“อะไรนะเป็มิจซอจจินิสต์ ด้วยงั้นรึ...ล้อเล่นน่า...ถ้านั้นก็คงสนุกแน่ละ”
วาทะที่แสดงออกถึงความขบขันนั้นดังมาจากบุรุษร่างผอมสูง สีหน้าบอกให้รู้ถึงความเป็คนตลกคะนองเรือนผมค่อนข้างบางอยู่ เช่นเดียวกันกับเพื่อนร่วมทางอีก 2 คน เขานั่งอยู่บนลังไม้บรรจุสิ่งของขนาดใหญ่อันเป็ส่วนหนึ่งของสัมภาระซึ่งประกอบด้วยกระเป๋าเดินทางและเครื่องมือในการถ่ายทําภาพยนตร์ที่กองระเกะระกะอยู่บนริมฝั่งน้ำใกล้ท่าเรือขนาดใหญ่เบื้องหน้าคือลำน้ำสีดำสนิท ซึ่งทั้งสองฟากฝั่งเต็มไปด้วยภูมิภาพอันน่าทัศนายิ่งนักเพียงแต่ชายฝั่งก็คลาคล่ำไปด้วยมนุษยชาติที่แผกผิวพรรณแล้วนับแต่ขาวผ่องไปจนถึงดําสนิท แต่ละผู้แต่ละคนอยู่ในเสื้อผ้าอาภรณ์สีสันต่าง ๆอันเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในเขตร้อน ทุกหนทุกแห่งริมฝั่งแม่น้ำนี้ผู้คนพูดจากันด้วยภาษาปอร์ตุเกสทั้งสิ้น นอกจากบุคคลทั้ง 3 เท่านั้น ที่พูดภาษาอังกฤษอันเป็สาเหตุหนึ่งที่ทําให้ต้องแยกตัวออกจากคนพื้นเมืองโดยปริยาย
“ทําไมคุณถึงต้องใช้คําว่า ‘คงสนุก’ ด้วยล่ะ” บุรุษผู้อ่อนวัยกว่าท่าทางฉลาดเฉลียว เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย “แต่นั่นแหละนะไทบอกตรง ๆ ว่าผมเองยังไม่เข้าใจเลยว่า คําว่ามิจซอจจินิสต์ที่คุณพูดเมื่อครู่นี้น่ะมันหมายถึงอะไร”
“นั่นสิฉันกว่าคุณมันไม่น่าจะรู้หรอก บาร์เนย์” บุคคลที่ 3ซึ่งเป็สตรีเพียงคนเดียวในคณะ พูดปนหัวเราะ น้ำเสียงแหบ ๆของเธอออกจะชวนฟังอยู่ไม่น้อย สําเนียงพูดเป็ชาวอเมริกันเช่นเดียวกันกับเพื่อนร่วมทางทั้งสอง “ความหมายของมันน่ะตรงกันข้ามกับความประพฤติของคุณโดยสิ้นเชิงก็แล้วกัน หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือมันแปลว่าคนเกลียดผู้หญิงยังไงล่ะ เพราะฉะนั้นก็อย่าได้หวังว่าการไปครั้งนี้ของคุณ จะไปเจอะเจอกับพวกพยาบาลสาว ๆ สวย ๆ เป็อันขาดเพราะฉันว่าคงจะไม่มีหรอก”
“เอ๊ย....ฟังสิฟังเขาว่า พูดออกมาได้ยังไงว่าไม่มีผู้หญิง ตายละวาโทนี่แล้วนี่เราจะทํายังไงกันดีล่ะ”
“ก็...อาบน้ำเย็น ๆเข้าไว้ก็แล้วกัน” ผู้หญิงคนเดิมเอ่ยขึ้น
บุคคลทั้ง 3คือคณะที่ทำงานร่วมกัน ไท คริสโฮล์มเป็ผู้อำนวยการสร้างและช่างกล้อง บาร์เนย์ อีวานส์ เป็ผู้กํากับเสียงและบางครั้งก็เป็ผู้ช่วยช่างกล้องส่วนโทนี่ คารูทเธอร์ นั้นเป็ผู้กํากับ จัดว่าเป็คณะทํางานเล็ก ๆที่ทํางานร่วมกันมาอย่างรู้ใจนับเป็ปี บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีในนิวยอร์คซึ่งบุคคลทั้ง 3 สังกัดอยู่้าสร้างภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับชีวิตในป่าดงดิบ ซึ่งก็ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทําให้เขาทั้ง 3 ต้องเดินทางมาถึงบราซิลในขณะนี้เพื่อถ่ายทําภาพยนตร์โทรทัศน์ชีวิตแถบอเมริกาใต้และจัดจําหน่ายให้กับศูนย์โสตทัศนศึกษา สําหรับ 6 ตอนแรกที่เป็สารคดีเกี่ยวกับชีวิตในเมืองต่างๆ ของถิ่นอเมริกาใต้นั้น ได้ถูกถ่ายทําเรียบร้อยแล้วส่วนที่เหลือซึ่งจะต้องถ่ายทําต่อคือชีวิตในป่าดงดิบที่ห่างไกลความเจริญซึ่งตอนแรกและเป็ตอนสําคัญที่สุดของสารคดีเื่นี้คือ แถบลุ่มแม่น้ำอเมซอนซึ่งต้องนับว่าเป็แถบถิ่นที่ท้าทายความสามารถ ต้องผจญภัยให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลาและมีความกว้างขวางมาก
ขณะที่ไทกับบาร์เนย์ถ่ายเจาะส่วนสําคัญต่างๆ อยู่ในเวเนซูเอล่า โทนี่ซึ่งเป็ผู้หญิงคนเดียวในทีมก็ได้เดินทางล่วงหน้ามายังลุ่มน้ำอเมซอนแห่งนี้ เพื่อวางแผนการและออกสํารวจสถานที่ซึ่งจะใช้ถ่ายทําไว้เป็การล่วงหน้า สําหรับเธอนั้น สัปดาห์ที่ผ่านไปกับการพํานักอยู่ในเมนอสอันเป็เมืองใหญ่แถบลุ่มน้ำแห่งนี้เวลาทั้งหมดได้ถูกใช้ไปกับการซื้อหาอุปกรณ์และเสบียงกรังอันจําเป็สําหรับการเดินทางเข้าไปอยู่ในป่ากว่าหนึ่งเดือนและขณะนี้ล้อมรอบด้วยลังไม้ใส่สัมภาระหีบห่อข้าวของซึ่งโทนี่ได้จัดซื้อไว้คณะถ่ายทําภาพยนตร์ทั้ง 3 กําลังรอเครื่องบินอันเป็พาหนะชนิดเดียวที่จะพาพวกเขาเดินทางลึกเข้าไปจากแนวฝั่งน้ำได้เครื่องบินที่จะใช้เฉพาะการขนส่งเสบียงอาหารและจะมาถึงที่นี่เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นรวมทั้งเ้าหน้าที่ของทางการบราซิลซึ่งจะมารับด้วย
“คุณพระ...นี่เราจะต้องอยู่เฉยๆ ทั้งเดือน โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงเลยงั้นรึ” บาร์เนย์เข่นเขี้ยวขึ้นมาทันทีหันไปมองหน้าโทนี่ราวจะตัดพ้อต่อว่า แม้จะเลยวัยคะนองมาหลายปีแล้วก็ตามซึ่งหมายถึงตอนที่เขาเป็นักศึกษาอยู่ในอิสแมน สกูล ออฟ มิวสิค ในรัฐนิวยอร์คแต่กระนั้น บาร์เนย์ก็ยังดํารงความเป็หนุ่มโสดไว้อย่างเหนียวแน่นเป็คนหนุ่มที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ฉลาดเฉลียว แคล่วคล่องเหมาะสมกับการที่ได้รับเลือกเข้ามาทํางานเช่นนี้ ยิ่งกว่านั้นใบหน้าของเขาก็ยังแฝงด้วยเสน่ห์ที่สามารถรัดรึงจิตใจของหญิงอยู่แทบจะเรียกว่าไม่คุ้นชินกับการอยู่ห่างผู้หญิงเลยก็ได้
โทนี่เพียงแต่ยิ้มให้กับคําพูดประโยคนั้น
“ผู้ชายคนที่ชื่อเควนทอลเขาสามารถจะดำรงชีวิตอยู่ด้วยการไม่ยอมเกี่ยวข้องกับผู้หญิงมาได้ถึง 11ปี แค่เดือนเดียวสําหรับคุณมันก็คงจะไม่เป็อะไรนักหรอกน่า”
“11 ปี” ไทอุทานออกมาพร้อมกับผิวปากวืด ชายหนุ่มผู้มีเืตะวันตกผู้นี้มีความเชื่อว่าการที่จะไม่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงเพียงแค่ 11 วันมันก็ยิ่งกว่าเป็บาปเสียแล้ว ไม่ต้องพูดถึง 11 ปีนั่นดีกว่าและถ้าจะพูดกันตามความจริงแล้ว เขากับบาร์เนย์เปรียบเสมือนฝาแฝดก็ยังได้
“อีตาหมอเควนทอลนี่แกเจ็บป่วยเป็อะไรไปงั้นรึ...หรือว่า้าจะรักษาเผ่าพันธุ์อินเดียนแถบลุ่มแม่น้ำอเมซอนให้มันบริสุทธิ์ไว้”
“ก็อาจจะมีส่วนอยู่นะ”โทนี่ตอบเรื่อย ๆ “แต่เท่าที่ฉันได้ยินมานะความตั้งใจของแกแรงกล้ามาก คือไม่ยอมยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงเด็ดขาดไม่ว่าจะเผ่าพันธุ์ไหน ฝังตัวเองอยู่ในป่าลึกมาั้แ่แกจบหมอมาเลยละมั้ง”
ไทสั่นศีรษะอย่างไม่อยากจะเชื่อเอาเสียเลย
“เฮ้ย...มันไม่น่าจะเป็ไปได้เลยนะแล้วนี่คุณหมอเควนทอลที่ว่าน่ะรู้หรือยังล่ะว่ากําลังจะมีผู้หญิงอีกพันธุ์หนึ่งบินไปหาเขาน่ะ”
“ซินยอร์กาเซียร์ก็ได้แต่ติดต่อแล้วก็แจ้งให้เรารู้ทางจดหมายเท่านั้น”โทนี่ตอบ “เพราะฉะนั้นฉันเห็นจะบอกอะไรไม่ได้หรอกเอาไว้ให้เขามาพบกับเราที่นี่เสียก่อน บางทีเราอาจจะได้รายละเอียดเพิ่มขึ้นแต่หมอเควนทอลรู้แล้วละว่าเราได้รับอนุญาตจากทางรัฐบาลให้ถ่ายหนังเื่ชีวิตความเป็อยู่ของอินเดียนเผ่าซาร่าได้ แล้วก็รู้ด้วยว่าเราจะต้องพักอยู่ที่นั่นประมาณเดือนหนึ่ง ก็รู้สึกว่าเขาไม่ขัดข้องอะไรหรอกมีข้อแม้อยู่ประการเดียวเท่านั้นว่าเราจะต้องไม่ถ่ายทําเื่ราวที่เกี่ยวกับตัวเขาแต่ฉันก็คิดว่าเขารู้นะว่า เรามาด้วยกัน 3 คนแต่จะรู้เื่ฉันหรือเปล่านั่น...”
“อ้าวก็อย่างที่ผมพูดแล้วไงล่ะว่า เื่มันคงสนุกแน่” ไทยิ้มกว้างมองเพื่อนสาวผู้มีรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นด้วยแววตาที่คล้ายจะรู้เท่าทันว่าอะไรควรจะเกิดขึ้น
มันมิใช่การมองอย่างชื่นชมครั้งแรกที่โทนี่ คารูทเธอร์ ได้รับ เพราะเธอคือที่รวมความงามอันสดใสสัดส่วนบนเรือนร่างของเธอนั้นถ้าจะต้องใช้การเดาก็เห็นจะมีเพียงแค่่ขาเรียวงามที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงขายาวเท่านั้นส่วนโค้งส่วนเว้าบนเรือนกายบอกถึงความเป็สาวสะพรั่ง เรือนผมสีน้ำเข้มยาวปะไหล่ด้านหน้าเป็ผมทรงม้าที่ตัดเลียบ แนวคิ้วเหยียดยาวเลื่อมลายตามธรรมชาติปราศจากการดัดแปลงด้วยน้ำยาวิทยาศาสตร์ ริมฝีปากเคลือบด้วยสีชมพูใสซึ่งดูเหมือนจะเป็เครื่องสําอางสิ่งเดียวที่บอกถึงความเป็ผู้หญิงของเธอส่วนใบหน้านั้นเป็ของมนุษยชาติผู้รักอิสระ ปากที่พร้อมจะแย้มยิ้ม จมูกเล็ก ๆโด่งงาม บอกให้รู้ถึงอารมณ์ที่ค่อนข้างจะแฝงทิฐิไว้ไม่น้อย ถ้าจะพูดไปแล้ว โทนี่นั้นแม้จะมีลักษณะความเป็ผู้หญิงอยู่มากแต่ก็ไม่ยอมสนองความปรารถนาของตัวเองในเื่การใช้น้ำหอม ทั้งที่เป็ของโปรดเมื่อเข้ามาอยู่ในแถบถิ่นนี้