บรรยากาศภายในโรงถ่ายทำภาพยนตร์เหิงเตี้ยนอบอวลไปด้วยกลิ่นของน้ำแข็งแห้งและฝุ่นแป้งเสียงเครื่องจักรทำงานดังก้องสะท้อนไปมาผสมกับเสียงะโสั่งการของผู้ช่วยผู้กำกับวัยสามสิบห้าปี
แสงไฟสปอตไลต์สาดส่องลงมายังใจกลางฉากที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็ตำหนักาอันเคร่งขรึมและลึกลับ
ท่ามกลางหมอกควันเทียมที่ลอยอ้อยอิ่งร่างระหงในอาภรณ์สีแดงเพลิงกำลังทอดกายอยู่บนบัลลังก์ตั่งทองปลายชุดยาวกรุยกรายราวดอกปี้อั้น[1]ที่บานสะพรั่งท่ามกลางกองเื
"คุณไป๋ซูเฉียว!กล้องสองพร้อม! แอ็คชั่น!"
สิ้นเสียงสั่งการของผู้กำกับแววตาที่เคยเรียบเฉยของหญิงสาวบนบัลลังก์ก็เปลี่ยนไปในชั่วพริบตามุมปากเคลือบสีชาดหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยเป็รอยยิ้มที่งดงามทว่าแฝงไปด้วยพิษร้ายที่พร้อมจะกัดกินหัวใจชายหนุ่มทุกคนในใต้หล้า
ไป๋ซูเฉียว ในบทบาทประมุขพรรคมารแดนเหนือค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นท่วงท่าของเธอแช่มช้อยและเลื่อนไหลเปรียบเสมือนงูพิษที่กำลังเลื้อยออกจากโพรงเบื้องหน้าคือ เซียนหนุ่มผู้ผดุงคุณธรรม พระเอกของเื่ที่กำลังถูกมัดด้วยโซ่ตรวนเซียนร่างกายเต็มไปด้วยาแแต่แววตายังคงแข็งกร้าวเด็ดเดี่ยว
"ท่านเซียน..."น้ำเสียงของไป๋ซูเฉียวหวานหยดย้อยอ้อยอิ่ง แต่ทว่าแววตาของเธอกลับบาดลึกไปถึงแกนกระดูก
เธอก้าวเท้าเปลือยเปล่าลงจากแท่นบัลลังก์ปลายนิ้วเรียวยาวกรีดไล้ไปตามโครงหน้าคมคายของนักแสดงชายตรงหน้า"ใจของท่านช่างแข็งดั่งหินผา ข้าอุตส่าห์มอบหัวใจให้แต่ท่านกลับตอบแทนข้าด้วยคมกระบี่ช่างน่าเสียใจนัก"
นักแสดงชายที่รับบทพระเอกกัดฟันแน่นพยายามถ่ายทอดอารมณ์ข่มกลั้นความรู้สึก "นางมาร! เ้าสังหารศิษย์สำนักข้าเืเย็นอำมหิต ต่อให้ตายข้าก็ไม่มีวันรักเ้า!"
"ฮึ..."ไป๋ซูเฉียวหัวเราะในลำคอ ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อหมุนตัวกลับหลังหัน ท่วงท่านั้นงดงามดูเหมือนการร่ายรำ"รัก? ความรักในยุทธภพนี้มันก็แค่เื่หลอกลวงเช่นนั้นข้าจะควักหัวใจของท่านออกมาดูเสียหน่อยว่ามันแดงฉานหรือดำสนิทกันแน่!"
พรึ่บ!
จังหวะที่มือกรงเล็บของไป๋ซูเฉียวกำลังจะพุ่งเข้าใส่เสียงะเิเอฟเฟกต์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก
"หยุดนะ!อย่าทำร้ายศิษย์พี่ของข้า!"
ร่างบอบบางในชุดขาวบริสุทธิ์ของนางเอกพุ่งเข้ามาพร้อมกระบี่ในมือหญิงสาวรายนั้นมีสีหน้าตื่นตระหนกและดูน่าทะนุถนอมตามแบบฉบับของนางเอกดอกบัวขาวพิมพ์นิยมเห็นแล้วก็ช่างน่าหมั่นไส้เหลือเกิน!
ไป๋ซูเฉียวไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองเธอเพียงแค่เอียงคอเล็กน้อย ปลายเท้าจิกพื้น ส่งแรงจากน่องขึ้นสู่สะโพกแล้วดีดตัวตีลังกากลับหลังหลบคมกระบี่ได้อย่างเหลือเชื่อ โดยที่ทีมงานสลิงแทบไม่ต้องออกแรงดึงตัวเธอเลยแม้แต่น้อย
ร่างกายของเธอลอยคว้างอยู่กลางอากาศม้วนตัวสามตลบด้วยความยืดหยุ่นที่น่าทึ่งก่อนจะแลนดิ้งลงพื้นอย่างแ่เบาเสมือนขนนก ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทีมงาน
นี่ไม่ใช่แค่การแสดงแต่มันคือสัญชาตญาณของอดีต 'ราชินียิมนาสติกทีมชาติ' ผู้โด่งดัง
"ศิษย์น้องเล็ก..."ไป๋ซูเฉียวแสยะยิ้ม แววตาเปลี่ยนเป็เหี้ยมเกรียม"มาให้ข้าฆ่าถึงที่เชียวหรือ"
"นางมารร้าย!วันนี้ข้าจะแทนคุณแผ่นดินด้วยการกำจัดเ้าซะ!"นางเอกคนสวยโก่งคอะโก้องก่อนจะพุ่งเข้ามาหาไป๋ซูเฉียว
ฉากการต่อสู้เริ่มขึ้นมันไม่ใช่แค่การฟันดาบโง่ ๆ ไปมา แต่เป็การออกแบบคิวบู๊ที่ซับซ้อนไป๋ซูเฉียวหลบหลีกคมกระบี่ด้วยท่าสะพานโค้งที่มนุษย์ปกติทำไม่ได้เธอฉีกขาเตะสูงระดับก้านคอด้วยความเร็วที่กล้องแทบจับไม่ทัน ทุกท่วงท่าแข็งแรงแม่นยำ และงดงามจนทีมงานหลังมอนิเตอร์พากันกลั้นหายใจไปตาม ๆ กัน
นอกจากเคยเป็นักกีฬายิมนาสติกทีมชาติเธอยังเคยเป็สตั้นท์เกิร์ลมาก่อนต่อมาก็ผันตัวมาเป็ดาราดาวรุ่งในบทนางร้ายเหมือนอย่างที่ทุกคนเห็น
ดังนั้นฉากเสี่ยงตายพวกนี้สำหรับเธอมันก็แค่การวอร์มอัพยามเช้าเท่านั้นแหละ!
ในจังหวะสุดท้ายไป๋ซูเฉียวะโถีบยอดอกของตัวละครนางเอกจนกระเด็นกระดอนไปไกลแน่นอนว่าไป๋ซูเฉียวไม่ได้ออกแรงถีบจริง ๆ แต่อาศัยใช้มุมกล้องและอาศัยใช้เทคนิคการถ่ายทำที่ซับซ้อนของทีมงานจึงทำให้ฉากนี้ดูเหมือนนางเอกถูกถีบเข้าอย่างจังจริง ๆ
ไป๋ซูเฉียวในคราบนางมารร้ายสะบัดผ้าคลุมสีแดงเพลิงให้พลิ้วไหวไปตามกระแสลมบ่งบอกถึงชัยชนะยกแรกของนางมารคนนี้
"คัท!ยอดเยี่ยม! สมบูรณ์แบบ!"เสียงะโของผู้กำกับดึงสติทุกคนให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
ไป๋ซูเฉียวที่เมื่อครู่ยังมีแววตาอำมหิตตอนนี้กลับมีแววตากลมใสไร้มลทินราวกับสั่งได้ เธอทิ้งตัวลงนั่งยอง ๆกับพื้นทันทีที่ได้ยินเสียงสั่งคัทไป๋ซูเฉียวยกมือสองข้างขึ้นมาพัดวีให้ตัวเองแบบลวก ๆ
"ร้อนชะมัด...แอร์ในสตูเสียเหรอไงคะ?"
"ซูเฉียว!ฉากตีลังกาเมื่อกี้สุดยอดมาก! ฉันนึกว่าเธอบินได้จริง ๆ ซะอีก!"ผู้กำกับเดินปรี่เข้ามาพร้อมยกนิ้วโป้งให้ "สมกับเป็นางร้ายแห่งชาติจริง ๆอินเนอร์มาเต็ม!"
ไป๋ซูเฉียวยิ้มรับตามมารยาทพลางรับขวดน้ำจากผู้ช่วยส่วนตัวมาดื่ม "ขอบคุณค่ะผู้กำกับเหอฉันขอตัวไปพักก่อนนะคะ เดี๋ยวเมคอัพละลายหมด"
"ได้ ๆ พักกอง 2ชั่วโมง! ทุกคนไปทานข้าวได้!"
ไป๋ซูเฉียวเดินเลี่ยงออกมายังโซนพักผ่อนส่วนตัวเธอทิ้งมาดนางพญาผู้หยิ่งผยอง เหลือเพียงหญิงสาววัย 26 ปีที่มีใบหน้าสวยเฉี่ยวคมคายเครื่องหน้าเป๊ะปังดั่งว่าพระเ้าตั้งใจปั้นแต่งแต่ทว่าแววตาของเธอกลับฉายแววเบื่อหน่ายโลกซะงั้น
"พี่ซูเฉียวคะเช็ดหน้าหน่อยค่ะ" เสี่ยวหนิง ผู้ช่วยสาวรีบวิ่งเข้ามาพร้อมผ้าเย็น"เมื่อกี้พี่เท่มากเลย!ยัยเฉินลี่หน้าเหวอไปเลยตอนพี่เตะเฉียดหน้าหล่อน"
เฉินลี่ คือดาราสาวที่รับบทนางเอกดอกบัวขาวคนนั้น ในจอแสนดีนอกจอขี้อิจฉาและชอบแย่งซีนเป็ที่หนึ่ง
"ก็แค่งานน่ะ"ไป๋ซูเฉียวตอบเรียบ ๆ รับผ้ามาซับเหงื่อที่ต้นคอ "ถ้าฉันเตะโดนจริง ๆป่านนี้หล่อนคงต้องไปทำจมูกใหม่แล้วล่ะ"
"คิก ๆ ฮิ ๆพี่ก็พูดไป อ้อ! จริงสิคะ! มีพัสดุส่งมาให้พี่ด้วยค่ะเห็นว่าเป็นิยายที่พี่เคยบ่นว่าอยากอ่านน่ะค่ะ"
ไป๋ซูเฉียวเลิกคิ้ว"นิยาย? นิยายที่ฉันบ่นว่าอยากอ่านงั้นเหรอ?"
"ค่ะ เื่วันสิ้นโลกปี 1985 ไงคะ ที่พี่เซ็นสัญญาจะแสดงอีก 1 ปีข้างหน้า แฟน ๆบอกว่านางร้ายในเื่ชื่อเหมือนพี่เปี๊ยบเลยล่ะค่ะ"
ไป๋ซูเฉียวรับหนังสือเล่มหนาปกแข็งมาถือไว้หน้าปกเป็รูปหญิงสาวยืนหันหลังชนกับนายทหารคนหนึ่งซึ่งเดาว่าน่าจะเป็พระเอกนางเอกของเื่ล่ะมั้ง
ฝ่ายผู้หญิงกำลังยืนถือมีดทำครัวส่วนผู้ชายถือปืนหน้าไม้เตรียมต่อสู้กับซอมบี้! เหอะ! ดูเกรดบีพิลึก!!
"ชื่อเหมือนฉันงั้นเหรอ?"ไป๋ซูเฉียวมองชื่อตัวละครหลังปกหนังสือ แล้วพึมพำออกมา
'ไป๋ซูเฉียวนางร้ายตัวประกอบที่ต้องตายภายใน 3 บทแรก'
"เหอะ... ช่างมงคลจริงๆ" เธอแค่นหัวเราะอย่างเปิดเผย ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเก้าอี้ผ้าใบปรับเอนได้"เสี่ยวหนิง เธอไปกินข้าวเถอะ ฉันขอเอนหลังสักหน่อยระหว่างนี้ฉันจะลองอ่านไอ้นิยายบ้านี่ดู"
"รับทราบค่ะพี่ถ้ามีอะไรเรียกฉันได้เลยนะคะ!"
เมื่อเสี่ยวหนิงออกไปแล้วไป๋ซูเฉียวก็เริ่มเปิดอ่านนิยายหน้าแรกหล่อนกวาดสายตาอ่านตัวหนังสือทีละบรรทัดอย่างตั้งใจเพราะเห็นว่านิยายเื่นี้คือเื่ที่หล่อนจะต้องแสดงในอีกหนึ่งปีข้างหน้า
ดังนั้นจึงต้องทำความเข้าใจกับมันให้ดีๆ หน่อย
แต่ทว่า!อ่านไปได้แค่ไม่เท่าไหร่ เสียงอุทานหงุดหงิดก็ดังขึ้น
“เหอะ!เนื้อหาในนิยายน้ำเน่าสิ้นดี”
เริ่มแรกก็ค่อย ๆอ่านอยู่หรอก แต่พออ่านไปอ่านมา แล้วรู้สึกว่าเนื้อหาไม่ค่อยตรงใจหล่อนก็ไม่อยากเสียเวลาอ่านมันอีก
ไป๋ซูเฉียวพลิกหน้ากระดาษหนังสือในมือด้วยความเร็วที่แทบจะเรียกว่ากวาดตามองมากกว่าอ่านยิ่งอ่านคิ้วเรียวสวยที่ถูกวาดทรงมาอย่างดีก็ยิ่งขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็ปม
"เอเจนซี่นี่รับงานประเภทไหนมาให้ฉัน?บทตัวประกอบเกรดซีแบบนี้เนี่ยนะที่จะให้เล่นปีหน้า?" ไป๋ซูเฉียวบ่นออกมาอย่างหัวเสีย
บทบาทไป๋ซูเฉียวในนิยายเื่นี้ช่างน่าสมเพชเวทนาเป็แค่นางร้ายปลายแถวที่ไร้สมองมีดีแค่หน้าตาแต่กลับทำตัวลดเกรดตัวเองด้วยการวิ่งไล่ตามผู้ชายที่ไม่ได้รักหล่อนแถมยังต้องมาตายอย่างอนาถในดงซอมบี้เพียงเพื่อจะซื้อเวลาให้พระเอกกับนางเอกหนีรอด
‘โง่เง่าสิ้นดี!’
คำนี้ผุดขึ้นในหัวเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่านิ้วเรียวกรีดหน้ากระดาษผ่าน ๆ เธอไม่อยากเสียเวลาอ่านรายละเอียดพรรณนาโวหารที่ยืดเยื้อจึงเลือกจดจำแค่จุดสำคัญและจุดจบของตัวละครเท่านั้น
สายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับบทบาทของหลี่ลู่เฟิงตัวร้ายฝ่ายชายของนิยายเื่นี้
หลี่ลู่เฟิง คือนายทหารยศพันเอกอนาคตไกลที่ถูกทรยศจนต้องกลายเป็าาซอมบี้และที่น่าหดหู่ยิ่งกว่านั้นก็คือจุดจบของลูกบุญธรรมฝาแฝดของเขา
ต้าเป่าและเสี่ยวเป่าเด็กน้อยสองคนนั้นต้องอดตายอย่างโดดเดี่ยวเพราะพ่อบุญธรรมกลายเป็ปีศาจร้ายไปแล้ว…
“นักเขียนคนนี้มีปัญหาทางจิตหรือไง?”ไป๋ซูเฉียวพึมพำเสียงเย็น แววตาฉายแววรังเกียจอย่างปิดไม่มิด“อวยพระเอกนางเอกจนออกนอกหน้า คนดี ๆ ตายเกลี้ยง ส่วนไอ้พวกจอมปลอมกลับรอดมาได้และได้เสวยสุขบนความตายของคนอื่น ถุย! ทุเรศสิ้นดี”
ไป๋ซูเฉียวปิดหนังสือนิยายเสียงดังและโยนมันลงพื้นด้วยความโมโห ร้อนให้เสี่ยวหนิงที่นั่งกินข้าวอยู่ด้านนอกต้องรีบวิ่งเข้ามาด้านในเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“พี่ซูเฉียวพี่เป็อะไรหรือเปล่าคะ?”
“เปล่า!ฉันไม่ได้เป็อะไร แค่หงุดหงิดพล็อตน้ำเน่าน่ะ”ไป๋ซูเฉียวนั่งกอดอกแน่นและถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ถ้าฉันเป็คนเขียนนะแม่จะรื้อบทใหม่ให้หมดเลยคอยดู! จะถีบพระเอกนางเอกจอมปลอมนั่นลงนรกไปซะแล้วจะอุ้มตัวร้ายกับลูกหนีไปเสวยสุขให้รู้แล้วรู้รอด!”
ยังไม่ทันที่ไป๋ซูเฉียวจะได้บ่นต่อเสียงทีมงานก็ะโเรียกมาจากหน้าเซตฉาก
“คุณไป๋ซูเฉียวครับ!หมดเวลาพักแล้วครับ เตรียมเข้าฉากสลิง!”
“รู้แล้ว!”
ไป๋ซูเฉียวสูดลมหายใจเข้าลึกปรับสีหน้าจากความขุ่นเคืองเมื่อครู่กลับมาเป็นางพญาผู้เย่อหยิ่งอีกครั้ง
เธอลุกขึ้นเดินตรงไปยังจุดมาร์กทีมงานเทคนิคกุลีกุจอเข้ามาตรวจสอบอุปกรณ์เซฟตี้ให้เธออย่างขะมักเขม้นพวกเขารัดเข็มขัดนิรภัยและติดตะขอเกี่ยวสลิงเข้ากับเอวบางของเธออย่างแ่า
ฉากนี้เป็ซีนใหญ่นางมารพรรคมารต้องเหาะเหินเดินอากาศเข้าไปปะทะกับเซียนหญิงผู้เป็นางเอกของเื่อยู่กลางเวหาดังนั้นจะให้เกิดปัญหาระหว่างถ่ายทำไม่ได้เด็ดขาด ทุกอย่างต้องเป๊ะ!
“ตรวจเช็คทุกอย่างดีแล้วครับพร้อมถ่ายทำได้เลย” ทีมงานฝ่ายเทคนิคเอ่ยขึ้น
“เอาล่ะ งั้นพร้อมนะครับ!5...4...3...2...แอ็คชั่น!”
สิ้นเสียงผู้กำกับเครื่องดึงสลิงทำงานทันทีร่างระหงของไป๋ซูเฉียวถูกดึงลอยขึ้นจากพื้นด้วยความเร็วสูงชายเสื้อคลุมสีแดงเพลิงสะบัดพลิ้วตามแรงลม ดูงดงามและน่าเกรงขามดุจเทพมารจุติเธอยืดปลายเท้า เก็บทรงร่างกายเป๊ะทุกองศาตามสัญชาตญาณของนักยิมนาสติกสายตาจ้องเขม็งไปที่ดาราสาวคู่กรณีที่ลอยสวนทางเข้ามาพร้อมกับกระบี่คู่ใจ
ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ...จนกระทั่ง...
ผึง!
เสียงโลหะขาดผั้นดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบของกองถ่ายแรงดึงที่เอวหายวับไปในชั่วพริบตา ร่างของไป๋ซูเฉียวที่กำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศสูงจากพื้นกว่าสิบเมตรหยุดชะงักฉับพลันก่อนที่แรงโน้มถ่วงของโลกจะกระชากร่างเธอให้ดิ่งลงสู่พื้นดินอย่างรวดเร็วราวกับมีแม่เหล็กดูด
ดวงตาหงส์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
ไม่มีเสียงกรีดร้อง...ไม่มีเวลาแม้แต่จะเปล่งเสียง
ความรู้สึกหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่างเพียงเสี้ยววินาทีภาพใบหน้าตื่นตระหนกของทีมงานเบื้องล่างก็พุ่งเข้ามาใกล้ในระดับสายตา
และแล้ว…สิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น… ก็เกิดขึ้น…
ตุ้บ!
ความเ็ปรุนแรงะเิขึ้นที่ศีรษะตามด้วยความมืดมิดอนธการที่กลืนกินสติสัมปชัญญะทั้งหมดไปอย่างสมบูรณ์
ดูท่าว่า...นิยายเื่ต่อไปไป๋ซูเฉียวคนนี้คงจะไม่ได้เล่นแล้วสินะ...
[1]ดอกปี้อั้น คือ ดอกพลับพลึงสีแดง