บทที่ 5
โลกใบใหม่กับระบบ
ท้องนภานั้นมืดมิดลงดวงตะวันอับแสงดวงจันทร์ทาสีเงินสะสมขึ้นมาส่งอำนาจบนท้องนภาแห่งนี้แทนที่ ราตรีนี้ดวงจันทราได้จูงหมู่มวลดวงดาราออกมารายล้อมเพื่อให้แสงสว่างในยามราตรี
ค่ำคืนนี้เป็ราตรีที่งดงามหนึ่งราตรีเลยทีเดียวหลังจากที่ผ่านพ้นานองเืใน่ยามกลางวันมาได้สำเร็จ
าระหว่างชายแดนของทั้ง 2ดินแดนนั้นจบลงในวันนี้การสูญเสียมากมายภายในสมรภูมิซากศพนอนตายเกลื่อนกลาดโลหิตสีแดงฉานอาบไปทั่วทั้งปฐี
การต่อสู้มันคงจะไม่จบเพียงแค่นี้นี่เป็เพียงแค่การเริ่มต้นของดินแดนทั้ง2 เท่านั้นที่เปิดาใส่กัน
บริเวณกระโจมแพทย์รักษาหลังจากที่ต่อแถวรอเข้ารักษามาั้แ่ใน่ยามเย็นกว่าที่จะได้เข้ามารักษาและพบแพทย์ภายในสถานที่แห่งนี้ก็เป็ใน่ยามกลางดึกแล้ว
อี้ชิงนายน้อยของตนเองเข้ามาพบท่านหมอประจำค่ายแห่งนี้เพื่อที่จะให้ท่านหมอดูอาการนายน้อยของตนเองว่ามีอันใดผิดปกติหรือไม่
แต่เป็เพราะว่าจำนวนหมอที่รักษาภายในกองทัพมีน้อยยิ่งนัก แล้วยังต้องเรียงลำดับจากผู้ที่เจ็บหนักไปจนถึงผู้ที่เจ็บน้อยกว่าที่จะได้เข้ามาพบท่านหมอเพื่อตรวจอาการก็ปาเข้าไปในยามกลางดึกแล้ว
บนเตียงคนป่วยร่างของบุรุษหนุ่มวัยแรกรุ่นที่เพิ่งย่างเข้าวัย18 ได้นอนนิ่งอยู่บนเตียง หลี่หยางตอนนี้เขาได้ถอดชุดเกราะหนังเก่าๆของตนเองออกเหลือเพียงแค่ชุดผ้าด้านในที่เป็สีดำเท่านั้น
แต่ทว่าเมื่อมองชุดผ้าที่ตนเองกำลังสวมใส่ก็ปรากฏพบเห็นว่ามันเป็เหมือนกับชุดภาพภายในยุคสมัยก่อน
ซึ่งมันน่าประหลาดเป็อย่างมากภายในยุคที่เขาอยู่มันเป็ยุค2021 ไม่น่าจะมีผู้ใดใส่ชุดเช่นนี้ ถ้าจะมีก็คงจะมีแต่ภายในละครพีเรียดย้อนยุคที่เขาเคยเห็น
แต่ในตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้หลี่หยางเขายังคงประเมินสถานการณ์และเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ได้สิ่งที่เขาทำได้เพียงอย่างเดียวก็คือการที่ปฏิบัติตามคนเหล่านี้ไป
ขนาดที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงข้างเตียงก็มีอี้ชิงและหมอเฒ่าผู้หนึ่งที่กำลังยืนดูอาการของเขาอยู่
ชายชราผู้นั้นเป็หมอของกองทัพเขากำลังยืนตรวจอาการอย่างขะมักเขม้น ดวงตาที่หรี่เล็กลงจ้องมองไปที่บุรุษที่อยู่ด้านหน้า
ร่างกายแม้จะเปื้อนฝุ่นจากสมรภูมิมาบ้างแต่ว่าทั่วทั้งร่างกายกลับไม่มีาแเลยแม้แต่น้อยแถมร่างกายยังดูแข็งแรงดี
“ เ้าบอกว่าคนผู้นี้จำอะไรไม่ได้เลยอย่างนั้นหรือ? ” หมอเฒ่ากำลังยืนอยู่ข้างเตียงหันไปถามกับอี้ชิง
“ ใช่แล้วขอรับท่านหมอนายน้อยจำอะไรไม่ได้เลยจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านี่คือาระหว่างดินแดน5 ธาตุแล้วก็ดินแดนมาร ” อี้ชิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็กังวลเขาแสดงความเป็ห่วงออกมาจากทั้งแววตาและน้ำเสียงของตนเอง
การที่คนผู้นี้พานายน้อยของตนเองมารักษาเพื่อดูอาการทางที่เห็นอยู่แล้วว่าภายนอกไม่มีาแก็เป็เพราะว่ามันเห็นว่านายน้อยของมันจำอะไรไม่ได้เลย
โรคชนิดนี้แม้ว่าจะพบเห็นไม่บ่อยนักแต่ว่าก็มีผู้ที่เคยเป็อยู่มันเรียกว่าความจำเสื่อม อี้ชิงมันเองก็ไม่อยากจะให้นายน้อยของมันเป็เช่นนั้น
หมอเฒ่าผู้นั้นทำการใช้ดวงตาของตนเองหันไปจับจ้องที่ผู้ที่กำลังนอนอยู่บนเตียงอีกครั้ง มันใช้ดวงตาของมันวิเคราะห์พลางกลับพยักหน้าแล้วก็ได้ข้อสรุปของตนเองออกมา “ อาจจะเป็ความจำเสื่อมก็ได้บางทีตอนที่ล้มลงไปภายในสมรภูมิศีรษะอาจจะไปกระแทกเข้ากับบางอย่างที่เป็ของแข็ง ”
“ อะไรกัน~ ” อี้ชิงแสดงใบหน้าเป็กังวลออกมาอย่างชัดเจน
เมื่อได้รู้ความจริงเช่นนี้มันแทบจะกลั้นน้ำตาของตนเองเอาไว้ไม่อยู่นายน้อยของมันมีชะตาอาภัพมาั้แ่กำเนิดอยู่แล้วยามนี้ยังความจำเสื่อมอีก
บ่าวผู้ซื่อสัตย์และภักดีทำการสาปแช่ง์กลั่นแกล้งชะตากรรมของนายน้อยของมันเพียงนี้
“ แล้วเช่นนี้จะทำอย่างไรต่อขอรับท่านหมอมีวิธีรักษานายน้อยของข้าหรือไม่ ” อี้ชิงได้คุกเข่าลงขอร้องอ้อนวอนต่อผู้ที่อยู่ด้านหน้าอย่างสุดชีวิต
ตึก!!! ตึก!! เข่าทั้งสองข้างลงไปัักับพื้นศีรษะของมันก้มต่ำลงไปแล้วก็ทำการขอร้องอ้อนวอนต่อผู้ที่อยู่ด้านหน้า
“ เฮ้อ~ ” น้ำเสียงถอนหายใจอย่างหมดหวังถูกปล่อยออกมา
“ ไม่ไหวหรอกโรคชนิดนี้ไม่มีวิธีการรักษาที่แน่นอนได้แต่ต้องรอเวลาและรอ์เท่านั้น ” หมอเฒ่าผู้นั้นพูดออกมาอย่างหมดหวังใบหน้าของมันส่ายไปส่ายมา
ความจำเสื่อมไม่ใช่ว่าผู้ใดก็จะสามารถกำหนดได้เพราะแบบนั้นภายในยุคสมัยนี้ผู้คนเลยมองว่ามันจะต้องรอปาฏิหาริย์จากสรวง์เท่านั้น
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของอี้ชิงสั่นคลอนในทันที ตัวของมันอยากจะหลั่งน้ำตาออกมาสิไม่ได้เหตุใดต้องเกิดเื่เช่นนี้กับนายน้อยของมันโดย
“ เอาล่ะพวกเ้าออกไปเถอะไม่มีาแอะไรหนักหนา ถ้ายังต้องรักษาคนอื่นต่ออีกหมอภายในกองทัพมีน้อยยิ่งนัก ” คนผู้นั้นรีบเอ่ยอย่างรวดเร็ว
เขาทำตามความสามารถที่ตนเองกระทำได้แล้วเพราะแบบนั้นในตอนนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว
อีกทั้งภายในสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีผู้ป่วยเพียงแค่สองคนเพราะว่ามีคนป่วยอีกมากมายที่กำลังรอต่อแถวแล้วก็เข้าการรักษาอยู่
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอี้ชิงเองก็ไม่สามารถกระทำอะไรได้ เขาได้ลุกขึ้นพยุงร่างของนายน้อยของตนเองขึ้นมาแล้วก็พานายน้อยของตนเองเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างหมดหวัง
หลี่หยางเขาได้ส่งสายตาของตนเองไปมองที่คนผู้นั้นหมอเฒ่าที่ทำการรักษาเขา
เมื่อได้จ้องมองดูดีๆข้อความของระบบมันก็ได้แจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง
---
ชื่อหมอาุโของกองทัพห้าธาตุ LV.10
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[100/100]
---
ข้อความของระบบหลี่หยางเขายังไม่รู้เกี่ยวกับเื่พวกนี้แน่ชัดแต่มันต้องมีบางอย่างที่พิเศษอย่างแน่นอน
เพียงแค่เขามองตรงไปที่คนไหนเป็เวลา 10วิมันก็จะปรากฏหน้าต่างสเตตัสเช่นนี้ขึ้นมาเป็เหมือนกับจุดแนะนำแล้วก็จุดบ่งบอก
ซึ่งมันน่าประหลาดใจเป็อย่างมาก
เดินออกมาจากกระโจมรักษาของกองทัพบ่าวผู้ซื่อสัตย์นำพาร่างของนายน้อยของตนเองไปนั่งบริเวณใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ต้นหนึ่งที่ออกห่างจากพื้นที่บริเวณใจกลางกองทัพ
จันทราสีเงินสาดส่องลงมาด้านล่างแสงของมันนั้นเป็ประกายสว่างไสวอย่างงดงาม หมู่มวลดวงดาราส่องสกาวสุขสว่างสายลมเย็นๆในยามราตรีพัดผ่านโชยมา ต้นไม้ต้นใหญ่ปักหลักมั่นคงมีเพียงแค่กิ่งก้านใบของมันเท่านั้นที่คอยตามเอนเอียงไปกับสายลม ใต้ต้นไม้นายบ่าวทำการช่วยกันพยุงกันมาแล้วก็นั่งลงที่ใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ต้นนั้น
ร่างของทั้งสองที่นั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่แผ่นหลังพิงเข้าไปที่ลำต้นอย่างผ่อนคลายสายลมเย็นๆพัดเข้ามาปลอบโลมร่างกาย
เื่ที่มันเกิดขึ้นทุกอย่างมันผ่านพ้นไปรวดเร็วเป็อย่างมากหลี่หยางเขายังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับเขาในตอนนี้คืออะไรกันแน่
ใบหน้าของเขาในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความสับสนสับสนทั้งตนเองสับสนทั้งสิ่งรอบข้าง
“ นี่ขอรับนายน้อยข้าไปรับเสบียงมารับมาเผื่อในส่วนของท่านด้วยเชิญกินก่อนจะขอรับ ” อี้ชิงเขาได้ทำการยื่นบางอย่างให้กับนายน้อยของตนเอง
หลี่หยางเขาได้ทำการหันไปมองสิ่งที่เขามองเห็นมันก็คือหมั่นโถว1 ลูกที่ถูกยื่นเข้ามาให้
เขาจ้องมองมันอย่างเรียบเฉยก่อนที่จะค่อยๆยื่นมือไปรับสิ่งนั้นเอาไว้
เมื่อรับมันเอาให้ภายในมือดวงตาทั้งสองข้างกับจ้องมามันอยู่สักพัก
---
ชื่อไอเทมหมั่นโถว ระดับ สีขาว (ขยะ)
รายละเอียดไอเทม หมั่นโถวธรรมดาๆถูกทำขึ้นมาอย่างราบง่าย
เมื่อกินเข้าไปเพิ่มค่าความหิว 20 หน่วย
---
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้งขนาดเ้าสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือตรงนี้มันเป็อาหารข้อความจากระบบมันยังแจ้งเตือนขึ้นมาเลย
‘ ค่าความหิวงั้นเหรอ? ’ หลี่หยางแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่เขาก็ค่อยๆทำการนำของสิ่งนั้นกินอย่างช้าๆ
อย่างไรเสียก็ต้องกินเพื่ออยู่รอดแม้ว่าเหตุการณ์จะหนักหนาเพียงใดขอเพียงแค่มีอาหารภายในมือให้ตนเองกินก็จำเป็จะต้องกินมัน
หลี่หยางได้ทำการกินหมั่นโถวลูกนั้นจนหมด
รสชาติของมันไม่ได้ดีนะแทบจะไม่มีรสชาติอะไรเลยราวกับว่าเป็ของที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อกินให้หายหิวเพียงแค่นั้น รสััที่หยาบกระด้างรสชาติเองก็จืดชืดเมื่อกินเข้าไปมันเองก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เขากินกระดาษเข้าไป
แต่ว่าขอเพียงแค่อิ่มท้องก็พอ
--
ระบบ : ท่านได้รับการฟื้นฟูความหิวเพิ่ม 20 หน่วย
--
ข้อความจากระบบมันแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้งดวงตาของเขาจ้องมองมันอย่างเฉยชา ในตอนแรกมองข้อความที่ปรากฏขึ้นเป็ข้อความที่น่าประหลาดแต่ในตอนนี้เมื่อมองมันไปมันมาเขากลับเริ่มชินชากับมันไปเสียแล้ว
หลี่หยางเขาได้หันใบหน้าของตนเองไปหาผู้ที่อยู่ข้างกาย คนผู้นี้กำลังคิดว่าเขาความจำเสื่อมมันก็เข้าทางเขาเป็อย่างมาก
ตามที่จ้องมองไปที่อีกฝ่ายที่กำลังกินหมั่นโถวภายในมือข้อความจากระบบได้แจ้งเตือนขึ้นมา
---
ชื่ออี้ชิง LV.6
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[160/140]
---
มีสิ่งที่เปลี่ยนไปเลเวลของเขามันเพิ่มขึ้นจากการสังหารคนผู้นั้นภายในสนามรบ ‘ เลเวลหกงั้นเหรอ? ’
มันสามารถััได้ว่านายน้อยของมันกำลังจ้องมองมันคนผู้นั้นหยุดกินแล้วหันมามอง มันได้ทำการยื่นหมั่นโถวที่เหลือครึ่งลูกให้กับนายน้อยของตนเองพร้อมกับกล่าว “ ถ้าหรือไม่ขอรับนายน้อยข้าอิ่มแล้ว ”
คนผู้นั่นพูดออกมาได้หน้าตาเฉยๆพร้อมกับแสดงรอยยิ้ม
หลี่หยางใช้ดวงตาที่เรียบเฉยมองต่ำลงที่หมั่นโถวครึ่งลูกภายในมือของอีกฝ่ายที่เขาพยายามหยิบยื่นมาให้
‘ อิ่มอย่างนั้นหรอ? โกหกกันเห็นๆคงจะไม่มีใครหรอกที่กินหมั่นโถวครึ่งลูกแล้วบอกว่าอิ่มขนาดเรากินเข้าไปยังไม่ถึงครึ่งท้องเลยด้วยซ้ำ ’ หลี่หยางเขารู้ดีอีกฝ่ายพยายามยัดเยียดให้เขากินเพื่อให้เขานั้นอิ่มท้องมากขึ้น
หลี่หยางทำการยื่นมือของตนเองออกไปแล้วก็ค่อยๆดันหมั่นโถวภายในมือของอีกฝ่ายกลับไป“ เ้ากินเถอะ ”
เมื่อเห็นผู้เป็นายปฏิเสธความรู้สึกภายในใจของผู้เป็บ่าวเริ่มตื้นตันใจมากขึ้นน้ำตานั้นแทบจะหลั่งไหลออกมา
อี้ชิงรีบนำหมั่นโถวเข้าไปภายในป่าของตนเองอย่างรวดเร็วเขาได้กินมันอย่างตะกะตะกามราวกับว่าทำเองนั้นกำลังหิวโซ
หลี่หยางเขารออีกฝ่ายกินจนเสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะทำการเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย “ นี่!!! ข้าขอถามหน่อยสิ ”
อี้ชิงหันใบหน้าของตัวเองกลับมาหาผู้เป็นายแล้วก็มองด้วยดวงตาฉงน “ ว่าอย่างไรขอรับนายน้อย ”
“ ตัวของข้าคือผู้ใดกันแน่? ”
จบบท