ชะตากรรมนั้นคือสิ่งที่ถูกฟ้าสวรรค์ลิขิตเอาไว้ตั้งแต่ชีวิตหรือสิ่งนั้นถือกำเนิดขึ้นมาบนสวรรค์พิภพ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ปุถุชนผู้ฝึกตน เซียน... หรือกระทั่งสิ่งไม่มีชีวิตอย่างต้นไม้ใบหญ้า ก้อนหิน และน้ำ
มันผูกโยงทุกสรรพสิ่งดั่งใยแมงมุมที่ไม่มีวันตัดสะบั้นให้ขาดได้
อย่างไรก็ตาม...
โชค...นั้นกลับเป็นสิ่งที่ลี้ลับและยากที่จะรู้ มันผันแปรไปตามกฎระเบียบที่ไม่ตายตัวเป็นบางสิ่งที่สามารถพลิกเปลี่ยนชะตากรรมได้
หากคนผู้หนึ่งเกิดมาพร้อมกับชะตาเลวร้ายต้องใช้ชีวิตอย่างอาภัพและทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต แต่กลับได้โชควาสนาดีก็สามารถกลบฝังชะตาของตนสลับกลับด้านให้กลายเป็นดีได้...
และหากคนผู้หนึ่งเกิดมาพร้อมกับชะตาดีมีความมั่งคั่งและอำนาจบารมีล้นเหลือ แต่กลับบังเอิญได้รับโชคร้ายก็สามารถตกต่ำร่วงหล่นลงจากชะตาดีของตน...
เรียกได้ว่า...
โชคนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำให้คนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดได้
โชคจึงกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนมากมายปรารถนาโหยหา
“โชคของท่านแม่มีโชคของข้าช่วยคุ้มครองโชคของข้าไม่เพียงแค่ทำให้โชคของนางดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยสนับสนุนให้ชีวิตของนางไร้อุปสรรคไร้เภทภัยไม่มีปัญหาใดๆมาขัดขวาง” อี้ชิงประเมินโชคดวงจันทร์ของมารดาพลางยิ้มอย่างสนใจและเบาใจ
ในสวรรค์พิภพเวลานี้จะมีผู้ใดโชคดีได้เท่ากับเขาอีกหรือ?
แน่นอนว่าไม่!
โชคของเขาไม่เพียงแต่แข็งแกร่งไร้ผู้เทียมเท่าเท่านั้นแต่ยังเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆตลอดเวลาจากการกลืนกินโชคของสวรรค์พิภพและศัตรู!
“พลังของเนตรมังกรยังไม่หมดเพียงแค่นี้ไหน... ขอข้าลองดูเส้นใยแห่งกรรมสักหน่อยซิ?” ชายหนุ่มรู้สึกฮึกเหิมได้ใจเขาลองเพิ่งสมาธิ จับจ้องมองไปยังโชคดวงจันทร์ของมารดาคนงามมากขึ้น
เขาใช้สมาธิจดจ่อครู่หนึ่ง ก็เห็นเส้นด้ายบางๆที่เหมือนใยของแมงมุมพัวพันอยู่เหนือศีรษะของนางมันโยงใยไปทั่ว บางเส้นเปล่งแสงสว่างมีรัศมีทรงพลัง บางเส้นบอบบางใกล้ขาด บางเส้นใกล้จางหายไม่ชัดเจน
เมื่อเห็นเส้นใยแห่งกรรมของหลิงรั่วซีในใจของคนก็พลันบังเกิดการแจ้งเตือนอย่างรุนแรง คล้ายกับมีสัญชาตญาณกระตุ้นบอกกับเขาว่าไม่ควรล่วงล้ำมากไปกว่านี้เมื่อรับรู้เช่นนั้น อี้ชิงก็ไม่ดื้อดึงดันทุรังจะสืบสาวต่อ
ชายหนุ่มเร่งเก็บรั้งสายตา สลายอิทธิฤทธิ์ของตนเองทันที
แม้จะเป็นแค่เสี้ยววินาทีเดียว
แต่เขากลับรู้สึกแสบร้อนที่ดวงตาเป็นอย่างมาก! มันราวกับเขาโดนน้ำร้อนลวก!?
หากมิใช่เพราะโชคชะตาของเขาช่วยกีดขวางไว้ให้ ช่วยลดทอนและห้ามผลสะท้อนกลับของกรรมร่างกายของเขาอาจธาตุไฟเข้าแทรก จิตวิญญาณเสียหาย ไม่ก็บาดเจ็บสาหัสเจียนตายไปแล้ว!
เรื่องนี้มิใช่เรื่องเล่นๆ
เพราะมันเกี่ยวข้องกับการสอดส่องโชคชะตากรรม!
เป็นอำนาจเด็ดขาดของสวรรค์ที่ครอบครอง!
ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันมีบุคคลผู้มากพรสวรรค์มากมายสามารถคิดค้นวิชาท้าทายสวรรค์ขึ้นมา หนึ่งในนั้นคือวิชาทำนายอ่านชะตา
วิชาทำนาย... คือวิชาที่ใช้แอบแง้มดูดวงชะตาสามารถแอบส่องดูอนาคตหรืออดีตของคนได้ แต่ทว่ายังเสี่ยงถูกผลสะท้อนของเวรกรรมได้ง่ายเช่นเดียวกันหากไม่ระมัดระวังอาจถึงขั้นตกตายเพราะมัน
เนื่องจากเส้นใยแห่งกรรมนั้นพัวพันและซับซ้อนเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจมันโยงผูกกันมั่วซั่วราวกับไม่มีสิ้นสุดไม่เพียงเชื่อมโยงแค่ในโลกมนุษย์ภพเบื้องล่างเท่านั้น แต่ยังโยงเกี่ยวไปถึงภพเซียนเบื้องบนด้วยเช่นกัน
และอย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนธรรมดาเลย...
แม้กระทั้งเทพเซียน คิดอยากอ่านชะตาทีก็ต้องคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน
เพราะหากไปทำให้สวรรค์ขุ่นเคืองหรือบังเอิญโชคร้ายสุดๆ ดันไปกระตุ้นผู้ที่ทรงพลังยิ่งกว่าตนแล้วอีกฝ่ายสามารถสืบเสาะย้อนกลับและหันหน้ามามองเอาเรื่องขึ้นมาผลสุดท้ายจะไม่คุ้มเสียกับประโยชน์ที่ได้รับ
“ถึงว่า...ในตำราจึงกล่าวว่าการอ่านชะตากรรมถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรพึงกระทำ”
“แต่แค่ได้ดูโชคอย่างเดียวก็เพียงพอสำหรับข้าแล้ว...”
“ท้ายที่สุด...”
“ก็เพราะตบะพลังของข้ายังอ่อนด้อยเกินไปนัก” อี้ชิงประเมินตัวเองอีกครั้งและถอนหายใจยาวระงับอารมณ์ได้ใจของตัวเองลง
เขารู้เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนยังไม่สามารถแตะต้องเส้นใยกรรมได้นั่นก็เพราะ... เขายังอ่อนแอเกินไป!
แม้พลังความสามารถนี้จะท้าทายอำนาจทำให้สวรรค์ขุ่นเคืองและโมโหโทโสไม่พอใจก็ตาม แต่มันก็ยังสามารถผ่อนผันได้หากผู้ใช้แข็งแกร่งนั่นก็เพราะยิ่งแข็งแกร่ง โชคกับดวงชะตาก็จะยิ่งสูงส่ง สะสมบารมีกุศลบุญไว้มาก!...
ต่อให้เป็นสวรรค์ก็ยังยินยอมโอนอ่อนและปล่อยผ่านให้
(สวรรค์ :เรื่องนี้ สวรรค์จะไม่ยุ่ง)
......
ยามเช้า
อี้ชิงและมารดาได้ร่วมรับประทานอาหารกับป้าสะใภ้ฟางเหนียง ในห้องอาหารอาหารเลิศรสถูกจัดวางเอาไว้จนเต็มโต๊ะ มีทั้งซุปเสฉวนปีกไก่เหล้าแดง ไก่แช่เหล้า...แถมยังมีอาหารในท้องที่ที่หาทานได้ยากอีกสองสามอย่าง
“เป็นอย่างไรบ้าง รสชาติถูกใจหรือไม่?ข้าสั่งให้สาวใช้ไปซื้อหาและจัดเตรียมไว้ตั้งแต่เช้าเลยนะ” นางถามด้วยรอยยิ้มเห็นน้องหญิงและหลานชายทานอย่างเอร็ดอร่อยก็ภาคภูมิใจมีความสุขที่ได้มีโอกาสดูแลครอบครัวของนาง
“รสชาติดีเลย ขอบใจพี่เหนียงที่เอาใจใส่ข้าและลูก”หลิงรั่วซีพูดขอบคุณ ชื่นชมรสชาติอาหาร “ข้าและชิงเอ๋อห์มาหาท่านโดยมิได้แจ้งล่วงหน้าต้องขออภัยด้วยจริงๆ ข้าเพียงแค่คิดถึงท่าน เลยมาเยี่ยมเยือนให้ประหลาดใจ”
ฟังดังนั้นฟางเหนียงก็หัวเราะโบกไม้โบกมือ “ฮี่ๆเรื่องเล็กๆน้อยๆน่า พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่เห็นต้องเกรงอกเกรงใจกันเลยมาเถอะๆ อาหารยังมีเหลือล้น มากเพียงพอให้พวกเจ้าได้อิ่มหนำสำราญ”
“จริงสิ น้องได้ข่าวของเสี่ยวหยานและเสี่ยวหยู่บ้างไหม?พวกนางฝึกฝนอยู่สำนักฟ้าครามสุขสบายดีหรือไม่?”
“ข้าได้รับจดหมายจากพวกนางเมื่อไม่นานมานี้พวกนางบอกว่าสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง ขอท่านพี่โปรดวางใจเถอะ”
“นั่นดีแล้วข้ากังวลนิดหน่อย เพราะเมื่อไม่นานมานี้สำนักหัตถ์ฟ้าคำราม สำนักหอกวายุ และสำนักฟ้าครามได้มีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ พวกเขาได้ค้นพบเส้นเลือดปราณวิญญาณใหม่ในเทือกเขาฟ้าคราม หลายขุมพลังเลยร้อนรนใจ...”
“ไม่ใช่เพียงแต่ขุมพลังผู้ฝึกตนเท่านั้นนะแต่ยังรวมไปถึงผู้ฝึกตนอิสระและผู้ฝึกตนมารก็เข้าร่วมด้วย เวลานี้ในน้ำล้วนเต็มไปด้วยฝูงมัจฉาอสรพิษ และมังกร... โชคยังดีที่ในบริเวณเมืองของพวกเราไม่ได้ตกอยู่ในมรสุมวุ่นวายไปด้วย”
“งั้นหรือ?เป็นเรื่องใหญ่พอสมควรเลยนะ”
“แต่พี่ไม่ต้องกังวลมากเกินไปนักหรอกทั้ง 3 ขุมพลังไม่ได้โง่เขลาพวกเขาได้พูดคุยเจรจากันแล้ว ยังไม่ถึงขั้นบาดหมางแตกหัก” หลิงรั่วซีพูดอธิบายให้อีกฝ่ายผ่อนคลายความไม่สบายใจลงนางเองก็ได้รับจดหมายมาจากลูกสาวทั้งสองจึงล่วงรู้ข้อมูลมากกว่าคนทั่วไปที่มองเห็นจากภายนอก
ชายหนุ่มที่กินข้าวรับฟังอยู่เงียบๆก็ไม่ได้พูดเสริมอะไรมากเขาเพียงรับฟังบทสนทนาของมารดาและป้าสะใภ้ พลางเพลิดเพลินไปกับอาหารตรงหน้าเพราะเป้าหมายของเขาก็คือการคุ้มครองความปลอดภัยของแม่และมาเป็นเพื่อนนางเท่านั้น
ตอนนั้นเองเมื่อเขากำลังเหม่อลอยจู่ๆก็ได้มีมือเรียวหยกลูบล้วงเข้ามาในเป้ากางเกงของเขาคว้ากุมท่อนเอ็นลำอวบใหญ่ที่หลับใหลอยู่ใต้อาภรณ์เสื้อผ้าเข้าอย่างจังอย่างเต็มไม้เต็มมือ!?
หมับ!
“อ๊ะ...?”
“หืม? มีอะไรหรือ?เสี่ยวชิง?” เห็นหลานชายอุทานและสะดุ้งตกใจคล้ายตื่นตระหนกอะไรบางอย่าง สายตาคู่งามของฟางเหนียงก็เบนกลับมามองอย่างสงสัย
“ปะ... เปล่าขอรับไม่มีอะไร สงสัยเป็นแมลงบินมาเกาะขาของข้า” ชายหนุ่มหัวเราะแห้งๆกลบเกลื่อนส่ายหน้าปฏิเสธและแอบชำเลืองมองดูดวงหน้าโฉมสะคราญของมารดาคนงามที่แกล้งทำตัวเป็นปกติดุจเดิมเหมือนไม่รู้ไม่ชี้
นางกำลังแอบยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์และสนุกสนานมือเรียวหยกลูบไล้Cวยของเขาอย่างซุกซนหยอกเย้าฝ่ามือที่ขาวเนียนนุ่มนิ่ม นิ้วมือที่เขี่ยคลึงหัวปลายท่อนลำอย่างเชี่ยวชาญชำนาญ
ทักษะที่ล้ำเลิศของการฝึกเรียนรู้ในป่าไพรนานนับสัปดาห์
จึงรู้จุดอ่อนไหวของลูกชายตัวดีราวหลังฝ่ามือ
“โอ้...” ป้าสะใภ้มองหลานชายคนหล่อของนางก่อนจะละสายตากลับไปและพูดคุยเสวนากับน้องหญิงตามเดิมโดยที่นางหาได้รับรู้เลยว่าใต้โต๊ะเขากำลังโดนจับโดนล้วงจนCวยแข็งตั้งลำอยู่?
ทั้งจะล้วงแหย่หีนางกลับก็มิได้เนื่องจากมุมนี้อาจถูกมองเห็น คนจึงทำได้แต่เด้งCวยเย็ดมือสู้มารดาอย่างเสียวสยิว ปล่อยให้นางกระทําตามอําเภอใจและจดจำการกลั่นแกล้งของนางไว้ หมายเอาคืนยามนางถ่างขาร้องผัวบนเตียงนอน
สังเกตว่าเขาไม่ค่อยพูดค่อยจาสักเท่าไรป้าสะใภ้คนงามก็ครุ่นคิดหาวิธี ก่อนจะนึกขึ้นได้ “อา... จริงสิ? ข้าทราบข่าวมาว่าวันนี้มีกองคาราวานใหญ่เดินทางมาที่นี่หากเจ้ารู้สึกเบื่อหน่าย ข้าขอแนะนำให้หลานรักไปเดินเที่ยวเล่นที่นั่น”
“กองคาราวานหรือขอรับ?” อี้ชิงดวงตาเปล่งประกาย ถามกลับอย่างสนใจเขาต้องการหาทางออกจากสถานการณ์ลำบากใจ(Cวย)นี้และป้าคนดีของเขาก็ยื่นกิ่งไม้มาช่วยเหลือพอดิบพอดีอย่างโชคเข้าข้าง
“ใช่ กองคาราวานนี้พิเศษนักเพราะมันเป็นของตระกูลถัง ฉะนั้นรับรองได้เลยว่าเจ้าจักได้เปิดหูเปิดตา” นางกล่าวเสร็จก็เตรียมจะลุกขึ้น หันไปมองยังหลิงรั่วซี ยิ้มน้อยๆและเอ่ยชักชวน “น้องซีข้าเพิ่งได้ผ้าชั้นดีมาจากเมืองที่ห่างไกล สีสันสวยงามมากทีเดียวหากเจ้าไม่มีกิจธุระอันใด มาช่วยเลือกผ้ากับข้าสักหน่อยดีไหม?”
“คำเชิญของท่านพี่ผู้น้องย่อมไม่ปฏิเสธ”
“ดีแล้ว...แต่วันนี้ข้าอาจจะกลับดึก เพราะมีงานค้างคาอยู่ที่โรงทอผ้า” นางกล่าวพึมพำเบาๆลอบชมดชม้อยชายตามองหลานชายสุดหล่อเหลาของนาง นัยน์เนตรงามแอบแฝงความยั่วยวนและปรารถนาเอาไว้
ส่งสัญญาณเสน่หานัดแนะเวลาแอบมาเย็ดเอากันในค่ำคืนนี้?