“ข้าเจ้ามีใจนับถือในพระองค์ มาการทัพการศึกครานี้ ข้าเจ้ารู้ดีว่ากระทำผิดกฎเกณฑ์ เวียงสรวงเป็นเมืองเล็ก ไพร่พลรบของเรามีน้อย ข้าเจ้ามีอาวุธเนื้อดีนำมาแลกเปลี่ยนตอบแทนต่อความผิดนี้ หวังว่าฝ่าพระบาทจักไม่โกรธเคืองเอาความต่อข้าเจ้าแลน้องชาย”
คนรูปงามบนหลังม้า มองดูใบหน้าเปรอะเปื้อนเขม่าควันไฟที่กำลังส่งยิ้มออดอ้อนให้ตน แล้วให้รู้สึกขบขันขึ้นมาอีกครา
“ได้กูนั้นหาใช่คนใจดำ แลสิ่งที่น้องนางทำอยู่ก็แลเป็นเรื่องดีมีประโยชน์ เรื่องผิดกฎทัพ กูจะละเว้นโทษให้แม่ญิงเป็นพิเศษ แลงนี้ที่พลับพลาตัวกูแลพลรบ จะมีชุมนุมปรึกษาการศึก กูจะแจ้งเบิกเสบียงให้น้องนางมาแจกชาวบ้าน ถือว่าทำบุญร่วมกัน”
กล่าวจบคนบนหลังม้าก็ชักม้าควบจากไป เจ้าแสนเมืองสิงห์ชำเลืองตาดูพี่นางของขุนหาญ ด้วยความประหลาดใจ ใบหน้าของนางไม่ชวนมองด้วยเปอะเปื้อนเขย่าดำจนมองไม่เห็นซึ่งความงาม แลนางเองก็ดูทำตัวผิดแผกจากสตรีทั่วไปอันควรจะเป็น ชายผู้มากเสน่ห์เช่นเจ้าแสนเมืองสิงห์ จึงมิใคร่ใส่ใจในตัวนางนัก
“โชคดีนักที่เจ้าราชวงศ์มิได้ทรงขุ่นเคืองใจ เจ้านางพึงควรระวังตัวไว้บ้างหนา ข้าเจ้าเคยได้ยินมาว่า เจ้าขุนอินทร์ถวายผู้นี้ ยามร้ายก็ร้ายนัก ยามรักก็สุดใจ”
“เช่นนั้นกูขอเป็นคนที่เขารัก ท่าจักดีกว่าใช่หรือไม่” นางมองดูกลุ่มบุรุษผู้จากไป ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
“ข้าเคยได้ยินคำคนเขาร่ำลือ ว่าเจ้านางซอมพอแห่งเวียงสรวง งดงามเลอค่าปานเทพธิดานางฟ้าจากแดนสวรรค์ เห็นทีจะเป็นความลวงของเจ้าเวียง ที่สร้างเรื่องให้เมืองตนมีค่าควรเมือง” เจ้าแสนเมืองสิงห์เอ่ยขึ้น เมื่อกลับมาถึงค่ายพักพลับพลางหลวง
“นางชื่อซอมพอฤา เมื่อครู่กูก็ลืมเอ่ยถามนามนาง ชื่องามแปลกหู ซอมพอ…แม่ดอกนกยูง” เจ้าขุนอินทร์ถวายเอ่ยย้ำชื่อนางแล้วอมยิ้มจากไป ทิ้งความสงสัยให้สหายรักและคนติดตาม
“นางงามรึ พวกเจ้ามีความเห็นเช่นไร ดูหน้าพระองค์สิ มีใครเคยเห็นเจ้าหนุ่มนี่เป็นเช่นนี้บ้าง ขนาดก่อนออกจากเมือง เจ้านางอ้ายมาดักพบ หน้านางยังไม่ยอมแล แต่กับแม่ญิงหน้ามอมเมื่อครู่ กลับมีทีท่าเยี่ยงนี้”
“งาม…” เจ้าโยนยางคำเอ่ยขึ้น ในขณะที่ทุกคนส่ายหน้า
เจ้าแสนเมืองสิงห์มองหน้าขุนเวียงเชียงลาวด้วยต้องการตั้งคำถาม
“กูได้เห็นนางในวันแรกที่มาถึง เจ้าขุนหาญนำใบบอกมารายงานตัวต่อกู แลคนที่ติดตามมาด้วย ก็คือพระพี่นางซอมพอ หรือก็คือแม่ญิงก้นครัวเมื่อครู่นั้นแล เจ้านางซอมพองามสมคำลือ เพียงแต่เมื่อครู่ เจ้าแสนเมืองสิงห์เห็นทีบุญไม่พอ จึงมองไม่เห็นเทพธิดาที่ยืนอยู่ตรงหน้า”
เจ้าโยนยางคำกล่าวจบ ก็เดินเลี่ยงไปกระโจมพลับพลาของตน แต่ก็มิวานทิ้งท้ายตะโกนบอกเหล่าสหาย “บ้านเมืองใครมีเสบียงพอแบ่งปันกันได้ ก็จงแบ่งออกมาให้แก่เวียงสรวง เจ้านางซอมพอจักได้นำไปแจกจ่ายแบ่งปันต่อชาวเวียงชัยที่ตกทุกข์ได้อยาก อย่ามัวแต่จับกลุ่มเล่าขวัญผู้อื่นอยู่เลยหนา”
คำพูดของเจ้าโยนยางคำแห่งเชียงลาว ทำให้เจ้าพรหมเสกแลคนอื่น ๆ เร่งพากันแยกย้ายไปคนละทิศละทาง เหลือแต่เจ้าแสนเมืองสิงห์ที่ยืนเกาหัวไม่เข้าใจ
ทุกอย่างตกอยู่ในสายตาแรงงานกระเหรี่ยง ที่กำลังไสรถเข็นบรรทุกหญ้าสดผ่านมา มันทั้งสองทำทีหยุดพัก แต่แท้ที่จริงแล้ว คือเฝ้ามองดูจอมทัพที่เพิ่งเดินเข้าพลับพลาที่ประทับไป มันสองหาได้สนใจในสิ่งที่บุรุษพูดคุยกันไม่ สิ่งเดียวที่มันสนใจคือช่องว่างที่มากพอ สำหรับให้มันสองสามารถลงมือสังหารเจ้าราชวงศ์ให้แดดิ้นอยู่ที่เวียงชัย ไม่ต้องมีชีวิตกลับคืนไปสุวรรณโคมคำ ตามคำสั่งของพะตี่เซเกอผู้เป็นอาจารย์
ยามราตรีคืบคลานเข้าปกคลุมเวียงชัย ทหารแรงงานนำไม้ฟืนเข้าสุมเพิ่มใส่กระถางเพลิงหน้าพลับพลาหลวง แสงไฟสว่างขึ้นจนสะท้อนกับคมหอกของทหารยามที่ยืนนิ่งราวรูปปั้นสลักหิน ภายในกระโจมบัญชาการ เจ้าขุนอินทร์ถวายนั่งประทับบนตั่งไม้ สายพระเนตรทอดมองแผนที่ของอาณาบริเวณแผ่นดินฝ่ายเหนือ ที่กางอยู่ตรงหน้า ความอิ่มเอมใจจากบทสนทนากับเจ้านางซอมพอเพียงน้อยนิดจากเมื่อกลางวันจางหายไป แทนที่ด้วยความตึงเครียดของภาระหน้าที่ตรงหน้าที่ต้องแบกรับต่อจากพี่ชายผู้เดินทางสู่แดนแถน
"เบิกตัวเชลยหนานเยว่!" เสียงทรงอำนาจของเจ้าโยนยางคำดังขึ้น ผ่านไปเพียงครู่ ทหารสองนายก็หามร่างของชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งเข้ามากลางกระโจมพลับพลา
เชลยผู้นี้หาใช่พลทหารไพร่เดนตาย รอยสักที่ข้อมือแลเครื่องยศที่หลงเหลือ เขาคือหนึ่งในนายกองผู้ช่ำชองการรบในแดนใต้ เจ้าแสงเมืองสิงห์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้าง ๆ เตะเข้าที่ข้อพับเพื่อให้เชลยผู้นี้คุกเข่าลง
“พวกมึงหนานเยว่ ช่างกล้าหาญนัก...เวียงชัยแม้เป็นเพียงหัวเมืองห่างไกล แต่ก็คือเมืองที่อยู่ภายใต้ขอบเขตการปกครองของสุวรรณโคมคำแห่งลุ่มน้ำของ พวกมึงคิดโจมตีแย่งชิงกันถึงเพียงนี้ เท่ากับหยามหน้าเมืองใหญ่ มึงมิกลัวตายอยู่นอกแผ่นดินเกิดฤา” แสนเมืองสิงห์ตวาดลั่น
เชลยศึกเงยหน้าที่บวมช้ำขึ้น แทนที่จะสั่นกลัว มันกลับหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม "กลัวรึ?...กูผ่านความกลัวมานาน จนมันกลายเป็นความตายซากไปเสียแล้ว เจ้าขุนผู้สูงส่ง ท่านคิดว่าพวกเราอยากล่องใต้มาเพื่อแย่งชิงเศษข้าวจากชาวบ้านที่อดอยากพวกนี้เช่นนั้นฤา?"
เจ้าขุนอินทร์ถวายขมวดคิ้ว "หากมิใช่เพื่อทรัพย์สินแลขยายอำนาจ แล้วพวกมึงรุกล้ำเข้ามาด้วยเหตุผลอันใด?"
เชลยศึกนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยแข็งกร้าว กลับเริ่มสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวที่ฝังรากลึก "ทางทิศเหนือ... กองทัพฉินที่ยิ่งใหญ่ กำลังยกพลรบลงมาดุจฝูงตั๊กแตนถล่มทุ่งนา พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มันมาเพื่อกวาดล้าง บ้านเรือนของพวกกูกลายเป็นเถ้าถ่าน ลูกเมียถูกต้อนไปเป็นเฉลยแลทาส แผ่นดินที่เคยอุดมสมบูรณ์ ถูกม้านับพันเหยียบย่ำจนไม่เหลือแม้แต่ต้นหญ้า หนานเยว่กำลังล่มสลาย..." เชลยกระซิบเสียงสั่น "ข้างหลังพวกกูคือคมดาบของฉินที่จ่อคอหอยไล่หลัง หากกูไม่รุกคืบมาข้างหน้า เพื่อหาที่มั่นใหม่ พาสมัครพรรคพวกครอบครัวหนีตายลงมา พวกกูก็มีแต่ต้องตายคาแผ่นดินเกิดสถานเดียว!"
คำบอกเล่านั้นทำให้ภายในกระโจมพลับพลาเงียบสนิทลงไปในทันที เจ้าขุนอินทร์ถวายทรงลุกขึ้นยืน ความซับซ้อนของสงครามครานี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องการแย่งชิงดินแดน แต่มันคือบันไดแห่งความตาย ที่เริ่มล้มลงของเมืองน้อยใหญ่ทางตอนเหนือ
หนานเยว่มิใช่ผู้รุกรานที่กระหายเลือด แต่คือผู้อพยพติดอาวุธ ฉินต่างหากที่เป็นยักษ์ใหญ่แท้จริง ที่กำลังคืบคลานเข้าหาแผ่นดินของพวกเขา
"หากสิ่งที่มันพูดเป็นความจริง..." เจ้าขุนอินทร์ถวายพึมพำ "ศึกหนานเยว่ที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ ก็เป็นแค่เพียงละอองไอพิษที่กระเซ็นเข้าใส่แผ่นดินสุวรรณโคมคำ"
ทรงหันไปหาเจ้าโยนยางคำที่ยืนหน้าถอดสี "ไอ้โยน มึงสั่งการลงไป ให้ทหารเพิ่มการระวังป้องกันเป็นสองเท่า แลสั่งคนครัวให้จัดหาอาหารให้เชลยพวกนี้ แลให้หมอยามาดูแลรักษาอย่าให้พวกมันตาย...กูยังมีเรื่องต้องใช้การถามไถ่พวกมันอีกมาก"
ในขณะที่ภายในกระโจมกำลังเคร่งเครียดกับข่าวร้ายจากทิศเหนือ ภายนอกนั้น...เงาของสองกระเหรี่ยงที่แฝงตัวมากับกองทัพช้าง ก็เริ่มขยับเคลื่อนไหว มันสองลัดเลาะไปตามเงามืดของค่ายทหาร สายตาของพวกมันจับจ้องไปยังกระโจมที่มีแสงไฟสว่างไสวที่สุด เพื่อจับตาเฝ้าระวังเหยื่อเนื้อหอม
"พะตี่เซเกอบอกว่า ให้ลงมือยามที่มันเผลอ...คนผู้นี้จิตแข็ง มนต์คาถายากจะจัดการมันได้ แต่กูไม่เชื่อว่าอาวุธมีคมจะฆ่ามันไม่ได้" หนึ่งในนั้นกระซิบ "แลยามนี้ มันกำลังกังวลเรื่องศึกเหนือ จนลืมมองดูภัยที่อยู่ใต้จมูกตัวเอง มึงช่วยกูจับตาดูเอาเถิด ขอแค่โอกาสเพียงน้อย กูจักลงมือเอง"
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH