ลางสังหรณ์ของหานเฟิงทำให้เขาคิดเช่นนั้น
บางครั้งเขาเฝ้าถามตนเองว่าทั้งหมดนี้เป็การจัดฉากหรือไม่ เขาคิดว่าหากเกิดอันตรายใด ๆ ขึ้นเขาคงจบสิ้นแล้ว อย่างไรก็ตามต่อมาเขาเกิดสะท้อนใจว่าการแบ่งแยกลำดับขั้นของผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลาย มีทั้งลำดับขั้น์ ลำดับขั้นปฐี ลำดับขั้นล้ำลึก และลำดับขั้นมนุษย์ ในตอนนี้เองเขาจึงตระหนักได้ว่า สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับการฝึกยุทธ์ขั้นต่ำ มันเป็เพียงช่องว่างเล็ก ๆ ให้ก้าวหน้าเท่านั้น
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นล้ำลึกได้เพียงพื้นที่เล็ก ๆ นอกจากนี้ เหนืออาณาจักรต้าจินยังมีอาณาจักรใกล้เคียงที่ยิ่งใหญ่กว่า แข็งแกร่งกว่า ครั้นเขานึกถึงอนาคต ใคร่ครวญถึงความเป็ไปได้ที่ตนเองจะขลาดกลัวอยู่แต่ในซอกหลืบสักแห่งที่ทั้งเล็กและมืดในอาณาจักร หัวใจของหานเฟิงก็พลันกระสับกระส่าย
หานเฟิงมีความทรงจำในวัยเด็กของเขาอยู่บ้าง เขาจำได้ว่าท่านปู่ของเขาหานอวี้ ผู้นำของตระกูลหาน ไปพบตระกูลของมารดาเขาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวเพียงใด
หานเฟิงยอมเดิมพันเสียยังดีกว่าให้ภายภาคหน้าต้องใช้ชีวิตที่น่าเวทนาเช่นนั้น
อย่างเลวร้ายที่สุดก็แค่ตาย
อย่างไรก็ตามหากนี่กลายเป็สิ่งล้ำค่า เช่นนั้นก็ถือว่าเป็โอกาสที่เข้าข้างเขา
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปลอบใจตนเองให้สงบ วิทยายุทธ์พื้นฐานยังคงไหลเวียนทั่วร่างกายของเขาต่อไป เขาเริ่มคุ้นเคยกับทิศทางของมันมากยิ่งขึ้น
จุดกึ่งกลางพลังงานของหานเฟิงค่อย ๆ ก่อกำลังภายในที่แสนบางเบาขึ้นมา แสงสีแดงทองนั้นยังคงดูดซับมันต่อไป
หานเฟิงััได้ว่าผ้าคลุมที่ปิดซ่อนแสงสีแดงทองนั้นไว้ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็ค่อย ๆ เผยอออกมา
รุ่งสางวันต่อมา ทั่วทั้งร่างของหานเฟิงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แสงสว่างเรืองรองกลางหัวใจของเขาจู่ ๆ ก็พุ่งออกไปอย่างน่าฉงน กลายเป็หอคอยสีแดงทองตรงหน้าเขา
“เกิดอะไรขึ้น? นี่มันอะไรกัน?”
หานเฟิงแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง “นี่คือหอคอยราคาถูกจนน่าแปลกใจที่ข้าเก็บได้ที่ร้านก่อนมาเกิดใหม่ไม่ใช่หรอกหรือ? หรือว่านี่คือเหตุผลที่ข้าสามารถข้ามมาที่นี่ได้แม้กระทั่งในฝัน?”
ขณะที่เขากำลังใคร่ครวญ หานเฟิงก็มีท่าทีขนลุกขนพองขึ้นมาเล็กน้อย ถึงแม้ก่อนจะมาเกิดใหม่เขาไม่ได้มีชีวิตที่ดีนัก แต่ก็ยังดีเมื่อเทียบกับโลกแปลกพิสดารซึ่งเต็มไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์แห่งนี้ อย่างน้อยชีวิตในชาติก่อนของเขา ก็สามารถรับรองความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง ขอเพียงหลีกเลี่ยงไม่ไปล่วงเกินผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มเข้า
โชคไม่ดีนัก ในโลกใหม่นี้ ชีวิตมนุษย์ไม่นับเป็อันใด
หานเฟิงทดท้ออยู่เพียงไม่นานก็ฮึดสู้อีกครั้ง “ในเมื่อข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว ข้าก็จะลืมทุกสิ่งในชาติก่อนของข้าเสีย ข้าจะปัดมันทิ้งไปจากสมองแล้วเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง นับแต่นี้เป็ต้นไป ข้าจะใช้ชีวิตเป็หานเฟิง”
ทันใดนั้น หอคอยสีแดงทองก็เลือนหายไป ลอยกลับเข้าสู่หัวใจของหานเฟิง จนเกิดเสียงฟึ่บเบา ๆ
ไม่กี่วินาทีต่อมา สัญลักษณ์ของหอคอยสีแดงทองก็ปรากฏขึ้นบนหน้าอกของเขา ราวกับิัของเขาเพิ่งถูกเขียนด้วยน้ำหมึกขึ้นมาหมาด ๆ
เมื่อแตะมัน เขาพลันััได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจาง ๆ
ทันใดนั้น การมองเห็นของหานเฟิงพลันพร่าเลือนจนเหลือเพียงความมืดมิด ไม่นานเขาก็พบว่าตนเองอยู่ในโถงใหญ่แห่งหนึ่ง
เขาเริ่มหันมองไปรอบ ๆ ห้องโถงอันโอ่อ่า นอกจากเตาหลอมที่อยู่ตรงกลางแล้ว ทุกสิ่งปราศจากรอยเปื้อน ความโดดเดี่ยวอ้างว้างทำให้บริเวณนั้นดูกว้างขวางใหญ่โตไร้ขอบเขต
“ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? แล้วนี่ข้าอยู่ที่ไหน? ที่นี่คือข้างในหอคอยสีแดงทองอย่างนั้นหรือ?”
นาทีนี้นอกจากความสงสัยแล้วสมองของหานเฟิงขาวโพลนโดยสิ้นเชิง
ไม่นานทั้งห้องโถงก็สั่นะเื แสงสีแดงทองส่องประกายเจิดจ้า แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาทั่วทั้งห้อง สร้างความตื่นตระหนกให้กับหานเฟิง ใบหน้าของเขาเผือดสี เขารู้สึกราวกับตนเป็สิ่งมีชีวิตเล็กกระจ้อยร้อยที่กำลังจนตรอก เมื่อพบว่าตนติดอยู่ในห้องนั้น
ภายในเวลาสั้น ๆ แสงสว่างก็แยกออกเป็สองลำพุ่งเข้าใส่หานเฟิงในชั่วพริบตา เขาพยายามหลบหลีกมันอย่างสุดความสามารถ ทว่าลำแสงนั้นพุ่งเข้ามาเร็วเกินไป แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์หรือขั้นล้ำลึกก็ไม่สามารถหลบลำแสงเช่นนั้นได้ ในเมื่อเขาไม่ใช่แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญ แล้วหานเฟิงจักหลบมันได้อย่างไร?
ลำแสงทั้งสองเข้าโอบล้อมหานเฟิงผู้ที่ร้องคร่ำครวญอย่างตื่นตระหนก
เขารู้สึกราวกับสมองของตนกำลังจมดิ่ง ด้วยข้อมูลมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา เหมือนกับว่าวินาทีถัดไปหัวเขาจะะเิเป็จุณ
สีหน้าของหานเฟิงน่าหวาดกลัวยิ่ง เส้นเืบนหน้าผากของเขาปูดโปน เขาล้มลงบนพื้น ขดตัวอย่างกระสับกระส่าย มือกุมศีรษะ ผ่านไปราว ๆ สองสามนาที ทั่วกายของเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เสมือนเพิ่งโผล่ขึ้นจากน้ำ สถานการณ์ของเขาในตอนนี้ทำให้เขาอดรู้สึกอับอายไม่ได้
“บัดซบ! เ้าสิ่งนี้พยายามทำร้ายข้าหรือ?”
“ไยต้องพรั่งพรูเข้ามาในสมองของข้าไม่หยุด? นี่มันเื่อะไรกัน?”
“ไม่ ข้าจะสลบไม่ได้ หากข้าหมดสติแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเล่า? ชีวิตข้าจะสิ้นสุดตรงนี้หรือ ข้าจะถูกฝังอยู่ที่นี่หรือ? ไม่ ข้ายังไม่อยากตาย”
“ข้าอยากฝึกวรยุทธ์ต่อไปจนกว่าข้าจะได้กลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูง!”
“ระดับการฝึกยุทธ์ของข้าเป็เพียงขั้นต่ำแล้วอย่างไร? นี่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะไม่สามารถทะลวงไปถึงขั้นถัดไปได้ ขอเพียงข้ามุ่งมั่นมุมานะยิ่งขึ้น ข้ามั่นใจว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับการฝึกยุทธ์ต่ำอย่างข้าจะค่อย ๆ ก้าวผ่านไปยังขั้นต่อไปได้ ข้าจะไม่ยอมตายอยู่ที่นี่แน่นอน!”
หานเฟิงสาดอารมณ์ทั้งหมดออกมา กู่ก้องร้องะโอย่างไม่ยินยอม ทว่าเขาก็ต้องทุกข์ทรมานกระทั่งสลบไปในท้ายที่สุด
ลำแสงเ่าั้ค่อย ๆ จางลง ก่อนที่สุดท้ายจะเลือนหายไปในอากาศ
สี่ชั่วโมงต่อมา หานเฟิงฟื้นพร้อมกับโอดครวญเบา ๆ หลังจากสติกลับมาเต็มที่ เขาจึงค่อย ๆ ลืมตาอย่างเกียจคร้าน
“สรุปว่า แค่นี้หรอกหรือ....”
หานเฟิงลุกขึ้นพลางยกมือกุมศีรษะ เขาขมวดคิ้วครู่หนึ่ง ราวกับกำลังมึนงง
ภายในเสี้ยววินาที เขาก็จำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ข้ายังไม่ตาย! ดีจริงที่ยังอยู่ที่นี่! แต่ช้าก่อน ดูเหมือนจะมีหลายสิ่งหลายอย่างอยู่ในสมองของข้า”
หลังจากนั้น หานเฟิงก็หลับตา ภายในเวลาสั้น ๆ ความรู้จำนวนมหาศาลก็ปรากฏขึ้นในสมองของเขา ร่างกายเขาสั่นเทิ้ม เกือบหมดสติไปเนื่องจากข้อมูลปริมาณมากมายมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา
ใบหน้าของหานเฟิงเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดี เขาค่อย ๆ ดูข้อมูลแต่ละอย่างที่ได้รับมา “เป็อย่างที่คิด ข้าโชคดีจริง ๆ ได้รับความช่วยเหลือจากหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟ ตอนนี้ข้าก็สามารถมุ่งสู่หนทางการเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่เก่งกาจได้แล้ว!”
อย่างไรก็ตามหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟเป็หนึ่งในมหาสมบัติของทั่วทั้งจักรวาลผานกู่
ในจักรวาลผานกู่ มีสมบัติวิเศษชั้นสูงที่จำแนกตามการใช้งานของมัน สมบัติเหล่านี้คือสมบัติวิเศษที่ได้รับมา สมบัติวิเศษชั้นสูงที่ได้รับมา สมบัติวิเศษโดยกำเนิด สมบัติวิเศษชั้นสูงโดยกำเนิด อย่างไรก็ตามยังมีสมบัติอีกสองประเภทที่ลำดับขั้นสูงกว่าสมบัติเหล่านี้ นั่นคือสมบัติวิเศษโกลาหล และสมบัติวิเศษโกลาหลชั้นสูง
มหาสมบัติแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่เหนือชั้นกว่าสมบัติวิเศษโกลาหลชั้นสูง มีอยู่จริง ทว่าหาได้ยากยิ่ง
มหาสมบัติแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ก่อกำเนิดจากการบำรุงเลี้ยงของนิรันดร หอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟเป็มหาสมบัติอย่างที่สิบที่กำเนิดจากเต๋าอันยิ่งใหญ่แห่งจักรวาลผานกู่
ตามหลักการทั่วไป เต๋าอันยิ่งใหญ่มีมหาสมบัติเพียงเก้าอย่าง การดำรงอยู่ของหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟควรเป็เื่ต้องห้าม
ด้วยเหตุนี้ เมื่อหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟปรากฏขึ้น เต๋าอันยิ่งใหญ่จึงปิดผนึกมันทันที สิบล้านปีผ่านไป ด้วยการพลิกผันของโชคชะตา มันจึงตกมาอยู่ในมือของหานเฟิงโดยบังเอิญ
ดูเหมือนโชคชะตากำหนดไว้แล้วว่าหานเฟิงคือผู้ฝึกยุทธ์ที่ถูกเลือกให้ได้รับมัน หลังจากเขาได้ัักับหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟที่โดดเดี่ยว จู่ ๆ เขาก็ปลดปล่อยพลังบางส่วนของมันออกมา
ขณะเดียวกันจักรวาลผานกู่ก็พยายามตัดการดำรงอยู่ของหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟ จึงเป็เหตุให้หานเฟิงข้ามมิติมา พลังส่วนเล็ก ๆ ของมันเพียงพอที่จะหอบเขามาสู่โลกที่รกร้างและถูกทำลายอย่างสาหัสแห่งนี้
อยู่ที่นี่ หอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟจึงจะสามารถสำแดงอิทธิฤทธิ์ของมันได้อย่างเต็มที่!
ดังนั้นท้ายสุดแล้วเขาได้รับความช่วยเหลือจากสมบัติจาก์เช่นนี้ หานเฟิงจะไม่พอใจได้อย่างไร?
ขณะที่เขามองไปทางเตาหลอมซึ่งตั้งอยู่ ณ ใจกลางของโถงกว้าง ดวงตาของเขาพลันแดงก่ำ “ความเป็ตายของข้าที่จะก้าวข้ามขั้นสามัญไปถึงขั้นมนุษย์ได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเ้าแล้ว เตาหลอมแผดเผาสรรพสิ่ง!”