ไป๋เหวินหรง คือชายผู้มากไปด้วยความปรารถนาถึงแม้ว่าในยามนี้นั้นตัวของเขาจะมีอายุได้ 58 ปี แล้วแต่ความหื่นกระหายภายในใจเขานั้นแทบไม่ได้ลดน้อยลงเลยในทางกลับกันยิ่งตัวของเขามีอายุที่มากขึ้นความหื่นกระหายของเขาก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณ ทุกค่ำคืนท่อนเนื้อของชายวัยกลางคนผู้นี้นั้นไม่เคยรู้สึกเปลี่ยวเหงาเพราะมีสาวใช้มากมายไม่ซ้ำหน้าต่างมาคอยบริการอย่างไม่คาดสายท่อนเนื้อของหนุ่มใหญ่เต็มไปด้วยความกระชุ่มกระชวยจากน้ำราคะสตรี ลีลาในการร่วมรักของเขานั้นเต็มไปด้วยความเร่าร้อนหลากหลายกระบวนท่าจากประสบการณ์สะสมที่ขย่มเรือนร่างของสตรีมาหลายปี ไป๋เหวินหรง ผู้นี้ถือได้ว่าเป็ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งการร่วมรักอย่างแท้จริง ช่างแตกต่างจากผู้เป็บุตรชายที่มีความอ่อนหัดในเื่บนเตียงเป็อย่างมากระยะเวลาไม่เท่าไหร่ตัวของเขานั้นน้ำก็แตกแล้ว
อี๊..อี๊..อ๊า..อ๊า..หลินชิงเยว่ นางส่งเสียงร้องครวญครางออกมาอย่างเร่าร้อนหลังจากที่นางโดนท่อนเนื้อของชายคนรักกระแทรกเรือนร่างของนางอย่างหิวกระหายเสียงร้องครวญครางที่นางเปล่งออกมานางพยายามที่จะทำให้เขาเพลิดเพลินไปกับความเสียวให้มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันเขากับล่ะเลยกับเรือนร่างของนางเขาไม่รู้จักการเล้าโลมและลูบไลท์เรือนร่างของนางสักครั้งไม่หนำซ้ำท่อนเนื้อของเขาก็มีขนาดเล็กจนน่าใ
อู๊ยยยย เพียงไม่กี่ชั่วระยะเวลาอึดใจต่อมาไป๋อวิ๋นเช่อก็สามารถเข้าไปสู่สภาวะอารมณ์ที่สุขสมจนได้น้ำราคะของเขาอาบย้อมเข้าไปที่ร่องสวาทของนางอย่างหื่นกระหาย
“หื้อ...เสร็จแล้วเหรอ” นางพูดออกมาอย่างเสียอารมณ์ที่ชายคนรักเสร็จกิจเร็วจนเกินไปตัวของนางยังไม่รู้สึกอารมณ์ที่สุขสมเลยด้วยซ้ำแต่เธอก็ทำเป็แสร้งอารมณ์ที่พึงพอใจออกมา
“อ๊า...ท่อนเนื้อของท่านยังคงทำให้ข้าเสียวกระสันเหมือนเดิม” หลินชิงเยว่นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะออดอ้อนหลังจากนั้นนางจึงใช้ริมฝีปากที่สุดแสนจะเย้ายวนของตนค่อยๆทำความสะอาดท่อนเนื้อชายคนรักของนาง
อู๊ยยย ไป๋อวิ๋นเช่อถึงกับแสดงสีหน้าเสียวออกมาเพื่อถูกหญิงคนรักดูดเลียท่อนเนื้อให้เขาอย่างเร่าร้อนนางยังคงมีความหื่นกระหายเหมือนเช่นเคยสิ่งนี้เองที่ทำให้ตัวของเขานั้นหลงใหลในตัวนางและขอนางแต่งงานในที่สุดความเร่าร้อนของสตรีนางนี้มันทำให้ตัวของเขานั้นติดใจ
ไป๋อวิ๋นเช่อเป็บุรุษผู้หลงใหลในสุรารสเลิศ หลังจากค่ำคืนแห่งความเร่าร้อน เขาก็เอนกายลงข้างนาง ผู้ซึ่งยังคงมีลมหายใจอ่อนโยนเคียงข้าง ความรู้สึกอิ่มเอมที่ยังหลงเหลือในบรรยากาศ ทำให้เขาเอื้อมมือไปหยิบไหสุราที่ตั้งอยู่ไม่ไกล
หยดแรกที่แตะลงบนปลายลิ้น ทำให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าเหมือนได้รับการปลอบประโลม เขาจิบไปพลาง หลับตาลงพลาง ปล่อยให้รสชาติอันหอมหวานซ่านไปทั่วอณูความคิด สุราในมือชวนให้ความรู้สึกผ่อนคลายถาโถมจนเกินจะต้านทาน
เพียงไม่นาน หลังจากที่ดื่มจนพอใจ ไป๋อวิ๋นเช่อก็เอนกายลงบนที่นอนนุ่ม ร่างกายอันอ่อนล้าเริ่มถูกดึงเข้าสู่นิทรา ลมหายใจของเขาเริ่มสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความผ่อนคลายอย่างที่สุด เขาหลับไปในอ้อมกอดของความสุขและความสงบ โดยมีสุราเป็เสมือนเพื่อนที่พาเขาเข้าสู่โลกแห่งความฝัน
"ท่านหลับแล้วหรือ..." เสียงของหลินชิงเยว่แ่เบาแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน นางมองไปยังไป๋อวิ๋นเช่อที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างกาย ใบหน้าคมคายนั้นสงบจนน่าอิจฉา ในขณะที่นางกลับต้องเผชิญกับหัวใจที่ยังเต้นระส่ำและอารมณ์ที่ไม่อาจสงบลงได้
ผิวกายนวลเนียนของหลินชิงเยว่เปล่งประกายด้วยหยาดเหงื่อที่พร่างพรมราวกับหยาดน้ำค้างยามรุ่งเช้า เส้นผมที่พลิ้วสยายยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับรูปลักษณ์ของนางในยามนี้ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย
นางขยับกายเข้าไปใกล้ เขยิบปลายนิ้วเรียวไปแตะบนไหล่ของไป๋อวิ๋นเช่อเบาๆ ราวกับอยากปลุกเขาขึ้นมาอีกครั้ง แต่เมื่อเห็นลมหายใจที่สม่ำเสมอ นางก็ชะงักไป
ท่ามกลางความสงัดของค่ำคืน หลินชิงเยว่กลับรู้สึกถึงไฟแห่งความปรารถนาที่ยังลุกโชนอยู่ในกาย แม้ไป๋อวิ๋นเช่อจะหลับใหลอย่างสงบ แต่ในใจของนางกลับไม่อาจสงบลงได้ ความปรารถนาที่หลงเหลืออยู่ทำให้นางไม่อาจปล่อยให้ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปเพียงแค่นี้
"ท่านจะปล่อยให้ข้ารอเช่นนี้หรือ..." เสียงกระซิบของนางแ่เบา แต่แฝงไว้ด้วยความเย้ายวนที่ยากจะปฏิเสธ นางแนบใบหน้าใกล้กับใบหูของเขา พลางเป่าลมหายใจอ่อนโยนใส่ เสียงลมหายใจของนางกระตุ้นให้ร่างที่หลับใหลเริ่มขยับเขยื้อนเล็กน้อย
ปลายนิ้วของหลินชิงเยว่ลากผ่านแผงอกของเขาอย่างช้าๆ ราวกับกำลังวาดลวดลายให้เขารู้สึกตัว "ข้า...ยังไม่พอใจ ท่านจะใจร้ายกับข้าเช่นนี้หรือ?" น้ำเสียงของนางยิ่งเย้ายวนมากขึ้น พร้อมกับแววตาที่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ที่ไม่อาจต้านทาน
หลินชิงเยว่รู้สึกถึงความเร่าร้อนในใจที่ไม่อาจดับลงได้ นางตัดสินใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของไป๋อวิ๋นเช่อที่ยังคงหลับใหลอย่างสงบ ดวงตาของนางจับจ้องไปที่ริมฝีปากของเขาริมฝีปากที่เคยปลุกเร้าอารมณ์ของนางด้วยความอ่อนโยน แต่ในยามนี้กลับสงบนิ่ง ราวกับไม่รับรู้ถึงไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนในใจของนาง
นางโน้มตัวลงอย่างช้าๆ ก่อนที่จะบดขยี้ริมฝีปากของเขาอย่างอ่อนโยนแต่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนา ความนุ่มนวลและความอบอุ่นของัันั้นคือสิ่งที่นาง้า แต่ทว่า...ริมฝีปากของเขากลับนิ่งเฉย ไม่มีการตอบสนอง ไม่มีแม้แต่การขยับตัว
นางถอนริมฝีปากออกเล็กน้อย พลางจ้องมองไปที่เขาอย่างผิดหวัง หัวใจของนางเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและขื่นขม "ท่าน...จะไม่รู้สึกถึงข้าเลยหรือ..." นางพึมพำออกมาเบาๆ น้ำเสียงปนด้วยความน้อยใจ
หลินชิงเยว่ขยับตัวไปซบลงบนแผงอกของไป๋อวิ๋นเช่อ มือเรียวของนางลูบไล้ไปบนผิวกายของเขา แต่เขายังคงหลับใหลอย่างไม่รู้ตัว ความสงบนิ่งของเขาราวกับจะตอกย้ำให้นางรู้สึกว่าค่ำคืนนี้ช่างโดดเดี่ยว แม้จะอยู่ใกล้เพียงลมหายใจ แต่กลับเหมือนห่างไกลออกไปทุกทีเวลาผ่านไปเพียงไม่นาน หลังจากที่หลินชิงเยว่นอนอยู่ข้างกายสามีผู้ยังคงหลับใหล ดวงตาของนางกลับสว่างไสวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับเปลวเพลิงที่ถูกปลุกให้ลุกโชน ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในจิตใจของนางอย่างชัดเจน ภาพเหตุการณ์ในค่ำคืนก่อนหน้าแล่นกลับมาสู่ความทรงจำ
ค่ำคืนนั้น ขณะที่นางเดินผ่านสวนอย่างไม่ได้ตั้งใจ นางกลับบังเอิญเห็นภาพที่ทำให้หัวใจเต้นระส่ำผู้นำตระกูลหรือบิดาของสามีของนาง กำลังมีความสัมพันธ์อย่างลับๆ กับสตรีนางหนึ่ง ภาพนั้นชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด พฤติกรรมของพวกเขาไม่ต่างจากเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ในที่โล่งแจ้ง ไร้ซึ่งการหลบซ่อน
นางยืนนิ่งอยู่ในความมืด รู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ไม่อาจอธิบายได้ แรงปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ภายในใจของนางกลับปะทุขึ้นมาราวกับถูกกระตุ้น แม้จะรู้ดีว่าภาพที่เห็นนั้นไม่สมควร แต่ลึกลงไป นางกลับรู้สึกว่ามันช่วยปลอบประโลมความรู้สึกอันขมขื่นของตนเองได้
คืนนี้...หลินชิงเยว่ตัดสินใจ นาง้าที่จะเห็นภาพนั้นอีกครั้ง เพื่อให้จิตใจของนางได้รับการปลอบโยนจากสิ่งที่นางขาดหาย ริมฝีปากของนางเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งปรารถนาและความขัดแย้งในใจ
หลังจากลุกขึ้นจากที่นอน นางค่อยๆ ขยับกายอย่างระมัดระวัง ไม่ให้รบกวนไป๋อวิ๋นเช่อที่ยังคงหลับใหล นางหยิบผ้าคลุมบางเบาขึ้นมาสวม ก่อนจะก้าวออกไปในความมืดด้วยความเงียบสงบ ทุกย่างก้าวของนางนำพาไปยังสวนหลังเรือนที่นางเคยพบเห็นภาพนั้นมาก่อน
เสียงใบไม้ต้องลมแ่เบาดังก้องอยู่ในโสตประสาทของนาง ขณะที่ความรู้สึกในใจเริ่มปั่นป่วนขึ้นเรื่อยๆ "ค่ำคืนนี้...ข้าจะได้เห็นอีกครั้งหรือไม่" นางกระซิบกับตนเอง ดวงตาที่ลุกโชนดุจเปลวไฟสะท้อนแสงจันทร์ ทำให้นางดูราวกับเป็นางพญาผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์ลึกลับที่ยากจะคาดเดา