู่เพียงพันกว่าคนของเขาหรอกกระมัง? นอกจากว่าฉู่หวางจะเสียสติไปแล้ว!
เฮยจิวหยุดเดินกะทันหัน เขาขมวดคิ้วพลางถามว่า
"พวกเ้าเห็นศพของพวกเสาหู่หรือไม่?"
เหล่าโจรที่มาแจ้งข่าวตอบพร้อมกันว่า
"เรียนท่านแม่ทัพใหญ่ ไม่พบศพขอรับ บนพื้นมีเพียงรอยเื!"
เฮยจิวขมวดคิ้วและเริ่มรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา หากคนหนึ่งร้อยคนของเสาหู่ตายหมดก็ยังดี แต่หากมีผู้รอดชีวิตแล้วบอกที่ตั้งรังของโจรเสาหูออกไป จะไม่กลายเป็ภัยพิบัติล้างบางหรือ?
ตอนนี้เฮยจิวกลับหวังให้พวกเสาหู่ตายให้หมดสิ้นอย่างสะอาดสะอ้าน ลูกน้องหนึ่งร้อยคนตายก็คือตาย แม้จะสูญเสียขุนพลสำคัญอย่างเสาหู่ไป แต่สำหรับกลุ่มโจรเสาหูแล้ว ไม่ถือว่าาเ็สาหัสจนถึงขั้นกระทบกระเทือนรากฐาน สิ่งที่กลัวคือมีผู้รอดชีวิต! มีคนทรยศ!
เฮยจิวนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า
"ห้ามบุ่มบ่าม! ส่งหน่วยสอดแนมไปเพิ่ม หากทางด้านฉู่หยางมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ ต้องรีบมาแจ้งทันที! เรียกพี่น้องทุกคนกลับมา อย่าเพิ่งออกจากทะเลสาบโดยง่าย!"
เหล่าโจรไม่ยินยอม
"ทว่าความแค้นของท่านรองแม่ทัพ..."
เฮยจิวหรี่ตาลงอย่างเ็า ทุกคนรีบหุบปากทันทีไม่กล้าพูดต่อ วิธีการของแม่ทัพใหญ่ผู้นี้เป็ที่รู้กันดีทั่ว... คนล่าสุดที่เสนอความเห็นคัดค้าน หัวยังเสียบอยู่บนต้นไม้เลย ไม่มีใครอยากตกเป็เป้าหมายในการสร้างอำนาจคนต่อไป
พริบตาเดียวก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ลมต้นฤดูใบไม้ร่วงยังไม่นับว่าเย็นสบายนัก แสงแดดร้อนระอุราวกับจะแผดเผาผืนดินให้มอดไหม้
เมื่อมองออกไป ทั่วอำเภอฉู่หยางดูเหมือนจะถูกปกคลุมไปด้วยสีเหลืองทอง บนทุ่งนาอันกว้างขวางรวงข้าวพลิ้วไหวตามสายลมเกิดเป็ระลอกคลื่นที่เย้ายวนใจ รวงข้าวปีนี้ดูจะใหญ่เป็พิเศษ เห็นได้ชัดว่าจะเป็ปีที่เก็บเกี่ยวได้มหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ชาวนาทุกคนที่ทำงานในทุ่งนาดูเหมือนจะมีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับบนใบหน้า ในปีที่ผลผลิตดีเช่นนี้นายท่านเก็บภาษีเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น! ในหมู่บ้าน เด็ก ๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน บนทุ่งนากังหันน้ำหมุนเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ช่างเป็ภาพที่สงบสุขอย่างยิ่ง
นับั้แ่สยงอู่เหลียงมาถึงที่ดินแดนศักดินาจนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปกว่าครึ่งปีแล้ว เพียงเวลาหนึ่งปี พื้นที่เพาะปลูกของอำเภอฉู่หยางขยายเพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัว! ด้วยการส่งเสริมร่วมกันของกังหันน้ำ การใส่ปุ๋ย เครื่องมือเกษตรแบบใหม่ และรูปแบบการผลิตของหมู่บ้านเกษตรกรรม ปีนี้อำเภอฉู่หยางจะพบกับการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่!
จงหัวเดินไปเดินมาตามท้องนา มองรวงข้าวใหญ่ั์ทีละรวงซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปีก่อน ๆ หลายเท่า! ใบหน้าของจงหัวยิ้มกว้างจนเหมือนก้นลิง แม้จะประเมินด้วยการคำนวณที่ระมัดระวังที่สุด ทว่าผลผลิตปีนี้ก็น่าจะมากกว่าปีก่อน ๆ ถึงสามเท่าขึ้นไป!
หากพูดถึงด้านอุตสาหกรรม ยิ่งเป็การก้าวะโครั้งใหญ่จากศูนย์ไปสู่หนึ่ง! ขณะนี้อำเภอฉู่หยางมีช่างฝีมือเต็มเวลามากกว่าห้าร้อยคน นอกจากนี้ชาวนาที่สามารถมาทำงานเสริมในโรงงาน่นอกฤดูทำนาก็มีจำนวนถึงหลายพันคน! ปัจจุบันอำเภอฉู่หยางมีโรงงานหลายแห่ง รวมถึงโรงงานแปรรูป โรงงานอิฐ และโรงงานทอผ้า!
ด้านการค้า อำเภอฉู่หยางก็เริ่มมีความรุ่งเรืองในขั้นต้น! สินค้าในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็ลูกธนูที่ผลิตจากโรงงานแปรรูป และผ้าที่ผลิตจากโรงงานทอผ้า แม้ประเภทสินค้าจะยังมีไม่มาก ทว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็สินค้าที่เป็ที่้าและแลกเปลี่ยนได้ง่าย!
ภาษีเกษตรปีนี้คาดว่าคงเก็บไม่ได้มากนัก... แต่ด้วยการลักลอบขายสินค้าเหล่านี้ ในที่สุดคลังสินค้าในที่ดินแดนศักดินาก็ไม่ว่างเปล่าเหมือนตอนที่สยงอู่เหลียงมาถึงฉู่หยางครั้งแรกอีกต่อไป
ตอนนี้แม้แต่คุณชายหมี่เหลียง ยามนอนนวดอยู่ในอ้อมกอดของเสี่ยวอี๋ ก็ยังรู้สึกมั่นใจเป็พิเศษ! มีเสบียงในมือ ใจก็ไม่หวั่น!
"คุณชาย มีจดหมายถึงท่านเ้าค่ะ"
เสี่ยวอี๋หลบมือที่ซุกซนของสยงอู่เหลียง ใบหน้าของนางแดงระเรื่อพลางก้มหน้ากล่าว
สยงอู่เหลียงยิ้มอย่างหน้าไม่อาย พร้อมยื่นมือไปรับกระบอกไม้ไผ่ แล้วแกะดินที่ปิดผนึกออก ข้างในเป็ม้วนหนังแกะ คุณชายหมี่เหลียงเพ่งมองดู ชื่อระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็จดหมายที่เขียนโดยไท่จื่อหมี่เหิง
[น้องข้า หลังจากกันที่อิ่งโตว สบายดีหรือไม่? พี่อยากจะล่าสัตว์ที่ฉู่หยาง จึงจะเดินทางไปหาโดยมิได้นัดหมาย]
มีเพียงข้อความสั้น ๆ เพียงบรรทัดเดียว ซึ่งตรงกับนิสัยโผงผางและซื่อตรงของรัชทายาทพระองค์นี้ สยงอู่เหลียงตบหน้าผากตัวเองแล้วนึกขึ้นได้ ตอนนั้นเขากับรัชทายาทมีข้อตกลงกันว่าจะล่าสัตว์ในที่ดินศักดินาด้วยกันหลังจากเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง
ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา คุณชายหมี่เหลียงยุ่งจนหัวหมุนจนลืมเื่นี้ไปเสียสนิท ดังนั้นเมื่อเห็นจดหมายฉบับนี้จึงเพิ่งนึกได้ว่ามีกิจกรรมรวมกลุ่มเช่นนี้อยู่ด้วย พูดตามตรงสำหรับสยงอู่เหลียงแล้ว นี่ถือเป็เื่ดี การที่รัชทายาทเสด็จมาล่าสัตว์เพื่อความสำราญนั้น ความจริงแล้วเปรียบได้กับการมาให้ท้ายเขามากกว่า ถือเป็การบอกให้ทั้งแคว้นฉู่ทราบว่าอย่าได้ล่วงเกินฉู่หยางจวินหมี่เหลียงเพราะมีรัชทายาทคอยหนุนหลังอยู่ ความรู้สึกที่มีคนหนุนหลัง... มันช่างดีจริง ๆ!
ทว่า... เสี่ยวอี๋ชะโงกหน้ามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"คุณชายจะไปล่าสัตว์กับไท่จื่อหรือเ้าคะ? แต่ว่า... ในที่ดินศักดินายังมีสัตว์ให้ล่าอยู่อีกหรือเ้าคะ?"
หลังจากคุณชายสยงอู่เหลียงมาถึงอำเภอฉู่หยาง ก็ได้สนับสนุนให้ชาวนาบุกเบิกที่ดินทำกินอย่างเต็มที่ ใน่แรกของการบุกเบิกมักจะมีสัตว์ป่าเข้าโจมตีถึงขั้นทำให้ชาวนาาเ็และเสียชีวิตจนผู้คนใกลัว เมื่อคุณชายหมี่เหลียงทราบเื่ก็โบกมือสั่งการทันที
จงหัวนำทหารลูกหลานชาวฉู่หยางสองร้อยนายติดอาวุธครบมือและถือหน้าไม้กล กวาดล้างไปทั่วที่ดินศักดินาหลายรอบราวกับตะแกรงร่อน
เมื่อสัตว์ร้ายในป่าต้องเผชิญกับหน่วยรบชั้นยอดที่ติดอาวุธครบมือและจัดกระบวนทัพต่อสู้ ถึงกับต้องร้องขอชีวิต ใน่เวลานั้นทุกครัวเรือนมีเนื้อกิน สัตว์ป่าในป่าเขาลำเนาไพรแทบจะสูญพันธุ์
ตอนนี้อย่าว่าแต่พวกหมาป่า เสือ หรือเสือดาวที่ทำให้เหล่านักล่าตื่นเต้นเลย... แม้แต่กระต่ายก็แทบจะไม่มีตัวที่ขนาดใหญ่เลย
เสี่ยวอี๋พลันรู้สึกกังวล
"คุณชาย จะลองหาวิธีอะไรหน่อยหรือไม่เ้าคะ? จะปล่อยให้ไท่จื่อเสด็จกลับไปด้วยความผิดหวังไม่ได้นะเ้าคะ?"
สยงอู่เหลียงยิ้มแหะ ๆ
"ไม่ต้องกังวล ข้าเตรียมการไว้แล้ว แม้จะไม่มีสัตว์ป่า ทว่าเหยื่อสำหรับล่ายังมีอยู่"
คุณชายหมี่เหลียงดูเหมือนจะวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมีท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยม เสี่ยวอี๋เฉลียวฉลาดจึงเข้าใจได้ทันที
"คุณชาย ท่านหมายความว่า…"