สอนเธอ....เสียว! NC++

    ตอนที่ 45: ถล่มเรือสำราญ

    ตอนที่ 45: ถล่มเรือสำราญ


    กลิ่นดินปืนและควันระเบิดโชยคลุ้งเข้ามาในห้องชุดรับรองหรูหราผ่านช่องระเบียงที่ชำรุดเสียหาย บานประตูไม้โอ๊คหนาแกะสลักสั่นไหวรุนแรงตามแรงระเบิด เสียงปืนไรเฟิลจู่โจมกระหน่ำยิงรัวสลับกับเสียงระเบิดดังระงมสะเทือนเลื่อนลั่นอยู่บนดาดฟ้าเรือสำราญลอยลำกลางทะเลลึกตอกย้ำให้เห็นภาพความเหี้ยมโหดและฉุกเฉินของการซุ่มโจมตีของกลุ่มคู่อริสมาคมมังกรสวรรค์ในค่ำคืนนี้


    ผมสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกลัดกระดุมเรียบร้อยอย่างสุขุมจัดแต่งข้อมืออย่างผ่อนคลาย พลางก้มลงมองจางเสวี่ยฉีเลขาสาวคนสวยระดับประเทศที่บัดนี้ร่างเปลือยเปล่าขาวเนียนกอดเข่าคดคู่อยู่บนเตียงด้วยแววตาเปี่ยมล้นไปด้วยกระแสราคะความรักเสน่หาเลื่อมใสบูชาผมดุจเทพเหนือวิญญาณ ผิวกายของเธอขาวละมุนเรียบเนียนปราศจากเกล็ดน้ำแข็งเกาะหรือหนาวทรมานอีกต่อไปแล้ว มีเพียงเลือดฝาดสีแดงอมชมพูสุขภาพดีและรอยยิ้มแสนเชื่องภักดีตอบสนอง


    "เสวี่ยฉี... คุณกบดานและพักผ่อนอยู่ในห้องชุดนี้แหละ ล็อคประตูไว้ให้แน่นหนา ปล่อยหน้าที่ขจัดเศษสวะพวกนั้นให้เป็นของผมจัดการเองเถอะ" ผมออกคำสั่งน้ำเสียงเรียบเย็นทว่าแฝงบารมีเด็ดขาดสะกดวิญญาณคนฟัง


    "รับทราบค่ะนายท่าน... ได้โปรดระวังตัวด้วยนะคะ ข้าน้อยจะรอคอยการกลับมาของนายท่านอยู่ที่นี่ชั่วชีวิตค่ะ" เลขาคนสวยพยักหน้าพูดคุยน้ำเสียงสลวยสล้างนอบน้อมดุจคนรับใช้ผู้ภักดีชั่วชีวิต


    ผมยิ้มบางๆ เดินตรงไปเปิดประตูห้องชุด VIP และก้าวเท้าก้าวพ้นเงามืดออกสู่โถงทางเดินชั้นสามทันทีที่เสียงประตูล็อคด้านหลังดังสนิทลงหลายชั้น


    เบื้องหน้าของผม ทางเดินพรมขนสัตว์สีแดงสดเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและร่างของบอดี้การ์ดเสื้อดำสมาคมมังกรสวรรค์ล้มตายระเนระนาด กลุ่มชายฉกรรจ์แปดคนในชุดหน่วยรบสวมเสื้อเกราะสีดำติดอาวุธสงครามครบมือแผ่รังสีฆ่าฟันกำลังวิ่งถือปืนไรเฟิลจู่โจมคุมเชิงนำโดยคุณชายมาเฟีย "หูเจี้ยน" ที่ถือปืนพกสั้นท่าทางเกรี้ยวกราดก่นสั่งการเสียงดังเหี้ยมโหดและเย่อหยิ่งทระนงตน


    "เฮ้ย! ค้นหาตัวนังเลขาจางเสวี่ยฉีและทวงสัญญาลิขสิทธิ์ท่าเรือมาให้ได้! ใครขวางหน้ายิงหัวมันทิ้งให้หมด!" หูเจี้ยนตะโกนสั่งสบถลั่นทางเดินยาว


    "หยุดอยู่ตรงนั้นแหละครับพวกหนอนแมลง... คิดจะมาพังของและคนที่ผมครอบครองแล้วงั้นเหรอครับ?" ผมเอ่ยขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงราบเรียบก้องกังวานทว่าสะกดสายตาทุกคู่ให้หันขวับมาจ้องมองผมเป็นตาเดียวในความสลัว


    หูเจี้ยนสะดุ้งตัวโยนหันขวับมามองร่างของผม แววตาของมันสั่นระริกด้วยความเคียดแค้นระคนแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง: "แก!... แกคือไอ้เด็กส่งของเย่เฉินที่ถล่มแก๊งมังกรทมิฬใช่ไหม?! บัดซบเอ๊ย! ยิงหัวมันทิ้งเดี๋ยวนี้! ฆ่ามันซะ!"


    มือปืนสี่คนด้านหน้าสะพายปืนยกปากกระบอกไรเฟิลจู่โจมขึ้นเล็งตรงมาที่หน้าอกของผมแล้วกระหน่ำเหนี่ยวไกยิงสาดกระสุนสงครามรัวกะชั้นชิดเสียงดังสนั่นสะเทือนทางเดินแคบๆ "ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!..." ประกายไฟสีเหลืองส้มปะทุถี่ยิบ ปลอกกระสุนทองแดงร่วงพรูเกลื่อนพรมแดงดังเกรียวกราดสะท้อนหินอ่อน


    ทว่าผมกลับยืนกอดอกพิงฝาผนังหินอ่อนอย่างสบายอารมณ์ ไม่ขยับเคลื่อนย้ายหลบหลบเข้าหาที่กำบังเลยแม้แต่น้อย ผมหยิบใช้ทักษะ "พลังกายศิลาเหล็กกล้า" ลมปราณหนาแน่นสีทองสลัวประกายแผ่เคลือบผิวและเสื้อผ้าเชิ้ตของผมจนแกร่งประดุจเหล็กไหลกล้าสวรรค์บวกกับทักษะ "ตรวจสแกนพิกัดเครือข่ายทหาร" ที่ประมวลทิศทางกระสุนหลบเลี่ยงในม่านตา


    "เคร้ง! เคร้ง! แก๊ง! เคร้ง!..."


    กระสุนปืนไรเฟิลความเร็วสูงนับร้อยนัดที่พุ่งเข้าปะทะหน้าอกและศีรษะของผมพลันส่งเสียงสะท้อนปะทะดังระงมประดุจยิงใส่กำแพงคอนกรีตหนาของป้อมปราการทหาร กระสุนแบนบี้บิดเบี้ยวร่วงหล่นลงพรมแดงเปรอะเปื้อนดินโดยไม่อาจสร้างแม่แต่รอยแผลหรือสร้างแรงกระตุ้นให้เสื้อผ้าของผมฉีกขาดได้เลยแม้แต่เซนติเมตรเดียว!


    "บ้าน่า!... ยิงไม่เข้าเลย!... นี่มันตัวบ้าอะไรกันวะ! ปีศาจชัดๆ!" มือปืนทหารช็อกตาค้างเหงื่อไหลพรากหน้าถอดสีซีดขาวสั่นระริกด้วยความหวาดผวาสุดชีวิตอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในประวัติศาสตร์การรบ


    ผมแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมขยับร่างเคลื่อนไหวรวดเร็วปานเงาวิญญาณก้าวพริบตา พุ่งเข้าหาพวกมันในพริบตาเดียวระยะสิบเมตรปรากฏตัวตรงหน้า


    "อั่ก!..." ผมยื่นฝ่ามือขวาออกไปคว้าปากกระบอกปืนไรเฟิลของมือปืนคนแรกแล้วออกแรงบีบเหล็กกล้าหนาจนบี้แบนหักงอเป็นรูปตัวยูสะบั้นในเสี้ยววินาที ก่อนจะคว้าคอหอยของมันยกขึ้นกระแทกเข้ากับผนังหินอ่อนจนผนังแตกร้าวและกระดูกคอหักสะบั้นดับชีวิตทันทีคาทางเดิน


    ผมบิดตัวกวาดขาเตะตัดลำตัวมือปืนคนที่สองและสามจนโครงสร้างกระดูกซี่โครงแตกยุบตัวทะลวงปอดลอยกระเด็นพุ่งทะลุกระจกหน้าต่างระเบียงร่วงหล่นลงทะเลลึกไปจมน้ำตายอนาถ สองมือหนาของผมยื่นออกไปขัดกระดูกแขนข้อศอกมือปืนคนที่สี่และห้าพร้อมกันเสียงดัง "กร๊อบ! กร๊อบ!..." จนข้อต่อหักกระดูกหลุดปูดโผล่ร้องกรีดร้องแสนทรมานปางตายล้มพับลงไปกองบนพื้นทนพิษบาดแผลไม่ไหว


    กองกำลังติดอาวุธระดับปฏิบัติการสงครามสิบกว่าคนล้มตายสิ้นสภาพและบาดเจ็บปางตายคุกเข่าแทบเท้าของผมภายในเวลาไม่ถึงสองนาทีด้วยพลังฝีมือระดับเทวะที่เหนือมนุษย์ ยากจะจินตนาการ


    หูเจี้ยนคุณชายมาเฟียที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงคุกเข่ากับพื้นโคลนและน้ำฝนสั่นเทาโยนปืนพกสั้นในมือทิ้งร้องไห้อ้อนวอนขอความเมตตาหน้าถอดสีไร้เยื่อความหยิ่งยโสเหลืออยู่อีกต่อไป แววตามองผมประหนึ่งเห็นเทพเจ้าแห่งความตายที่เพิ่งเดินขึ้นมาจากขุมนรกโลกันตร์


    "นาย... นายท่านเย่เฉิน!... ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วยเถอะครับ! สมาคมการค้าของผมยินดียอมยกหุ้นและผลประโยชน์ท่าเรือฝั่งตะวันออกให้สมาคมมังกรสวรรค์ทั้งหมดเลย!... อย่าฆ่าผมเลยนะครับ!" หูเจี้ยนคุกเข่าเอาหัวโขกพื้นพรมเปรอะเลือดวิงวอนเสียงกระสับกระส่ายสั่นเทา


    ผมเดินตรงเข้าไปยืนกอดอกจ้องมองร่างที่สั่นระริกของมันด้วยสายตาเฉยชาไร้เยื่อใยบารมีสะกดวิญญาณ: "คนอย่างแกที่คิดจะมาล่วงเกินและแย่งชิงสิ่งของที่ผมครอบครอง... สมควรได้รับคำสั่งให้มีชีวิตอยู่ต่อด้วยเหรอครับ?"


    ผมยื่นมือขวาออกไปจับคอหอยของหูเจี้ยนหิ้วร่างของมันลอยขึ้นเหนือระเบียงกราบเรือสำราญ VIP ท่ามกลางเสียงหวีดร้องและน้ำฝนโปรยปรายพายุพัดโหมกระหน่ำ หูเจี้ยนพยายามใช้มือที่เหลือแกะตะเกียกตะกายกงเล็บแตะแผ่นอกผมและใช้เท้ายันระเบียงหวังรอดพ้นความตาย ทว่าผมเหยียบปลายเท้าสะบัดเท้าขยี้ข้อนิ้วมือของมันจนกระดูกหักแตกสิ้นแรง ทันใดนั้นผมออกแรงปลายนิ้วสะบัดบีบคอหอยมันจนกระดูกหักสะบั้นแล้วโยนทิ้งร่างลอยละลิ่วตกลงสู่ทะเลลึกสีดำสนิทร่วงหล่นหายสาบสูญกลายเป็นอาหารปลาไปชั่วชีวิตชดใช้กรรมอันเน่าเฟะของมัน


    พวกสมุนมือปืนที่เหลือและผู้มีอิทธิพลสมาคมมังกรสวรรค์ระดับอาวุโสที่ซ่อนตัวหลบภัยอยู่ตามหลืบห้องต่างกรูพากันออกมาทรุดตัวคุกเข่าราบคาบลงกับพื้นปูนทางเดินปนคราบน้ำฝน ก้มหัวกราบคำนับสยบยอมรับใช้เย่เฉินด้วยความเคารพยำเกรงสูงสุดประหนึ่งสยบต่อจักรพรรดิเทพสงคราม บารมีของเย่เฉินแผ่ซ่านควบคุมทั่วเรือสำราญ VIP มังกรสวรรค์สำเร็จราบคาบไร้ความปั่นป่วนท้าทายอีกต่อไป


    ผมยืนหิ้วกล่องของประมูลโบราณอยู่ดาดฟ้าเรือฝ่าสายฝนท่ามกลางสัญญานเตือนภัยที่กะพริบ โดยมีจางเสวี่ยฉีเดินก้าวออกมาพิงกายคลอเคลียยื่นเสนอส่งมอบ Master Card สีทองครามสัญลักษณ์แห่งอำนาจสั่งการสมาคมการค้าทั้งหมดให้ผมกุมสิทธิ์ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว


    ทว่าในวินาทีนั้น หน้าจอระบบกะพริบแจ้งเตือนอัปเกรดระดับสีแดงสลัวขอบสายตาคำสั่งสะกด:


    [ระบบ: แจ้งเตือนความมั่นคง! ตรวจสแกนพบพิกัดเครือข่ายอำนาจมืดทหารระบุ - ยอดฝีมือระดับลมปราณโบราณขั้นสูง 'เฉินเทียนเป่า' เพิ่งเดินทางมาถึงท่าเทียบเรือฝั่งตะวันออก รอคอยท้าทายประลองฝีมือบดขยี้โฮสต์เพื่อแย่งชิงสมาคมกลับคืนสู่เมืองหลวง...]


    ผมคลี่ยิ้มเยาะหนวดเคราที่มุมปาก แววตาสีทองฉายแสงโกลว์เปล่งประกายคมปลาบดุจพญามังกรทองสวรรค์ที่เพิ่งสยายปีกกว้างขึ้นในความมืด จ้องเขม็งฝ่าสายฝนและราตรีกาลออกไปจดจ้องมองเหยื่อผู้ท้าทายคนใหม่ที่ปลายสะพานท่าเรือ... สงครามการล่าและขยายอำนาจก้าวต่อไปกำลังจะปะทุสะท้านปักกิ่งในไม่กี่อึดใจนี้!


    จางเสวี่ยฉีขยับร่มสีดำเข้ามาบังสายฝนให้ผมอย่างเงียบเชียบดวงตาสลัวฉายแสงล้ำลึกสะกดยิ้ม "นายท่านคะ... เฉินเทียนเป่าเป็นยอดฝีมือลมปราณที่ตระกูลใหญ่จงใจจ้างมา หวังจะใช้กำลังกดดันฮุบสมาคมของเรามาเป็นของตระกูลพวกมัน ท่านประธานใหญ่เองก็เคยเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะฝีมือของมัน..."


    ผมได้ยินแบบนั้นก็หาได้หวาดกลัวไม่ แต่กลับกำหมัดแกร่งเบาๆ สัมผัสถึงความสั่นสะท้านร้อนแรงของพลังลมปราณเลเวล 4 ที่กำลังเดือดพล่านพร้อมปะทุ แววตาของพวกระดับสูงในสมาคมมังกรสวรรค์ที่คุกเข่าล้อมตัวผมอยู่บัดนี้จดจ้องมองผมดุจดั่งแสงสว่างและผู้กอบกู้ความมั่นคงรายใหม่ชั่วชีวิต ค่ำคืนนี้หากเฉินเทียนเป่ามันอยากจะใช้กระดูกและชีวิตของมันเป็นหินลับทักษะลมปราณของผม ผมก็พร้อมจะจัดแจงบดขยี้มันให้หน้าหงายพินาศคาท่าเรือปักกิ่งแห่งนี้!


    ผมก้าวเท้าออกเดินช้าๆ ไปบนพื้นคอนกรีตปูนซีเมนต์ที่เจิ่งนองด้วยน้ำฝน ทุกก้าวเดินหนักแน่นแฝงไปด้วยปราณคุ้มกายแผ่ความร้อนสูงระเหยฝนเป็นควันขาวลอยกรุ่นรอบกาย ปราณในร่างของผมคำรามต่ำดุจพญามังกรทองที่พร้อมเผชิญหน้าทลายทุกสิ่งกีดขวางให้สูญสลายไป!